ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ปชป.สับขุนค้อนจอมป่วน!มีแผนยึดสภาสูง

ซูเอี๋ยรีสอร์ตเสม็ด

สยอง – สลิงขาดท่อเหล็กทับดับ

มติชน

“บิ๊กตู่” แนะสภาเลิกทะเลาะจี้ยึด “กติกา”

ช็อกโลก “ซีเรีย” ถล่มก๊าซพิษเกลื่อนพันศพ

“มาม่า – เซ็นทรัล” ยันศก.ไม่ถึงวิกฤตวอน “การเมือง” ต้องนิ่ง

ข่าวสด

ปชป.โต้ผลักตร.ปล่อยมุขถูกเหยียบตาปลา

ไล่สอบวุ่นดวงตราวีซ่าไทยหายอื้อ

“เบลล่า” ยิ้มได้แล้ว – แม่ห่วงเบญจเพส

เดลินิวส์               

ขุนค้อนบ่นโคตรเบื่อสภาป่วนโหวตได้แค่ “มาตรา 2”

ยิงจรวดแก๊สพิษดับเซ่น 1,300 ศพ

รองผอ.อัดนศ.อ่วม

กรุงเทพธุรกิจ

ชงแก้มติครม.สกัดรุกป่า

“บาท – ริงกิต” จ่อร่วงหนัก

โพสต์ทูเดย์

ชะลอจ้างงาน

ออมสินคุมปล่อยกู้

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์

ด้วยกลเกม “กินเมือง” ที่ต่างแก้

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

ถ้าเลื่อนได้ก็ดี

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

เศรษฐกิจยังไม่เลวร้ายอย่างที่คิด

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน

ป่วนเพื่ออะไร  วันที่  22/08/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด

พลังงานลม

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

เรื่องแย่ๆ ไทยไม่ยอมน้อยหน้าใคร

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ปชป.สับขุนค้อนจอมป่วน!มีแผนยึดสภาสูง

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์  ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)  กล่าวถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า  เป็นเพราะการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภาเป็นหลักที่พยายามรวบรัดและติดสิทธิ 57 สมาชิกรัฐสภาที่สงวนคำแปรญัตติไว้รวมทั้งการวินิจฉัยของประธานที่ประชุมทั้ง 2 คน ไม่ตรงกัน และเกิดกรณีซ้ำซ้อนประธานรัฐสภาสร้างความอัปยศให้ตำรวจปราบจลาจลของ บช.น. เข้ามาในรัฐสภาคุกคามการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยกเว้นยุคทรราชเผด็จการประธานคนแรกต้องปรับตัวคุมการประชุมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญไม่กังวลอยู่กับใบสั่ง ทั้งนี้ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. เพราะจะเป็นอภิมหาฮั้วกันทางการเมืองรัฐบาลกับส.ว.ปัจจุบันแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ผลัดกันเกาหลัง ยึดสภาสูงหลังการเลือกตั้ง ส.ว.

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ถึงความวุ่นวายในการประชุมรัฐสภา ว่า เป็นเรื่องสถานการณ์พาไปอารมณ์ความรู้สึกค่อนข้างรุนแรงมาก แต่ไม่มีใครอยากให้เป็นอย่างนี้ ยืนยันว่าไม่มีการวางแผนให้เกิดความปั่นป่วนหรือมีเจตนาแอบแฝง ขณะที่ฝ่ายประธานเตรียมการไว้แล้ว นำกำลังตำรวจรัฐสภาเข้ามาคุ้มกันเหมือนซักซ้อมไว้แล้ว ฝ่ายค้านพยายามใช้สิทธิตามข้อบังคับ แต่ประธานกลับปฏิเสธจึงจำเป็นต้องประท้วง อารมณ์ขณะนั้นยอมรับว่าอาจมีถ้อยคำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่พยายามเตือน ส.ส.ของพรรคให้ระมัดระวังการโห่หรือใช้ถ้อยคำต่างๆ

นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ  ส.ส.พัทลุง  พรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  พรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมรายละเอียดของเหตุการณ์เพื่อร่างหนังสือที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่างถูกต้องหรือขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ เบื้องต้นที่คิดว่าจะยื่นเฉพาะขั้นตอนกระบวนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าไม่ถูกต้องแต่เมื่อมีการพิจารณาในรายละเอียดของการประชุมวาระ 2 ที่สมาชิกรัฐสภาได้สงวนคำแปรญัตติและถูกตัดสิทธิ์ 57 คน การที่ประธานรัฐสภาไม่ให้มีการลงมติในมาตรา 1 รวมถึงการแก้ไขที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ในลักษณะต่างตอบแทน หรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือเกื้อกูลกัน ดังนั้น จะรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดจนถึงวาระที่ 3 เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความในคราวเดียวกัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  22/08/2013

ซูเอี๋ยรีสอร์ตเสม็ด

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า  กรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ส่งกำหนดการของนายวิเชษฐ์  เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรฯในการเดินทางไปฏิบัติราชการที่อุทยานฯเกาะเสม็ด – เขาแหลมหญ้า เพื่อติดตามการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ในเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ส.ค. ระบุว่า จะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 22 ในเขตอุทยานแห่งชาติเกาะเสม็ด – เขาแหลมหญ้า จากนั้นจะมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างหัวหน้าอุทยานฯเกาะเสม็ดฯกับผู้ประกอบการรีสอร์ต 3 ราย คือ พลอยเสม็ด มุกเสม็ด และอันซีน กำหนดการดังกล่าวสร้างความงุนงงให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ 2 หน่วยงานว่า ในเมื่อกรมอุทยานฯประกาศจะใช้มาตรา 22 คือต้องรื้อถอนทุบทิ้งรีสอร์ตที่บุกรุกอุทยานเกาะเสม็ดฯทั้ง 3 รายทันทีแล้ว ทำไมต้องไปลงนามความร่วมมือกับผู้ประกอบการทั้ง 3 แห่งที่ทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย เคยทำหนังสือถึงกรมอุทยานฯตั้งแต่เดือน ส.ค.  –  ก.ย.ปี 2555 แล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการใช้กฎหมายทำไมไม่รื้อถอนไปเลยต้องมีการลงนามกันทำไม

นายนิพนธ์  โชติบาล  รองอธิบดีกรมอุทยานฯ  กล่าวว่า  สาเหตุที่ต้องมีการลงนามระหว่างกรมอุทยานฯกับผู้ประกอบการ เพราะต้องการให้เป็นทางการ มีสักขีพยานว่าจะต้องรื้อถอนออกไปแน่ๆ ไม่ใช่มาหลอกกันเล่นเหมือนที่ผ่านมา ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการทั้ง 3 รายทราบแล้ว และให้เก็บของมีค่าออกจากรีสอร์ต เพื่อดำเนินการรื้อถอน โดยกรมอุทยานฯจะไม่รื้อถอนเอง แต่ให้ผู้ประกอบการรื้อถอนจะได้ไม่เป็นคดีความทางแพ่ง ถ้ากรมรื้อถอนจะต้องฟ้องแพ่งเพื่อให้ผู้ประกอบการชดใช้และเป็นการป้องกันการถูกฟ้องร้องกลับ หากว่ากรมเข้าไปรื้อถอนเองและไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการรื้อถอนและจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาติดตามการใช้อำนาจในการรื้อถอนด้วย  เมื่อถามว่า ถ้าถูกหลอกอีกจะทำอย่างไร  นายนิพนธ์  กล่าวว่า  กรมก็จะเข้ารื้อถอนเองเลย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะโดนหลอก เพราะมีการลงนามความตกลง มีสักขีพยานมากมาย และกรมยังได้มีหนังสือแจ้งไปถึงอธิบดีกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เข้ารื้อถอนสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของกรมประมงที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับรีสอร์ตทั้ง 3 แห่งด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  22/08/2013

