ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ข่มขืน – บีบคอฆ่า 3 ขวบล่าตาจอมโหด

คนไข้โคม่าติดม็อบ

จับ “แอดมิน” โจรชิงทอง 800 บาท

มติชน

รบ.ปัดอุ้มยางโลละ 92 ม็อบนัดฮือแกนนำ 4 ภาคเสียงแตก

หึ่ง “บุญส่ง” ไขก๊อกตลก.พิษปปช.ชี้มูล

หลอกขาย 4 แท่ง – 5 ล้านทองยัดไส้

ข่าวสด

“ชวน” โต้สื่อมะกันอ้างปชต.ไม่ใช่มีแค่ในสภา

สปีดโบ๊ตซิ่งชน 2 ศพ – ทะเลพัทยา

รัฐทุ่ม 2 หมื่นล้านแก้ยาง – รพ.ชะอวดวุ่น

เดลินิวส์               

ถกยางม็อบวอล์กเอาต์ 7 จว.อ่วม10สินค้าขาดแคลน

ใบกระท่อมสรรพคุณเจ๋ง

สปีดโบ๊ตชนยับ 2 ศพ

กรุงเทพธุรกิจ

รัฐเมินประกันราคายาง

ชี้ตลาดเงิน “ป่วน” ระยะสั้น

โพสต์ทูเดย์

ราคาอาหารพุ่ง

รับมือบาทอ่อนยาว

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

“มาเพราะม็อบ – ก็จะไปเพราะม็อบ”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

รื้อกันซะที

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

ไทยจะแพ้บริษัทบุหรี่ข้ามชาติ?

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน

กว่าจะ “เลือกตั้ง”  วันที่  29/08/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด

เฮลโล คิตตี้

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

ทำไมภาษาอังกฤษคนไทยอยู่อันดับท้ายๆในอาเซียน

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ข่มขืน – บีบคอฆ่า 3 ขวบล่าตาจอมโหด

พ.ต.อ.ธนิต  ไทยวัชรมาศ  ผกก.สภ.ศรีราชา  กล่าวว่า  ก่อนหน้านั้นนางอ้อยแม่ของน้องโบ ได้เข้าแจ้งความว่าน้องโบถูกนายเปรม หรือเลียม  เจริญสุข  ข่มขืนและทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะนายเปรมมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ไม่มีงานทำและมักทุบตีน้องโบเป็นประจำ แต่ครั้งนี้กระทำอย่างรุนแรงถึงกับเสียชีวิต ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านายเปรมได้ลวงน้องโบออกไปนอกบ้านแล้วข่มขืนและเด็กอาจร้องเลยถูกทำร้ายโดยต่อยท้องและบีบคอหวังข่มขู่ก่อนพากลับบ้านแต่เหยื่อกลับมีอาการรุนแรงจนต้องส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายเปรมและได้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจแบ่งกำลังออกตามตัวนายเปรมมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนศพน้องโบนำส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจเพื่อพิสูจน์อีกครั้ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  29/08/2013

รบ.ปัดอุ้มยางโลละ 92 ม็อบนัดฮือแกนนำ 4 ภาคเสียงแตก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเตรียมความพร้อมของเครือข่ายชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ ซึ่งนัดชุมนุมใหญ่พร้อมกันในวันที่ 3 ก.ย. มีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก โดยในส่วนของภาคใต้ เกษตรกรชาวสวนยางใน 14 จังหวัดภาคใต้  นัดรวมตัวกันที่สหกรณ์สุราษฎร์ธานีหรือโค – ออป โดยยึดหลักยุทธวิธี 3+1  คือ ตัวแทนชาวสวนยางชุมนุมอยู่ในภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม 3 จุด ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก จะส่งตัวแทนเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นข้อเรียกร้อง ขณะที่กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในบางพื้นที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมใหญ่ดังกล่าวและปฏิเสธการเข้าร่วม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  29/08/2013

