ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ปปง.ตรวจสอบจ่ออายัดทรัพย์สินประชา

ปิดฉากชีวิตเป้า – สายัณห์ลูกทุ่งอมตะ

น้องมะนาวยันไม่ใช่อนุบรรหาร

มติชน

ปชป.ฮึดขอศาลคุ้มครองเบรก “รธน.” รบ.วางคิวลุย 2 ล้านล.ต่อ

ปิดตำนาน “แหบเสน่ห์” สิ้น “พี่เป้า”

“มะนาว” ปรี๊ดโร่แจ้งจับ “เติ้ง” โวยลั่น

ข่าวสด

“พี่เป้า” กุมมือเมียจากสงบตั้งสวดวัดไร่ขิง

ไม่มีชู้สาวมะนาวกรี๊ด – รูปคู่เติ้ง

ศาล รธน.ยกค้านแก้ที่มาสว.

เดลินิวส์               

ราชาลูกทุ่งไทย “เป้า – สายัณห์” สิ้นลม!

“ดาราสาว” โผล่

คดีรถ – เรือดับเพลิงอายุความ 15 ปี ปปง.ตามยึดทรัพย์

กรุงเทพธุรกิจ

สอบเส้นทางเงิน “ประชา”

ทุนนอกทะลักบาทหลุด 32

โพสต์ทูเดย์

สั่งเด้งปลัดคลัง

แบงก์มิซูโฮแนะเกาะติดรูปี – รูเปียห์ก่อนภัยมาถึง

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์

“อั้ม เนโกะ” ผู้ปฏิเสธเครื่องแบบ มธ.

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

รอดตัวไป

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

โอลิมปิกโตเกียว 2020 ความหวังของคนญี่ปุ่น

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน

รธน.และอนาคต  วันที่  12/09/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด

สี่แยกปฐมพร

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)  

Jasmine Spring : มะลิจะบานที่กัมพูชา

 

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ปปง.ตรวจสอบจ่ออายัดทรัพย์สินประชา

พ.ต.อ.สีหนาท  ประยูรรัตน์  เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)  กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายฟอกเงิน ปปง.ต้องขอคัดคำพิพากษาของศาลฎีกาว่ามีรายละเอียดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำผิดไว้อย่างไร และมีคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตหรือไม่ หากมีรายละเอียดชัดเจนจะเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาเพื่อมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งหลังจากนี้ ปปง.ได้เร่งประสานกับสถาบันการเงินทุกแห่งเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินของทั้ง 2 ก่อนเสนอเข้าคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาดำเนินการต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  12/09/2013

ปิดฉากชีวิตเป้า – สายัณห์ลูกทุ่งอมตะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ขณะที่นายมานิตย์  อังกินันท์ ผจก.ส่วนตัวเป้า – สายัณห์  กำลังให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนักร้องลูกทุ่งในช่วงเที่ยงเศษของวันที่ 11 ก.ย.  ญาติของสายัณห์ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าสายัณห์อาการหนัก นายมานิตย์จึงรีบขึ้นไปที่ห้องคนไข้ โดยมีนพ.ประสิทธิ์และนพ.วชิรบุณย์ เข้าไปตรวจอาการภายในห้อง จากนั้น นพ.ประสิทธิ์ได้แจ้งว่านักร้องขวัญใจคนเดิม สายัณห์  สัญญา ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อเวลา 12.35 น. สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากโรคมะเร็งตับอ่อน จากนั้นเวลา 16.13 น. บรรดาญาติของขุนพลเพลงชื่อดัง ได้นำร่างไร้วิญญาณของสายัณห์  สัญญา ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ ทับด้วยสูทสีน้ำตาล นุ่งกางเกงยีนส์ สวมหมวกไหมพรมสีดำ ออกจากห้อง 8108 โดยมีพระสงฆ์จากวัดเครือวัลย์  ย่านฝั่งธนมานำศพ โดยมีนางวรรณพร  สัมฤทธิ์ ภรรยาเป้า – สายัณห์ พร้อมลูกสาวและคนวงการเพลงลูกทุ่งและแฟนเพลงที่ทราบข่าวมาร่วมแสดงความอาลัยกันเป็นจำนวนมาก มาทำพิธีรดน้ำศพ ที่ห้องประชุมชั้นล่าง อาคาร 4 ศูนย์โรคหัวใจ รพ.ธนบุรี มีเพื่อนฝูงในวงการร่วมรดน้ำศพแสดงความอาลัยครั้งสุดท้าย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  12/09/2013