สยอง – สลิงขาดท่อเหล็กทับดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 21 ส.ค.  พ.ต.ท.ศุภชัย  หาญคำหล้า  พงส.ผนก.สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุลวดสลิงยกของขาดขณะยกท่อเหล็กขึ้นไปก่อสร้างในอาคาร ทำให้ท่อเหล็กหล่นลงมาทับร่างคนงานที่ทำงานบนพื้นด้านล่างเสียชีวิต 1 ราย ภายในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารชุดไอดิโอ โมบิ พระราม 9 ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.กิติ  ยุกตานนท์  ผกก. พ.ต.ท.สมบูรณ์  ศรีมงคล สวป. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.รามาและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชุดกำลังก่อสร้างสูง 28 ชั้น มีบริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ตรงจุดเกิดเหตุช่วงล่าง บริเวณปากทางขึ้นที่จอดรถข้างอาคาร พบศพนางจันทร จีกระโทก อายุ 45 ปี คนงานก่อสร้าง ชาว จ.อุดรธานี เสียชีวิตในสภาพศพแหลกเหลวจนจำสภาพเดิมไม่ได้ ชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจายเป็นวงกว้างรัศมี 2 เมตร ที่บริเวณใกล้จุดพบศพมีท่อแป๊บเหล็กยาวประมาณ 4 เมตร หลายสิบท่อนน้ำหนักกว่า 200 กก. ตกกระจัดกระจายพร้อมตะขอเครนและโซ่ที่ใช้มัดท่อนเหล็ก ตรวจสอบเบื้องต้นพบเครนที่เกิดอุบัติเป็นของบริษัท เค เจ ซี แมคคานิค จำกัด ติดตั้งอยู่บนชั้น 28 ของอาคารดังกล่าว โดยมีนายมงคล  น้อยคูณ อายุ 45 ปี เป็นพนักงานขับเครน หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นโดยรอบเชื่อว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ จากนี้ไปจะเรียกวิศวกรผู้ควบคุมงาน บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดพร้อมตัวแทนบริษัทที่เป็นเจ้าของเครนมาสอบสวน และประสานฝ่ายสืบสวน สน.เร่งติดตามนายมงคล พนักงานขับเครนรายนี้มาสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนสรุปว่าเป็นความผิดของผู้ใด ส่วนกรณีที่คนงานมีการเคลื่อนย้ายศพและล้างคราบเลือดในจุดเกิดเหตุโดยพลการนั้น ถือเป็นความผิดซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  22/08/2013

“บิ๊กตู่” แนะสภาเลิกทะเลาะจี้ยึด “กติกา”

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)  กล่าวถึงความวุ่นวายในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตนก็ได้ติดตามถึงการประชุมสภาจึงอยากขอให้ทุกฝ่ายยอมรับกติกาตามระบอบประชาธิปไตยต้องแก้ให้ได้ ทั้งนี้ ก็ต้องหาจุดติดขัดกันให้เจอ สิ่งไหนที่สามารถผ่อนสั้นผ่อนยาวก็ขอให้ทำ  อย่ามัวแต่ตีกันหรือทะเลาะกัน ทุกวันนี้ผมก็อดทน และพยายามตั้งรับปัญหาทุกอย่างอย่างมีสติ  และใช้ปัญหาในการแก้ไข ถ้าใช้ความรุนแรงหรือโมโหโกรธแค้นในการทำงานจะทำให้ปัญหาบานปลายทุกวันนี้มีคนไทยอพยพกลับมาจากต่างประเทศจำนวนมาก แล้วอยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้นหรือไม่ อยากให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียน ต้องระมัดระวังและขอให้ทำทุกอย่างให้เกิดความสงบ ถ้าไปขยายความก็ไม่จบ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม เพราะถือว่ามีพรรคพวกมาก  ตนพยายามยึดมั่นในแนวทางและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าต้องแก้ปัญหาอย่างมีสติคิดก่อนทำ  ที่ผมพูดไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น แต่พูดในฐานะคนไทยและเป็นผบ.ทบ.  อยากขอร้องทุกภาคส่วนขอให้ลดกันบ้าง ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางจะเจอกันได้ โดยให้ใช้กฎหมายเป็นหลักด้วยความเที่ยงธรรม ประเทศไทยจะได้หลุดพ้นห้วงเวลาที่น่าเป็นห่วงอย่างนี้เสียที สิ่งไหนที่ต้องไปแก้ด้วยกฎหมายก็ทำไป แต่อย่าทำลายกฎกติกาของประเทศ ทุกคนต้องระมัดระวังในการแสดงออกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยไม่อยากให้ใช้ความรุนแรงเหมือนบางประเทศ ผมมองทุกอย่างด้วยความเป็นห่วง แต่ทหารก็มีหน้าที่เฉพาะอยู่ และมีกฎกติกามากมายที่ออกนอกกรอบไม่ได้ อยากให้ทุกคนช่วยกันระมัดระวังสิ่งต่างๆที่จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ประเทศชาติ ทุกวันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงไม่แข็งแรง อยากให้ทุกคนทำสิ่งที่ดีเพื่อถวายท่านให้ทรงพระสำราญ และสบายพระราชหฤทัย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  22/08/2013

