ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

นางเอกฮอร์โมนเสพยาไอซ์พ่อยอมรับว่าจริง

กุชชี่ถวายกระเป๋าสมเด็จฯ

หนีตรวจ “ดีเอ็นเอ”

มติชน

ยันไม่เกี่ยวม็อบแช่แข็งบิ๊กแอ้ดโต้ชี้อภัยให้กันเป็นเรื่องดี

พ่อสาวโจ๋ “ฮอร์โมนส์” รับลูกอัพยา

“2แบดบู๊” เจอข้อหาหนักขนไก่โลกจี้ให้ทั้งคู่ยื่นแจงใน 30 กค.

ข่าวสด

นางเอกฮอร์โมนส์พี้ยาไอซ์เพราะอยากผอม

สุรยุทธ์โต้ชักใยม็อบแช่แข็ง

3 ฮีโร่ขุนค้อน – ช่วย 3 แม่ลูกรถจมคลอง

เดลินิวส์               

พ่อช็อกภาพฉาวน้ำตาตก!รับปันปันเสพยา

เดลินิวส์ผงาดซิว 11 รางวัล

พท.ดักคอปชป.จุดไฟนองเลือด

กรุงเทพธุรกิจ

สั่งติดจีพีเอสรถร่วมบขส.

ศก.ซึมฉุดบริโภค 1.2 แสนล.

โพสต์ทูเดย์

จ่ายใต้โต๊ะบาน

แบงก์ห่วงลูกหนี้รายได้ต่ำหมื่นบาทส่อแววหนี้เสีย

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

“หนูไม่รู้ได้ไหม…กับเรื่องในสภา?”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

มรดกบาป

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ)

ไทยดีทรอยต์แห่งเอเชีย

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุริวงค์  เอื้อปฏิภาณ  (มติชนรายวัน)  

ทีมละลายน้ำแข็ง  วันที่ 26/07/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

การตรวจวัดแอลกอฮอล์

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

ระวังความแปรปรวนในวันฟ้าใส

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์  

“จบข่าว”

เนชั่นสุดสัปดาห์  ฉบับที่ 1104  วันที่ 26 ก.ค. 2556  

เจ้าชายน้อย

มติชนสุดสัปดาห์  

ฝันสุดท้ายเจ้าชายแช่แข็ง

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

นางเอกฮอร์โมนเสพยาไอซ์พ่อยอมรับว่าจริง

นายสุรศักดิ์ อุดมศิลป์  พ่อของนักแสดงสาวปันปัน – สุทัตตา  อุดมศิลป์  กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า หลังจากที่มีภาพดังกล่าวออกมาในโซเชียลเน็ตเวิร์กตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ค. ตนและภรรยากลุ้มใจเป็นอย่างมาก ได้สอบถามจากลูกสาวอยู่นาน จนได้ยอมรับว่า เคยทดลองเสพจริง เพียงครั้งเดียว ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งตนและครอบครัวรวมทั้งลูกสาวมีความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ตนและครอบครัวรวมทั้งตัวน้องปันปันเอง ต้องขอโทษทุกคนด้วยว่า สิ่งที่ลูกได้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะขาดประสบการณ์ในการใช้ชีวิต  เมื่อถามว่า สภาพจิตใจคนในครอบครัวเป็นอย่างไรบ้าง นายสุรศักดิ์  กล่าวว่า  รู้สึกแย่สุดๆ ส่วนเรื่องรูปหลุดออกมาอย่างไรนั้น ตนก็ยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดลึกๆ พอเรารู้ว่าเคยมีการทดลองจริง ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ตอนนี้ยังไม่คิดอะไร เพราะเพิ่งจะทราบเรื่องเมื่อคืนนี้เอง ขอเวลาตัดสินใจก่อน

นายสิน – ยงยุทธ  ทองกองทุน  ผอ.ฝ่ายต่างประเทศ บ.จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด  กล่าวว่า  ทางฝั่งผู้ใหญ่จีทีเอชก็ทราบข่าวพร้อมกันรู้สึกตกใจและช็อก แต่ก็รู้สึกดีใจที่พ่อของปันปันและครอบครัวออกมาพูดว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง จากการพูดคุยล่าสุดครอบครัวตัดสินใจให้ปันปันพักงาน ให้มีเวลากลับไปคิดกับสิ่งที่ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่มีผลกระทบกับสังคม ซึ่งปันปันเองก็ได้รับบทเรียนอันใหญ่หลวง ทางจีทีเอชก็เห็นใจครอบครัวและปันปัน

