ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ไม่ยอมให้ปิดด่านสั่งรับมือหวั่นม็อบชนม็อบ

“วี – วีรภาพ” เผยนาทีหนีตาย

รวบ “ป๋าเดช” ละเมิด “5 ขวบ”

มติชน

400 ลำบินว่อน – จอดรอ “ดีเลย์” วุ่น!พิษทีจีไถลขวางรันเวย์

ถกม.7ต่อ – พท.หวั่นล่มอีกเช็กชื่อ ส.ส.

รัฐโปะเพิ่มช่วยสวนยางไร่ละ 2.5 พัน

ข่าวสด

กนย.ทุ่ม – เพิ่มเท่าตัวคลี่ “ยาง” ท่องเที่ยวพัง 475 ล.

มาร์คอ้าง – พูดอีโง่ตามกูเกิ้ล

ขึงสะลิงขวางถนน – ชนคอขาดดับ 3 ศพ

เดลินิวส์               

แฉระทึกบินไทยไถลตกรันเวย์โดดหนีตายโกลาหล

ซัดรัฐบาลหักหลัง!ม็อบสวนยางเดือด

ปลอดโต้วสันต์หาเรื่อง “รัฐบาล”

กรุงเทพธุรกิจ

เล็งฟัน “วิเชษฐ์ – สรวงศ์”

กกร.ค้านลดภาษีฟุ่มเฟือย

โพสต์ทูเดย์

แบรนด์ไทยเฉา

ชิงทีวีเดือด 10 ราย/ช่อง

 

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

พ.ร.บ.นิรโทษ “เท่ากับ” ล้างยกโคตร

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ไม่รับพิจารณา

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

จริยธรรมนักการเมืองไทยอยู่อันดับ 107  ของโลก

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

แจมปฏิรูปการศึกษา

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

วัดประยุรวงศาวาส

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ไม่ยอมให้ปิดด่านสั่งรับมือหวั่นม็อบชนม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของม็อบสวนยางภายหลังแกนนำประกาศจะปิดด่านสะเดา จ.สงขลา ว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 9 ก.ย. ที่ สภ.สะเดา จ.สงขลา พล.ต.ท.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์  ผบช.ภ.9 ได้เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือม็อบ เนื่องจากด่านสะเดาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางด้านการค้า พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้ออกมรรวมตัวปิดด่าน เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะกับกลุ่มชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ นายเกชา  เบญจคาร  นายกเทศมนตรีต.สำนักขาม ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือเช่นกัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  10/09/2013

“วี – วีรภาพ” เผยนาทีหนีตาย

นายวีรภาพ สุภาพไพบูลย์ พระเอกวิก 7 สี กล่าวถึงนาทีเฉียดตาย ว่า เหตุการณ์แบบนี้เรียกว่าเสี้ยวนาทีชีวิตจริงๆ ยิ่งนาทีที่เห็นผ่านกระจกไฟลุกไหม้ทางปีกเครื่องบินแล้วมันน่ากลัวมาก ก่อนเกิดเหตุกัปตันเตือนว่าให้นั่งคาดเข็มขัด ประกอบกับตนนั่งตรงทางออกฉุกเฉิน ก่อนเครื่องลงยังนั่งคุยกับสจ๊วตหัวเราะเฮฮาปกติ จนกระทั่งเครื่องบินลงรู้สึกว่าลงแรง จากนั้นข้าวของตกกระจาย พอหันไปด้านขวาเห็นไฟลุกไหม้ที่ปีกเครื่องบิน เครื่องไถลบนรันเวย์ พอเครื่องหยุดนิ่งสจ๊วตเปิดประตูทางออกฉุกเฉิน วินาทีนั้นคนเกือบ 300 คน หนีโกลาหลตนนั่งตรงประตูทางออกจริง แต่ไม่ได้ออกเป็นคนแรกให้เด็กกับคนชราออกก่อน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  10/09/2013