“มาม่า – เซ็นทรัล” ยันศก.ไม่ถึงวิกฤตวอน “การเมือง” ต้องนิ่ง

นายนริศ  เชยกลิ่น  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินบัญชีและบริหารทรัพย์สินค้า บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกั ด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น  ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว การบริโภคในประเทศลดลง ว่า  ขณะนี้ยังไม่กระทบกับการใช้บริการซื้อสินค้าในศูนย์การค้าเซ็นทรัล สังเกตได้จากจำนวนผู้เข้าใช้บริการยังปกติ ไม่ใช่เฉพาะแต่เซ็นทรัลเท่านั้น แต่เชื่อว่ายังปกติทุกศูนย์การค้า ขณะนี้ยังไม่ใช่วิกฤต แม้เศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่ก็ยังมีการเติบโตจนมีผลต่อการใช้จ่ายในศูนย์การค้าอย่างชัดเจน และซีพีเอ็นจะยังคงเดินหน้าขยายลงทุนตามปกติ อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอาจมีผลกระทบในส่วนของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

นายพิพัฒ  พะเนียงเวทย์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)  ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า  กล่าวว่า  ผลประกอบการโดยรวมของมาม่าในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้เติบโต 3.89% แม้จะถดถอยลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วยเดียวกันปีก่อนหน้าที่เติบโต 4% แต่ก็มีอัตราเติบโตที่น่าพอใจ แสดงให้เห็นว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจไทยในลักษณะแปรผกผัน กล่าวคือยอดขายจะโตเพิ่มขึ้นในช่วงเศรษฐกิจขาดลงจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีราคาจำหน่ายสินค้าต่อหน่วยอยู่ที่ซองละ 6 บาท ยังเป็นสินค้าทางเลือกของผู้บริโภคในภาวะที่เศรษฐกิจโดยรวมถดถอย กำลังซื้อลด ราคาสินค้าและอาหารมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  22/08/2013

ปชป.โต้ผลักตร.ปล่อยมุขถูกเหยียบตาปลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในห้องประชุม นายธนา ชีรวินิจ ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การเสนอให้พิจารณาเรื่องที่มาส.ว.ก่อน เพื่อเป็นหลักประกันขอเสียงสนับสนุนจากส.ว.ส่วนหนึ่งให้ลงมติสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับ ถือเป็นผลประโยชน์ตอบแทน และหลังจากปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งส.ว.แล้ว จะก้าวล่วงถึงการเปลี่ยนแปลงการแต่งตั้งองค์กรอิสระหรือไม่ วิตกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อใช้บังคับแล้วประชาชนและนักธุรกิจที่มีแนวคิดแตกต่างจากรัฐบาลจะถูกคุกคาม จากนั้นนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามที่ประชุมถึงเฟซ บุ๊กรัฐสภาไทยโพสต์ภาพส.ส.ประชาธิปัตย์ใช้มือค้ำคอเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ระหว่างการประชุมวันที่ 20 ส.ค. จึงอยากถามความรับผิดชอบจากนายสมศักดิ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าเหตุใดปล่อยให้นำเฟซบุ๊กรัฐสภามาเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม ซึ่งนายสมศักดิ์ชี้แจงว่าจะขอตรวจสอบเรื่องนี้ หากพบว่าเป็นเรื่องจริงจะสั่งให้หยุดดำเนินการ ซึ่ง นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปรากฎภาพในเฟซบุ๊ก ลุกขึ้นชี้แจงว่า ภาพที่นำมาแสดงบนเฟซบุ๊ก รัฐสภาไทย และสังคมมองว่าตนทำร้ายตำรวจรัฐสภานั้นไม่เป็นความจริง ขณะที่ชุลมุนเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาเข้ามาเหยียบเท้าของตนที่ตาปลา ตนรู้สึกเจ็บเลยมีปฏิกิริยายื่นมือออกไป และไปโดนคอเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาพอดี  การชี้แจงของนายกุลเดช ทำให้มีเสียงโห่จากพรรคเพื่อไทยเสียงดัง  หลังจากนายศิริโชค พูดเรื่องเฟซบุ๊กรัฐสภาเสร็จ เจ้าหน้าที่รัฐสภารีบลบภาพดังกล่าว พร้อมแชร์รูปภาพจาก เฟซบุ๊ก “ขุนค้อน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” เป็นภาพนายสมศักดิ์กำลังทุบค้อนอยู่บนบัลลังก์ และเปลี่ยนรูปภาพหน้าเฟซบุ๊กมีข้อความ “ประธานรัฐสภาทำหน้าที่ตามข้อบังคับอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครอยู่เหนือข้อบังคับของรัฐสภา ถือเป็นกติกาที่สมาชิกทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติ” จากนั้น นายศิริโชคลงมาเปิดแถลงถึงเรื่องดังกล่าว เรียกร้องให้นายสมศักดิ์ รับผิดชอบด้วยการลาออก เพราะใช้เงินภาษีจ้างบริษัทเอกชนใช้เฟซบุ๊กรัฐสภาทำลายฝ่ายตรงข้าม หากยังเพิกเฉยจะดำเนินการต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  22/08/2013