น้องมะนาวยันไม่ใช่อนุบรรหาร

น้องมะนาว – ศรศิลป์  มณีวรรณ์  อายุ 21 ปี นักแสดงสาวช่อง 7 อดีตมีสทีนไทยแลนด์ปี 2008  กล่าวถึงกรณีถ่ายภาพคู่กับนายบรรหาร ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี บนโซฟาในลักษณะใกล้ชิดและมีข้อความโจมตีว่าเป็นภรรยาน้อยของนายบรรหารและเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ว่า ภาพนั้นเป็นภาพที่ตนชมฟุตบอลที่ จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิด ระหว่างทีมสุพรรณบุรีเอฟซี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นบิ๊กแมตช์ที่มีตูน  บอดี้แสลม กับ ก้อย – รัชวิน และดาราอีกหลายคนไปดู วันนั้นท่านบรรหารเดินทางไปดูด้วย ส่วนตัวก็สนิทคุ้นเคยเป็นลูกหลาน เลยถ่ายรูปด้วย ก่อนหน้านั้นตูน บอดี้แสลม ก็ถ่ายกับท่านเช่นกัน รูปนี้ถ่ายไว้ 1 – 2 เดือนก่อนแล้ว ตนเป็นคนลงรูปนี้ในอินสตาแกรมของตัวเอง เจอท่าน ท่านก็ให้ความเมตตาถ่ายรูปด้วย เราก็ดีใจที่เจอพ่อเมืองสุพรรณ ท่านยังถามไถ่เรื่องที่เรามีคนโรคจิตตามช่วงสงกรานต์ว่าเป็นอย่างไร และยังถามเรื่องงาน เรื่องเรียน ถ้าถามถึงความสนิทสนมกับท่าน ยอมรับว่าก็ค่อนข้างสนิท ไปช่วยงานตลอด และตนยังสนิทกับคุณหญิงแจ่มใส รวมทั้งพี่ท็อป – วราวุธ  บุตรชายท่านบรรหาร และลูกหลานท่านบรรหารด้วย  เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไร ที่คนมองด้านลบ   น้องมะนาว  กล่าวว่า  ตกใจมาก ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดอะไร เพราะถ่ายรูปลงอินสตาแกรมนานมากแล้ว แต่พอมีข้อความและรูปของตน มาประกอบอยู่ต่อๆกัน ถึงไม่ได้เอามารวมกัน ก็อาจทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตนเป็นภรรยาน้อยของท่าน ด้านครอบครัวก็งง เหมือนกัน  เมื่อถามว่า  ทำไมถึงโดนมองเช่นนั้น น้องมะนาว  กล่าวว่า  คิดว่าคงเป็นเพราะข้อความประกอบภาพ ทำให้คนอาจจะคิดไปเอง เมื่อถามว่าต่อไปต้องระวังตัวมากขึ้นหรือไม่ น้องมะนาว  กล่าวว่า  พ่อแม่เคยเตือนเรื่องถ่ายภาพกับผู้ชาย ไม่ให้โอบกอดแต่ด้วยความที่เป็นท่านบรรหาร พ่อเมืองสุพรรณ เลยเรียกว่าท่านให้เกียรติเรามากกว่า (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