รวบ “ป๋าเดช” ละเมิด “5 ขวบ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 ก.ย. นางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  และประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พร้อม พล.ต.ต.สมิทธิ์  มุกดาสนิท ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ร่วมกันแถลงจับนายอมรเทพ สีใส หรือ “ป๋าเดช” อายุ 48 ปี ชาว จ.อุตรดิตถ์ ผู้ต้องหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี จับตัวได้ที่ริมถนนพหลโยธิน หน้าศูนย์รถยนต์ฟอร์ด ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.ต.ต.สมิทธิ์  มุกดาสนิท ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี  กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา นางบี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี พร้อม ด.ญ.ดี (นามสมมติ) หลานสาววัย 5 ขวบเศษเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาฯ โดย ด.ญ.ดี กล่าวว่า แม่แท้ๆหลอกพาตนเองไปขายบริการกับผู้ชายที่แม่เรียกว่า “ป๋า” หรือนายอมรเทพ ล่วงละเมิดทางเพศ โดยตำรวจได้รับการประสานจากมูลนิธิปวีณาฯจึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับนายอมรเทพ และแม่ของ ด.ญ.ดี ต่อมาตำรวจตามจับแม่ของ ด.ญ.ดี (นามสมมติ) เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา นำตัวมาสอบสวนให้การรับสารภาพทำไปเพราะก่อนหน้าตนติดยาบ้าอย่างหนักและมักจะขายบริการแลกกับเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ โดย “ป๋าเดช” อ้างเป็นตำรวจหน่วยจู่โจม สอบถามตนว่ามีลูกสาวหรือเปล่าให้นำตัวมาเพื่อแลกกับเงิน ก่อนมาถูกจับตัวดำเนินคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับมารดาของเด็ก ก่อนจะติดตามจับกุมนายอมรเทพ หรือ “ป๋าเดช” เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาก่อนนำมาสอบสวน จากการสอบสวนนายอมรเทพ หรือ “ป๋าเดช” ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวส่งไปตรวจปัสสาวะที่สถาบันธัญญารักษ์ พบสารเสพติด และจากการตรวจสอบประวัติเคยถูกจับเมือ่ปี 2548 ที่สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ในข้อหาข่มขืน เช่นกัน นอกจากนี้ยังเคยถูกจับกุมข้อหาฉ้อโกงที่ สภ.เมืองน่าน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  10/09/2013

400 ลำบินว่อน – จอดรอ “ดีเลย์” วุ่น!พิษทีจีไถลขวางรันเวย์

นายอภินันท์ วรรณางกูร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ปฏิบัติการ) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า ผลกระทบเบื้องต้นหลังจากประกาศปิดทางวิ่ง จนถึงวันที่ 9 กันยายน เวลา 13.30 น. มีเครื่องโฮลด์ (HOLD) หรือรอนำเครื่องลง (แลนดิ้ง) บนอากาศ จำนวน 99 เครื่อง โดยโฮลด์เฉลี่ยเที่ยวบินละประมาณ 15 นาที และมีการโฮลด์บนภาคพื้นดิน จำนวน 106 เครื่อง โดยโฮลด์เฉลี่ยเที่ยวบินละประมาณ 30 นาที อย่างไรก็ตาม วิทยุการบินฯได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว “ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. มีเครื่องบินบินวน 201 ลำ ดีเลย์เฉลี่ยลำละ 16 นาที และมีเครื่องที่จอดรอ 214 ลำ ดีเลย์เฉลี่ย ลำละ 25 นาที ทาง บวท.จะพยายามบริหารเวลาให้เครื่องที่บินวนลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิให้เร็วที่สุด เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง”

