ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ดันหลังบรรหารตื้อปชป.มาร่วมวง – ปฏิรูป

รวบ “หัวหน้าแก๊ง” ปลอมพาสปอร์ต

“รถตู้” ชนวินาศ 9 ศพ

มติชน

ม็อบยางปิดทางรถไฟเจรจาวุ่นดันคอนเทนเนอร์ขวางราง

เด้ง “อารีพงศ์” – “รังสรรค์” แทน

สื่อนอกชี้ทิ้งแนวทางสภาจัดหนักปชป.

ข่าวสด

สื่อมะกันแฉลั่นโลกมึนปชป.ลุยถนน – ทิ้งสภา

ดับหมู่ 9 ศพรถตู้เถื่อนชนท้ายพ่วง

เสพติดใหม่ – ยาแก้ปวด

เดลินิวส์               

รถตู้ซิ่งเสียบสยองเสยพ่วงเละ 9 ศพเจ็บระนาว

จ่อยิงสะใภ้หลานวัยแบเบาะ

ปูหวั่นอาชีวะเก๊ผสมโรงม็อบ

กรุงเทพธุรกิจ

ทุ่ม 2.5 หมื่นล. “อุ้มยาง”

ตลาดหลัก “ทรุด” ฉุดส่งออก

โพสต์ทูเดย์

เจ๊ง 2 แสนราย

เงินทุนป่วนไทยยาว

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

นโยบาย “ขายประเทศ” แลกพรรค

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

กลัวจะเหี่ยวปลาย

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

อีโคคาร์ 2 มาแล้วอย่าลืมช่วยเอสเอ็มอีไทย

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

แก้ปัญหาราคา “ขาลง”

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)

พฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ

คอลัมน์  พญาไม้ทูเดย์  โดย พญาไม้  (บางกอกทูเดย์)   

จีที 200  วันที่ 26/08/2013

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

ท่านผู้เฒ่าลีกวนยู : เหมือนจะสั่งลาด้วยใจพะวง

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ดันหลังบรรหารตื้อปชป.มาร่วมวง – ปฏิรูป

ร.ท.หญิงสุณิสา  เลิศภควัต  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  รัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและสละเวลามาเข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง หลายคนเตรียมตัวและทำการบ้านมาอย่างดี  ผ่านการคิดวิเคราะห์หรือศึกษาวิจัย ทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ หลังจากนี้เป็นขั้นตอนของการเสนอชื่อคณะทำงานด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมือง เพิ่มเติม การประชุมครั้งหน้าคงจะเริ่มเห็นโครงสร้างคณะทำงานและรูปแบบการขับเคลื่อนโรดแม็ปที่ชัดเจนมากขึ้น ส่วนนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และ ส.ว.บางคน โจมตีว่าเป็นเพียงการเล่นปาหี่นั้น ถือเป็นข้อหาที่ไม่เป็นธรรมกับรัฐบาล เพราะได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่คิดต่างเข้ามามีส่วนร่วมแล้วแต่ถูกปฏิเสธ จึงไม่ควรโทษรัฐบาล อย่างไรก็ตามนายพงศ์เทพ  เทพกาญจนา  รองนายกรัฐมนตรียืนยันว่าหลังจากนี้  นายบรรหาร  ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี จะเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมเวทีปฏิรูปอีก และจะส่งรายงานสรุปผลการประชุมไปให้ด้วย หากพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายอื่นในการหาทางออกให้ประเทศเอาแต่ดิสเครดิตรัฐบาล อาจจะถูกมองว่าไม่มีความจริงใจในการสร้างความปรองดอง

