ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ไฟเขียวศึกน้ำลายแก้ไขรธน.ลากยาวถึง 30 ส.ค.

ดินสไลด์ปิดถนนคลอดกลางป่า

อิหร่านแก๊งบึมเจอคุกตลอดชีวิต

มติชน

ชาญวิทย์ส่งจม.ถึง “ชวน”ห่วง “ปชป.” เตือนปลุก “อนาธิปไตย”

ผลดีเอ็นเอตรง 16 จุดมัด “สมีคำ” สรุปเป็นพ่อ “11 ขวบ”

จำคุก 15 ปี  – ตลอดชีวิต 2 อิหร่าน

ข่าวสด

สภายืดถกอีก 4 วันโพลหนุนเลือกตั้ง 200 สว.

ล่าเจ๊มาม่าหัวโจกฉกใบวีซ่า

จี้แบน “ฟ้าจรดทราย” – มุสลิมโวยลบหลู่

เดลินิวส์               

งานเข้าฟ้าจรดทรายห้ามฉาย!มุสลิมฮือบีบช่อง 7 สี

สาวอดหน้าเด้งห้ามฉีดซิลิโคน

ถกรธน.อืดซัดปูมัวทัวร์นอก

กรุงเทพธุรกิจ

เชือด “18 จนท.” โกงแวต

ค่าเงิน “ตลาดเกิดใหม่” ร่วง

โพสต์ทูเดย์

ปล่อยบาทอ่อน

เอ็กซิมแบงก์คลอดมาตรการเด็ดกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

จดหมายเปิดผนึกของคนแอบจิต

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ยังไงก็ไม่ทัน

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ)

พรรคทางเลือกที่ 3 ทางออกประเทศไทย

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุริวงค์  เอื้อปฏิภาณ  (มติชนรายวัน)  

ถ่วงดุลอำนาจประชาชน  วันที่  23/08/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

แอร์พอร์ต ลิงก์

คอลัมน์  พญาไม้ทูเดย์  โดย พญาไม้  (บางกอกทูเดย์)  

เป้าหมาย  วันที่  22/08/2013

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

เศรษฐกิจไทย ‘ถดถอย’ ทางเทคนิค แต่การเมือง ‘ถดถอย’ ทางปฏิบัติจริง

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 

“มาร” พิชิต “มาร”

เนชั่นสุดสัปดาห์  ฉบับที่  1108  วันที่  23 ส.ค. 56   

เป็นไงเป็นกัน ฮอร์โมนส์พลุ่งพลั่กๆ

มติชนสุดสัปดาห์  

นึกจะออกไป “ข้างถนน” ก็ออก เมื่อผมไม่ออกไปด้วยก็ด่า

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ไฟเขียวศึกน้ำลายแก้ไขรธน.ลากยาวถึง 30 ส.ค.

นายอำนวย  คลังผา  ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า  การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.ยังไม่เสร็จสิ้นในวันที่ 22 ส.ค. จะไปว่ากันต่อในวันที่ 27-30 ส.ค. เพราะวันที่ 23-24 และ 26 ส.ค. จะเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ ได้แจ้งกรอบการพิจารณาตามนี้ต่อนายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์  ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านโจมตีการทำหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะที่เป็น ส.ส. แต่ไม่ค่อยให้ความสำคัญมาร่วมประชุมด้วยนั้น คิดว่าขาด ส.ส.ไปคนหนึ่งงานก็เดินได้ นายกฯมีงานด้านบริหารเยอะไม่อยากให้เอาเรื่องเล็กน้อยมาเป็นประเด็น ยืนยันว่าช่วงแถลงผลงานรัฐบาลราวเดือน ก.ย. นายกฯจะมาร่วมแน่นอน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  23/08/2013