ไล่สอบวุ่นดวงตราวีซ่าไทยหายอื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา พ.ต.ต.ชุมพล บัวชุม สว.ตม.สงขลา พร้อมด้วยผู้ใต้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ร่วมจับกุมนายแนเมก้า ซันเดย์ เอ็ดวิน อายุ 35 ปี ชาวไนจีเรีย พร้อมของกลางหนังสือเดินทางประเทศไนจีเรีย เลขที่ เอ 04495149 ขณะจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เนื่องจากตรวจสอบข้อมูลบุคคลต้องเฝ้าระวังพบว่า นายแนเมก้าเป็นบุคคลเฝ้าดูของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประสานไปยัง พ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สว.กก.1 บก.สส.สตม. ก่อนได้รับแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายแนเมก้าเป็นบุคคลที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พิจารณาแล้วเห็นว่าอยู่ในข่ายอาจเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากได้รับการตรวจลงตรามาในทางที่ มิชอบ  จากการสอบสวนนายแนเมก้าให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากตัวแทนในกรุงเทพฯ ให้เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อขอรับการตรวจลงตรา เมื่อไปถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ จะมีตัวแทนอีกคนหนึ่งรับหนังสือเดินทางไปดำเนินการขอตรวจลงตราให้ โดยจ่ายเงินค่าดำเนินการ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 62,000 บาท จึงส่งตัวดำเนินคดีข้อหาใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น

รายงานข่าวจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตม. มุกดาหาร ก็จับกุมผู้ต้องหาชาวแคเมอรูนที่กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว โดยเดินทางมาจากแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว ตรวจพบหนังสือเดินทางมีวีซ่า ประทับดวงตราของราชอาณาจักรไทย ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จึงตรวจสอบย้อนกลับไปยังสถานทูตก็พบว่าเป็นดวงตราของจริง แต่มีพิรุธตรงที่บุคคลต่างชาติคนดังกล่าวไม่ได้เดินทางไปประเทศมาเลเซีย และเมื่อสอบสวนก็รับสารภาพว่าซื้อดวงตรามาใบละ 3,000 ริงกิต หรือประมาณ 30,000 บาท ต่อมาฝ่ายสืบสวนสตม.ตรวจสอบทราบว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัม เปอร์ ได้รับแผ่นดวงตราราชอาณาจักรไทยไปจากกระทรวงการต่างประเทศทั้งสิ้น 3,000 แผ่น และมีจำนวน 300 แผ่น แยกเป็นหมายเลข เอ 4049901 – เอ 405000 จำนวน 100 ใบ หมายเลข เอ 4055501 – เอ 4056000 จำนวน 100 ใบ และหมายเลข เอ 5801901 – เอ 5802000 จำนวน 100 ใบ สูญหายไป แต่ต่อมาพบว่าในจำนวนดวงตราที่หายไป กลับมีผู้นำมาใช้ประทับในพาสปอร์ต เดินทางเข้าออกประเทศไทยจำนวน 259 ใบ จากการตรวจสอบอย่างละเอียดยังพบอีกว่า ในจำนวน 259 ใบ ถูกนำมาใช้เดินทางเข้าออกประเทศไทย และในจำนวนดังกล่าวมีบุคคลต้องห้ามชาวอิหร่าน 35 ใบ ชาวแคเมอรูน 1 ใบ ชาวไนจีเรีย 20 ใบ ชาวปากีสถาน 4 ใบ ชาวอินเดีย 4 ใบ และอีกจำนวนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติในประเทศแถบเอเชียกลาง และจากการตรวจสอบล่าสุดทราบอีกว่า บุคคลต้องห้ามดังกล่าวที่ใช้ดวงตราประทับวีซ่าที่หายไป ยังอยู่ในประเทศไทย 55 คน  จากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมมาประสานข้อมูลกับสตม. พร้อมทั้งแจ้งว่าผู้ใช้หนังสือเดินทางเหล่านี้เข้าประเทศไทย เป็นบุคคลที่ทางการไทยเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการก่อการร้ายข้ามชาติ และล่าสุดสตม.ตามจับมาได้แล้ว 9 คน จาก 55 คนที่คาดว่ายังอยู่ในประเทศไทย พร้อมทั้งแจ้งไปยังด่านตม.ทั่วประเทศให้เฝ้าระวังบุคคลต้องห้าม และผู้ที่ใช้ดวงตราประทับที่สูญหายไปดังกล่าวด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  22/08/2013

