ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ปชป.จับมือ กปท.นำม็อบ!ฝ่าด่านตร.เข้าสภา

“ตอยิบ” ถอนเจรจา

ทหารเรือรักขมยิงหัวครูสาวป.โท

มติชน

ปชป.ชวนม็อบเดินฝ่าด่านนำเข้าสภาตร.ผวาจัดหนัก “นิรโทษ”

ศาลชี้กระสุนจากบีทีเอส 6 ศพวัดปทุมฝีมือทหาร – ไร้ชายชุดดำ

“เติ้ง” ชงไอเดียปฏิรูปรบ.แห่งชาติ

ข่าวสด

สภาถกนิรโทษวันนี้เดินหน้า ปชป.ปลุกม็อบลุย

ศาลชี้ 6 ศพวัดปทุมฝีมือ “จนท.”ยิงจากรางบีทีเอส

4 แผน 10 มาตรการ

เดลินิวส์               

“พระบรมฯ” ทรงห่วงใยการชุมนุมขอให้จบด้วยการเจรจา

สมีคำเบี้ยวมอบตัว

หมายจับ “ประชา”

กรุงเทพธุรกิจ

ชทพ.ชูรัฐบาลแห่งชาติ

เคาะแพ็คเกจกระตุ้นศก.

โพสต์ทูเดย์

ระทึกเดือดวันนี้

ไฟเขียวกระตุ้นศก.4 ด้าน

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

๗ สิงหา “ปชป. – เพื่อไทย” ใครแน่?

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ความจริงครึ่งใบ

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

จัดมันนี่ เอ็กซ์โป โคราชกระตุ้นเศรษฐกิจอีสานล่าง

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย ฐากูร  บุนปาน  (มติชนรายวัน)  

ระเบิดหรือด้าน  วันที่ 07/08/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)

วิกฤตน้ำมันรั่วของโลก

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)  

เมื่อ Amazon.com ซื้อ Washington Post

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ปชป.จับมือ กปท.นำม็อบ!ฝ่าด่านตร.เข้าสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า  ช่วงเย็นวันที่ 6 ส.ค. การชุมนุมของ กปท. เริ่มคึกคัก ประชาชนทยอยเข้าร่วมชุมนุมต่อเนื่อง บนเวทีแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัย โดยเมื่อเวลา 15.00 น. พ.อ.วินัย  สมพงษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสรรเสริญ  สมะลาภา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์  โกศัยสุข  อดีตแกนนำ พธม.  เดินทางมาพบร่วมพูดคุยกับแกนนำ กปท. ถึงแนวทางการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ นายสรรเสริญนำเสื้อกันฝน 5 พันตัว มาแจกให้ผู้ชุมนุม นอกจากนี้ยังเตรียมจอโปรเจกเตอร์เพื่อถ่ายทอดการปราศรัยให้ทั่วถึงพื้นที่ชุมนุมและมีการนำรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงเคลื่อนที่มาจอด เตรียมเคลื่อนขบวนในวันที่ 7 ส.ค.นี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  07/08/2013

“ตอยิบ” ถอนเจรจา

พล.ท.ภราดร  พัฒนถาบุตร  เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)  กล่าวถึงกระแสข่าวนายฮัสซัน  ตอยิบ  แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นถอนตัวจากการเจรจาสันติภาพระหว่าง สมช.กับกลุ่มบีอาร์เอ็น ว่า  ตนได้รับทราบข่าวดังกล่าวแล้ว รอการยืนยันอีกครั้ง และหากมีการเปลี่ยนแปลงผู้มาพูดคุยจริงๆก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อสันติภาพ แต่จะส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจมากกว่า เนื่องจากมีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่สาเหตุที่ถอนตัวเพราะไม่สามารถลดเหตุรุนแรง ในช่วงเดือนรอมฎอนได้ พล.ท.ภราดร  กล่าวว่า  มีความเป็นไปได้ แต่สุดท้ายแล้วจะต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อจะได้รู้ถึงปัญหาว่าเกิดจากปัญหาภายในบีอาร์เอ็นเองหรือเป็นเพราะลดเหตุรุนแรงตามที่ได้ตกลงไม่ได้