ดินสไลด์ปิดถนนคลอดกลางป่า

พ.ท.ยศศักดิ์  บรรเทา  นายทหารยุทธการและการข่าว นพค.36 จ.แม่ฮ่องสอน  กล่าวว่า  เมื่อบ่ายวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมกำลังพล 20 นาย และแพทย์จาก รพ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางเข้าช่วยเหลือ น.ส.ศรีดา  ปรนนิบัติธรรม อายุ 18 ปี หญิงตั้งท้อง 8 เดือน ชาวไทยภูเขา บ้านนาดอย ต.แม่สวด อ.สบเมย ที่บ้านแม่หลุยหลวง หลังเจ็บท้องคลอดลูก ซึ่งระยะทางเข้าช่วยเหลือเต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงและดินสไลด์ต้นไม้ล้มปิดทับเส้นทาง กว่าไปถึงบ้านที่ผู้ป่วยอยู่เป็นเวลา 20.00 น. จากนั้นนำผู้ป่วยเดินทางออกจากบ้านมายังรพ.ส่งเสริมสุขภาพ บ้านลุมโล๊ะ ซึ่งห่างอยู่หลายกิโลเมตร เพื่อให้แพทย์ รพ.สบเมยที่ร่วมเดินทางมาด้วย ทำคลอดจนถึงเวลา 21.30 น. เด็กจึงคลอดออกมาแต่เสียชีวิต ส่วนแม่ปลอดภัย แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามช่วยอย่างเต็มความสามารถแล้ว ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเด็กไว้ได้ ก่อนนำตัว น.ส.ศรีดา ออกมาส่ง รพ.สบเมย แต่การเดินทางยากลำบากเพราะเกิดน้ำท่วมสูง ในพื้นที่ต้องนั่งเรือท้องแบนออกมา ก่อนจะเดินเท้ามาต่อและนั่งรถประกอบกับน.ส.ศรีดา ผู้ป่วยยังไม่แข็งแรง ขณะที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทาง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  23/08/2013

อิหร่านแก๊งบึมเจอคุกตลอดชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 505 ศาลอาญากรุงเทพใต้  ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายซาอิด  โมราดิ  จำเลยที่ 1 อายุ 29 ปี ที่อยู่ในสภาพพิการ และนายมูฮัมหมัด  ฮาซาอิ จำเลยที่ 2 อายุ 43 ปี ทั้ง 2 เป็นชาวอิหร่าน  ร่วมกันก่อให้เกิดระเบิด ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ พยายามฆ่าผู้อื่น ทำให้เสียทรัพย์ และพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุน โดยศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต ปรับ 100 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 15 ปี  และให้จำเลยที่ 1 – 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้นายบัณฑิต 2,000,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระให้กักขังแทนค่าปรับ และให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงิน 6,691 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ฐานทำให้ตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด เสียหายนับตั้งแต่วันเกิดเหตุและให้ริบอุปกรณ์ประกอบระเบิด หลังศาลพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวจำเลยทั้ง 2 กลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่นของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ขณะที่ด้านหน้าอาคารมีกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) บก.สปพ.กว่า 10 นายพร้อมด้วยสุนัขตำรวจตรวจสอบวัตถุและสิ่งแปลกปลอมโดยรอบ รวมทั้งตรวจค้นตัวบุคคลและรถยนต์ที่จะเข้ามาในศาลอย่างเข้มงวด เนื่องจากนายซีม่อน โรเด็ด (Mr.Simon Roded) เอกอัครราชทูตอิสราเอล เดินทางมาร่วมฟังคำพิพกาษด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  23/08/2013

ชาญวิทย์ส่งจม.ถึง “ชวน”ห่วง “ปชป.” เตือนปลุก “อนาธิปไตย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการประวัติศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำจดหมายเปิดผนึกโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก Charnvit Ks ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกฯ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตกรรม การสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง “ประชาธิปไตย กับ อนาธิปไตย” ระบุว่า เหตุป่วนต่างๆ ในสภาน่าจะเป็นการสร้างสถาน การณ์อนาธิปไตย (anarchy) นำไปสู่การรัฐประหาร ยึดอำนาจ โดยนายทหารหรือนายศาล เรื่องทำนองนี้เคยเกิดเมื่อพ.ศ. 2490 และ 2549 ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยได้อีก กาลียุคก็จะเกิดกับประเทศ  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)

