สัมภาษณ์พิเศษ “สุรนันทน์ เวชชาชีวะ” เปิดแนวคิด “ยิ่งลักษณ์” ปฏิรูปการเมือง ไม่จำเป็นต้องถอดนิรโทษฯ

 

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงแนวคิดตั้งสภาปฏิรูปการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงการรับมือสถานการณ์ทางการเมือง เมื่อรัฐสภามีการพิจารณากฎหมายสำคัญ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของนายวรชัย เหมะ ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.)

 

ทีมงาน bangkokvoice.com จึงได้นำขอนำมาเผยแพร่ดังนี้

 

“เป็นผู้หลักผู้ใหญ่กันแล้ว ควรที่จะดำเนินการทางการเมืองในกฎดีกว่าเช่น วันนี้คนไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล จะตั้งพรรคการเมือง หรือไปร่วมกับ ปชป.หรือไม่ก็ไปแสดงความคิดเป็นในหน้าหนังสือพิมพ์ ในสื่อต่างๆ จะดีกว่า ต่อสู้ไปอีก 2 ปีมีเลือกตั้ง ก็ลงเลืองตั้งสิ”

 

@แนวคิดการปฏิรูปการเมืองของนายกฯ

 

ในกระบวนการปรองดอง ท่านนายกฯมองว่า เรามีเวทีของสภาและไม่ต้องการให้มีเวทีบนท้องถนน เราจึงอยากเห็นทุกกลุ่มที่เห็นไม่ตรงกับรัฐบาล มานั่งหารือหาทางออกกัน ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับกระบวนการในสภา วันนี้ฝ่ายค้านพยายามบอกว่า ให้ถอดนิรโทษกรรมก่อน จริงๆมันไม่ใช่ เพราะเรื่องของกระบวนการในสภาก็เดินไป แต่อันนี้จะหารือเพื่อประเทศ ท่านนายกฯบอกว่าทำอย่างไรที่เราจะไม่ทิ้งภาระแห่งความขัดแย้งให้ลูกหลาน วันนี้ 7 ปียังมีความขัดแย้งอยู่ ก็ควรที่จะมาตั้งโต๊ะคุยกัน รัฐบาลเปิดให้เห็นว่าเรามีความจริงใจว่าต้องการพูดคุยกัน และมีความหวังว่าแต่ละกลุ่มที่ยังเห็นไม่ตรงกัน จะมีตัวแทนมานั่งคุยกัน ไม่มีการกำหนดรูปแบบไว้ก่อน ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ท่านนายกฯก็จะเปิดทำเนียบให้ตัวแทนที่พร้อมจะมาแล้วมาคุยกัน คุยกันแล้วก็จะมากำหนดว่าจะตั้งออกมาในรูปแบบใด ซึ่งอาจจะมีผู้ใหญ่ซักคนเป็นประธาน

 

@ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาบอกว่า เมื่อยังไม่ถอด พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกจากสภา ก็ไม่จำเป็นต้องคุยกัน

 

ฝ่ายค้านก็ยังติดอยู่ในกรอบเดิม เรื่องของ พ.ร.บ.เรื่องของสภา ก็ต้องเดินต่อไป แต่เวทีตรงนี้อยากมองไปในอนาคตมากกว่า ก็อยากให้ฝ่ายค้านได้พิจารณาดีๆ เพราะยังมีเวลาอีกหลายวัน น่าเสียดายมากหากฝ่ายค้านไม่เข้าร่วม วันนี้เราเปิดเวทีในสภาให้ถกเถียงกัน ฝ่ายค้านก็ดูว่าจะไม่พอใจ อันนี้เราเปิดเวทีที่เป็นมาตรฐานสากล ถ้าฝ่ายค้านยังไม่เอาอีก ก็แสดงว่าเขายังสนับสนุนการเมืองบนท้องถนน ต้องการประท้องบนท้องถนน ซึ่งคงไม่ใช่บทบาทของพรรคการเมืองแล้ว อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวท่านนายกฯอยากให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะอย่างน้อยทุกคนก็จะมีเวที มีที่ยืน

 

@ รัฐบาลประเมินสถานการณ์การเมืองจากนี้อย่างไร

 