ด้านนายฮัสซัน  ตอยิบ  แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น  กล่าวผ่านเว็บไซต์ ว่า  จะตรวจสอบเหตุการณ์คนร้ายยิงนายยะโก๊บ หร่ายมณี  อิหม่ามประจำมัสยิดกลางปัตตานีเสียชีวิต แต่ยอมรับว่ากลุ่มที่เคลื่อนไหวทางภาคใต้ไม่ได้มีเฉพาะบีอาร์เอ็น จึงควบคุมได้ไม่หมด ทำให้กลุ่มที่คัดค้านการพูดคุยสันติภาพออกมาก่อเหตุ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ตนเองยังเป็นแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ไม่ได้ถูกปลดตามที่เป็นข่าว และยืนยันที่จะพูดคุยสันติภาพต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นายยะโก๊บจะถูกยิงไม่กี่วัน นายยะโก๊บได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า  ขอให้ชาวไทยมุสลิมทุกคนหมั่นศึกษาคัมภีร์อัลกุรอานให้ถ่องแท้ และนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดสันติสุขในพื้นที่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  07/08/2013

ทหารเรือรักขมยิงหัวครูสาวป.โท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ร.ต.ท.มะโนต  ทิพย์เวช  ร้อยเวร สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายที่บ้านพักครูในโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภชัย  ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักครูชาย ตรวจสอบภายในบ้านพบศพชายและหญิงนอนจมเลือดอยู่หน้าห้องน้ำ 2 ศพ ลักษณะฝ่ายชายกอดร่างฝ่ายหญิง ศพแรกชื่อ พ.จ.อ.ประธาน  สว่างอารมณ์ อายุ 37 ปี สังกัดฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ถูกยิงด้วยปืนพก 11 มม.เข้าขมับขวากระสุนตุงขมับซ้าย 1 นัด ส่วนอีกศพชื่อ น.ส.มาณิตา  ฤทธิ์ล้ำเลิศ หรือ ครูโบว์ อายุ 30 ปี เป็นครูสอนภาษาไทยชั้นมัธยมต้น ม.1 – ม.3 ของโรงเรียนที่เกิดเหตุ และจบการศึกษาระดับปริญญาโท สภาพมีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันเข้าท้ายทอยกระสุนทะลุเบ้าตาขวา 1 นัด พบปลอกกระสุนตกอยู่ 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบถามพยานเป็นครูในโรงเรียนทราบว่า พ.จ.อ.ประธานขับรถมาหา น.ส.มาณิตา หรือครูโบว์ ที่คบหาเป็นแฟนกัน แต่ระยะหลังทั้งคู่มีปัญหาหัวใจเนื่องจากทราบว่าฝ่ายชายไปคบหาหญิงอีกคนทำให้ครูโบว์ไม่พอใจพยายามตัดสัมพันธ์เลิกคบหากับ พ.จ.อ.ประธาน แต่ฝ่ายชายไม่ยอม ขณะขับรถมาถึงทั้งคู่พูดคุยกันไม่กี่คำก็มีปากเสียง ก่อน พ.จ.อ.ประธานจะเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวใช้กำลังฉุดกระชากลากตัว น.ส.มาณิตา จากบ้านพักครูหญิงเข้าไปในบ้านพักครูชายฝั่งตรงข้ามปิดล็อกประตู ระหว่างนั้นได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะรุนแรง ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 2 นัด สร้างความตกใจให้กับเพื่อนครูที่บ้านพักในโรงเรียนทุกคนและรู้ว่าต้องเกิดเหตุร้าย จึงพากันออกมาปล่อยลมยางรถของ พ.จ.อ.ประธาน เพื่อป้องกันการหลบหนีก่อนโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ส่วนปมการเสียชีวิตเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า พ.จ.อ.ประธาน คงจะมาพูดคุยตกลงปัญหาหัวใจกับ น.ส.มาณิตา ครูสาวที่คบหาเป็นแฟนและฝ่ายหญิงตัดสินใจเลิกคบหาแต่ตกลงกันไม่ได้ทำให้ฝ่ายชายโกรธแค้นใช้ปืนพกที่เตรียมมาจ่อยิงฝ่ายหญิงเป็นศพแรกก่อนใช้ปืนจ่อยิงขมับฆ่าตัวตายตามเป็นศพที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งศพไปตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนมอบศพให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  07/08/2013

ปชป.ชวนม็อบเดินฝ่าด่านนำเข้าสภาตร.ผวาจัดหนัก “นิรโทษ”

นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ  ส.ส.พัทลุง  พรรคประชาธิปัตย์  กล่าวบนเวทีปราศรัย ว่า ในวันที่ 7 ส.ค. จะเป็นสงคราม 9 ทัพ ปชป.จะแตกเป็นทัพย่อยเข้ารัฐสภา ขออย่าได้กลัวการสกัดกั้นของตำรวจ เพราะไปมือเปล่า ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ซึ่งใหญ่กว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง ถ้าตำรวจหน้าไหนไม่ให้เข้า จดชื่อถ่ายรูปไว้ แล้วไปเจอกันที่ศาล  และขอให้จำไว้ว่าตนจะเดินนำหน้ามวลชน สองตาของเราจะไม่เห็นพี่น้องบาดเจ็บ เพราะจะตายก่อนพี่น้อง ผู้แทนฯคนไหนปล่อยให้ประชาชนเจ็บแสดงว่าผู้แทนฯคนนั้นทรยศประชาชน แต่ถ้าพี่น้องเผาพี่น้องรับผิดชอบเอง เพราะพรรคจะไปอย่างเสรีชน ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินย่ำรอยเท้า พ.ต.ท.ทักษิณเข้าทุกวันๆแล้ว ทำนายว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องไปอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณแน่นอน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน วันที่  07/08/2013

ศาลชี้กระสุนจากบีทีเอส 6 ศพวัดปทุมฝีมือทหาร – ไร้ชายชุดดำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง  ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคำร้องชันสูตรการเสียชีวิต คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตของนายสุวัน  ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร นายอัฐชัย  ชุมจันทร์  อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง นายมงคล  เข็มทอง  อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  นายรพ  สุขสถิต  อายุ 66 ปี พนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน น.ส.กมนเกด  อัคฮาด  อายุ 25 ปี พยาบาลอาสา และนายอัครเดช  ขันแก้ว  อาชีพรับจ้าง  ผู้เสียชีวิตที่ 1 – 6 ทั้งหมดถูกยิงเสียชีวิตบริเวณวัดปทุมวนาราม ใกล้แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ช่วงสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  เป็นนายกรัฐมนตรี  โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องและญาติผู้ตายทั้ง 6 คน ทั้งประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม  และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า  ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน มีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก แต่ไม่มีภาพชายชุดดำแม้แต่ภาพเดียว และไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงต่อสู้ คำเบิกความมีพิรุธน่าสงสัย ประกอบกับเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำการอยู่ใกล้กันยังเบิกความว่า ไม่พบใครอยู่บริเวณดังกล่าว จึงไม่ได้ใช้ปืนยิง และผู้ตายที่ 1 – 6 ถึงแก่ความตาย เหตุและพฤติกรรมที่ตายเนื่องจากถูกกระสุนปืนขนาด .223 หรือ 5.56 มม. วิถีกระสุนมาจากเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าวัดปทุมวนาราม และบริเวณถ.พระราม 1 ในการควบคุมพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน วันที่  07/08/2013

สภาถกนิรโทษวันนี้เดินหน้า ปชป.ปลุกม็อบลุย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความมั่นใจในการประชุมสภาวันที่ 7 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ  ว่า เจ้าหน้าที่ต้องพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้ส.ส.เข้าไปประชุมได้ เพราะเป็นวาระปกติที่ต้องพิจารณาอยู่แล้ว ต้องให้เจ้าหน้าที่เป็น ผู้กำหนดรายละเอียดเรื่องการสัญจรเข้าสภา  เมื่อถามว่ายังมั่นใจว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมวันที่ 7 ส.ค.นี้ยังจะเดินหน้าไปได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า อยู่ที่สภา ตนเป็นแค่หนึ่งเสียง ต้องให้สมาชิกตัดสินใจ เมื่อถามย้ำว่านายกฯจะเข้าร่วมประชุมสภาในวันที่ 7 ส.ค.นี้แน่นอนใช่หรือไม่ น.ส. ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องเข้าตามหน้าที่ แต่ก็มีภารกิจที่ต้องปฏิบัติอยู่ เมื่อเสร็จแล้วจะรีบเข้าประชุมตามปกติ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  07/08/2013

