ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ให้ก้าวข้ามอดีตแบลร์แนะ 5 ข้อสู่ปรองดอง

จ่อจับ “โดม บ้านตูล”

ลูกกระทิงแดงเจอหมายจับ

มติชน

ชุมพรเผาโลง – รูปนายกพรึบวันนี้ 5 จว.ใต้ฮือ  – สั่งตร.รับมือ

รวน – รถหนึบหน้าด่านอีซี่พาสวุ่น

5 ข้อหนทางปฏิรูปไทย “แบลร์” แนะ

ข่าวสด

หมายจับมือยิงม็อบยื่นศาล! ส่อ “ทะเลาะกันเอง”

“แบลร์” ชง 5 ข้อสูตรปรองดอง

จ่อจับลูกกระทิงแดง – เบี้ยวอัยการ 5 หน

เดลินิวส์               

ม็อบยาง 3 จว.ดีเดย์บุกปิดล้อมศาลากลางจังหวัด

“แบลร์” ยันปรองดองไม่ง่าย

“บอล” ทีมฆ่า “เอกยุทธ” ส่อพลิกลิ้น

กรุงเทพธุรกิจ

กิตติรัตน์ถกแกนนำ 4 ก.ย.

กนง.ปรับแผนรับ “ลดคิวอี”

โพสต์ทูเดย์

โต้เพ้อของแพง

รัฐบาลอ่วมยอดเงินจำนำข้าวทะยาน 6.7 แสนล้าน

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

เชิญ “โทนี แบลร์” มาเชือดยิ่งลักษณ์

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ตัดไฟต้นลม

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

วิธีแก้ปัญหายางอย่างฉลาด

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

ระวังตกเป็น “เหยื่อ”

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

วีซ่า สติ๊กเกอร์

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

น่าฉงน : “หมายเหตุแก้ไขข้อผิดพลาด” ของ NY Times เกี่ยวกับไทย

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ให้ก้าวข้ามอดีตแบลร์แนะ 5 ข้อสู่ปรองดอง

นายโทนี แบลร์  อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า  ตนมาที่เพราะเชื่อในกระบวนการสมานฉันท์ปรองดอง และอยากมีส่วนร่วมกับงานที่ท้าทาย มาเพราะได้รับเชิญ แต่ไม่ได้รับเงิน ปัญหาของประเทศไทยเป็นเรื่องของคนไทยที่ต้องแก้ด้วยคนไทย ซึ่งการปรองดองจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเรารู้สึกอยากแบ่งปันโอกาส มากกว่าความไม่พอใจต่อสิ่งที่ผ่านมาในอดีต กรณีของไอร์แลนด์เหนือ แม้การกระทำของกลุ่มกระบวนการก่อการร้าย สร้างความสูญเสียและโศกเศร้า แต่รัฐบาลของตนสมัยนั้นได้ปล่อยนักโทษกลุ่มไออาร์เอ และใช้วิธีการทำให้ประชาชนตระหนักว่าไอร์แลนเหนือและใต้มีความสามารถ มีศักยภาพทำให้เขาต้องสมานฉันท์กันเพื่อให้ประเทศไปข้างหน้า  เรื่องในอดีตถูกนำไปวิเคราะห์ไตร่ตรองได้ แต่ไม่ควรถูกนำไปตัดสินเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับทุกฝ่ายได้ อีกทั้งความสมานฉันท์และความปรองดอง ไม่ใช่การลบล้างหรือไปเปลี่ยนความคิดในอดีต แต่ก้าวข้ามมันไปมุ่งไปสู่อนาคต เราต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อความสงบโดยต้องสร้างกรอบการทำงานที่สร้างความยุติธรรมและเป็นทางที่เป็นไปได้ ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะ 5 แนวทางที่จะนำไปสู่ความปรองดอง คือ 1. ทุกฝ่ายในสังคมต้องร่วมกันแบ่งปันความสุข มากกว่าแบ่งแยก 2. มีใจใฝ่ปรองดอง 3. วางกรอบแนวทางหรือโรดแมปสู่ประชาธิปไตยที่ชัดเจน 4. มุ่งดำเนินการตามหลักประชาธิปไตย และ 5. รัฐบาลต้องมีคำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่าจะทำให้มีชีวิตดีขึ้น ประชาธิปไตยต้องไม่ใช่เพียงการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือทำให้คนส่วนใหญ่เข้าไปมีอำนาจ แต่คนส่วนใหญ่ต้องมีความสัมพันธ์กับคนกลุ่มน้อย แบ่งปันพื้นที่ให้ทุกคน เข้ามามีส่วนในประชาธิปไตย รวมทั้งต้องมีหลักนิติธรรม ตุลาการต้องเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงและอคติ แต่ต้องตรวจสอบกันได้ ประชาธิปไตยจะทำงานได้ดี ถ้าสังคมมีหลักนิติธรรมชัดเจน นอกจากนี้การปรองดองจะทำได้ง่ายขึ้นถ้ารัฐบาลนั้น สร้างความเปลี่ยนแปลง ดูแลช่องว่าง โปร่งใส ในการทำงาน จัดการปัญหาทุจริตได้ ดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความปรองดองไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งสำคัญคืออย่ายอมแพ้ แม้จะดูยากแค่ไหน แต่จำเป็นและคุ้มค่าที่ทุกคนต้องมาปรองดอง สมานฉันท์กัน ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ส่วนผู้นำต้องนำ โดยมีประชาชนสนับสนุนและก้าวตามไปพร้อมๆกัน ทั้งนี้ การปรองดองต้องมีเจตจำนง ต้องกำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคและการปรองดองจะไม่เกิดขึ้นหากใช้ภาษาไม่แสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายหนึ่ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  03/09/2013

