ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

สภาปฏิรูปเปิดฉาก “ป๋าเปรม” ฝากทหารหนุนนายกฯ

สั่งแก้ไขด่วนส้วมบนรถไฟ

รมต.ฟิตคุมเองรื้อ 3 รีสอร์ตเสม็ด

มติชน

ปูหัวโต๊ะ – นัดแรกคึกคักตั้งเติ้งโต้โผขับเคลื่อนสภาปฏิรูป

“ปู” นำผบ.ทัพเข้าสี่เสาฯอวยพรป๋า

ชงชื่อ “ประเวศน์” เข้าครม.เลขาปปท.

ข่าวสด

ปูถก 70 ผู้นำมาพรึ่บปฏิรูปคึกตั้งเติ้งเป็นหัวหอก

ระบาดทั่วขาย “ก๊าซหัวเราะ”

คนกรุงฮือฮา “แท็กซี่คิตตี้” – แห่ขอถ่ายรูป

เดลินิวส์               

ประเดิม “เวทีปฏิรูป” นายกฯชง 7 แนวทางแก้ปัญหา

ซาลาเปาไล้หนอน

ทีจีที 02 เข้าป้าย

กรุงเทพธุรกิจ

นายกฯตั้งทีมปฏิรูป 3 ด้าน

เตือน “ค่าบาท” แกว่งแรง

โพสต์ทูเดย์

อัดยาแรงศก.

ผู้ถือหุ้นแบงก์อิสลามฯโดนลูกหลงสำรองเพียบ

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

“เมื่อเงาชั่วร้ายตามล่าตัวชั่วร้าย”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

อย่าให้ทางตัน

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

แก้ปัญหาใต้รัฐบาลต้องจัดทัพใหม่

คอลัมน์  เศรษฐกิจ  โดยทีมเศรษฐกิจ  (ไทยรัฐ)  

โรงพยาบาลกรุงเทพนำร่องเวิลด์คลาส  ศูนย์กลาง “เมดิคัล ฮับ”

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย จำลอง ดอกปิก  (มติชนรายวัน)  

2 ล้านล.-ล้มรัฐบาล  วันที่ 26/08/2013

คอลัมน์  คนหน้า 5    โดย  ดินสอโดม   (เดลินิวส์)

คนหน้า 5  วันที่ 26/08/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

กำไลข้อเท้า

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

หนึ่งในสองคนนี้จะเป็น ประธานาธิบดีพม่าคนต่อไป

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

สภาปฏิรูปเปิดฉาก “ป๋าเปรม” ฝากทหารหนุนนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อ 07.00 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมหารือแลกเปลี่ยนและให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอทางออกประเทศไทยโดยใช้ชื่อว่า “เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย พัฒนาประชาธิปไตย และประเทศร่วมกัน”  โดย พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เดินทางมาเป็นคนแรก จากนั้น บุคคลสำคัญทางการเมือง นักวิชาการ ตัวแทนภาคเอกชน ภาคประชาชน และสื่อมวลชน ทยอยเดินทางมา  โดยไม่มีตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ พธม.เข้าร่วมแต่อย่างใด และเมื่อเวลา 09.00 น. ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์  พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านพักให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 94 ปี โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.ทนงศักดิ์  อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์  ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผบ.ทบ.  พล.ร.อ.สุรศักดิ์  หรุ่งเริงรมย์  ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.ประจิน  จั่นตอง  ผบ.ทร.  เข้าร่วมอวยพรอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำพวงมาลัยที่ร้อยด้วยดอกไม้นานาชนิดมอบให้ พล.อ.เปรมด้วย  โดย พล.อ.เปรมได้เดินออกมารับคณะนายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเอง ก่อนที่ พล.อ.เปรมจะเชิญคณะนายกรัฐมนตรีเข้าไปยังห้องรับรองภายในบ้านพัก  หลังจากนายกรัฐมนตรีได้นำพวงมาลัยที่เตรียมไว้มอบให้กับ พล.อ.เปรม พร้อมกับกล่าวคำอวยพรขอให้ พล.อ.เปรมมีสุขภาพแข็งแรง หลังจากนั้น พล.อ.เปรมได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะที่เดินทางมาอวยพรในครั้งนี้ พร้อมกับกล่าวว่า อยากเห็นบ้านเมืองมีความสามัคคี โดยเฉพาะกองทัพจะต้องเป็นหนึ่งเดียว มีความสามัคคีและขอให้ทหารและกองทัพสนับสนุนนายกรัฐมนตรีในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ในการเข้าพบกันครั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอคำแนะนำในการทำงานรวมถึงการขอคำแนะนำในเรื่องการปฏิรูปการเมืองหลังจากที่รัฐบาลเดินหน้าในการเชิญบุคคลสำคัญทางการเมืองเพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศชาติ ทั้งนี้การเข้าพบ พล.อ.เปรมของนายกฯ และ ผบ.เหล่าทัพใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะเดินทางกลับโดย พล.อ.เปรมเดินออกมาส่งคณะนายกฯถึงหน้าบ้าน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  26/08/2013