นายสามารถ  แก้วมีชัย  ส.ส.เชียงราย พท.  ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวว่า  ตนเป็นนักเรียน 14 ตุลาคม 2516 ที่บอกให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งจะเกิดกลียุคเหมือน 14 ตุลาคม 2516 ทั้งที่เบื้องหลังลึกกว่านั้น ขอให้ไปอ่านจดหมายเปิดผนึกของนายชาญวิทย์  เกษตรศิริ  อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์โดยชี้ภัยปลุกอนาธิปไตยมุ่งสู่ยึดอำนาจ  (หนังสือพิมพ์มติชน)

ผลดีเอ็นเอตรง 16 จุดมัด “สมีคำ” สรุปเป็นพ่อ “11 ขวบ”

พ.ท.นพ.เอนก   ยมจินดา  ผู้อำนวยการ (ผอ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า  สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับวัตถุพยานเข้ารับการตรวจจำนวน 4 ชิ้น สกัดดีเอ็นเอนำมาตรวจสอบและเปรียบเทียบได้ ส่วนซิการ์ที่อดีตเณรคำเคยสูบแล้วมอบให้ศิษย์นำไปบูชา มีเซลล์น้ำลายในกระพุ้งแก้มติดอยู่ เมื่อนำไปตรวจเทียบกับดีเอ็นเอของแม่และเด็กอายุ 11 ขวบ ที่อ้างว่าเป็นบุตรชายของอดีตเณรคำแล้ว ผลปรากฏว่าดีเอ็นเอของอดีตเณรคำตรงกับเด็กชาย 16 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่ามีความแม่นยำและเชื่อถือได้ว่าบุคคลทั้งสามมีความสัมพันธ์เป็นพ่อ แม่ ลูกกันแน่นอน  เนื่องจากเป็นการตรวจที่ละเอียดกว่าการตรวจดีเอ็นเอของเอฟบีโอในสหรัฐที่ตรวจเพียง 13 ตำแหน่ง ดังนั้น ความถูกต้องแม่นยำตามหลักวิทยาศาสตร์ คือ 99.99999 เปอร์เซ็นต์และขอยืนยันว่าผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถปลอมแปลงขึ้นได้  อย่างไรก็ตามหากนายสุริ  สุขผล น้องชายอดีตเณรคำ ที่อ้างว่าเป็นพ่อของเด็กคนดังกล่าว ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ หรือต้องการตรวจดีเอ็นเอ ก็มาตรวจได้ ไม่ได้ขัดข้อง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน วันที่  23/08/2013

สภายืดถกอีก 4 วันโพลหนุนเลือกตั้ง 200 สว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ 429 คน เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว.” เก็บข้อมูลวันที่ 21 ส.ค. พบว่า ร้อยละ 59.2 เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของส.ว. ในประเด็นให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน โดยไม่จำเป็นต้องมีส.ว.สรรหาอีกต่อไป ร้อยละ 21.0 ระบุว่าไม่เห็นด้วย ร้อยละ 19.8 ไม่แน่ใจ  ทั้งนี้ ร้อยละ 46.2  ระบุเห็นด้วยกับการยกเลิกข้อความว่าคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นส.ว. ห้ามเป็น บุพการี คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ดำรงตำแหน่งส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ร้อยละ 38.0 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 15.8 ไม่แน่ใจ ส่วนประเด็นยกเลิกเงื่อนไขที่ผู้ลงสมัครส.ว.ต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคหรือส.ส. 5 ปีก่อน ร้อยละ 55.2 ระบุเห็นด้วย ร้อยละ 30.1 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 14.7 ไม่แน่ใจ  ร้อยละ 35.5 ไม่แน่ใจว่าการแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวจะนำไปสู่การรวบอำนาจรัฐสภาหรือไม่ ร้อยละ 34.7 เห็นว่าน่าจะนำไปสู่การรวบอำนาจรัฐสภาจริงตามที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต ขณะที่ร้อยละ 29.8 ระบุว่าไม่จริง ฝ่ายค้านคิดมากไป ส่วนการแก้ประเด็นที่มาของ ส.ว. มีผลดีหรือผลเสียกับประเทศไทยมากกว่ากัน ร้อยละ 36.8 ระบุมีผลดีและผลเสียพอๆ กัน ร้อยละ 25.4 มีผลดีมากกว่าผลเสีย และร้อยละ 19.1 มีผลเสียมากกว่าผลดี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่  23/08/2013