หึ่ง “บุญส่ง” ไขก๊อกตลก.พิษปปช.ชี้มูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเรียกเงินเดือนเงินประจำตำแหน่งของบุตรชายนายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คืนจากนายบุญส่งจากการที่อนุญาตให้บุตรชายลาไปศึกษาต่อต่างประเทศโดยพลการ แต่ยังคงรับเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญนั้น หลังจาก ป.ป.ช.มีมติ ปรากฎว่าบรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปในทำนองรู้สึกเสียดาหากนายบุญส่งจะลาออก เพราะหากยังดำรงตำแหน่งจะถูกกดดันในเรื่องจริยธรรม เนื่องจากที่ผ่านมานายบุญส่งค่อนข้างเป็นกันเองกับข้าราชการ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  29/08/2013 

หลอกขาย 4 แท่ง – 5 ล้านทองยัดไส้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา พ.ต.ท.ถาวร เหล่าโพธิ์  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ควบคุมตัวนางวรนุช  กันโต อายุ 44 ปี  ชาว จ.สิงห์บุรี และนางศิริพร  จิตรติกรกุล อายุ 41 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหามาสอบปากคำ ในคดีขายทองคำแท่งยัดไส้ให้ร้านทองในตัวเมือง จ.นครราชสีมา จำนวน 4 แท่ง แท่งละ 1 กิโลกรัม รวม 4 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดย พ.ต.อ.วณัฐ  อรรถกวิน รองผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เป็นผู้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ส.ค. เจ้าของร้านทองกรุงเทพ ตราหัวใจคู่ และ เจ้าของร้านทองไทยเฮ้งล้งตราช้าง เขตเทศบาลนครราชสีมา แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมาว่ามีคนร้ายนำทองคำแท่งยัดไส้ 4 แท่ง มาขายให้ร้านทองทั้ง 2 แห่ง แห่งละ 2 แท่ง โดยนำมาขายเมื่อวันที่ 22 ส.ค. และ 27 ส.ค. วันละ 1 แท่ง ทางร้านรู้สึกผิดปกติ จึงนำทองคำแท่งจำนวนหนึ่งไปเผาไฟ 3,000 องศาเซลเซียส ปรากฎว่ามีสิ่งแปลกปลอมทะลุออกมาจากทองคำ จึงทราบว่าทองคำแท่งดังกล่าวยัดไส้ สอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่าซื้อทองคำแท่งมาจากร้านค้าแห่งหนึ่งในจ.นครราชสีมา โดยไม่ทราบว่ามีการยัดไส้ เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่มีหลักฐานชัดเจนคือทองคำแท่งยัดไส้ที่นำไปขายให้ร้านทอง จึงแจ้งความข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ นำตัวไปดำเนินคดีต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  29/08/2013  

“ชวน” โต้สื่อมะกันอ้างปชต.ไม่ใช่มีแค่ในสภา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ในนิวยอร์กไทมส์ ว่า ตนอ่านฉบับภาษาอังกฤษ ความรู้สึกจะไม่ตรงกับที่อ่านจากมติชน เพราะถ้อยคำไม่ได้เป็นลักษณะนั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้มีการออกมาเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมนอกสภามากยิ่งขึ้น อาจดูแตกต่างไปจากบทบาทที่เขาได้เห็นก่อนหน้านี้ ซึ่งตนยืนยันมาตลอดว่า การทำกิจกรรมนอกสภาไม่ได้ละทิ้งแนวคิด หลักการที่ต้องการส่งเสริมระบบรัฐสภา เพราะไม่ได้เคลื่อนไหวในลักษณะที่ทำผิดกฎหมาย เผาบ้านเผาเมือง เอากองกำลังติดอาวุธเข้ามา แต่ทำอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ ที่สำคัญประเด็นที่เคลื่อนไหวก็ไม่ใช่ประเด็นที่จะไปล้มล้างรัฐบาลขณะนี้ แต่เคลื่อนไหวต่อต้านกฎหมายที่จะทำให้ระบบรัฐสภาเสื่อมลงไป ดังนั้นขอให้อ่านฉบับภาษาอังกฤษจะได้อารมณ์ของการสะท้อนที่ชัดเจนกว่า