เรื่องที่ต้องผลักดันเป็นเรื่องที่รัฐบาลมองว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนด้วยกันทั้งสิ้น ในขณะเดียวกันการผลักดันเรื่องต่างๆเหล่านี้ต่างเป็นการทำในขั้นตอนของกฎหมาย คือยื่นเรื่องเข้ามาเป็น พ.ร.บ. ก็ต้องมีขั้นตอนในการพิจารณา ทั้งในวาระที่ 1 2 3 ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเห็นต่างกันอย่างไร รัฐบาลมองว่าควรที่จะใช้เวทีของสภาเป็นหลัก กลุ่มต่างๆ มีสิทธิเคลื่อนไหว มีสิทธินำเสนอความคิดเห็น จะมาเสนอความคิดเห็นบนท้องถนนก็ได้ แต่ว่าเมื่อเสนอความคิดเห็นแล้ว ก็ควรที่จะให้ผู้ที่เป็นผู้แทนของราษฎร คือในสภาเป็นผู้ถกเถียงกัน ไม่ใช่มาเสนอความคิดเห็นในทรรศนะคติของการประท้วงอย่างยืดเยื้อ

 

ในขณะเดียวกันที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือว่า คนที่มาประท้วงเล่านี้นั้น เป็นกลุ่มที่ใช้ภาษายั่วยุ มีภาษาที่ไม่เคารพในกติการะบอบประชาธิปไตย แน่นอนในระบอบนี้เรามีสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอความคิดเห็น แต่ถ้าเกิดออกมาพูด บอกว่าจะล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เรียกร้องให้มีการทำรัฐประหาร อันนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ดังนั้น เรามองว่าการเปิดสภาในสมัยนี้แน่นอนมันมีความร้อนแรง แต่ความร้อนแรงท่าอยู่ในเวทีสภาก็จะไม่กระทบกับใคร เป็นการถกเถียงตามระบอบประชาธิปไตย แพ้ชนะกันในรายมาตราหรือในส่วนของกฎหมายก็ไม่มีปัญหา เพราะผู้แทนราษฎรมีอำนาจเต็มที่ในการพิจารณา

 

@ รัฐบาลทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทั้งที่ยังไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

 

หนึ่ง ที่ต้องประกาศมาตรการต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็เพราะมีเหตุอันเชื่อได้ว่า อาจทำให้นำไปสู่…คือความขันแย้งทางการเมืองมีอยู่ แต่ว่ามันมีแนวโน้มที่อาจจะเกิดความรุนแรง หรือเกิดการไม่เคารพกติกา การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็เพื่อที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตยให้อยู่ในกติกา อย่างที่ผมบอก เขามีสิทธิในการประท้วง ในการแสดงออก แต่ต้องอยู่ในกติกา ดังนั้น เราต้องรักษากติกา ถ้าเกิดไม่มี พ.ร.บ.ตัวนี้ คนก็อาจทำร้ายกติกาได้

 

สอง คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั้งประชาชนและเอกชนรวมไปถึงสถานที่ราชการ ตรงนี้เราต้องดูแล

 

สาม คือผู้ชุมนุมเองนั้นแหละ ด้วยความที่มีความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งอาจมีผู้ชุมนุมหลายกลุ่ม หากไม่มีการดูแลแล้วเกิดปะทะกันเกิดความรุนแรงขึ้น มันก็เสียหาย เราดูแล และไม่ได้เลือกดูแลนะ คือดูแลทุกกลุ่มเท่าเทียมกัน

 

คือเราไม่รู้ว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นหรือไม่ แต่จากการรายงานของกลุ่มข่าวต่างๆ เห็นได้ว่ากลุ่มที่พยายามรวมตัวกันนั้น หลายกลุ่มมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ อาจไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเราไม่ว่า แต่หลายกลุ่มจะใช้โอกาสตอนที่มีการรวมตัวปลุกปั่น และอาจนำไปสู่ สถานการณ์ที่ทำให้รัฐบาลต้องจำยอม ซึ่งตรงนี้เรายอมไม่ได้ วันนี้ท่านนายกฯพยายามทำบรรยากาศให้เกิดความไว้วางใจกัน เกิดบรรยากาศที่ต้องพูดคุยกันได้ อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่นายกฯก็บอก ผลัดดันไปให้มีการถกเถียงกันในสภา ดังนั้น อะไรที่นายกฯกำหนดขึ้นมา ก็เพื่อนำไปสู่เป้าหมายนี้

 

@ ดูเหมือนว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะเป็นชนวนของความขัดแย้งครั้งใหม่

 

ถ้าเรามองด้วยใจเป็นธรรม โดยเฉพาะ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของคุณวรชัย เหมะ คือสังคมต้องให้อภัยกัน หลายๆ เรื่องเป็นเรื่องของรัฐศาสตร์มากกว่านิติศาสตร์ แต่แน่นอนก็ต้องมีหลักนิติศาสตร์ การให้อภัยสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นแกนนำ เป็นประชาชนที่เขามาประท้วงด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเขาก็ถูกลงโทษ เพราะนิรโทษกรรมฉบับนี้เป็นเหมือนการให้อภัย ผมมองอย่างนั้น