ด้านนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  รัฐบาลกำลังเดิน 2 ขา คือ 1. หาเวทีที่คิดว่าจะสร้างความชอบธรรมในการที่จะมารองรับการแก้ รธน. หรือทำกฎหมายนิรโทษกรรม และในเรื่องเศรษฐกิจที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมานั้น อาจจะเพื่อมาสร้างความชอบธรรมเรื่องการกู้เงิน 2. อีกด้านก็เอามวลชนกดดันตลอดเวลา สรุปว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าสู่การทำความขัดแย้งในสังคม พยายามสร้างความชอบธรรมใน 7 กรอบที่สรุปมานั้น เขาทำงานกันเรื่องนี้มาทั้งหมดแล้ว และที่รัฐบาลกำลังทำในเชิงนโยบายทุกด้านนั้น เป็นอย่างนั้นหรือไม่ ทั้งนี้ความขัดแย้งในปัจจุบันเป็นเรื่องเดียวกับเรื่องที่จะปฏิรูปในอนาคต และได้บอกว่าทำไมงานของคนอื่นอย่างนายคณิต  ณ นคร นายอานันท์  ปันยารชุน หรือ นพ.ประเวศ  วะสี ซึ่งทำเรื่องเหล่านี้มา ไม่มีความหมายเลย จะต้องให้นายบรรหาร ศิลปอาชา  แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาทำใช่หรือไม่ ถึงจะยอมรับกันได้ ซึ่งตนไม่ปฏิเสธความพยายามสร้างการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตประเทศ แต่ปัญหาคือเขาทำกันมาเยอะแล้วแต่รัฐบาลปฏิเสธ เพราะข้อเสนอแนะนั้นไม่ถูกใจรัฐบาล เพราะขัดผลประโยชน์ตัวเองก็ไม่ทำ ต้องไปสร้างเวทีขึ้นมา หรือหาเวทีขึ้นมาจนกว่าจะได้คำตอบที่ตัวเองต้องการ นี่คือแนวทางของการทำงานของรัฐบาลนี้กับคนเสื้อแดง

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์  ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า  วิปฝ่ายค้านมีความเห็นว่าเป้าหมายสุดท้ายของการตั้งเวทีปฏิรูปการเมืองอยู่ที่การแก้ไข รธน. เพื่อหาทางเข้าประเทศให้บางคนมากกว่าหาทางออกให้ประเทศ โดยข้อสรุป 7 ข้อของเวทีดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 ส.ค. เกือบทุกข้อรัฐบาลสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคณะกรรมการชุดต่างๆมีข้อเสนอความเห็นอีกและเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม ควรเป็นคนแรกที่ต้องปฏิรูป ทั้งนี้มีข้อเสนอแนะ 4 ข้อ คือ 1. นายกฯควรเข้าร่วมประชุมสภาทุกครั้ง เพื่อสะท้อนความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เป็นสภาทาสเหมือนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ 2. นายกฯต้องไม่ปล่อยปละละเลยการใช้กลไกอำนาจรัฐกลั่นแกล้งฝ่ายที่เห็นต่าง 3.รัฐบาลต้องไม่ทุจริต โดยรณรงค์ปราบปรามทุจริตอย่างจริงจัง เริ่มจากนายกฯและรัฐมนตรีต้องเป็นตัวอย่างไม่ใช่ปาหี่สร้างภาพ 4. นายกฯต้องประสานให้ถอนหรือระงับกฎหมายนิรโทษกรรมและการแก้ไข รธน.จนกว่าจะมีคำตอบที่ชัดเจนจากเวทีปฏิรูปการเมือง

นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  ข้อสรุป 7 ข้อจากการประชุมเวทีปฏิรูปการเมืองนัดแรกถือว่าไม่มีอะไรใหม่ แต่กลับหยิบประเด็นที่ถูกใจ เช่น การเยียวยา  ดังนั้น การตั้งสภาปฏิรูปการเมืองครั้งนี้จึงเป็นเพียงเครื่องมือไปสู่การแก้ไข รธน. ออกกฎหมายล้างผิด คืนทรัพย์สิน เป็นการหาบุคลากรมาประทับตรายางรับรองความถูกต้องเท่านั้น เป็นแค่สภาปาหี่ปฏิรูป ขอให้นายกฯปฏิรูปตัวเองก่อนที่จะเรียกร้องความร่วมมือจากฝ่ายอื่นปัญหาสำคัญคือนักการเมืองบางจำพวกที่พยายามอยู่เหนือกฎหมาย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  27/08/2013  