จ่อจับ “โดม บ้านตูล”

พล.ต.อ.รชต  เย็นทรวง  ที่ปรึกษา ผบ.ตร.  (สบ 10)  กล่าวว่า  ขณะนี้ตำรวจรู้ตัวคนร้ายมือยิงรายนี้แล้วชัดเจน กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอขออนุมัติศาลจ.นครศรีธรรมราช ออกหมายจับนายเกียรติศักดิ์  จันทร์คง อายุ 31 ปี ฉายา “โดม บ้านตูล”  ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งทราบว่าหลังก่อเหตุนายเกียรติศักดิ์ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว แต่เชื่อว่าตำรวจจะล่าตัวนายเกียรติศักดิ์มาดำเนินคดีได้ในเร็วๆนี้ ล่าสุดศาลจ.นครศรีธรรมราชมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 2 – 3 ปาก พร้อมให้บันทึกวีดิโอคำให้การของนายสิทธิศักดิ์  ใจงาม คนเจ็บที่นอนรักษาตัวในห้องไอซียู รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช มาเป็นหลักฐานให้ศาลพิจารณา เพื่อพิจารณาอนุมัติออกหมายจับนายเกียรติศักดิ์ต่อไป  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณียิงการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ได้รับรายงานว่าจะออกหมายจับ 1 ราย มีหลักฐานชัดเจน เป็นคนในพื้นที่ อ.ชะอวด จ.นคร ศรีธรรมราช สาเหตุเป็นเรื่องส่วนตัวเคยโกรธแค้นกันมาก่อนกับผู้ตาย ส่วนคนเจ็บเป็นลักษณะโดนลูกหลงไม่เกี่ยวข้องใดๆ