“เบลล่า” ยิ้มได้แล้ว – แม่ห่วงเบญจเพส

น.ส.ภรณ์มณี เมษสิทธิ์สิริ ผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกสาว “เบลล่า”  กล่าวถึงอาการบาดเจ็บว่า วันนี้อาการของน้องเบลล่าดีขึ้น เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ยังมึนๆ จากฤทธิ์ยาหลังการผ่าตัด แต่ตอนนี้อาการปกติแล้ว สามารถเดินเข้าห้องน้ำเองได้ กินข้าวเองได้ โดยในช่วงเช้ามีพยาบาลเข้ามาช่วยดูแผลผ่าตัดให้ ซึ่งปกติดี และพยาบาลแจ้งว่าในช่วงบ่ายแพทย์จะเข้ามาดูอาการอีกครั้ง

อ่านเพิ่มที่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  22/08/2013

ขุนค้อนบ่นโคตรเบื่อสภาป่วนโหวตได้แค่ “มาตรา 2”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในช่วงเช้า ก่อนนายสมศักดิ์ปฏิบัติภารกิจเปิดงานมอบรางวัลคนต้นแบบพอเพียง ในบริเวณโถงชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายสมศักดิ์ได้แวะทักทายสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า “ไม่ปวดหัว มีเหนื่อยเล็กน้อย แต่โคตรเบื่อเลย”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  22/08/2013

ยิงจรวดแก๊สพิษดับเซ่น 1,300 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส  ประเทศซีเรีย  เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า  เดอะซีเรีย อ๊อบเซิร์พเทอรี ฟอร์ ฮิวแมนไรท์ กลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มีฐานอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ  เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า กองกำลังติดอาวุธที่ภักดีต่อประธานาธิบดีบาชาร์อัล – อัสซาด  ผู้นำซีเรีย ใช้อาวุธเคมีในระหว่างการโจมตีอย่างหนัก ในเขตยึดครองของฝ่ายต่อต้านแถบชานกรุงดามัสกัส ฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 ศพ ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง เหตุเกิดขึ้นขณะที่คณะเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ 20 คน กำลังดำเนินการตรวจสอบตามข้อกล่าวหาว่ามีการใช้อาวุธเคมี ในการสู้รบในซีเรียก่อนหน้านี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  22/08/2013