รวบ “หัวหน้าแก๊ง” ปลอมพาสปอร์ต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ส.ค. พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์  ยุกตะทัต  รอง ผบช.สตม. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงจับกุมนายไพบูลย์ หรือ บุ๊ง  ศรีวัชระโรจน์ อายุ 55 ปี ชาว กทม. พร้อมของกลางหนังสือเดินทางสัญชาติฝรั่งเศสปลอม 18 เล่ม หนังสือเดินทางสัญชาติสเปนปลอม 25 เล่ม แผ่นปะตรวจลงตราวีซ่าสัญชาติแคนาดาปลอม 25 แผ่น แผ่นปะตรวจลงตราวีซ่าสัญชาติอินเดียปลอม 25 แผ่น และแผ่นปะตรวจลงตราวีซ่าสัญชาติอินโดนีเซียปลอม 25 แผ่น เบื้องต้นผู้ต้องหาไม่ยอมให้การใดๆ แต่ตำรวจตรวจพบมือและเล็บเปื้อนหมึก เมื่อนำส่งสำนักพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจยืนยันเป็นหมึกและสีชนิดเดียวกันกับหนังสือเดินทางปลอมของกลางที่ผู้ต้องหาถือมา พนักงานสอบสวน สตม.ได้ดำเนินคดี พบประวัติเป็นมือปลอมหนังสือเดินทางอันดับต้นๆของวงการไทย เคยถูกตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี จับกุมข้อหาร่วมกันปลอมเอกสาร เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 43  ถูกตำรวจสันติบาลจับกุมข้อหาพิมพ์หนังสือเดินทางประเทศสโลวีเนียปลอมกว่า 5,000 เล่ม ในปีเดียวกัน จากนั้นถูก กก.สส.บก.น.6 สน.บางนา และ สน.บุปผาราม จับข้อหาเดิม ครั้งสุดท้ายปี 52 ถูกผู้ต้องหาชาวปากีสถานซัดทอดพฤติกรรมทำหนังสือเดินทางประเทศสหรัฐอเมริการปลอมกว่า 1,000 เล่ม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  27/08/2013

“รถตู้” ชนวินาศ 9 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ร.ต.ท.ศักดิ์ชัย  จันทนะ  พงส.สภ.บางขนาก จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารชนท้ายรถพ่วงมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่บริเวณถนนสายบางขนาก – บางน้ำเปรี้ยว กม.1 ม.3 ต.บางขนาก จ.ฉะเชิงเทรา จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างปราจีนบุรี – กทม. ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ของ หจก.โชควงศ์ทองธุรกิจ จอดอยู่ข้างทางฝั่งขาเข้า อ.บางน้ำเปรี้ยว สภาพรถตู้ตัวถังด้านหน้าพังยับเยิน เบาะนั่งผู้โดยสารหลุดกระจายเกลื่อนถนน พบผู้เสียชีวิต 9 คน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 7 คน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งรพ.บางน้ำเปรี้ยวแล้วถูกส่งต่อไปรพ.พุทธโสธร จากการสอบสวนนายวิโรจน์ วงษ์กฎ อายุ 30 ปี คนขับรถพ่วงทราบว่า ขับรถพ่วงคันดังกล่าวออกมาจากโรงงานเครื่องดื่มกระทิงแดง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เพื่อนำสินค้าไปส่งที่บริษัท เดอเบล จำกัด ที่กรุงเทพฯ แล้วเกิดรถเสียจึงจอดข้างทางเพื่อรอให้ช่างมาดู ขณะที่กำลังหลับอยู่ได้ยินเสียงรถชนพ่วงท้าย จึงลงมาดูก็เห็นรถตู้คันดังกล่าวอัดก็อบปี้ ขณะที่นายอนุสรณ์  ศรีวิชัย อายุ 20 ปี คนขับรถตู้ ให้การว่ารับผู้โดยสารมาจากตัวเมืองปราจีนบุรี มุ่งหน้าไปส่งที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มาถึงจุดเกิดเหตุรถเสียหลักพุ่งชนท้ายรถพ่วงอย่างแรง  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหานายอนุสรณ์ 2 ข้อหา นำรถไม่ได้จดทะเบียนสาธารณะมารับส่งผู้โดยสาร และขับรถโดยประมาท ส่วนคนขับรถพ่วงแจ้งข้อหาจอดรถกีดขวางทางจราจร ไม่ให้สัญญาณทำให้เกิดอุบัติเหตุ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  27/08/2013