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงการ์ดม็อบสวนยางบริเวณพื้นที่ชุมนุม ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จนมีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัส ว่า ความคืบหน้าล่าสุดที่ตนได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.อดุลย์ และจากนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช มีความชัดเจนด้านพยานหลักฐานที่ชี้ได้ว่าการยิงเป็นลักษณะการยิงในระยะประชิด เพราะตรวจสอบพบคราบเขม่าดินปืนที่ตัวของผู้บาดเจ็บ และจากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่ามีเสียงและเห็นการทะเลาะเบาะแว้งกันก่อนที่จะมีการยิงกัน  ตรงนี้พอจะสันนิษฐานได้ว่าการที่บุคคลอื่นจะเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุมน่าจะกระทำได้ยาก เพราะผู้ชุมนุมมีการระมัดระวังป้องกันค่อนข้างหนาแน่น ทั้งหมดนี้คาดว่าภายในไม่กี่วันนี้คดีจะมีความคลี่คลายมากขึ้น ส่วนการเยียวยา ตนได้รับทราบจาก พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพว่าในวันที่ 3 ก.ย. จะเดินทางลงไปมอบเงินเยียวยาจำนวน 1 แสนบาท ให้กับญาติผู้สูญเสีย ตามพ.ร.บ. เยียวยาผู้เสียหายในทางคดีอาญา พ.ศ.2544   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

ลูกกระทิงแดงเจอหมายจับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 53 นายฤชา  ไกรฤกษ์  อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายคดีอาญาใต้ 1 นัดส่งฟ้องนายวรยุทธ  หรือ บอส อยู่วิทยา  อายุ 28 ปี บุตรชายนายเฉลิม  อยู่วิทยา  นักธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง “กระทิงแดง” 3 ข้อ โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและสำนักข่าวต่างประเทศจำนวนมากไปเฝ้ารอทำข่าวทายาทเจ้าของธุรกิจดังทั่วโลกครั้งนี้ ต่อมาเวลา 15.00 น. นายธนิต  บัวเขียว ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายวรยุทธ  เดินทางเข้าพบนายฤชา พร้อมนำไปรับรองแพทย์จาก M.B.B.S. (Singapore) ประเทศสิงคโปร์ ลงวันที่ 1 ก.ย. 56 มามอบให้ อ้างเหตุที่ลูกความไม่สามารถเดินทางมาได้เนื่องจากป่วยกะทันหัน ทั้งนี้ นายธนิตได้โชว์เอกสารใบรับรองแพทย์ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ

นายธนิต  บัวเขียว  ทนายความนายวรยุทธ  อยู่วิทยา  กล่าวว่า  นายวรยุทธขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพราะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ โดยก่อนหน้านี้เคยนำใบรับรองแพทย์โรงพยาบาลย่านปทุมธานี ไปให้อัยการแล้วเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นวันที่ 29 ส.ค. นายวรยุทธเดินทางไปทำธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์ จากเดิมคาดว่าจะกลับมาพบอัยการได้ทันตามนัด แต่กลับป่วยกะทันหันต้องเข้ารักษาตัว แพทย์ให้ความเห็นว่าต้องใช้ระยะเวลารักษา 2-3 วัน จึงเดินทางกลับไทยได้ โดยนายวีรยุทธมีความกังวลใจเช่นกันแต่ด้วยความจำเป็น ไม่มีเจตนาจะหลบเลี่ยง

ด้านนายฤชา  ไกรฤทษ์  อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายคดีอาญาใต้ 1 กล่าวว่า  พยายามโทรศัพท์ติดต่อญาติของนายวรยุทธ และทนายความมาตลอดแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อนายวรยุทธไม่มาพบในวันนี้ ทำให้ไม่สามารถนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ ทำให้ความผิดในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อันเป็นความผิดลหุโทษมีอายุความ 1 ปี ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย.นี้ ต้องหมดอายุความลง แต่ขอยืนยันว่า ไม่มีผลต่อสำนวนคดี ฉะนั้นในวันที่ 3 ก.ย. 56 จะประสานไปยังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายจับกุมนายวรยุทธเพื่อนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาล  ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาติดต่อเข้าพบพนักงานอัยการหลังจากที่เดินทางกลับจากสิงคโปร์จริง อัยการสามารถยื่นฟ้องได้ทันทีเช่นกัน แต่หลังจากนี้นายวรยุทธไม่มีสิทธิ์ที่จะขอเลื่อนอ้างเหตุใดๆได้อีก เนื่องจากมีพฤติกรรมหลบเลี่ยง และเมื่อยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว พนักงานอัยการจะยื่นคัดค้านการประกันตัวอีกด้วย ส่วนใบรับรองแพทย์ที่ทนายความผู้ต้องหาอ้างนั้นจะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด รวมถึงตรวจสอบการเดินทางออกนอกประเทศของนายวรยุทธด้วยว่า ช่วงเวลาสอดคล้องตรงกับใบรับรองแพทย์ที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  03/09/2013