ล่าเจ๊มาม่าหัวโจกฉกใบวีซ่า

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. กล่าวว่าการตรวจสอบล่าสุดพบชาวต่างชาตินำวีซ่า ล็อตดังกล่าว เดินทางเข้าไทย 103 ราย ออกไปแล้ว 59 ราย เหลืออยู่ในประเทศอีก 44 ราย แบ่งเป็นชาวไนจีเรีย 26 ราย ชาวอินเดีย 6 ราย และประเทศอื่นๆ แถบเอเชียกลาง สตม.จัดชุดเฝ้าระวังติดตาม หากกลุ่มบุคลดังกล่าว หากใช้หนังสือเดินทางและวีซ่าทำธุรกรรม ก็สามารถทราบความเคลื่อนไหวและจับกุมได้ทันที รวมทั้งสั่งให้ตรวจตราด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ เพื่อป้องกันบุคคลกลุ่มนี้หลบหนีด้วย สำหรับกรณีที่มีข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ไทยมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศ  “ส่วนการติดตามหญิงไทยต้องสงสัยทราบชื่อคือ”มาม่า” ที่ขายดวงตราวีซ่าดังกล่าวให้ชาวต่างชาติ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าอยู่แถวพัฒนาการนั้น ล่าสุดยังไม่พบเบาะแสแต่คาดว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย” และล่าสุดตำรวจได้ภาพสเก็ตช์ ส่งให้ตำรวจและด่านตม.ทั่วประเทศสกัดจับแล้ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่  23/08/2013

จี้แบน “ฟ้าจรดทราย” – มุสลิมโวยลบหลู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 22 ส.ค. มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ตั้งอยู่ที่ซอยโรงเรียนหัวหมากวิทยานุสรณ์ ถ.รามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ โดยนายสายัณห์ สุขจันทร์ ฝ่ายกฎหมายมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอให้ยุติการออกอากาศละครโทรทัศน์ เรื่อง ฟ้าจรดทราย” ส่งถึงน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) รวมถึงสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  โดยแถลงการณ์ระบุว่า ทางมูลนิธิ รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลามเกี่ยวกับละครโทรทัศน์ เรื่อง “ฟ้าจรดทราย” ถึงความไม่เหมาะสมของเนื้อหา และบทบาทของตัวละครโทรทัศน์ดังกล่าว ซึ่งบิดเบือนหลักการศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง และใส่ร้ายชาวมุสลิมในทางเสื่อมเสียเป็นอย่างมาก ดังนั้นทางมูลนิธิ โดยฝ่ายกฎหมายจึงเรียนมายังรมว.ไอซีที เพื่อขอให้ดำเนินการยุติการถ่ายทอดออกอากาศละครโทรทัศน์เรื่อง ฟ้าจรดทรายของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยด่วนที่สุด

ด้านนายสยาม สังวริบุตร กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด ผู้ผลิตละคร “ฟ้าจรดทราย” กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนเพิ่งจะทราบเรื่องดังกล่าว ขอเวลาในการตรวจสอบรายละเอียดก่อน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่  23/08/2013