น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) กล่าวว่า เครื่องบินลื่นไถลเกิดจากฐานล้อพับจนเกิดยางระเบิดจนตัวเครื่องเสียหลักออกนอกรันเวย์ หลังล้อแตะพื้นรันเวย์ได้ประมาณ 1 กิโลเมตร จึงเกิดเหตุ โดยตัวเครื่องได้ลื่นไถลประมาณ 200-300 เมตร ผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 13 คน อาการหนักสุดคือข้อมือหัก ที่เหลือก็ปลอดภัยหมด ในส่วนเครื่องบินที่ยังลงไม่ได้ประมาณ 30 กว่าลำ แต่ละลำเกิดการล่าช้าค่าเฉลี่ยประมาณ 14 นาทีต่อลำ ขณะนี้ยังคงใช้ได้รันเวย์เดียวบริเวณด้านทิศตะวันตก ส่วนเครื่องที่จอดอยู่ในหลุมจอดก็จะจอดรอประมาณ 30 นาที ส่วนสภาพผิวรันเวย์ด้านขวาเกิดการเสียหายประมาณ 300 เมตร ส่วนการซ่อมแซมจะเปิดพื้นผิวหน้ากว้างประมาณ 1.50 เมตร โดยใช้เวลาการซ่อมแซมประมาณ 5 ชั่วโมง ความเสียหายของรันเวย์เบื้องต้นประเมินไว้ที่ 1 ล้านบาท  ส่วนการเคลื่อนย้ายเครื่องบินอาจใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมงหรือประมาณ 2 วัน ทางวิทยุการบินแจ้งว่ารันเวย์ส่วนที่เหลือประมาณ 2,000 เมตร หลังจากได้เคลียร์พื้นที่ผิวรันเวย์เรียบร้อยแล้วก็จะไปกำหนดจุดมาร์กเกอร์ ให้นักบินได้มองเห็น โดยจะเปิดให้เครื่องบินขนาดเล็กบินขึ้นด้วย คาดว่า จะสามารถเปิดให้บริการตามปกติก่อนเที่ยงวันที่ 11 กันยายนนี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  10/09/2013

ถกม.7ต่อ – พท.หวั่นล่มอีกเช็กชื่อ ส.ส.

นายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.)  กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ เพราะ ส.ส.พท. 26 คนขาดประชุม เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหาย พท.จะอยู่เฉยไม่ได้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคหารือกันแล้ว เห็นว่าต้งอมีการลงโทษอย่างเฉียบขาด เพราะถือว่าไม่มีวินัยและขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ “หาก ส.ส.ที่ไม่มาประชุมเป็นวิปรัฐบาลก็ต้องถอดออกจากการเป็นวิป ยิ่งถ้าเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อยิ่งไม่ควรขาดประชุม คุณจะมาอ้างว่าลงพื้นที่ไม่ได้ เสนอตัวมารับใช้ประชาชน จะต้องรับผิดชอบงานของสภาเป็นสำคัญ หากยังจัดลำดับความสำคัญไม่ได้ ไม่อยากทำ ก็ควรจะลาออกจากความเป็น ส.ส.ไปเลย พรรคมีนักวิ่งตัวสำรองอีกมากที่พร้อมจะวิ่งแข่ง แต่นักวิ่งตัวจริงกลับไม่มาวิ่ง หากไม่พร้อมแบบนี้จะหาคนอื่นมาเสียบแทน”

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 10/09/2013

กนย.ทุ่ม – เพิ่มเท่าตัวคลี่ “ยาง” ท่องเที่ยวพัง 475 ล.