รวน – รถหนึบหน้าด่านอีซี่พาสวุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากการปรับขึ้นค่าทางด่วนเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น ทำให้ผู้ใช้บัตรทางด่วนหรืออีซีพาสมีปัญหา เนื่องจากจำนวนเงินคงเหลือในบัตรที่อ่านเหลือต่ำกว่ามูลค่าที่มีอยู่จริง หรือไม่ตรงกับข้อมูลที่มีอยู่ ขณะเดียวกันยังพบปัญหารถบางคันไม่สามารถขับผ่านช่องทางได้เนื่องจากที่กั้นไม่เปิด เพราะระบุว่าไม่มีเงินอยู่ในบัตร จนเป็นหตุให้เกิดความโกลาหล  เพราะรถติดและบางคันต้องเปลี่ยนช่องใช้ช่องทางธรรมดาจ่ายเงินสดกับพนักงานแทน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม  กล่าวว่า  ขณะนี้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้บัตรเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติอีซีพาสเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการแจ้งยอดเงินคงเหลือที่บริเวณหน้าด่านกับบัตรอีซีพาสไม่ตรงกัน จนมีหลายคนเข้าใจว่าระบบโกงเงินจากผู้ใช้บริการหรือไม่ ขณะเดียวกันยังมีปัญหาประตูไม้กั้นในช่องเก็บค่าผ่านทางอีซีพาสไม่เปิดรับรถที่ใช้บัตรอีซีพาส ทำให้ผู้ใช้บริการต้องเสียเวลาถอยรถออกไป เพื่อใช้ช่องทางเก็บเงินปกติ และยังไม่มั่นใจว่าระบบได้หักเงินจากบัตรอีซีพาสไปหรือยัง นอกจากนี้ยังมีปัญหาการเติมเงินแล้ว แต่ไม่สามารถใช้บริการได้ เพราะบางคนเติมเงินตั้งแต่เที่ยงคืนของวันก่อนทางด่วนจะปรับขึ้นราคา แต่เมื่อถึงเวลาเข้าใช้บริการในช่องอีซีพาสวันรุ่งขึ้นที่ปรับขึ้นค่าผ่านทางแล้ว ปรากฏว่าไม่สามารถใช้บริการได้ จากปกติของรอนานสูงสุดไม่เกิน 4 ชั่วโมงหลังเติมเงินทำให้ต้องเสียเวลาให้เจ้าหน้าที่ไปเปิดไม้กั้นให้แทน ส่งผลต่อปัญหาการจราจรหน้าด่านหลายด่าน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  03/09/2013