ม็อบยางปิดทางรถไฟเจรจาวุ่นดันคอนเทนเนอร์ขวางราง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  การชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรสวนยาง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  ที่ปักหลักปิดถนนบริเวณสี่แยกควนหนองหงส์ ถ.เอเชีย 41 ต.ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมไม่ต่ำกว่า 200 คน ก่อนเริ่มทยอยมากขึ้นเป็นลำดับโดยมีการกระจายกำลังกันไปปิดถนนสายบ้านทุ่งโป๊ะ – ชะอวด เป็นเส้นทางสายเลี่ยงถนนสาย 41 เพื่อเดินทางผ่านไปออกยัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และช่วงหัวค่ำมีการปิดเส้นทาง บ้านกุมแป – ชะอวด เป็นสายที่ 3 ส่งผลทำให้การเดินรถติดขัดอย่างหนัก  และเมื่อเวลา 20.30 น. กลุ่มม็อบวัยรุ่นได้นำตู้คอนเทนเนอร์เข้าขวางบนรางรถไฟ บริเวณบ้านควนเงิน ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟทั้งขึ้นขึ้นและขาล่องของภาคใต้ ส่งผลทำให้การเดินทางรถไฟเป็นอัมพาตทันที ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่การรถไฟยังพยายามเข้าเจรจากับแกนนำม็อบเพื่อให้เปิดเส้นทางรถไฟ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้เส้นทางเดินจากใต้ล่องขึ้นกรุงเทพฯ หลังจากที่มีการปิดถนนทางหลวงและเส้นรองในพื้นที่ อ.ชะอวดไปเกือบหมดแล้ว

พล.ต.ต.รณพงษ์  ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช  กล่าวว่า  ทาง พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.  ได้มีคำสั่งลงมาว่า นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องดังกล่าว ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเปิดเส้นทางรถไฟให้เร็วที่สุดหรือต้องเดินรถไฟได้ในวันที่ 27 ส.ค.

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  27/08/2013

เด้ง “อารีพงศ์” – “รังสรรค์” แทน

รายงานข่าว  กล่าวว่า  การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 27 ส.ค. จะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงและหน่วยงานต่างๆเสนอวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงแทนต่ำแหน่งที่เกษียณราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เช่น กระทรวงการคลัง เสนอนายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง แทนนายอารีพงศ์  ภู่ชอุ่ม ที่โยกไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) แทนนายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ครม.มีมติย้ายไปเป็นเลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ก่อนหน้านี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  27/08/2013

สื่อนอกชี้ทิ้งแนวทางสภาจัดหนักปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นิวยอร์กไทม์ส สื่อหนังสือพิมพ์ชื่อดังระดับโลกของสหรัฐอเมริกา รายงานบรรยากาศเวที “ผ่าความจริง” ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมบทวิเคราะห์ของนายโทมัส ฟุลเลอร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคเอเชียของนิวยอร์กไทม์ส โดยนายฟุลเลอร์ชี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ละทิ้งแนวทางในรัฐสภา จากที่เคยย้ำว่าจะยึดมั่นในระบอบรัฐสภา และหันมาใช้วิธีปลุกระดมการประท้วงตามท้องถนนแทน โดยอ้างว่าเป็นการเลียนแบบ “อาหรับสปริง” ซึ่งท่าทีดังกล่าวทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมาพรรคนี้มีภาพลักษณ์เป็นพรรคที่มีความสุภาพ ไม่ก้าวร้าว และมีลักษณะเชิงปัญญาชนแต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นกลุ่มการเมืองที่พยายามจุดชนวนการประท้วงเพื่อต่อต้านรัฐบาลของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  (หนังสือพิมพ์มติชน)

ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง  กล่าวกับรายงานข่าวนิวยอร์กไทมส์ ว่า ปชป.คาดการณ์ความรู้สึกของประชาชนผิดพลาด จึงจุดกระแสไม่ติด นอกจากนี้ นายสมบัติยังแสดงความผิดหวังที่เห็นปชป.ลงมาเล่นการเมืองบนท้องถนน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนเป็นมาราโดน่าลดตัวลงมาเล่นบอลข้างถนนเสียเอง  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

เสพติดใหม่ – ยาแก้ปวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ส.ค. น.ส.กุ้ง (นามสมมติ) ผู้ปกครองด.ช.ต้น (นามสมมติ) นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนมัธยมชื่อดังใน จ.สมุทรปราการ เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ถึงกรณีลูกชายกินยาแก้ปวดผสมน้ำอัดลมซึ่งถือเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งเข้าไป จนเกิดอาการช็อกหมดสติคาห้องเรียน ต้องหามส่งโรงพยาบาลจ้าละหวั่น เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงอยากเตือนอันตรายให้กับ ผู้ปกครองทุกท่านพึงระวังไว้