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา กล่าวถึงกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ ประกาศชุมนุมใหญ่วันที่ 14 ก.ย.นี้ เรียกร้องให้รับซื้อยางที่ 95 บาทต่อกิโลกรัม ว่า คณะกรรมการฯ ลงไปพูดคุยในพื้นที่เมื่อวันที่ 6 ก.ย. กับเกษตรกรกลุ่มใหญ่ในภาคใต้ 40-50 คน ยอมรับว่าจะให้ทุกคนมีความเห็นตรงกันทั้งหมด เป็นไปได้ยาก แต่เมื่อได้ข้อสรุปในวันนั้นที่ราคา 90 บาทต่อกิโลกรัม คิดว่าเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว ส่วนข้อเสนออื่นๆ ที่เสนอตามมา 4-5 ข้อนั้นก็จะรับมา และมอบให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ไปพิจารณา ส่วนข้อเสนอใหม่ที่เสนอเป็น 2 ทาง คือให้รัฐรับซื้อที่ 95 บาท และ 90 บาทต่อกิโลกรัม แต่จะขอพิเศษให้จ่ายชดเชยต่อไร่เพิ่ม ซึ่งเป็นสิทธิของเขาที่จะเสนอได้ เอาเป็นว่าเรายุติกันก่อนที่ 90 บาทก่อนแล้วกัน ส่วนที่ขอเพิ่มอีก 1,260 บาทต่อไร่ เราจะให้ กนย.รับไปพิจารณาต่อ ส่วนข้ออื่นๆ ถือว่านอกเหนือประเด็นที่ตนรับผิดชอบ ยืนยันว่าข้อตกลงที่ 90 บาทต่อกิโลกรัมในวันที่ได้ลงไปในพื้นที่ เป็นมติของเสียงส่วนใหญ่ คงมีอีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจ รัฐบาลก็พร้อมอธิบายและชี้แจงทำความเข้าใจต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกนย. นัดพิเศษ เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราระยะสั้นและเร่งด่วน หลังจากที่ได้ไปเจรจารับข้อเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุมชาวสวนยางพารา ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 6 ก.ย. มีนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังในห้องประชุมด้วย  หลังจากใช้เวลาประชุมไปได้ 1 ชั่วโมง นายกิตติรัตน์พยายามสรุปผลการประชุม โดยให้ฝ่ายต่างๆ เสนอความเห็นของผลการประชุม โดยมีผลสรุปว่า นายกิตติรัตน์ จะเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10 ก.ย. นี้ ให้ทบทวนมติครม.เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2556 เพื่อปรับปรุงข้อเสนอโครงการแก้ไขปัญหายางพารา โดยจะช่วยเหลือเงินสดแก่ชาวสวนยางไร่ละ 2,520 บาท ครอบครัวละ 25 ไร่ รวมเป็นเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 63,000 บาท ในระยะเวลา 7 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2556-31 มี.ค. 2557) ตลอดฤดูเปิดกรีดยาง ซึ่งหากคิดเฉลี่ยเท่ากับได้ช่วยให้ชาวสวนยางได้เงินเพิ่มขึ้นจากราคาตลาด ก.ก.ละ 12 บาท และจากราคาตลาด (วันที่ 6 ก.ย.) ที่ ก.ก.ละ 78 บาท ก็จะเท่ากับข้อเรียกร้องที่รัฐบาลตกลงกับชาวสวนยางให้มีรายได้เทียบเคียงไม่น้อยกว่าก.ก.ละ 90 บาท โดยใช้เงินทั้งสิ้น 21,288 ล้านบาท โดยจะเสนอขอครม.ให้ใช้เงินจากงบฯกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และในระหว่างการประชุมนายกิตติรัตน์แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า รัฐบาลจะพิจารณาทำตามที่ไปเจรจากับชาวสวนยางและสิ่งที่ดำเนินการนี้จะไม่ขัดมติ กนย. อย่างไรก็ตาม นายกิตติรัตน์ไม่ยอมเปิดเผยว่า จะใช้วิธีการใด จนในที่สุดมีคณะกรรมการ กนย. ซึ่งเป็นตัวแทนจากสมาคมและสภาเกษตรกรหลายๆ คน ได้พยายามต้อนให้นายกิตติรัตน์ตอบให้ชัดเจนเพื่อจะไปแจ้งกับเกษตรกรในพื้นที่ได้ ในช่วงท้ายของที่ประชุมนายกิตติรัตน์จึงยอมบอกว่าจะเพิ่มเงินช่วยเหลือ จากไร่ละ 1,260 บาท เป็นไร่ละ 2,520 บาท หรือเพิ่มขึ้นจาก 6 บาทต่อก.ก. เป็น 12 บาทต่อก.ก. และขอให้เป็นมติที่ประชุมและปิดประชุมทันที