สั่งแก้ไขด่วนส้วมบนรถไฟ

นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  รมว.คมนาคม  กล่าวว่า  ได้เดินทางมาที่จ.ราชบุรี กับนายประภัสร์  จงสงวน  ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)  เพื่อมาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน กรณีรถไฟทิ้งสิ่งปฏิกูลบริเวณใต้สะพานรถไฟ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้สัญจรบนถนนด้านล่างอย่างมาก จึงสั่งให้ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ไปเร่งแก้ไข 2 เรื่องอย่างเร่งด่วน คือ ให้เส้นทางรถไฟที่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเขตชุมชนหรือถนน ร.ฟ.ท.ต้องทำระบบที่รองรับให้ถูกสุขลักษณะในทุกจุด และให้พิจารณาปรับปรุงห้องน้ำบนขบวนรถไฟให้เป็นระบบปิด คือ มีถังเก็บสิ่งปฏิกูล โดยต้องคิดให้รอบคอบถึงการบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นตามมา และไม่ให้เกิดปัญหาส้วมเต็มด้วย

ขณะที่ นายประภัสร์  จงสงวน  ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า  เบื้องต้นได้สั่งให้ฝ่ายโยธาฯของ ร.ฟ.ท.ไปทำรางรองไว้ใต้รางรถไฟที่มีปัญหาที่จ.ราชบุรี  เหมือนกับที่ทำบริเวณสะพานพระราม 6 ส่วนการปรับปรุงระบบห้องน้ำในขบวนรถไฟให้เป็นระบบปิด กำลังเร่งศึกษาปรับปรุงส้วม และออกแบบต่อเติมถังเก็บสิ่งปฏิกูล เพื่อให้ความสะดวกสบาย และถูกต้องตามหลักสุขอนามัย หลังจากก่อนหน้านี้ 8 – 9 ปี เคยทำมาแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างสั่งซื้อขบวนตู้โดยสารใหม่อีก 115 ตู้ ซึ่งภายในมีส้วมระบบปิดมาให้บริการแก่ประชาชนด้วย โดยคาดว่าการปรับปรุงส้วมในตู้โดยสารระบบเก่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2557 เนื่องจากต้องรอตั้งงบประมาณส่วนตู้โดยสารที่ซื้อมาใหม่ จะเริ่มให้บริการได้ภายใน 20 เดือนนับจากนี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  26/08/2013