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนิวยอร์กไทมส์โจมตีพรรคประชาธิปัตย์เคลื่อนไหวนอกสภา ละทิ้งอุดมการณ์รัฐสภา ว่า ยืนยันแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในระบบรัฐสภา การชุมนุมภายนอกสภาเป็นการทำ ตามกรอบรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ทำผิดกฎหมายเหมือนที่อีกฝ่ายเคยทำ ฝ่ายที่ผิดกฎหมายคือคนที่เผาบ้านเผาเมือง พรรคประชาธิปัตย์ทำด้วยความชอบธรรม และตนก็พูดได้เต็มปากว่าเป็นนักประชาธิปไตย ปัญหาการเมืองในขณะนี้คือคนของรัฐบาลพยายามทำให้เกิดปัญหา ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เหมือนกับคนของรัฐบาล ขอร้องว่าอย่าทำให้เกิดความสับสน เนื่องจากระบอบประชาธิป ไตยไม่ใช่อยู่ในรัฐสภาอย่างเดียว

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากไปอ่านเนื้อหาภาษาอังกฤษจะพบว่าเขียนถึงพรรคประชาธิปัตย์ จากเดิมเคลื่อนไหวในสภาเพียงอย่างเดียวแต่ตอนนี้มาเคลื่อนไหวนอกสภาอีกทางหนึ่งด้วยเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามที่พรรคย้ำและเปิดเผยเรื่องแนวทางการเดินเกมนอกสภามาตลอด ซึ่งแตกต่างจากเนื้อหาที่แปลออกมาเป็นภาษาไทยของสื่อบางฉบับที่ตีความออกมาให้มันแย่  เมื่อถามกรณีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานส.ส.และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ไปพบสมณโพธิรักษ์ เจ้าสำนักสันติอโศก เพื่อหาแนวร่วมเคลื่อนไหวนอกสภา นายชวนนท์  กล่าวว่า เราจับมือกับทุกฝ่ายที่มีแนวคิดรักษาบ้านเมืองเหมือนกัน และขอเชิญประชาชนทุกฝ่ายที่ต้องการรักษาประเทศ ไทยให้มาร่วมกับเราด้วย ส่วนจะเป่านกหวีดเมื่อไรนั้นคงต้องประเมินสถานการณ์กันก่อน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  29/08/2013

สปีดโบ๊ตซิ่งชน 2 ศพ – ทะเลพัทยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ร.ต.ท.สมบัติ แก้วมูลมุข ร้อยเวรสภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ตชนเชือกสมอเรือมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสหลายรายบริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยพ.ต.อ.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ.เมืองพัทยา นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง, นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา นำกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า แพทย์ ร.พ.พัทยาเมโมเรียล และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ  ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณท่าขึ้นเรือห่างจากฝั่งประมาณ 200 เมตร พบเรือสปีดโบ๊ตขนาด 2 เครื่องยนต์ ชื่อ “โชคสุวรรณี 17″ สีขาวน้ำเงิน อยู่ในสภาพมีร่องรอยการชนจนกราบเรือด้านขวาพังเสียหายทั้งแถบและกำลังจะจมลงสู่ก้นทะเล มีนักท่องเที่ยวชาวจีนกระเด็นตกน้ำกระจัดกระจายลอยคออยู่ในทะเลหลายราย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำเรือไปลำเลียงทั้งหมดมาขึ้นฝั่ง พบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิต 2 คนจมอยู่ในทะเล เจ้าหน้าที่จึงนำขึ้นมาทราบชื่อภายหลังคือนายดง เฟวยู อายุ 30 ปี สัญชาติจีน สภาพศพถูกใบพัดเรือเฉือนเข้าที่ชายโครงซ้ายเป็นแผลเหวอะหวะ และนายชางเต่า อายุ 29 ปี สัญชาติจีน มีบาดแผลถูกใบพัดเรือตัดบริเวณลำคอและตามร่างกายหลายแห่ง