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 10/09/2013

มาร์คอ้าง – พูดอีโง่ตามกูเกิ้ล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการใช้ถ้อยคำรุนแรงบนเวทีปราศรัยผ่าความจริงฯ ด้วยคำว่า “อีโง่” ว่า ไม่มีอะไร ตนพูดตาม ที่เห็นในกูเกิ้ล ไม่ได้พูดถึงใคร และไม่ทราบว่ามีใครร้อนตัวหรือไม่  เมื่อถามว่า มีการแสดงความไม่พอใจ ของคนบางกลุ่มกับคำพูดนี้ นายอภิสิทธิ์จะชี้แจงอย่างไร นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ไม่พอใจเรื่องอะไร  เมื่อถามย้ำว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นคำพูดในทำนองดูถูกผู้หญิง นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ทำไม ตนบอกว่าเขาประกวดสมาร์ทเลดี้ แปลว่า ผู้หญิงฉลาดก็ถูกแล้ว เขาคงไม่มาประกวดอีโง่ มันเกี่ยวอะไรกับการดูถูกผู้หญิง

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 10/09/2013

ขึงสะลิงขวางถนน – ชนคอขาดดับ 3 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ร.ต.ท.มานพ ประชากุล ร้อยเวรสภ.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนลวด สะลิงขึงขวางถนนสายดอนรักษ์-พระแท่น ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา มีผู้เสียชีวิตหลายรายจึงรายงานผู้บังคับบัญชานำกำลังพร้อมมูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ ประจำจังหวัดกาญจนบุรี และแพทย์เวร ร.พ.มะการักษ์ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้าสี่ประตู สีขาว ทะเบียน กต 932 กาญจนบุรี อยู่ในสภาพตั้งแต่บริเวณกระจกหน้าไปจนถึงประตูหลังขาดหายไป ชนท้ายรถปิกอัพอีกคัน บริเวณกลางถนนพบศีรษะมนุษย์ตกอยู่พร้อมกองเลือดจำนวนมาก ภายในรถพบศพ นายวิโรจน์ แพงทอง อายุ 44 ปี คนขับศีรษะหายไป นอกจากนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 2 รายคือนางแอปเปิ้ล แพงทอง และนายสมบัติ พนมวัน ณ อยุธยา  ห่างออกไปประมาณ 200 เมตรพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีส้ม หมายเลขทะเบียน 80-5431 กาญจนบุรี เขียนอักษรข้างรถว่า “อู่ใหญ่ รถยก ท่าเรือ กาญจนบุรี” จอดอยู่เลนด้านขวาของถนน ด้านท้ายมีลวดสะลิงขนาดใหญ่พ่วงกับรถบรรทุก 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 88-0068 นครปฐม ที่ตกอยู่ข้างทางด้านซ้าย ขึงขวางถนนเอาไว้ความสูงจากพื้นประมาณ 1.5 เมตร ลักษณะขึงตึงกำลังดึงรถพ่วงขึ้นจากข้างทาง สอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่ารถพ่วงเสียหลักตกถนน จึงติดต่อรถยกดังกล่าวมาลากขึ้นโดยใช้ลวดสะลิงขนาดใหญ่ล็อกท้ายรถแล้วโยงกับรถพ่วง โดยช่องทางด้านซ้ายเปิดโล่งแต่ไม่มีสัญญาณแจ้งห้ามผ่าน หรือมีคนงานมาโบกรถเพื่อให้หลบลวดสะลิงที่ขวางถนนแต่อย่างใด ระหว่างนั้นเองนายวิโรจน์ขับรถมาตามทางเมื่อเห็นรถยกจอดอยู่เลนด้านขวาจึงหักรถหลบไปด้านซ้าย โดยมองไม่เห็นลวดสะลิง ที่ขวางถนนอยู่ พุ่งเข้าชนเต็มแรงจนลวดสะลิงตัดส่วนหลังคาขาดหายไปทั้งแถบ จนคน ในรถเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนคนขับรถยกอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 10/09/2013

ปลอดโต้วสันต์หาเรื่อง “รัฐบาล”