รมต.ฟิตคุมเองรื้อ 3 รีสอร์ตเสม็ด

นายวิเชษฐ์  เกษมทองศรี  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 46 กรมอุทยานฯได้จับกุมรีสอร์ตดังกล่าวรวมทั้งเจ้าของ แต่ภายหลังเจ้าของรีสอร์ตได้อุทธรณ์คำสั่งของหัวหน้าอุทยานฯ แต่สำนักอุทยานแห่งชาติพิจารณาแล้วยกคำอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 17 ส.ค. 55 เจ้าของขอขยายเวลารื้อถอนโดยจะรื้อถอนเองให้เสร็จภายในวันที่ 31 ต.ค. 55  แต่ศาลปกครองระยองมีคำสั่งยกคำร้อง จากนั้นวันที่  15 ก.ค. 56 ตนมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองและเร่งรัดการดำเนินคดีและใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามกฎหมายมีมติให้อุทยานฯเขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด เร่งรัดรื้อถอนรีสอร์ตทั้ง 3 รายโดยเร็วที่สุด จนนำไปสู่การรื้อถอนในครั้งนี้  และการรื้อถอนคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 – 20 วัน พร้อมประเมินค่าใช้จ่ายเพื่อให้เจ้าของผู้ประกอบการจ่ายค่าชดใช้ให้กับทางราชการต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  26/08/2013

ปูหัวโต๊ะ – นัดแรกคึกคักตั้งเติ้งโต้โผขับเคลื่อนสภาปฏิรูป

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  กล่าวเปิดการประชุม ว่า  แม้รัฐบาลจะเป็นผู้เริ่มต้นในการจัดเวทีพูดคุย แต่จะขอเป็นเพียงผู้ประสานงานในการพูดคุยเท่านั้น เป็นการเชิญผู้มีประสบการณ์ ที่มีมุมมองแต่ละมิติต่างกันออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อหาทางออกร่วมกัน วางอนาคตประเทศไทย โดยผู้ที่มาครั้งนี้ต่างเป็นผู้มีประสบการณ์  “เป็นที่น่าเสียดาย ที่ประชุมยังไม่ครบถ้วนเพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน รวมถึงฝ่ายพันธมิตรฯ ขอเรียนว่าเวทีนี้พร้อมเปิดรับทุกๆเมื่อ ทุกเวลาที่เหมาะสม ยืนยันว่ารัฐบาลมีความจริงใจอยากเห็นการพูดคุยหาทางออกและมองไปข้างหน้า ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลพูดถึงแต่อนาคต เพราะอยากเห็นการปฏิรูปการเมืองในมิติกว้างครบทุกองค์กร สามารถวางกรอบยุทธศาสตร์ โดยต้องมอบทั้งสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงรายละเอียดของปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้”

นายสมศักดิ์    เกียรติสุรนนท์  ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า  เชื่อว่าคนที่มีความปรารถนาดี ควรที่จะต้องหันหน้าเข้ามาคุยกันเพราะประเทศเสียเวลาไปมากแล้ว การหาทางออกนาทีนี้เราไม่มีเวลามาทะเลาะกัน

นายบรรหาร  ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า  อยากเห็นบ้านเมืองไม่เกิดความวุ่นวาย หากสุขภาพดี จะออกไปพบปะกับคนที่สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเพื่อหาข้อยุติต่างๆ การที่นายกรัฐมนตรีเปิดเวทีนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดี เมื่อเริ่มต้นที่ต้นน้ำแล้วปลายน้ำจะทำอย่างไร ถ้าทำอย่างนี้บ้านเมืองก็ไปได้ ตนไม่อยากเห็นบ้านเมืองเหมือนที่ผ่านมา

นายลิชิต  ธีรเวคิน  ราชบัณฑิต  อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย  กล่าวว่า  ไม่ปฏิเสธเวทีนี้เลย ทันทีที่มีการเชิญก็ตอบรับทันที ใครปฏิเสธคนนั้นจะถูกมองว่าไม่ร่วมแก้ปัญหา ไม่สามารถปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ทุกสังคมมีปัญหาความขัดแย้ง จึงต้องสร้างกลไกหาข้อยุติ ด้วยการนั่งคุยกันเพื่อแก้ปัญหา ถ้ามัวแต่กลัวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ให้น้ำหนักตอนนี้ คือ ประเทศมีความขัดแย้งอะไรและต้องแก้อย่างไรการปฏิรูปต้องอิงประชาชนเป็นหลัก และควรมีการลงประชามติ ซึ่งยินดีที่จะระดมนักวิชาการที่รู้จักเข้ามาร่วมแก้ปัญหา