ด้านย้ง – ทรงยศ  สุขมากอนันต์  ผู้กำกับละครซีรีส์ ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น กล่าวว่า  สภาพจิตใจตอนนี้แย่มาก ปันปันเองก็ร้องไห้ ส่วนเรื่องที่แฟนเพจเฟซบุ๊กของ Play GTH On Air โพสต์ข้อความชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพส่วนหนึ่งจากรายการ Play Gang Boys Meet Girls Special สัปดาห์ว้าวุ่นนั้น ตนเข้าใจว่าแอดมินคนดูแลเพจคงคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งในงานไม่มีใครคาดคิดเลยตอบว่าเป็นภาพในนั้น สุดท้ายจึงมาทราบว่ารูปไม่เกี่ยวกับคลิปรายการและเบื้องต้นทราบว่าเป็นรูปที่ถ่ายเล่นกัน ทางจีทีเอชก็ไม่มีเจตนาปกปิดความจริง ส่วนเรื่องละครฮอร์โมนฯฉากที่ปันปันร่วมแสดงจะถูกตัดออกหรือไม่นั้น ในฐานะผู้กำกับ ตนอยากให้งานสื่อสารไปในเนื้องานของมัน และบทของปันปันก็มีไม่มากใน 3 ตอนที่เหลือ ส่วนตัวตนคิดว่าละครเรื่องนี้เป็นเจตนาที่ดีแต่ถ้าปรึกษาผู้ใหญ่แล้วให้เอาออกก็คงเอาออก และคงต้องคุยกับช่องจีเอ็มเอ็มอีกครั้ง ส่วนเรื่องงานต่อไปของปันปันคงหยุดก่อนแน่นอน ส่วนเรื่องสัญญากับจีทีเอชนั้น ปันปันไม่ได้เซ็นสัญญากับทางค่าย แต่ปันปันก็ให้ความร่วมมืออย่างดีมาตลอด ถ้าปันปันมีความพร้อมค่ายก็ยินดีให้โอกาส

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  26/07/2013

กุชชี่ถวายกระเป๋าสมเด็จฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา นายยุคล  ลิ้มแหลมทอง  รองนายกรัฐฒนตรีและรมว.เกษตรฯ นายศิริวัฒน์  ขจรประศาสน์  รมช.เกษตรฯและนายประเสริฐ  โกศัลวิตร  อธิบดีกรมหม่อนไหม  ร่วมกันเปิดแถลงข่าวกุชชี่ (GUCCI) ผู้ผลิตกระเป๋าและเสื้อผ้าแฟชั่นระดับโลก  จากประเทศอิตาลี  ได้นำผ้าไหมไทยไปออกแบบและผลิตชุดฉลองพระองค์  และกระเป๋าทรงถือ รุ่น GUCCI’s iconic New Bamboo Bag Especially for Her Majesty Queen Sirikit of Thailand ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ และกระเป๋าทรงถือ ที่กุชชี่จัดทำเป็นพิเศษ มีชิ้นเดียวในโลก เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงพระเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  26/07/2013

หนีตรวจ “ดีเอ็นเอ”

พ.อ.ชัชนันท์  เมธีธรรมาภรณ์  รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  กล่าวว่า  ดีเอสไอส่งหมายเรียกให้พ่อแม่และนายสุริน้องชายของนายวิรพล  หรืออดีตเณรคำ มาพบเพื่อตรวจดีเอ็นเอในวันที่ 31 ก.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. หากไม่มาตามหมายเรียก็จะออกหมายเรียกอีกครั้งหากยังไม่มาอีกคงต้องพิจารณาเรื่องการออกหมายจับ ตนยืนยันว่าดีเอสไอจะไม่ดำเนินการที่รุนแรงกับพ่อแม่นายวิรพล ทั้งสองคนอายุมากแล้ว หากพ่อแม่ของนายวิรพลได้รับหมายเรียกแล้วติดต่อกลับมาดีเอสไอก็จะเดินทางไปตรวจดีเอ็นเอที่บ้านพักในจังหวัดอุบลราชธานี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  26/07/2013