“บอล” ทีมฆ่า “เอกยุทธ” ส่อพลิกลิ้น

พล.ต.ต.อนุชัย  เล็กบำรุง  รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดีฆ่า นายเอกยุทธ  อัญชันบุตร  นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง  เรียกประชุมชุดสอบสวน เพื่อสรุปสำนวนคดีส่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 หลังพนักงานอัยการส่งสำนวนกลับมาให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมาและให้ส่งสำนวนคืนภายใน 3 วัน โดยกล่าวว่า  จะมีการเร่งรัดส่งสำนวนให้พนักงานอัยการโดยเร็ว คาดว่าในช่วงบ่ายวันนี้น่าจะพร้อมส่งสำนวน โดยสำนวนที่ผ่านมาในขอบเขตของอำนาจพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วไม่มีอะไรบกพร่อง แต่ในมุมมองของพนักงานอัยการอาจจะขอให้เสริมอะไรบางอย่าง เพื่อให้สำนวนนั้นพร้อมมากยิ่งขึ้นมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะลงโทษผู้กระทำผิดได้ ส่วนกรณีการรวบรวมผลสรุปความคิดเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ไว้ในสำนวนด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ต.อนุชัย  กล่าวว่า  ดูตามกฎหมายโดยว่าตามพยานหลักฐาน ป.วิอาญา ให้อำนาจตามที่ กสม.ตั้งข้อสังเกตไว้เราก็รับไว้พิจารณาแต่ว่าในสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต้องเป็นไปตาม ป.วิอาญา ส่วนที่พนักงานอัยการให้สอบเพิ่มเติมไนประเด็นใดบ้างคงเปิดเผยไม่ได้ แต่ขอให้รอเวลาไม่นาน ถ้าคดีนี้อยู่ในชั้นพิจารณาศาลแล้ว จะเป็นไปด้วยความเป็นธรรมและเปิดเผย สามารถตอบคำถามได้ทุกส่วน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  03/09/2013

กิตติรัตน์ถกแกนนำ 4 ก.ย.

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  กล่าวถึงกรณีที่เกษตรกรชาวสวนยางจะชุมนุมใหญ่วันนี้ ว่า  จะไม่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคง) ในการดูแลการชุมนุมเพียงแต่มีการให้ทุกหน่วยงานประชุมเพื่อบูรณาการในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะช่วยในการประสานงานกับทุกกระทรวง และคงต้องประสานงานทั้งเรื่องความมั่นคง พร้อมลงไปทำความเข้าใจในพื้นที่ โดยบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย  เมื่อถามว่า เกษตรกรสวนยางยังยืนยันที่ราคากิโลกรัมละ 120 บาท  น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  ต้องขอความเห็นใจจริงๆ เราต้องไปพูดคุยในเรื่องของการดูแลความช่วยเหลือ และมีหลายๆมาตรการที่ภาครัฐได้ดำเนินการไปแล้วหลายอย่าง โดยมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงและชี้แจงประชาชนในพื้นที่ว่าเราได้มีการดำเนินการอะไรบ้างในหลายๆส่วน

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  กล่าวว่า  ในวันที่ 4 ก.ย.นี้ เวลา 14.00 น. ตนในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ได้นัดหมายกับแกนนำกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางประมาณ 12 – 15 คนที่ชุมนุมประท้วงอยู่บริเวณแยกบ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มาหารือกันที่ทำเนียบรัฐบาลและจะชี้แจงผลการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง รวมทั้งแผนการยกระดับราคายางระยะยาวที่ กนย.ได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองเศรษฐกิจไปก่อนหน้านี้ จากนั้น จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อสอบถามพูดคุยถึงข้อเรียกร้องที่เกษตรกรมีความต้องการเพิ่มเติม โดยจะนำข้อเสนอต่างๆของเกษตรกรไปหารือในที่ประชุม กนย.ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. ทันที เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเพิ่มเติมได้ตามข้อเรียกร้องหรือไม่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  03/09/2013

กนง.ปรับแผนรับ “ลดคิวอี”

นายศิริ  การเจริญดี  คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)  กล่าวว่า  ธปท.เตรียมรับสถานการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้นหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในการประชุมวันที่ 17 – 18 ก.ย.นี้ ขณะที่ประเมินว่าหากสหรัฐทำสงครามกับซีเรียจะส่งผลกระทบช่วงสั้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  03/09/2013