นายวุฒิสาร  ตันไชย  รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า  กล่าวว่า  การปฏิรูปประเทศมีความหลากหลายกว้างขวางกว่าการปฏิรูปการเมือง  การแก้ไขปัญหาของประเทศคือการมีอนาคตร่วมกัน โดยสร้างความเป็นธรรมและสร้างสุขภาวะในทุกมิติ ลดช่องว่างระหว่างสังคมให้น้อยลง เป้าการปฏิรูปประเทศหากวางเป้าคือการวางเป้าโดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนการปฏิรูปการเมือง คือ การสร้างการเมืองที่มีความหลากหลายลดความเป็นสถาบัน โดยให้ประชาชนมีส่วนสนับสนุนการเมือง สร้างวิถีชีวิตที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่าการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ความปรองดองจะเป็นผลลัพธ์หากทำเรื่องปฏิรูปประเทศและปฏิรูปการเมืองได้ เงื่อนไขความสำเร็จต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน

นายอุทัย  พิมพ์ใจชน กล่าวว่า  ประเทศกำลังเดินไปสู่ความเสื่อมถอยหลังเกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องการศึกษาสังคม การเมืองถอยหลัง วัฒนธรรม เศรษฐกิจ เมื่อนายกฯต้องการความคิดเห็น ก็อยากถามนายกฯว่าให้มาในฐานะอะไร เพราะไม่ได้มารับใช้รัฐบาล ไม่ได้เป็นที่ปรึกษารัฐบาล และไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นปัญหา แต่เข้ามาแก้ปัญหาของประเทศ โดยควรเอาปัญหามาตั้งแล้วจะแบ่งกลุ่มให้ผู้เชี่ยวชาญไปศึกษา หากมานั่งในวงใหญ่อย่างนี้ก็สิ้นเปลืองงบประมาณ

พล.อ.สนธิ  บุญยรัตกลิน  อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)  และหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ  กล่าวว่า  ต้องมองปัญหาของประเทศเป็นสิ่งที่มองไปในแนวทางเดียวกัน ดีใจที่มีการตอบรับในเรื่องนี้ ไม่เคยเห็นว่าประเทศไทยมีวีรบุรุษ ใครก็ตามที่เป็นวีรบุรุษนำพาประเทศต้องให้กำลังใจ ที่ผ่านมามีการปฏิรูปประเทศหลายครั้งแต่ก็เงียบหายไป

นางธิดา  ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  กล่าวว่า  มาในฐานะประชาชนจำนวนหนึ่งที่เป็นรากหญ้า ขอทำหน้าที่ประชาชน คนอาจจะบอกว่า นปช.ต้องสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งจริงๆไม่ใช่ นปช.ต้องการให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์  หลายคนสงสัยว่ากลุ่มนั้นยุติการเคลื่อนไหวแล้ว นปช.จะยุติหรือไม่ เป้าหมายของ นปช.ชัดเจนว่าจะยุติการเคลื่อนไหวต่อเมื่อยุติการรัฐประหารทุกรูปแบบ

นายธีรภัทร์  เสรีรังสรรค์  ประธานสภาพัฒนาการเมือง  กล่าวว่า  ขอพูดถึงเรื่องของสภาพัฒนาการเมืองและแผนพัฒนาการเมือง ขณะนี้มีการบังคับใช้ในปัจจุบัน ได้วางยุทธศาสตร์อย่างครบถ้วนอยู่แล้ว โดยคณะผู้จัดทำได้ไปรับฟังประชาชนทั้งประเทศ ทั้งหมด 6 ยุทธศาสตร์ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องไปเริ่มต้นใหม่ เพราะในเมื่อมีการศึกษาแผนเหล่านี้แล้ว อะไรที่เป็นแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว แผนใดที่สามารถนำไปปฏิบัติได้สามารถนำไปปฏิบัติได้เลย รวมถึงผลการศึกษาของคณะกรรมการต่างๆด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่  โครงการที่กำลังดำเนินการต่อไปนี้ ประชาชนกำลังเฝ้ามองถ้าภายใน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน ไม่มีอะไรออกไป จากคณะกรรมการนี้ นโยบายอื่นๆเป็นอันจบ  เพราะจะไม่มีใครเชื่ออีกเลย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะต้องไปจัดโครงสร้างเพื่อให้การดำเนินงานเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงนามธรรม

นายโอภาส  เตพละกุล  ประธานที่ปรึกษาสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  กล่าวว่า  ปัญหาของประเทศไม่ได้เกิดจากประชาชน แต่เกิดจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ดังนั้นจึงควรจะตั้งสภาประชาชนโดยเป็นการพูดคุยปัญหาของประชาชน ซึ่งสภาประชาชนประกอบด้วยรัฐบาล ฝ่ายค้าน องค์กรต่างๆและประชาชน มาร่วมหารือกัน ซึ่งต้องพูดคุยอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง คุยกันทีละเรื่องทีละประเด็น ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นายพิชัย    รัตตกุล  อดีตรประธานรัฐสภา  กล่าวว่า  ก่อนมาร่วมนั้น ทุกคนไม่รู้ว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร แต่พอมาร่วมแล้วจะให้รู้ถึงรูปแบบมากขึ้น แม้จะเห็นด้วยกับนายอุทัย ในการแบ่งประชุมทีละเรื่องทีละประเด็น แต่ไม่เห็นด้วยไปทีเดียว และเห็นว่าหากเชิญคนที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ได้อยู่ในเวทีนี้มาประชุมด้วยก็จะดีกว่า คนไทยไม่ต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้เน้นถึงเรื่องอนาคต นายกรัฐมนตรีย่อมมีในใจว่าโรดแมปของประเทศจะเป็นอย่างไร ตนจึงเสนอการวางแผนโรดแมปในระยะเวลา 20 ปี และระยะสั้นตามลำดับ เพราะจะทำให้มองเห็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้น

นายอนุสรณ์  ธรรมใจ  กรรมการสถาบันปรีดีพนมยงค์  กล่าวว่า  แนวทางที่ควรแก้ไขมี 7 ข้อ ทั้งนี้ บุคคลที่ควรปฏิรูป คือ กองทัพ ระบบราชการ ศาล ธุรกิจเอกชน นักวิชาการและชนชั้นสูง สื่อสารมวลชน องค์กรอิสระมีปัญหาที่สุด และองค์กรส่วนท้องถิ่น โดยเป้าหมายเฉพาะหน้าคือการปฏิรูปการเมือง คือให้การเมืองมีเสถียรภาพ ก็จะทำให้ปัญหาหมดไป

นายสุวัจน์  ลิปตพัลลภ  แกนนำพรรคชาติพัฒนา  กล่าวว่า  อยากเห็นรูปแบบที่จะดำเนินการเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ซึ่งความขัดแย้งทางการเมืองที่จะต้องแก้ไขคือ การเจรจา ทั้งในที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย เพื่อให้มีทางออกมากขึ้น

นางปิยะมาน  เตชะไพบูลย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)  กล่าวว่า  อยากให้สังคมช่วยกันทบทวนตัวเองว่าทำหน้าที่กันอย่างไร ซึ่งใน่วนของชนชั้นปกครองผู้มีอำนาจในการที่จะทำหน้าที่ส่งผลดี ผลเสียต่อประชาชน คิดว่าสมควรหรือไม่เพราะสังคมควรที่จะช่วยเหลือกัน