ขณะที่นายบรรหาร  ศิลปอาชา  อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)  ได้หัวเราะก่อนกล่าวถึงเสียงวิจารณ์รูปถ่ายคู่มะนาวที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ว่า เด็กคนนี้ชื่อมะนาว บ้านเดิมอยู่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ได้รับทุนจากมูลนิธิบรรหารแจ่มใส หลังจากนั้นได้ไปเป็นนักร้องหรือนักแสดงไม่แน่ใจ โดยวันที่มีการถ่ายรูปนั้นเป็นการแข่งขันฟุตบอลกันระหว่างทีมสุพรรณบุรีเอฟซี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถ่ายในห้องรับรองอยู่กันัหลายคน เมื่อถามว่า เป็นเรื่องการดิสเครดิตทางการเมือง   นายบรรหาร  กล่าวว่า  ใช่แน่นอน เพราะเรื่องนี้ตนไม่เคยมี นอกจากนี้ยังมีข่าวกับ น.ส.ปอรรัชม์  ยอดเณร อดีตรองโฆษกพรรคชาติไทยอีกด้วย เมื่อถามว่านอกจากภาพแล้วยังมีเนื้อหาหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดด้วย นายบรรหาร กล่าวว่า  “ไม่จริงๆ ซึ่งผมก็รู้ตัวคนโพสต์ภาพนี้แล้วด้วย แต่ไม่อยากบอก”  ส่วนจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่นั้น  คงไม่เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา

ด้านนายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล แกนนำ ชทพ. กล่าวว่า  ถือว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองชัดเจนโดยภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยน้องมะนาวเป็นเด็กทุนของมูลนิธิที่นายบรรหารดูแลอยู่และน้องมะนาวได้ช่วยงานด้านการท่องเที่ยว จ.สุพรรณบุรี โดยตลอด ทำให้ต้องรู้จักนายบรรหารอยู่แล้ว  “คิดว่าการที่มีบุคคลไม่ประสงค์ดีปล่อยรูปนี้ออกมาก็เพื่อทำลายความน่าเชื่อทางการเมือง เพราะรูปดังกล่าวได้ถ่ายไว้นานแล้ว แต่ทำไมเพิ่งมาเผยแพร่ในระยะนี้ ที่นายบรรหารกำลังเดินหน้าประสานปฏิรูปการเมือง”  (หนังสือพิมพ์มติชน)

ปชป.ฮึดขอศาลคุ้มครองเบรก “รธน.” รบ.วางคิวลุย 2 ล้านล.ต่อ

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์  ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีนายนิคม  ไวยรัชพานิช  ประธานวุฒิสภาระบายความอึดอัดในการทำหน้าที่ประธานที่ประชุม และทำหน้าที่ด้วยความยากลำบากว่า คิดว่าไม่ยาก หากทำอะไรตรงไปตรงมาที่ เกิดปัญหาเพราะทำอะไรไม่ตรงไปตรงมา พยายามเร่งรัดให้รัฐธรรมนูญเสร็จก่อนเดือนมีนาคม 2557 ในส่วนของฝ่ายค้านหากผ่านวาระ 2 ไปแล้วจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญได้คุ้มครองชั่วคราวก่อนที่จะไปลงมติในวาระที่ 3 เฉพาะประเด็นที่มา ส.ว.ทั้งข้อหาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการแสวงหาอำนาจโดยวิถีทางที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ฝ่ายค้านได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาจากกรณีรับญัตติการปิดการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว.ของสมาชิกรัฐสภาที่สงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติ เพราะเรื่องดังกล่าวรัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ และไม่สามารถที่จะตัดสิทธิสมาชิกได้ จึงถือว่าการกระทำของนายสมศักดิ์จงใจปฏิบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญชัดเจน ส่วนจะยื่นในวันไหนนั้นจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