สาวอดหน้าเด้งห้ามฉีดซิลิโคน

นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เกี่ยวกับการศัลยกรรมตกแต่ง การเสริมสวยและการโฆษณา กล่าวว่า ในการประชุมวันนี้มีการพิจารณาการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์เพื่อใช้ในการเสริมสวย โดยสารเติมเต็มนี้มี 3 รูป คือ 1. สารเติมเต็มที่สลายไปได้เองภายใน 3-6 เดือน 2.สารเติมเต็มที่สลายภายใน 1-2 ปี และ 3.สารเติมเต็มที่สลายไม่สลายตัว ซึ่งเป็นการพิจารณาสารเติมเต็มในรูปแบบที่ 3 คือ ซิลิโคน  จากรายงานของสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทยพบว่าภายหลังการฉีดได้ก่อให้เกิดผลเสียมากมาย นอกจากไม่ได้ทำให้สวยขึ้นแล้ว ยังมีการอักเสบ ติดเชื้อ ก่อตัวขึ้นเป็นก้อนเนื้อ ผิวขรุขระ และยังมีการไหลลงไปสู่ที่ตามและแก้ม ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขทำได้ยากมาก  ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้สารเหล่านี้ในการเสริมสวยค่อนข้างมาก ดังนั้นอนุกรรมการฯ จึงมีมติเสนอให้มีการออกประกาศห้ามการฉีดสารเติมเต็มที่ไม่สลายตัว ไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนเหลวในรูปแบบใด อย่าง  ไบโอพลาสติก พาราฟิน หรือสารอื่นๆ ไม่สลายตัว เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน แม้ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกรายก็ตาม ถือเป็นการประกาศครั้งแรกของประเทศไทยที่จะห้ามฉีดสารนี้ โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการแพทยสภาในวันที่ 12 ก.ย. นี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  23/08/2013

ถกรธน.อืดซัดปูมัวทัวร์นอก

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมว่า เมื่อเวลา 15.00 น. การประชุมเริ่มดุเดือดอีกครั้ง โดยเป็นการปะทะคารมระหว่าง ส.ส.หญิงระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทย เมื่อ นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างการอภิปราย พร้อมๆกับแสดงภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ถ่ายรูปกับทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแอฟริกา โดยระบุตอนหนึ่งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์  เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ เหมือนกับการเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองนอก ไม่สนใจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งหากไปในภารกิจสำคัญพวกตกก็เข้าใจได้ แต่นี่ตั้งแต่รับตำแหน่งเดินทางไปต่างประเทศแล้ว 40 กว่าครั้ง ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งชายและหญิงต่างยกมือประท้วงกันทั่วห้องประชุม โดยนางกุสุมาลวตี  ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นขอให้ นพ.วรงค์ ถอนคำพูดว่านายกรัฐมนตรีไปท่องเที่ยว เพราะข้อเท็จจริงนายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติภารกิจสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่อง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทำให้ นพ.วรงค์เปลี่ยนคำพูดจากนายกรัฐมนตรี มาเป็นคำว่า ส.ส.ยิ่งลักษณ์ แทน ทำให้นายนิคม  ไวยรัชพานิช ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องพยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้ง 2 ฝ่ายถอนคำพูดพร้อมกำชับ นพ.วรงค์ อย่าพูดพาดพึงถึงคนนอก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  23/08/2013

เชือด “18 จนท.” โกงแวต

นายอารีพงศ์  ภู่ชอุ่ม  ปลัดกระทรวงการคลัง  กล่าวถึงผลการสรุปการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออก (โกงแวต) ของคณะกรรมการ ที่มีนายประสิทธิ์  สืบชนะ  ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน  ว่า คณะกรรมการสรุปรายงานเบื้องต้น ว่า มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว 18 ราย และพบความเสียหายคิดเป็นเงิน 4,341 ล้านบาท ทั้งนี้ ในจำนวน 18 ราย ตนได้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง 4 ราย ประกอบด้วย ข้าราชการระดับอำนวยการ ระดับสูงและประเภทวิชาการและระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 9 หรือ ซี 9 โดยมีนายประภาส คงเอียด ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ส่วนอีก 14 ราย เป็นข้าราชการระดับปฏิบัติงาน ตั้งแต่ ซี 8 ลงไป ทางกรมสรรพากรจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  23/08/2013

ค่าเงิน “ตลาดเกิดใหม่” ร่วง

นางผ่องเพ็ญ  เรืองวีรยุทธ  รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  กล่าวว่า  ในช่วงนี้เงินบาทอ่อนค่าลงเพราะมีเงินทุนต่างชาติไหลออกไปลงทุนยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีเงินทุนไหลออกเช่นเดียวกัน