นายพยุงศักดิ์  ชาติสุทธิผล  ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า ต้องพูดกันตรงๆว่าความขัดแย้งที่มีอยู่นั้นมีอะไร การแก้ปัญหาทุกคนต้องหันหน้ามาช่วยกัน อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เป็นปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่การเมืองอย่างเดียว ทุกส่วนต้องช่วยกัน และอยู่บนพื้นฐานการเข้าใจ ให้อภัยกัน โดยต้องหาวิธีที่เร็วที่สุด ส่วนการวางโรดแมปประเทศไทยนั้นวางได้ แต่ต้องดูว่าวางต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งนี้ ทุกประเด็นปัญหาจบลงได้ถ้าไว้วางใจกัน

นายสุพัฒน์  อาษาศรี  เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)  กล่าวว่า  สิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยคือรัฐประหาร ทุกวันนี้กระบวนการบนท้องถนนถูกพัฒนาขึ้น การใช้กระบวนการอ้างเหตุผลเกี่ยวกับสถาบันมายึดอำนาจ จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศต่อต้าน สำหรับการเดินหน้าปฏิรูปการเมืองต้องเชิญทุกกลุ่มมาร่วมพูดคุย ยกเลิกกฎหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และเขียนขึ้นใหม่ ปลดปล่อยนักโทษการเมือง กลไกอำนาจต้องตรวจสอบได้และยึดโยงกับประชาชน

นายรัชตะ  รัชตะนาวิน  อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่า  มี 4 ประเด็นที่จะเป็นแนวทางในการปฏิรูป ทั้งนี้เรื่องสำคัญๆ การปฏิรูปต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและองค์ความรู้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  26/08/2013  

ชงชื่อ “ประเวศน์” เข้าครม.เลขาปปท.

รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม  กล่าวว่า  ในวันที่ 27 ส.ค. กระทรวงยุติธรรมจะเสนอวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 จำนวน 1 ตำแหน่ง ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา คือ เสนอแต่งตั้ง พ.ต.อ.ประเวศน์  มูลประมุข  ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เป็นเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แทน พ.ต.อ.โภคภิบูลย์  โปตระนันท์ ที่จะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือน ก.ย.นี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  26/08/2013

ระบาดทั่วขาย “ก๊าซหัวเราะ”

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 กล่าวว่า สืบเนื่องจากสน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีผู้นำลูกโป่งบรรจุก๊าซที่ไม่ทราบว่าเป็นก๊าซอะไร มาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวตามสถานบริการบันเทิงย่านข้าว สาร เจ้าหน้าที่จึงไปซื้อมาเพื่อส่งให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบ ทราบว่าเป็นก๊าซไนตรัสออกไซด์ มีผลต่อประสาท ผู้ที่สูดดมจะมีอาการเหมือนคนเมายาเสพติด หัวเราะสนุกสนาน แต่ไม่จัดอยู่ในพวกยาเสพติด ไม่เข้าค่ายเป็นยาเสพติด แต่มีโทษตามพ.ร.บ.ยา ผู้จำหน่ายจะต้องมีใบอนุญาต ผู้ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1 ปี หรือปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค.นี้ จะคุมตัวผู้ต้องหา 7 คน ส่งฟ้องศาลต่อไป  เท่าที่ทราบก่อนหน้านี้เคยมีการจับกุมที่ย่านพัทยา จ.ชลบุรี ส่วนท้องที่อื่นๆ ยังไม่พบ ส่วนรายล่าสุดนั้น กำชับให้ สน.ชนะสงคราม ว่าอย่าปล่อยให้มีการจำหน่ายยาเสพติด และลูกโป่งบรรจุก๊าซไนตรัสออกไซด์อีกอย่างเด็ดขาด ถึงแม้จะไม่เข้าข่ายเป็นยาเสพติดก็ตาม เพราะจะกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศได้ นอกจากนี้ ยังสั่งการให้สืบสวนขยายผลไปถึงต้นตอแหล่งที่มาของก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่ผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ไปนำมาจำหน่ายด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  26/08/2013