โต้เพ้อของแพง

นางวัชรี  วิมุกตายน  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  กล่าวว่า  ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ส.ค. 2556 เท่ากับ 105.41 สูงขึ้น 1.59% เทียบกับเดือน ส.ค. 2555 ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวต่ำสุดในรอบ 46 เดือน และเมื่อเทียบเดือน ก.ค. 2556 เงินเฟ้อลดลง 0.01% ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 8 เดือน สูงขึ้น 2.47% จากช่วยเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อขยายตัวชะลอลง เพราะน้ำมันและผักสดหลายชนิดราคาลดลง ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการจัดกิจกรรมส่งเสิรมการขาย มีเพียงกลุ่มอาหารสด และไข่ไก่ที่ราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ที่ 2.8 – 3.4% แม้จะมีการปรับขึ้นค่าทางด่วน ค่าก๊าซหุงต้ม เพราะกระทบเงินเฟ้อเพียง 0.1%

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  03/09/2013

รัฐบาลอ่วมยอดเงินจำนำข้าวทะยาน 6.7 แสนล้าน

นายบุญไทย  แก้วขันตี  รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  กล่าวว่า  จนถึงวันที่ 28 ส.ค. ธนาคารได้ใช้เงินทุน ธ.ก.ส.และเงินสำรองจ่ายไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2554/2555 และปีการผลิต 2555/2556 ไปแล้วทั้งสิ้น 1.5 แสนล้านบาท  ขณะที่โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/2556 (รอบที่ 1) ธ.ก.ส.ได้จ่ายเงินไปแล้ว 2.43 แสนล้านบาท โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/2556 (รอบที่ 2) ได้จ่ายเงินไป 8.56 หมื่นล้านบาท ข้าวเปลือก 6.01 ล้านตัน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้ทยอยคืนเงินค่าขายข้าวเปลือกในโครงการรับจำนำตั้งแต่ปีการผลิต 2554/2555 ให้ ธ.ก.ส.มาแล้ว 1.3 แสนล้านบาท และเงินทั้งหมดได้นำมาใช้หมุนเวียนในการรับจำนำข้าว โดยจนถึงวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกแล้ว 6.7 แสนล้านบาท แต่ได้เงินขายข้าว 1.3 แสนล้านบาท ทำให้วงเงินกู้โครงการอยู่ที่ 5.34 หมื่นล้านบาท เป็นเงินกู้สถาบันการเงิน 4 แสนล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินธ.ก.ส. เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถนำเงินระบายข้าวมาคืน ธ.ก.ส. ได้ในช่วงที่เหลือของปีจำนวน 4 หมื่นล้านบาท ทำให้กรอบวงเงินในสิ้นปีจะไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลสัญญาแล้วจะต้องจ่ายเงินกู้ให้กับ ธ.ก.ส. 3.2%

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  03/09/2013

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ขู่แห่ศพประท้วงม็อบกร้าวยกระดับรุนแรง! ปู่อิสระ – พี่น้ำฝนเปิดศึก “ฉี่” 2 วัดดัง ห้าม...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ส่งศพ “ภาวนา” ผ่าดับปริศนาญาติเชื่อโดนฆ่า ห้างติดป้ายเตือน “สุโขทัย” อ่วมหนักทะลักท่วมเมือง มติชน อดีตนางเอกดับปริศนาผ่าพิสูจน์!...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ซิ่งรถหรุชนดต.ดับจับไฮโซทายาทกระทิงแดง ชาดาไม่ให้ผ่าศพ ทดสอบน้ำท่วมไม่ต้องขนของหนี มติชน เจ้าสัวเฉลิมเคารพศพลั่นขอโทษลูกซิ่งเฟอร์รารีขยี้ด.ต. ไม่รื้อเรือนไม้ – ชะลอรร.ชูชัยแจงยิบ...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รัฐบาลลุยไฟ – จำนำข้าวรอบ 2  อีก 5 แสนล้าน ล่าคนขับ...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ศาลไม่ให้ประกันหมอพตอ.เกรงหนี-ขู่พยาน ศรีมหาโพธิกระเจิงท่วมหนัก บึมศาลาหน้าร.ร.2ผอ.เจ็บ!พร้อมทหารอีก 2 มติชน “ยงยุทธ” เดินหน้าตั้งผู้ว่าฯ ปชป.ขวางถกหาช่องสอยพ้นรมต....

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top