ด้าน ภก.ประพนธ์ อางตระกูล ผอ.กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า ยาแก้ปวดทรามาดอล เป็นยาแก้ปวดชนิดรุนแรง ซึ่งมักใช้ในผู้ที่มีอาการปวดรุนแรง จนไม่สามารถใช้ยาแก้ปวดตำรับปกติได้ ยาดังกล่าวจัดเป็นยาอันตราย ที่สามารถขายในร้านขายยาได้ แต่ต้องขายและควบคุมการใช้โดยเภสัชกรเท่านั้น โดยยากลุ่มดังกล่าวจัดเป็นยาที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เรียกว่ายากลุ่ม โอปิออยด์ โครงสร้างทางเคมีคล้ายกับยาเสพติดประเภทมอร์ฟีน โคเดอีน เป็นต้น จึงมักพบการใช้ผิดประเภทบ่อยครั้ง โดยที่พบบ่อยคือการนำไปผสมยานอนหลับ หรือน้ำอัดลม เพื่อหวังผลให้เกิดฤทธิ์ที่มากขึ้น ยาดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นยากลุ่มอันตรายที่มีฤทธิ์แรง แต่ก็มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่ต้องใช้ยา ดังนั้น อย.จึงได้มีมาตรการควบคุมและติดตามการใช้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอความร่วมมือเภสัชกรให้เฝ้าระวังและไม่ขายยาให้กับเด็ก หรือผู้ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะนำยาไปใช้ผิดประเภทด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  27/08/2013

จ่อยิงสะใภ้หลานวัยแบเบาะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ส.ค. พ.ต.ท.สมคิด  เกิดสังข์  สวส.สภ.เขาพนม จ.กระบี่  รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่บ้านเลขที่ 181 หมู่ 8 ต.พรุเตียว  อ.เขาพนม  จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.บุญทวี  โตรักษา รองผบก.ภ.จว.กระบี่  พ.ต.อ.อานนท์ พลูธนพงศ์ ผกก. และชุดสืบสวนพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบศพนางศิริพันธุ์  หนูรอด  อายุ 24 ปี ถูกยิงด้วยปืนขนาด.357 ที่ราวนมซ้ายทะลุหลัง และต้นคอขวาทะลุกกหูซ้าย รวม 2 นัด จมกองเลือด  ใกล้กันพบศพ ด.ช.อรรถกร  หนูรอด  วัย 1 ขวบ 7 เดือน  ลูกชายนางศิริพันธุ์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกัน พบบาดแผลเหนือตาซ้าย ทะลุท้ายทอย เสียชีวิตอย่างน่าเวทนา รวมทั้งยังพบหัวกระสุนตกอยู่ 3 นัด  สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุคือนายสำราญ ซื่อตรง  อายุ 60 ปี  พ่อเลี้ยงของสามีผู้ตาย โดยก่อนหน้านี้นายสำราญ ได้ทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกับภรรยา ซึ่งเป็นแม่สามีผู้ตาย อย่างรุนแรงทำให้ ภรรยาหนีหายออกไปจากบ้าน นายสำราญจึงขับรถกระบะออกตามหาตามที่ต่างๆ แต่ไม่พบจึงไปตามหาที่บ้านของลูกเลี้ยงแต่พบภรรยาของลูกเลี้ยงและหลานชายอยู่ด้วยกัน จึงถามหาภรรยา  แต่ผู้ตายตอบปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แต่นายสำราญไม่เชื่อ จึงพาลหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ตายอย่างรุนแรง ก่อนใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายและหลานอย่างเหี้ยมโหด  แล้วหลบหนีไป

ด้าน พ.ต.อ.บุญทวี โตรักษา รองผบก.ภ.จว.กระบี่  กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมนายสำราญที่ก่อเหตุสลดครั้งนี้ เบื้องต้นพบพียงรถกระบะจอดอยู่บ้านผู้ต้องหาในพื้นที่ต.เขาดิน  จึงได้อายัดไว้เป็นหลักฐาน เชื่อว่าผู้ต้องหาจะยังคงหลบอยู่ในพื้นที่ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเป็นคนอารมณ์ร้อนเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาอย่างโชกโชน อีกทั้งเคยถูกจับกุมคดียิงสมาชิกม็อบสวนปาล์มในพื้นที่ อ.ชัยบุรี  จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อหลายปีก่อน ถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี อยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีในชั้นศาลฎีกา กระทั่งมาก่อเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  27/08/2013  