“พระบรมฯ” ทรงห่วงใยการชุมนุมขอให้จบด้วยการเจรจา

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวว่า ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระเมตตารับสั่งให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมตน และ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. ที่รับผิดชอบด้านการวางกำลัง เข้าเฝ้าฯ และถวายรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งพระองค์ท่านทรงเป็นห่วง และหากมีอะไรเกิดขึ้นต้องไปกราบบังคับทูลให้พระองค์ทรงทราบ ซึ่งพระองค์ทรงมีพระเมตตาแนะนำแนวทางการปฏิบัติ และทรงเป็นห่วงตำรวจที่ได้ทำปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว  “ในส่วนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นั้น ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะไม่ทำให้ทุกอย่างระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท หากเกิดเหตุรุนแรง ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากตำรวจอย่างแน่นอน ทุกอย่างจะต้องจบด้วยการเจรจา” เมื่อถามว่า พระองค์ท่านทรงกังวลเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า พระองค์ท่านทรงห่วงใย หากเกิดการกระทบกระทั่งเกิดขึ้น พระองค์จะไม่สบายพระหฤทัย และขอทุกอย่างจบด้วยการพูดคุยกัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  07/08/2013

สมีคำเบี้ยวมอบตัว

นายสุกิจ พูลศรีเกษม ทนายความของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก  (หลวงปู่เณรคำ กล่าวว่า นายวิรพล  ขอเลื่อนการให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ไปเป็นช่วงสัปดาห์หน้า  เนื่องจากยังมีปัญหาติดขัดบางประการการในการนำตัวเข้าต่อสู้คดี ทั้งเรื่องเงินประกันตัวเนื่องจากก่อนหน้านี้บัญชีเงินฝากได้ถูกอายัดไปแล้ว  จึงต้องรอเวลาในการเตรียมหลักทรัพย์ ที่สำคัญอดีตเณรคำไม่ต้องการเป็นที่จับจ้องจากสื่อมากนัก จึงเห็นว่าควรเลื่อนนัดเข้ามอบตัวไปสักระยะเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจจนเกินไป

ด้านนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  กล่าวว่า  ได้รับการติดต่อจากทนายแล้วว่าจะขอเลื่อนการเข้ามอบตัวไปอีก 1-2 วัน เพื่อขอเวลาเตรียมการให้รอบคอบ  ตนเห็นว่าระยะเวลาที่ขอเลื่อนไม่ถือว่าเป็นการล่าช้าเกินไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  07/08/2013

หมายจับ “ประชา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ นายธานิศ เกศวพิทักษ์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน นัดฟังคำพิพากษาคดีทุจริตจัดซื้อรถเรือดับเพลิง ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีต ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จำกัด (ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว) และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. เป็นจำเลยที่ 1-6  ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542  จากกรณีเมื่อปี 47 พวกจำเลยได้ร่วมกันจัดซื้อรถ และเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ตามโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. มูลค่า 6,687,489,000 บาท โดยทุจริต  เมื่อถึงเวลาปรากฏว่า นายประชา จำเลยที่ 2 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามที่ศาลนัดไว้ ทั้งที่ทราบนัดล่วงหน้านานแล้ว โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง คงมีทนายความที่ได้รับมอบฉันทะจากนายประกันมาศาลแทน  ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของนายประชา จำเลยที่ 2 จงใจหลีกเลี่ยงและหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา จึงให้ออกหมายจับ พร้อมปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 2 ล้านบาท และนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งวันที่ 10 ก.ย. นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งในวันดังกล่าว ศาลจะอ่านคำพิพากษาโดยไม่เลื่อนนัดอีก แม้จำเลยคนใดจะไม่มาศาลก็ตาม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  07/08/2013