นายกำพล  อดิเรกสมบัติ  เศรษฐกรอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า  เงินบาทช่วงนี้ถือว่าอ่อนค่าเร็วเกินไป (Overshoot) ซึ่งเป็นผลจากการที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกังวลกับเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยหลายประเทศเริ่มมีปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ขณะที่เฟดอาจปรับลดคิวอี นอกจากนี้ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มจะฟื้นตัวกลับมาได้โดยเฉพาะภาคการส่งออก ซึ่งน่าจะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยกลับมาสมดุลหรือเกินดุลได้เล็กน้อย ซึ่งถ้าจะขาดดุลก็คิดว่าคงไม่เกิน 1% ของจีดีพี ดังนั้น จึงมีแนวโน้มว่า เงินบาทอาจกลับมาแข็งค่าโดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ 31.5 บาทต่อดอลลาร์ช่วงปลายปีนี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  23/08/2013

ปล่อยบาทอ่อน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองด้านเศรษฐกิจ ท่ามกลางแนวโน้มค่าเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี จนแตะ 32.14 บาท/เหรียญสหรัฐจากเงินทุนไหลออก ว่า  รัฐบาลจะไม่มีมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในขณะนี้ ถือว่าอยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยรับได้ แต่ได้ขอความร่วมมือไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้มีเสถียรภาพ โดยใช้กลไกของทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่ 1.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และสภาพคล่องในระบบรูปของเงินบาท 3 ล้านล้านบาท มาใช้ให้เกิดประโยชน์

นายนิวัฒน์ธำรง  บุญทรงไพศาล  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์  กล่าวว่า  รัฐบาลจะไม่เข้าไปกดดัน ธปท.แทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน หรือหามาตรการทางการเงินเข้ามารักษาเสถียรภาพค่าเงินแม้เงินบาทจะอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  23/08/2013

เอ็กซิมแบงก์คลอดมาตรการเด็ดกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายคนิสร์  สุคนธมาน  กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์)  กล่าวว่า  ธนาคารจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับนายทนุศักดิ์  เล็กอุทัย รมช.คลัง พิจารณาใน 3 มาตรการ หากเอ็กซิมแบงก์ยอมรับประกันความเสี่ยงดังกล่าว จะช่วยให้มีผู้ประกอบการคนไทยกล้าที่จะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ล่าสุด ธนาคารได้ทำข้อตกลงรับค้ำประกันความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการไทยที่ไปทำโรงแรมในประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่า 1,000 ล้านบาท  เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อจะไม่ดูที่เอกสารเพียงอย่างเดียว แต่จะให้สมาพันธ์ช่วยตรวจสอบว่าผู้ประกอบการมีคำสั่งซื้อสินค้าจริงและต้องการทุนหมุนเวียน ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อให้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  23/08/2013

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “พสกนิกร” ปลื้มปีติ 2 ล้นเกล้าเสด็จ “วังไกลกังวล” คนผวามีพิษอาหารทะเลช้ำ พายุเชบีจ่อถล่มภาคเหนือ –...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ที่ลือกันก็เป็นจริงเอ๋ควงเจนี่โชว์ทะเบียนสมรส โหวตพรบ.นิรโทษฯผ่านฉลุย 3 โจ๋ยำแท็กซี่ดับแค่ขับรถปาดกัน มติชน นิรโทษฉลุย 300 –...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ โต้ทนาย “เอกยุทธ” คนมีสีฆ่า สอบ “บอล” เปล่าพูด สลดฆ่าตัวยกครัว...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ม็อบสวนลุมคึกคักกร้าว 7 วันเผด็จศึกรัฐบาลได้ เด็กปวช.ปี 2 ถูกยิงคาตลาดเพื่อนแค่เจ็บ สอบพระ 5...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ แฉผลสอบคดีฆ่าเอกยุทธมืออาชีพ – จัดฉาก น้องเมย์รับอีก 2 ล. ปรอทปนเปื้อนบริเวณอ่าวพร้าว มติชน...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top