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวถึงกรณีที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ วิพากษ์วิจารณ์ต่อการดำเนินโครงการในแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ วงเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ว่า ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องที่นายวสันต์พูด 4 ข้อ การที่นายวสันต์บอกว่ารัฐบาลดำเนินการล่าช้า ตนยืนยันว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศตารางทำงานอย่างชัดเจนแล้วว่าจะดำเนินการเรื่องใดบ้าง ตั้งแต่การทำแผน จนถึงการประกาศคัดเลือกบริษัท และกบอ.ดำเนินการล่าช้าไปจากมติครม.ที่ระบุไว้เพียง 15 วันเท่านั้น และที่ผ่านมา รัฐบาลทำไว้ตามที่ประกาศต่อสาธารณชนทั้งหมด จึงคิดว่านายวสันต์จงใจหาเรื่องที่มาถามว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ทั้งที่ได้ดำเนินการเรื่องอยู่ตลอด ส่วนที่นายวสันต์ระบุด้วยว่าสงสารบริษัท อิตาเลี่ยนไทย และบริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์เปอเรชั่น (เค วอเตอร์) ที่ยังไม่ได้รับเงินไปดำเนินการโครงการต่างๆ และยังยุให้กระทรวงการคลังฟ้องร้องธนาคารกรณีที่ยังไม่มีการส่งเงินกู้มาให้นั้น ทำให้รู้สึกเสียดายแทนนาวสันต์ว่าแทนที่จะใช้ความรู้ความสามารถออกมาให้คำแนะนำให้มีการพูดคุยเพื่อหาทางออกมา แต่กลับมายุให้เกิดการฟ้องร้องกันอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้  อย่างไรก็ตาม เรื่องของเงินกู้นั้น ตนยืนยันว่ามีผลโดยสมบูรณ์แล้ว และฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลได้ยืนยันแล้วว่าการกู้เงินมีผลสมบูรณ์ ทั้งนี้การส่งเงินกู้มาแล้ว และถูกนำไปใช้แล้วประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยกระทรวงคมนาคมที่นำไปใช้ปรับปรุงยกระดับถนนและสร้างแบริเออร์กั้นแนวถนน รวมถึงให้กรมชลประทานใช้ในการสร้างเขื่อนขนาดเล็ก และกรมป่าไม้ที่ใช้ในโครงการที่เกี่ยวกับการปลูกป่า  ประเด็นสุดท้ายที่มีการพาดพิงถึงตนว่าที่ดำเนินการล่าช้าเพราะตนมัวไปใช้เวลาแสดงละครเป็นพระยาเม็งรายนั้น ตนขอชี้แจงว่าสาเหตุที่ต้องแสดงละครนี้ก็เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระยาเม็งราย และให้เกียรติผู้นำประเทศที่มาร่วมการประชุมผู้นำด้านน้ำในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค ที่จ.เชียงใหม่ จึงอยากให้นายวสันต์ทำใจให้กว้าง อย่ากล่าวหาไปเรื่อยหรือพูดให้คนออกมาโกรธกัน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ทั้งนี้ หลายครั้งที่ผ่านมา นายวสันต์ดูเหมือนมีปัญหากับรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา และวันนี้แสดงตัวออกมาชี้นำสังคมในทางที่ผิด ตนจึงอยากขอร้องว่าถ้าได้รับเชิญให้ไปบรรยาที่ใดอีก อย่าทำอย่านี้อีกเพราะจะเสียชื่อเอง

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่ 10/09/2013  

เล็งฟัน “วิเชษฐ์ – สรวงศ์”

นายวรวิทย์  สุขบุญ  รองเลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ช.  กล่าวว่า  จากการตรวจสอบของ ป.ป.ช.พบว่ารัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการปรับ ครม.ครั้งล่าสุด จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายวิเชษฐ์  เกษมทองศรี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสรวงศ์  เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถือครองหุ้นธุรกิจ เกิน 5% ของทุนจดทะเบียน แต่ไม่ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายในระยะเวลาที่พระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 กำหนดไว้ คือ ภายใน 30 วัน “ขณะนี้อยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.รวบรวมข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่ ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะรวบรวมข้อมูลได้แล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ และจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า  ทั้งนี้ หากกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีมูลตามที่เจ้าหน้าที่เสนอก็จะยุติเรื่อง แต่ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่ามีมูลตามที่เสนอมา ตามกระบวนการทาง ป.ป.ช.ก็จะต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของบุคคลทั้งสองต่อไป”