รายงานข่าวจากวิปรัฐบาล  กล่าวว่า  ภายหลังการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่มาของ ส.ว. ผ่านการพิจารณาในวาระที่สองแล้ว ทางวิปรัฐบาลได้ประเมินถึงเงื่อนเวลาในการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญตามลำดับ ดังนี้ โดยจะพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สุรา พ.ศ. 2493 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อน จากนั้นวิปรัฐบาลจะต้องประสานคณะรัฐมนตรี (ครม.) และทางสภาผู้แทนราษฎรอาจให้พิจารณาวาระรับทราบรายงานแสดงผลการดำเนินการของ ครม.จะต้องให้ที่ประชุมสภาเสนอญัตติเลื่อนวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนแต่ต้องดูความพร้อมของ ครม.จะสามารถมาตอบในสภาได้เมื่อไร จากนั้นจะวางคิวบรรจุวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ อาจกำหนดให้พิจารณาในสภาช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ และจะต้องรอหารือกับ ครม.จะเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย ส่วนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับมาตรา 68 และมาตรา 237 จะต้องพักการพิจารณาไว้ก่อน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  12/09/2013

ศาล รธน.ยกค้านแก้ที่มาสว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารผลการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พิจารณาวินิจฉัยกรณีนายบวร ยสินธร เครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ขอให้วินิจฉัยว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของส.ว. ถือว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ เนื่องจากมีผลเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของรัฐสภา ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ อันขัดต่อมาตรา 291 (1) วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 68 รวมทั้งยังขอให้วินิจฉัยว่าประธานรัฐสภา กับ ส.ส.และส.ว. 309 คน ที่เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ รวมทั้งขอให้มีคำสั่งยุบ 6 พรรคร่วมรัฐบาล และขอให้สั่งระงับการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของส.ว.ไว้ก่อนจนกกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย  ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื้อหาตามคำร้องยังไม่มีมูลกรณีที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 มีคำสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา ส่วนประเด็นคำขออื่นไม่จำเป็นต้องพิจารณา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  12/09/2013

คดีรถ – เรือดับเพลิงอายุความ 15 ปี ปปง.ตามยึดทรัพย์

นายวิชา  มหาคุณ  กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร (กทม.)  กล่าวว่า  ในส่วนคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ให้ยกฟ้องนายโภคิน  พลกุล  อดีต รมว.มหาดไทย  นายวัฒนา  เมืองสุข  อดีต รมว.พาณิชย์  และนายอภิรักษ์  โกษะโยธิน  อดีตผู้ว่าฯกทม. เนื่องจากไม่พบพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดนั้น ป.ป.ช. คงไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา เพราะถือว่าทนายความของ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว  ส่วนระยะเวลาการบังคับคดีเพื่อติดตามนายประชา  มาลีนนท์  อดีต รมว.มหาดไทย  และ พล.ต.ต.อธิลักษณ์  ตันชูเกียรติ  อดีต ผอ.สปภ.กทม. มารับโทษจำคุก 12 ปีและ 10 ปี ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯนั้น  นายวิชา  กล่าวว่า  ตามกฎหมายหลังศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด จะมีอายุความในการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98 กรณีมีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี จะมีความอายุความสูงสุด 20 ปี แต่ในคดีนี้ศาลฯมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 12 ปี และ 10 ปีจึงมีอายุความ 15 ปี หากพ้นระยะเวลาถือว่าหมดอายุความในการบังคับคดีตามคำพิพากษา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์    วันที่  12/09/2013 

ทุนนอกทะลักบาทหลุด 32

นักบริหารเงินธนาคารพาณิชย์  กล่าวว่า  ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์วานนี้ (11 ก.ย.)  เปิดตลาดที่ระดับ 32.11 – 32.13 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าสุดในช่วงเช้าที่ 32.14 บาทต่อดอลลาร์ แต่ในช่วงท้ายตลาดเงินค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 31.96- 31.98 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากที่ผ่านระดับ 32.03 บาทต่อดอลลาร์