คนกรุงฮือฮา “แท็กซี่คิตตี้” – แห่ขอถ่ายรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ประชาชนที่ผ่านไปมาย่านตลาดจตุจักร กรุงเทพฯ แจ้งผู้สื่อข่าวว่า พบรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทย 823 กรุงเทพ มหานคร ตกแต่งประดับประดารอบรถด้วยตุ๊กตาแมว “ฮัลโหล คิตตี้” ทั้งคันโดยเฉพาะกระโปรงหน้ารถติดสติ๊กเกอร์เจ้าเหมียวคิตตี้ขนาดใหญ่ ที่เด่นสะดุดตาคือ ติดขนตาปลอมที่ไฟส่องสว่างหน้ารถทั้งสองข้าง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผ่านมาเที่ยวสวนจตุจักรต่างขอถ่ายรูปกันเป็นแถว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  26/08/2013 

ซาลาเปาไล้หนอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กทม. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2556 (Thailand Research Expo 2013)” เป็นปีที่ 8 ภายในงานจัดแสดงผลงานวิจัยกว่า 600 ผลงาน จากภาครัฐและภาคเอกชน นำเสนอผลงานวิจัยภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพ ชีวิตเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน” มีผลงานวิจัยที่น่าสนใจ อาทิ ผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากสาหร่ายเตา เครื่องปลูกข้าว นวัตกรรมเพื่อ “ชาวนาไทย” เสื้อเกราะกันกระสุน “อินทนิล” ข้าว “วรางกูร” แผ่นเจลห้ามเลือด ยานบิน 6 ใบพัด อุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมยานพาหนะ ฯลฯ พร้อมกันนี้ภายในงานจัดให้มีงานสัมมนาหัวข้อต่างๆที่น่าสนใจมากมาย  สำหรับผลงานวิจัยที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมากก็คือ ผลงานวิจัยของ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในหัวข้องานวิจัยเรื่อง “ไหมอีรี่ ทางเลือกในการสร้างเสริมเศรษฐกิจและการค้า” โดย รศ.ดร.ศิวิลัย สิริมังครรัตน์ โดยเอาตัวหนอนไหมอีรี่ มาทำเมนูเปิดพิสดาร เช่น กระเพรากรอบ น้ำพริกแจ่ว ลาบ  ต้มยำรสกรอบแห้ง และที่โดดเด่นเป็นที่ฮือฮาที่สุดก็คือ “ซาลาเปาไส้หนอน” ที่เอาไหมอีรี่ไปผัดกระเพรา ก่อนยัดใส่ลงไปในเนื้อแป้งซาลาเปา และพิซซ่าหน้าหนอนที่นำไหมโรยหน้าไว้ด้านบนอย่างโจ่งแจ้ง โดยรูปลักษณะภายนอกแม้จะดูน่ากลัว แต่เมื่อเหล่านักชิม ได้ลิ้มลองรสตัวหนอนไหมแล้ว กลับติดใจรสชาติ ไม่หวาดกลัวดังที่ภาพที่เห็น  โดยผลงานวิจัยดังกล่าว ยังคงเปิดแสดงให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมได้จนถึงวันที่ 27 ส.ค. นี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  26/08/2013

ทีจีที 02 เข้าป้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่สตูดิโอเวิร์คพอยท์ จ.ปทุมธานี มีการประกวด ไทยแลนด์ก๊อตทาเลนต์ ซีซั่น 3 Do : More กับ เรโซนา แค่กล้า…ก็ชนะแล้ว โดยมีทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 12 ทีม โดยการแสดงแต่ละชุดได้รับเสียงปรบมือให้กำลังใจเสียงดังลั่นสตูดิโอ หลังจากนั้นพิธีกรคู่ ตุ๊กกี้และน้าเน็ก ได้ออกมาประกาศรางวัลต่างๆ โดยเริ่มจากรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม  TGT 07 ศรศิลป์ โชว์นาฏยมวยไทย แบบผสมผสาน ได้รับเงินรางวัล 2 แสนบาท ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ TGT 10 ไทยยิม  นำเอาศาสตร์และศิลป์ของยิมนาสติกมาเล่าเรื่องความเป็นไทย ได้เงินรางวัล 5 แสนบาท และทีมชนะเลิศได้แก่ TGT 02 สมชาย โชว์ร้องเพลงเล่นกีต้าร์ เพลง อยากให้บ้านเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม ได้รับรางวัลกว่า 10 ล้านบาท  ประกอบด้วย เงินสด 5 ล้านบาท คอนโดมิเนียม และรถยนต์