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 10/09/2013

กกร.ค้านลดภาษีฟุ่มเฟือย

นายวัลลภ  วิตนากร  รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวว่า  กกร.ประเมินว่าการลดภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้สินค้าต่างประเทศเข้ามาตีตลาดในประเทศ และกระทบต่อผู้ประกอบการ หากรัฐบาลต้องการผลักดันเรื่องนี้ต่อ ควรขยายร้านค้าปลอดภาษี หรือ ดิวตี้ฟรี แทนการลดภาษีนำเข้า โดยรัฐบาลอาจจะให้สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีเพิ่มเติมจากปัจจุบันมีที่สนามบินและที่ถนนรางน้ำของคิง พาวเวอร์ แต่ถ้ารัฐบาลลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย และนำสินค้านี้ไปขายในห้างสรรพสินค้า จะควบคุมลำบาก ที่จะขายสินค้าให้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 10/09/2013

แบรนด์ไทยเฉา

นายบุญเกียรติ  โชควัฒนา  ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ในเครือสหพัฒน์  กล่าวว่า  จะทำให้ผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอีและรายใหญ่ได้รับผลกระทบมาก และประเทศเสียดุลการค้า

นางเนาวรัตน์  ทรงสวัสดิ์ชัย นายกสมาคมเครื่องหนังไทย  กล่าวว่า  กระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด สวนทางกับนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอี ที่รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณมาช่วยเหลือด้านต่างๆ ไว้จำนวนมาก แต่การไหลข้าวของสินค้าต่างประเทศหากลดภาษีจะทำให้สินค้าไทยแบรนด์ของคนไทยแข่งขันยาก

ด้านนายวิศาล  บุปผเวส  นักเศรษฐศาสตร์ประจำสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)  กล่าวยืนยันว่า  ต่างชาติมาเที่ยวไทยไม่ได้เน้นที่จะมาซื้อของแบรนด์เนม หากอยากจะให้คนมาเที่ยวไทยมากขึ้น รัฐบาลควรจะเน้นความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมหรู นางเบญจา  หลุยเจริญ  รมช.คลัง ก็ออกมาอธิบายว่าไม่มีนโยบายจะลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยทุกรายการ หากจะลดสินค้ารายการใดก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 10/09/2013

ชิงทีวีเดือด 10 ราย/ช่อง

พ.อ.นที  ศุกลรัตน์  ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)  กล่าวว่า  การเปิดจำหน่ายเอกสารการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ระหว่างวันที่  10 -12 ก.ย.นี้ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเอกชนมากกว่าจำนวนช่องที่เปิดประมูลโดยมีผู้เข้าร่วมอย่างน้อย 8 -9 รายขึ้นไปต่อหมวดหมู่ และ 5 – 6 รายขึ้นไปสำหรับช่องเด็ก

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 10/09/2013

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ให้ก้าวข้ามอดีตแบลร์แนะ 5 ข้อสู่ปรองดอง จ่อจับ “โดม บ้านตูล” ลูกกระทิงแดงเจอหมายจับ มติชน...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556   พาดหัวข่าว   ไทยรัฐ ขู่ถ้าปิดสนามบินใช้ไม้แข็งข้อหาก่อการร้าย เอ็กซ์ – จักรกฤษณ์จับเมียฉก 60 ล้าน...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ส่งศพ “ภาวนา” ผ่าดับปริศนาญาติเชื่อโดนฆ่า ห้างติดป้ายเตือน “สุโขทัย” อ่วมหนักทะลักท่วมเมือง มติชน อดีตนางเอกดับปริศนาผ่าพิสูจน์!...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ซิ่งรถหรุชนดต.ดับจับไฮโซทายาทกระทิงแดง ชาดาไม่ให้ผ่าศพ ทดสอบน้ำท่วมไม่ต้องขนของหนี มติชน เจ้าสัวเฉลิมเคารพศพลั่นขอโทษลูกซิ่งเฟอร์รารีขยี้ด.ต. ไม่รื้อเรือนไม้ – ชะลอรร.ชูชัยแจงยิบ...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ม็อบยางขีดเส้นตายอีก 7 วันปิดสนามบินศาลากลาง กลัวยิงซ้ำย้ายเปาหนอมไปรพ.ตร. มอบรางวัล 23 ยอดส้วม มติชน...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top