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  12/09/2013

สั่งเด้งปลัดคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ความพยายามของรัฐบาลในการโยกย้ายนายอารีพงศ์  ภู่ชอุ่ม  ปลัดกระทรวงการคลังออกจากตำแหน่ง ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีรายงานข่าวว่านายกรัฐมนตรีจะลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอโอนย้ายนายอารีพงศ์ไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.ลพบุรี ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ จะมีการแต่งตั้งนายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์  รองปลัดกระทรวงการคลัง ลูกน้องเก่านางเบญจา  หลุยเจริญ รมช.คลัง ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงการคลังแทน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า  นายอารีพงศ์  รู้ตัวแล้วว่าจะถูกย้ายไปเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร. โดยมีการเก็บของบางส่วนบ้างแล้ว  อย่างไรก็ตาม  นายอารีพงศ์ยังพยายามที่เจรจาเพื่อขออยู่ในตำแหน่งอีก 1 ปี เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจไม่ให้สะดุดและขณะนี้กำลังเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล  กล่าวยอมรับว่า  จะมีการขอโอนย้ายนายอารีพงศ์ไปเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร.จริง ขณะนี้สำนักนายกรัฐมนตรีกำลังดูในข้อกฎหมายเพื่อยกร่างคำสั่งดังกล่าว เพราะเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นตำแหน่งเฉพาะ เป็นนักบริหารระดับสูงเทียบเท่าระดับ 11 ขณะนี้ยังมีทางเลือกหลายทาง ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายการเมืองจะตัดสินใจอย่างไร เพราะมีความพยายามผลักดันรองเลขาธิการ ก.พ.ร. ขึ้นมาแข่งด้วย ขณะที่ปลัดกระทรวงการคลังนั้น นอกจากนายรังสรรค์แล้ว ยังมีนายสมชัย  สัจจพงษ์  ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่ทำงานเข้าขารัฐบาล ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า นายอารีพงศ์จะร่วมเดินทางไปกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เพื่อร่วมประชุมในงานส่งเสริมการลงทุนอาเซียนที่บาหลี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  12/09/2013

แบงก์มิซูโฮแนะเกาะติดรูปี – รูเปียห์ก่อนภัยมาถึง

นายณัฏฐ  วงศาโรจน์  ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้าส่วนดูแลลูกค้าธุรกิจธนาคารมิซูโฮ สาขากรุงเทพฯ กล่าวว่า  ในช่วงจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี  ผู้ประกอบการธุรกิจของไทยควรจะต้องจับตาดูทิศทางการอ่อนค่าของเงินสกุลรูปีของอินเดียและเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากเงินทั้ง 2 สกุลนี้ยังคงอ่อนค่ารุนแรงต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดการอ่อนค่าของเงินสกุลเอเชีย และเงินบาทจนเป็นโดมิโนได้ เนื่องจากการที่ชาติอื่นๆต้องยอมปล่อยให้ค่าเงินอ่อนลงเพื่อให้สามารถแข่งขันในภาคการส่งออกได้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  12/09/2013

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556   พาดหัวข่าว   ไทยรัฐ ขู่ถ้าปิดสนามบินใช้ไม้แข็งข้อหาก่อการร้าย เอ็กซ์ – จักรกฤษณ์จับเมียฉก 60 ล้าน...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ จับร้านอาหารดังค้าสัตว์ป่าแฉซื้อจากกู้ภัยฯ ในหลวงทรงงดเสด็จพระราชกิจ 1 ก.พ. จับ “เจ๊หมู” แม่เล้าลวงเด็ก 12...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ กองปราบยกกำลังล้อมรถจับกำนันเป๊าะ ดักบึมทหารดับ 1 พงศพัศยังแรงสุขุมพันธุ์แต้มทรง มติชน ล็อกกำนัดเป๊าะโผล่กรุงเช็กมือถือโยง “เครือข่าย” ช่วยหนี...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ วิศวกรควบปิกอัพชนหกล้อพยาบาลดับคารถ แพนเค้กไม่กลัวแจ้งเท็จ จ่อตั้งใหม่หน.ทีมสอบสวน พ.ต.ท.ฉาว มติชน เพิ่มอีกข้อหา – ฉ้อโกงดีเอสไอฟันปิดทางหนีล้มละลาย...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สลดสารวัตร – ดต.ฆ่าตัวตายเครียดงานไม่ถนัด เตือนอย่าเอาคดีพระวิหารโยงการเมือง รวบแฮกเกอร์ดัง มติชน กล่อมให้หนุน “พงศพัศ”...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top