รองผอ.อัดนศ.อ่วม

นายอ่อนสี  บัวภาเรือง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ (ส.อบจ.อำนาจเจริญ)  กล่าวว่า  ได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครองของนายต้น (นามสมมุติ)  อายุ 16 ปี นักศึกษาปวช.ปีที่ 1 วิทยาลัยอาชีวะชื่อดังใน จ.อำนาจเจริญ ว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมานายต้นถูกรองผู้อำนวยการวิทยาลัย ทำร้ายร่ายกาย โดยมีสาเหตุที่นักศึกษาคนดังกล่าวไม่ได้ใส่รองเท้าตามระเบียบของวิทยาลัย รองผู้อำนวยการจึงประเคนหมัด – เท้า – เข่า – ศอกใส่จนมีอาการบาดเจ็บ เพื่อนๆต้องนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นจึงไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.ท.คำภา  พันธ์เพ็ง  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ ในเบื้องต้นได้ประสานไปยังผู้อำนวยการวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของรองผู้อำนวยการอารมณ์ร้อน ให้รับผิดชอบค่ายา ค่ารักษาพยาบาล แต่จนบัดนี้ยังไม่คืบหน้าใดๆ สำหรับกรณีของนายต้น ตนและพ่อแม่เด็กจะไปพบผู้อำนวยการเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้ง แต่ถ้ารองผู้อำนวยการยังไม่มาเจรจา และไม่รับผิดชอบ ก็จะพากันไปพบนายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผวจ.อำนาจเจริญ เพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  22/08/2013

ชงแก้มติครม.สกัดรุกป่า

นายมโนพัศ  หัวเมืองแก้ว  อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  กล่าวว่า  การแก้ปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ภายใต้มติครม. 30 มิ.ย. 2541 ที่ยืดเยื้อมานานถึง 16 ปี ตั้งแต่สมัยนายเนวิน  ชิดชอบ ที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหา แต่จนถึงตอนนี้กลับยังไม่ตัดสินใจ ทั้งที่มีแนวทางอยู่แล้ว ดังนั้น จำเป็นต้องมีกรอบระยะเวลาสิ้นสุดไม่อย่างนั้นป่าไม้จะหมดไปเรื่อยๆ ขณะนี้เตรียมเสนอแนวทางกับรัฐบาลว่า ต่อไปนี้ภายใต้มติครม. 30 มิ.ย. 41 เราควรจะต้องกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดจะดำเนินการอยางไร ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าต้องยุติการเปิดให้ราษฎรขอแจ้งการสำรวจครอบครองในปี 2556 และขั้นตอนการพิสูจน์รายเดิมทั้งที่อยู่มาก่อนปี 2541 ให้นำภาพที่ถ่ายดาวเทียมของปี 2545 มาตรวจสอบว่าอยู่ก่อนอยู่หลังการประกาศ แต่หากตรงไหนบุกรุกครอบครองเอาแผนที่มาครอบและวงพื้นที่เอาให้แล้วเสร็จ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  22/08/2013

 “บาท – ริงกิต” จ่อร่วงหนัก

นายประทีป  โมหินาณี  นักวิเคราะห์สินเชื่อจากบริษัทโนมูระในฮ่องกง  กล่าวว่า  สภาพปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่างกับเหตุการณ์ก่อนวิกฤติปี 2540 – 2541 โดยมีสองประเทศที่ค่าเงินตกไปแล้วคืออินเดียและอินโดนีเซีย ทำให้ต้องเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์จะลุกลามไปประเทศที่ 3 และ 4 ซึ่งน่าจะเป็นประเทศที่มีการขาดดุลการคลังในระดับสูง เศรษฐกิจชะลอตัว และต่างชาติถือครองพันธบัตรรัฐบาลสูง โดยไทยและมาเลเซียเข้าข่ายมากที่สุด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  22/08/2013

ชะลอจ้างงาน

นายยงยุทธ  แฉล้มวงษ์  ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)  กล่าวว่า  หากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงหรือขยายตัวในระดับต่ำกว่า 4% จะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานแน่นอน โดยเฉพาะแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานจะหางานทำได้ยากขึ้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  22/08/2013

ออมสินคุมปล่อยกู้

นายวรวิทย์  ชัยลิมปมนตรี  ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  กล่าวว่า  ธนาคารมีนโยบายคุมเข้มเรื่องการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยจะเน้นในเรื่องคุณภาพลูกหนี้มากกว่าปริมาณ  ยอมรับว่าผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และแนวโน้มหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ธนาคารเริ่มควบคุมการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อสวัสดิการข้าราชการที่เริ่มปล่อยกู้จนเต็มเพดานของเงินเดือน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  22/08/2013

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

No related posts.

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top