ปูหวั่นอาชีวะเก๊ผสมโรงม็อบ

พล.ต.ต.ปิยะ  อุทาโย  โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)  กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.)  ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า นายกฯ ได้หยิบยกปัญหาการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่สวนลุมพินี ซึ่งได้มีการเชิญชวนให้นักเรียนอาชีวะเข้าร่วมการชุมนุมขึ้นมาหารือ โดยนายกฯเห็นว่าควรจะต้องมีการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง การแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมทางการเมืองโดยสงบเป็นสิทธิของคนทั่วไป แต่การนำสถาบันต่างๆเข้าไปจะต้องละเอียดรอบคอบ กระทรวงศึกษาฯ จะต้องหามาตรการหลายอย่าง เพื่อพูดคุยกันก่อน อย่างเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่นักศึกษาอาชีวะจริง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  27/08/2013 

ทุ่ม 2.5 หมื่นล. “อุ้มยาง”

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  กล่าวว่า  ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) ได้หารือแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เบื้องต้นมี 3 แนวทางในการช่วยเหลือวงเงินรวม 25,000 ล้านบาท โดยเตรียมที่จะเสนอมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์นี้ และจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในสัปดาห์ถัดไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  27/08/2013 

ตลาดหลัก “ทรุด” ฉุดส่งออก

นางวัชรี  วิมุกตายน  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  กล่าวว่า ในช่วงที่เหลืออีก 5 เดือนนายนิวัฒน์ธำรง  บุญทรงไพศาล  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์  สั่งให้ทำแผนเป็นพิเศษในการบุกตลาดส่งออกเพื่อชดเชยกับการส่งออกที่ลดลง และทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะมีการเรียกประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ในปลายเดือน ก.ย.นี้ เพื่อปรับแผน ซึ่งหลังจากมีการหารือแล้วคงได้ภาพที่ชัดเจนถึงแนวโน้มการส่งออกของปีนี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  27/08/2013 

เจ๊ง 2 แสนราย

นายเกียรติอนันต์  ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  กล่าวว่า  จากการสำรวจเอสเอ็มอีกลุ่มตัวอย่าง 713 บริษัท ใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง โดยมีจำนวนกว่า 2 แสนราย หรือประมาณ 6.9% จากเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 2.7 ล้านราย อยู่ในภาวะเสี่ยงสูงที่อาจจะต้องปิดกิจการลง หรืออาจมีการปิดจริงอย่างน้อย 5 หมื่นรายขึ้นไป ทั้งนี้ เพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจถดถอย และต้นทุนเพิ่มขึ้นจึงแก้ปัญหาโดยกู้เงินมาเพิ่มสภาพคล่อง กลุ่มที่น่าห่วงมากสุด คือ กลุ่มผู้ผลิตสินค้าต้นน้ำ รองลงมา คือ สินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งทอ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่  27/08/2013 

เงินทุนป่วนไทยยาว

นายธีรนันท์  ศรีหงส์  กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย  กล่าวว่า  ธนาคารประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญกับภาวะความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายซึ่งเป็นผลมาจากทิศทางการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐไปอีกอย่างน้อย 18 เดือน เนื่องจากตัวเลขดัชนีวัดของสหรัฐในขณะนี้ ยังมีทั้งที่ออกมาดีและที่ต่ำกว่าเป้า

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่  27/08/2013 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ทำไมต้องรบกันบิ๊กตู่เตือน “คนไทย” ด้วยกัน ซุกอยู่ในลาว ธาริตยันสมีคำมอบตัว จ่อยิงหัวทะลุฆ่าโหดอิหม่าม มติชน ปั่นข่าว...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ อัดฉีดพุ่ง 2.5 ล้าน ฮีโร่ “เมย์” รอติดดาว – ร.ต.ต....
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สกัดนม 6 พันกล่องยัดยาบ้าส่งเข้าคุกเมืองคอน “พระเทพ” เสด็จเปิดร.ร.ไทยรัฐ 75 “สุรชัย” รองปธ.วุฒิ...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รัฐบาลลุยไฟ – จำนำข้าวรอบ 2  อีก 5 แสนล้าน ล่าคนขับ...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “ดีเอสไอ” จ่อเช็กบิลรถเณรคำโยงคดีแก๊งเก๋งหรู โต้ “คลิปร้อน” ตัดต่อ หึงปันใจ – ยิง...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top