ด้าน นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา  กล่าวว่า หลังเกิดเหตุจึงรีบรายงานไปยังนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และนายคมสัน เอกชัย ผวจ.ชลบุรี ให้รับทราบข้อมูลแล้ว ซึ่งทางผู้ว่าฯ สั่งการให้สอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ พร้อมกำชับให้ดูแลนักท่องเที่ยวที่รอดชีวิตอย่างเต็มที่และทำความเข้าใจกับญาติ เบื้องต้นโดยส่วนตัวสันนิษฐานว่าคนขับรถสปีดโบ๊ต น่าจะขับเข้าฝั่งด้วยความเร็วสูงจนไปชนกับเชือกสมอเรือ ซึ่งน่าจะเกิดจากความประมาท คงต้องรอให้อาการของคนขับเรือดีขึ้นเพื่อสอบถามสาเหตุที่แน่ชัด พร้อมกับสอบปากคำพยานแวดล้อมเพื่อหาข้อสรุปของเรื่องนี้ ส่วนจะบรรทุกเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ คงต้องรอตรวจสอบสอบอีกครั้ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  29/08/2013

รัฐทุ่ม 2 หมื่นล้านแก้ยาง – รพ.ชะอวดวุ่น

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวกลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ หลังม็อบยางพารายังยืดเยื้อและปิด เส้นทางคมนาคมในพื้นที่ ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ว่า ขอให้ใจเย็นๆ รัฐบาลมีวิธีแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว สำหรับความเดือดร้อนของประชาชนที่สัญจรไปมาไม่ได้ตามปกติ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้บริการและอำนวยความสะดวกในส่วนที่ทำได้ และวันที่ 29 ส.ค.นี้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ จะเป็นผู้ชี้แจง

นายศักดิ์ชัย ชัยเชื้อ นายอำเภอชะอวด กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดถนนสายบ้านตูล-ชะอวด และปิดเส้นทางรถไฟว่าส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนหลายกลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นผู้ป่วยอาการหนัก แต่ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชไม่ได้ ต้องส่งไปที่โรงพยาบาลพัทลุงที่มีความพร้อมน้อยกว่า ทำให้ผู้ป่วยเกิดความเสี่ยง และกลุ่มต่อมาคือนักเรียนชาวชะอวดที่ต้องไปโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง เกิดความไม่สะดวก โดยเฉพาะช่วงนี้มีสอบเก็บคะแนน

ด้านเภสัชกรหญิงวาสนา ศรีรุ่ง กล่าวว่า การจัดส่งยาเร่งด่วน เช่น ยาเรื้อรังพบว่า บริษัทเข้ามาส่งยาไม่ได้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางคนไม่คุ้นเส้นทาง ต้องขาดงาน

ขณะที่นายประ พันธ์โชติ เสนาชู หัวหน้าฝ่ายประกันสุขภาพ ร.พ.ชะอวด กล่าวว่า ขอให้ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางด้วย เพราะขณะนี้ผู้ป่วยฉุกเฉินหนัก เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เกิดอันตราย แต่ส่งตัวไปรักษาต่อยังร.พ.มหาราชนครศรี ธรรมราชที่มีแพทย์เชี่ยวชาญกว่าไม่ได้

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีคณะที่ 1 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบปี 2557 ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) โดยอนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาทเพื่อเป็น การเพิ่มรายได้ และลดความเสี่ยงของเกษตรกรผู้ปลูกยางพารารายย่อย เตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในการประ ชุมวันอังคาร 3 ก.ย.นี้ต่อไป  นอกจากนั้น ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบให้นำเงินสงเคราะห์ที่เก็บจากผู้ส่งออกยาง หรือค่า CESS (เซส) มาสนับสนุนการโค่นยางพาราที่มีอายุมากกว่า 25 ปี ซึ่งปัจจุบันเงินค่า CESS มีอยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยแนวทางการดำเนินการคือจะสนับสนุนให้เกษตรกรบางส่วนเปลี่ยนจากการปลูกยาง พาราไปปลูกพืชพลังงานที่จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นคือปาล์มน้ำมัน โดยเกษตรกรที่โค่นยางพาราและมาปลูกปาล์มน้ำมันจะได้เงินสนับสนุนมากกว่าเกษตรกรที่โค่นยางพาราแล้วกลับไปปลูกยางพาราเหมือนเดิม ซึ่งการโค่นยางพาราที่มีอายุมากกว่า 25 ปีแล้วเปลี่ยนพื้นที่เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันจะช่วยลดปริมาณผลผลิตยางพาราในประเทศและช่วยยกระดับราคายางพาราเพิ่มขึ้นได้  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด

นายยุคล  ลิ้มแหลมทอง  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 1 ด้วย กล่าวว่า  ที่ประชุมได้เห็นชอบงบประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางทั้งระบบ ซึ่งนอกจากสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาทที่นำมาช่วยเหลือสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปเบื้องต้น และผู้ประกอบการแปรรูปยางพาราแล้ว ยังมีการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรรายย่อยอีก 5,628 ล้านบาท ส่วนข้อเรียกร้องของเกษตกรผู้ปลูกยางพารากรณีให้รัฐบาลประกันราคาที่กิโลกรัมละ 100 – 120 บาทนั้น ที่ประชุมไม่เห็นชอบ เพราะไม่ส่งผลให้ราคาในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ไทยจะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และร่วมมือกับอินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่ก็ไม่สามารถควบคุมราคายางได้ ราคายางในตลาดโลกยังถูกกำหนดโดยผู้ซื้อ ดังนั้นการกว้านซื้อยางในราคาที่นำตลาดตามเงื่อนไขของเกษตรจะส่งผลให้รัฐบาลมีภาระสต็อกที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังส่งผลให้ราคายางดิ่งลงไปอีก   (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

ถกยางม็อบวอล์กเอาต์ 7 จว.อ่วม10สินค้าขาดแคลน

นายธนิต  โสรัตน์  เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวถึงกรณีการปิดถนนประท้วงของชาวสวนยางในภาคใต้ ว่า  ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบเรื่องของการขาดแคลนสินค้าและเรื่องของราคาสินค้าปรับขึ้นราคา เนื่องจากสินค้าประเภทอุปโภคและบริโภคที่ภาคใต้ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอหรือไม่สามารถผลิตได้นั้น ส่วนใหญ่ยังมีสต๊อกไว้ประมาณ 10 วัน แต่หากมีการปิดถนนมากกว่านั้น เชื่อว่าสินค้าบางประเภทอาจประสบปัญหาขาดแคลนและสินค้าบางตัวอาจปรับขึ้นราคาได้ ดังนั้นภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเจรจาหาทางออกกับชาวสวนยางให้เร็วที่สุด ทั้งนี้จะมี 7 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับกระทบโดยตรง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  29/08/2013

ใบกระท่อมสรรพคุณเจ๋ง

นายชัยเกษม  นิติสิริ  รมว.ยุติธรรม  กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกกระท่อมจากยาเสพติดประเภท 5 และนำมาใช้ทดแทนหรือบำบัดผู้ติดยาเสพติด ว่า หากจะมีการแก้กฎหมายยกเลิกกระท่อมจาก พ.ร.บ.ยาเสพติด จะต้องมีข้อมูลงานวิจัยทางวิชาการที่ชัดเจนสนับสนุน ที่สำคัญคือการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หากมีข้อมูลสนับสนุนและสังคมให้การยอมรับ ก็สามารถผลักดันให้เป็นจริงได้ เบื้องต้นจากการหารือกับผู้เชี่ยวชาญพบว่าใบกระท่อมมีสารอัลคาลอยด์ซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดมีทราไกไน แต่ออกฤทธิ์ในการเสพติดน้อยมาก เมื่อเทียบกับการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังที่มีกาเฟอีนผสมอยู่ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถนำใบกระท่อมมาใช้ทดแทนยาบ้าได้หรือไม่ ทั้งนี้เชื่อว่าข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นทางออกหนึ่งให้กับผู้ที่มีความเครียดหรือผู้ที่ต้องการเลิกยาเสพติด ดังนั้นจะต้องเข้าไปตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการกำหนดให้กระท่อมเป็นยาเสพติด การยกเลิกเพราะส่วนตัวเห็นว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  29/08/2013