ชทพ.ชูรัฐบาลแห่งชาติ

นายบรรหาร  ศิลปะอาชา  ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)  กล่าวว่า  สาเหตุที่เข้าร่วมเวทีหาทางออกประเทศ ตามแนวทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะตั้งแต่ต้นปีผ่านมาได้มีความตั้งใจแล้วว่า  ถ้าพ้นโทษถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในเดือน ธ.ค.นี้ จะเดินสายพูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างความปรองดอง ซึ่งบังเอิญนายกรัฐมนตรีมีความเห็นตรงกันพอดี เมื่อถามว่าจะถึงขั้นตั้งรัฐบาลแห่งชาติเลยหรือไม่  นายบรรหาร  กล่าวว่า  “มันก็คือๆ แต่บางฝ่ายอาจจะไม่ยอมรับ เอาสักปีเดียว แล้วไปลงสนามเลือกตั้งใหม่ ยืนยันเป็นแนวคิดส่วนตัวที่ไม่ได้จะนำเสนอต่อสภาปฏิรูป แต่สื่อมวลชนถามก็ต้องตอบ ถ้าเป็นเทวดา ก็สั่งตามนี้แล้ว คิดดังก็ระวังซ้ายระวังขวา จะถูกใครกระแทกมาก็ตอบไม่ได้เป็นความในใจ บอกสังคมบางกลุ่มอาจจะไม่ยอมรับ บางพรรคการเมือง บางคณะบุคคลอาจจะไม่ยอมรับ พูดแบบนี้พอฟังได้”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  07/08/2013

ระทึกเดือดวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศว่า เวลา 09.00 น. วันที่ 7 ส.ค. จะนำกลุ่มผู้ชุมนุมเดินฝ่าแนวกีดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจใน 3 เขต กทม. ซึ่งรัฐบาลประกาศเป็นเขตบังคับใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อนำประชาชนไปให้กำลังใจ ส.ส.ของพรรคที่จะเข้าร่วมประชุมสภา ซึ่งจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย  เหมะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

พล.ต.ต.อดุลย์  ณรงค์ศักดิ์  โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล  กล่าวว่า  มีรายงานด้านการข่าวว่า  กลุ่มผู้ชุมนุมที่สวนลุมพินีจะมารวมตัวกับกลุ่มผู้มาฟังปราศรัยของ ปชป. แล้วร่วมกันเดินเข้ามาที่รัฐสภาและทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตำรวจจะไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด และหากใครฝ่าฝืนจะจับกุมทันที

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  07/08/2013

ไฟเขียวกระตุ้นศก.4 ด้าน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  กล่าวว่า  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ส.ค. มีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ 4 ด้าน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยคาดว่าหลังจากออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้ง 4 มาตรการแล้ว จะช่วยผลักดันให้อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ให้เติบโตเพิ่มอีก 1% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตราว 4 – 4.5%   (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)  มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้เป็นมาตรการที่ส่งผลในระยะยาวไม่ได้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เพื่อหวังให้จีดีพีขยายตัวเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น โดยคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การส่งเสริมการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ และการสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ใหม่ๆ ในที่สุดจะส่งผลต่อเศรษฐกิจที่จะขยายตัวในระยะยาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับ 4 มาตรการหลัก แบ่งเป็น ด้านการบริโภคภาคเอกชน  ด้านการลงทุนของภาคเอกชน ด้านการใช้จ่ายภาครัฐ และด้านการส่งออก ซึ่งมีกว่า 20 มาตรการย่อย   (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ โจรใต้ซุกระเบิดบึมทหารรถเละบาดเจ็บ 9 อัคราภิรักษศิลปินพระราชสมัญญาถวาย “พระราชินี” ปูขอสู้ซักฟอกเองยันไม่ใช้องครักษ์ มติชน ปูเข้มแจงซักฟอกเองไร้องครักษ์สั่ง “เฉลิม”...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ม็อบสวนลุมคึกคักกร้าว 7 วันเผด็จศึกรัฐบาลได้ เด็กปวช.ปี 2 ถูกยิงคาตลาดเพื่อนแค่เจ็บ สอบพระ 5...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ แฟนฯแห่ต้อนรับยิ่งใหญ่ 3 ฮีโร่โอลิมปิก นิคมชนะเฉือนพิเชต77:69 ซิวปธ.วุฒิ แหม่ม-วิชุดาโร่จับสาวแสบ มติชน ถึงคิวสว.เลือกตั้งเฮนิคมยึดปธ.โหวต...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ปส.ดวลสนั่นกรุงแก๊งยาบ้าโฉดทารกเป็นโล่ เมียสาวโล้นคำฟ้อง “สุริ” น้องชายสมีหมิ่น ชง “มั่นคง” รับม็อบ มติชน...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ทำไมต้องรบกันบิ๊กตู่เตือน “คนไทย” ด้วยกัน ซุกอยู่ในลาว ธาริตยันสมีคำมอบตัว จ่อยิงหัวทะลุฆ่าโหดอิหม่าม มติชน ปั่นข่าว...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top