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  26/08/2013

เตือน “ค่าบาท” แกว่งแรง

นายตรรก  บุนนาค  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า  ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังมีแรงสนับสนุนให้แข็งค่าได้อีกในระยะต่อไป ทำให้ค่าเงินในเอเชียรวมถึงเงินบาทมีอยู่ในช่วงที่อ่อนค่าได้อีก แต่เชื่อว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆจะเข้ามาดูแลค่าเงินให้ไม่อ่อนค่ารุนแรงเหมือนในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความรวดเร็วในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและการยกเลิกมาตรการคิวอีซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว ในสัปดาห์หน้า คาดว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่า เคลื่อนไหวในกรอบ 31.80 – 32.50 บาทต่อดอลลาร์

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  26/08/2013

อัดยาแรงศก.

นายทนุศักดิ์  เล็กอุทัย  รมช.คลัง  กล่าวว่า  ขณะนี้หน่วยงานต่างๆของกระทรวงการคลัง ได้ทยอยส่งมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมาให้พิจารณาแล้ว ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่เสนอโครงการแสนละพัน หรือกู้เงิน 1 แสนบาท จ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยเดือนละ 1,000 บาทโดยกำหนดวงเงินเบื้องต้น 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ เชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยให้คนที่อยากซ่อมแซมหรือขยายเพิ่มเติมบ้านสามารถขอสินเชื่อได้ โดยจะปล่อยกู้ให้รายละไม่เกิน 2 -3 แสนบาท ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่ง ธอส. จะกลับไปพิจารณารายละเอียดของมาตรการแล้วกลับมาเสนออีกครั้งภายในสิ้นเดือนนี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  26/08/2013

ผู้ถือหุ้นแบงก์อิสลามฯโดนลูกหลงสำรองเพียบ

แหล่งข่าวจากกรรมการธนาคารกรุงไทย  กล่าวว่า  ผลจากความเสียหายจากหนี้เสียของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  ทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ธนาคารถือหุ้นอยู่ 10% คิดเป็นวงเงินที่ต้องตั้งสำรองเกือบพันล้านบาท โดยธนาคารนำส่วนที่ได้ตั้งสำรองเพิ่มไว้ไปรองรับการด้อยค่าดังกล่าว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  26/08/2013

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ม็อบสวนลุมคึกคักกร้าว 7 วันเผด็จศึกรัฐบาลได้ เด็กปวช.ปี 2 ถูกยิงคาตลาดเพื่อนแค่เจ็บ สอบพระ 5...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ จากอียิปต์ไปดูไบ ถึงไทยวันนี้ หนึจราจล อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.bangkokvoice.com/2013/08/19/bv-news-923/   มติชน วิปลั่น2วันจบถกร่างรธน.แก้ที่มาสว.เพื่อไทยประชุมรับมือปชป....
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รวบ “เบนซ์ ท่าทราย” พกปืนล่ามือยิง “เต่า” เพื่อนซี้ ยืดวาระ 3...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “พสกนิกร” ปลื้มปีติ 2 ล้นเกล้าเสด็จ “วังไกลกังวล” คนผวามีพิษอาหารทะเลช้ำ พายุเชบีจ่อถล่มภาคเหนือ –...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ โห่ – ป่วนประชุมสภาอัปยศ ส.ส.ปชป.ตีรวน จับได้แล้ว ฆ่า – เผาสาว...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top