 

ที่สำคัญคือ เป็นการนิรโทษให้ทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าเฉพาะเสื้อแดง แต่ยังรวมพันธมิตรและกลุ่มอื่นๆ ถามว่าข้อเสนอนี้มันสมบูรณ์ไหม มันอาจไม่สมบูรณ์ แต่เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ สภาน่าจะพิจารณาส่วนสภาจะแก้ไขหรือถกเถียงกันยังไง ก็เป็นเรื่องของสภา ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ไปเสนอความคิดเห็นในสภา ผมว่าตรงนี้เป็นประโยชน์ พ.ร.บ.ตัวนี้เป็นการนิรโทษกรรมผู้ที่ไม่ใช่แกนนำ

 

@ ประเมินการเคลื่อนไหวของม็อบสนามม้าอย่างไร

 

ผมว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กันแล้ว ควรที่จะดำเนินการทางการเมืองในกฎดีกว่า เช่น วันนี้คนไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล จะตั้งพรรคการเมือง หรือไปร่วมกับ ปชป. หรือไม่ก็ไปแสดงความคิดเป็นในหน้าหนังสือพิมพ์ ในสื่อต่างๆ จะดีกว่า ต่อสู้ไปอีก 2 ปีมีเลือกตั้ง ก็ลงเลืองตั้งสิ หากคุณสามารถโน้มน้าวของประชาชนให้เชื่อคุณได้ก็จะได้รับเลือก มันเป็นหลักง่ายๆ ขณะที่คนเสื้อแดงซึ่งสนับสนุนรัฐบาล ผมก็ไม่มีสิทธิไปบอกให้ใครถอย แต่ถ้าทุกคนที่มาแสดงความเห็นเคารพในกติกาก็จะสามารถเดินหน้าอย่างสันติและสงบได้

 

@วันนี้รัฐบาลมองไปถึงการยุบสภาล้างไพ่ใหม่หรือไม่

 

ในส่วนของท่านนายกฯมองว่าอย่างไร เราก็ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน สภาจะผ่านกฎหมายให้หรือไม่ แต่รัฐบาลก็ต้องทำงานต่อ นายกฯยืนยันว่า จะต้องผลักดันนโยบายที่สัญญากับประชาชนไว้ และความปรองดองต้องเกิดขึ้น หากแนวทางนี้สภาไม่ยอมรับก็ต้องมีแนวทางอื่นๆ การเมืองวันนี้คิดว่าไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เราเห็นว่าสังคมไทยไม่ยอมรับการเลือกแปลงรัฐบาลนอกกติกา ซึ่งนานาชาติก็คิดเหมือนกัน ยืนยันว่าวันนี้ไม่มีการมองไปถึงขั้นยุบสภา ไม่มีหรอกครับ ยังทำงานสบายๆ

 

ที่มา มติชน
สัมภาษณ์พิเศษ โดย อนุชา ทองเติม
(ที่มา:มติชนรายวัน 5 สิงหาคม 2556)

Related posts:

  1. เปิดใจ”สุรนันทน์ เวชชาชีวะ”จับเข่าคุย”ทักษิณ ชินวัตร” “ป๋าเปรม”อยู่เบื้องหลังรัฐประหารจริงหรือ ?   (มติชน 30/3/55)  ในขณะที่พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เปิดเกมปรองดองรูปแบบใหม่เสนอให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร...
  2. True Thailand – สุรนันทน์ เวชชาชีวะ   รายการ True Thailand โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ Q : ประเทศไทยของคุณสุรนันทน์...
  3. ยิ่งลักษณ์ เสริมทัพตั้งแล้วบ้านเลขที่ 111 ศันสนีย์ นาคพงษ์ โฆษกฯ ,สุรนันทน์ เลขาธิการนายกฯ   รายงานข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 มิถุนายน 2555 ที่ประชุมครม.เห็นชอบให้ แต่งตั้ง “ศันสนีย์ นาคพงษ์”...
  4. เย็นนี้ช่อง 3 สัมภาษณ์พิเศษ ผู้จัดการทั่วไปเครือมติชน เย็นนี้ 17. 10 น.  รายการแตกประเด็น ช่อง 3      พิธีกรสัมภาษณ์พิเศษ  นายฐากูร บุนปาน...
  5. “สุรนันทน์”แจงปมนายกฯ พูดผิด-กดมือถือ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์   นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ โฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างหนักในช่วงนี้  ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top