ชี้ตลาดเงิน “ป่วน” ระยะสั้น

นายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  กล่าวว่า  หากต้องการให้เศรษฐกิจไทยหลุดพ้นจากสถานการณ์เงินทุนไหลออก หรือมีความเสี่ยงที่จะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรทติ้ง) เหมือนกับที่อินโดนีเซียและอินเดีย เผชิญนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรา ต้องชี้แจงให้นักลงทุนต่างชาติทราบว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ในเวลานี้มีความแตกต่างกัน ช่วงนี้ยังมีเงินไหลออกอยู่บ้าง แต่การไหลออกไม่ได้มากนัและไม่ได้สร้างปัญหาใดๆ โดยอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนี้ถือว่ามีความยืดหยุ่นพอควร ซึ่ง ธปท. พยายามติดตามว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไปจนกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจหรือไม่ หากเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไป ธปท.เองก็มีเครื่องมือเพียงพอที่จะดูแลให้มีเสถียนภาพ  “เงินที่ไหลออกคงเป็นเงินระยะสั้น และเชื่อว่าเมื่อนักลงทุนหายแตกตื่นก็คงจะดีขึ้น สถานการณ์ในช่วงนี้เป็นเพียงการม้วนกลับของเงินทุนต่างประเทศ เพราะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเงินเข้ามาในตลาดเกิดใหม่มาก เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐยุโรป และญี่ปุ่นมีปัญหา แต่พอเศรษฐกิจเขาเริ่มฟื้น เงินที่เคยเข้ามาก็กลับออกไปบ้างเป็นเรื่องธรรมดา”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  29/08/2013

ราคาอาหารพุ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กระทรวงพาณิชย์คาดว่าการขึ้นราคาก๊าซหุงต้มวันที่ 1 ก.ย.นี้ จะทำให้พ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) จานละ 5 – 10 บาท แม้ว่าต้นทุนอาหารจานด่วนจะปรับขึ้นไม่สูงนักก็ตาม กรมการค้าภายในจึงเตรียมส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานค้าภายในจังหวัดปูพรมพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าทั่วประเทศป้องกันการฉวยโอกาสดังกล่าว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  29/08/2013

รับมือบาทอ่อนยาว

นายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  กล่าวว่า  แม้ว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาคทั้งคู่ค้าและคู่แข่ง ถือว่าการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทอยู่ในระดับปานกลางยังไม่มีปัญหามากนัก ธปท.จะปล่อยให้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเป็นไปตามกลไกตลาด และจะติดตามประเมินการเปลี่ยนแปลง หากพบว่าเกิดความผันผวนจนมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไปจนอาจกระทบเศรษฐกิจ ธปท.ก็พร้อมเข้าไปดูแล ผ่านเครื่องมือการเงินที่มีอยู่

นายกิตติรัตน์  ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  กล่าวว่า  ไม่รู้สึกกังวลกับค่าเงินบาทที่อ่อนลงมากนัก เพราะเงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับไม่สูงมาก แต่มีสัญญาณให้ไทยต้องระมัดระวังการนำเข้าและการขาดดุลการค้ามากขึ้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  29/08/2013

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ปชป.สับขุนค้อนจอมป่วน!มีแผนยึดสภาสูง ซูเอี๋ยรีสอร์ตเสม็ด สยอง – สลิงขาดท่อเหล็กทับดับ มติชน “บิ๊กตู่” แนะสภาเลิกทะเลาะจี้ยึด...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ทนายแฉไอ้บอลปูดจ้าง 3 ล้านคนมีสีฆ่าเอกยุทธ อียิปต์สลายม็อบล้มตาย – เจ็บเพียบ ปอท.ไม่สนกระแสต้านล้วงตับ “ไลน์”...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ดันหลังบรรหารตื้อปชป.มาร่วมวง – ปฏิรูป รวบ “หัวหน้าแก๊ง” ปลอมพาสปอร์ต “รถตู้” ชนวินาศ...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ที่ลือกันก็เป็นจริงเอ๋ควงเจนี่โชว์ทะเบียนสมรส โหวตพรบ.นิรโทษฯผ่านฉลุย 3 โจ๋ยำแท็กซี่ดับแค่ขับรถปาดกัน มติชน นิรโทษฉลุย 300 –...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ภาคใต้อัมพาตสินค้าติดแหง็ก – เสียหายยับ ปฏิรูปเห็นแสงสว่าง กะซวกสยองดับพยาบาล มติชน “บิ๊กอู๋” เปิดวอร์รูมรับ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top