ยันไม่เกี่ยวม็อบแช่แข็งบิ๊กแอ้ดโต้ชี้อภัยให้กันเป็นเรื่องดี

พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์  องคมนตรี  อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ถูกพาดพิงในคลิปเสียงที่คล้ายเสียงสนทนาระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า  เป็นเรื่องเก่าในสมัยที่ยังรับราชการอยู่ ซึ่งผ่านมานานแล้ว ไม่อยากพูดถึงอีกและไม่ควรฟื้นฝอยหาตะเข็บ คิดว่าทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว รู้ว่าควรจะทำอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและตัวเอง ถ้าทุกคนคิดอย่างนั้นก็จะเป็นประโยชน์ ส่วนการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น คงตอบไม่ได้ เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อจะแก้ไขปัญหาได้เป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วม เมื่อถามถึง ข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พล.อ.สุรยุทธ์  กล่าวว่า  ไม่ทราบ ไม่ได้เกี่ยวข้อง จึงไม่สามารถตอบได้ เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนี้เป็นอย่างไร พล.อ.สุรยุทธ์  กล่าวว่า  ไม่มีโอกาสพบและพูดคุย แต่ในฐานะคนรู้จัก และเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้อง เป็นเรื่องความผูกพันที่ดีต่อกัน ทั้งนี้ไม่มีอะไรจะฝากไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคิดว่าทุกคนรู้ว่ามีหน้าที่จะต้องทำอะไร เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มคณะเสนาธิการร่วม กองทัพ ประชาชนโค่นระบอบทักษิณ นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบ หากแสดงออกไม่ใช้ความรุนแรงก็ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ  เมื่อถามว่าแกนนำกลุ่มมี พล.ร.อ.ชัย  สุวรรณภาพ  ซึ่งเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 1 ร่วมอยู่ด้วย  พล.อ.สุรยุทธ์  กล่าวว่า “ไม่ได้พบ พล.ร.อ.ชัย มานานแล้วตั้งแต่เกษียณอายุราชการ แต่เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนการทำงานทางการเมืองหรือการเคลื่อนไหวของพล.ร.อ.ชัย เป็นเรื่องของท่าน ที่มีการพาดพิงว่าผมอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของกลุ่มดังกล่าวนั้น ผมไม่มีอะไรชี้แจง ความจริงคือความจริง ผมมีงานและมีหน้าที่ของผม สิ่งที่ผมพูดคือสิ่งที่ผมทำอยู่ในขณะนี้ และไม่ต้องการทำให้ใครมากลัวผม สิ่งที่ต้องการคืออยากให้ทุกคนช่วยกันทำให้ปัญหาของชาติบ้านเมืองลดลง”  เมื่อถามถึงการสร้างความปรองดองด้วยการล้างผิดให้ทุกฝ่ายแล้วมาเริ่มต้นใหม่ พล.อ.สุรยุทธ์  กล่าวว่า  “เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งที่จะช่วยกันพิจารณา ส่วนวัฒนธรรมประเพณีของเรา เป็นเรื่องหนึ่งที่คิดว่าการปรองดองเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ สิ่งใดที่สามารถอภัยให้กันและกันได้ก็เป็นสิ่งที่ดี”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  26/07/2013

“2แบดบู๊” เจอข้อหาหนักขนไก่โลกจี้ให้ทั้งคู่ยื่นแจงใน 30 กค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูบีเอฟ)  ลงมติเมื่อวันที่ 25 ก.ค. เพื่อแจ้งถึง “อาท” บดินทร์ อิสสระ  และ “เอ”  มณีพงศ์  จงจิตร  โดยผ่านสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ให้ชี้แจงข้อหาละเมิดมารยาทและวินัยภายใต้ระเบียบของบีดับเบิลยูบีเอฟ โดยบีดับเบิลยูบีเอฟได้ตั้งข้อหานักกีฬาทั้ง 2 คน บดินทร์ถูกตั้งข้อหา 5  ข้อ ส่วนมณีพงศ์ โดย 3 ข้อหา พร้อมทั้งให้นักกีฬาทั้ง 2 คนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและกระบวนการไต่สวนให้การเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมด้วยวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ จดหมายแจ้งข้อหาดังกล่าวนี้ได้มีเอกสารหลักฐานประกอบจากรายงานของฝ่ายจัดการแข่งขันและภาพถ่ายวิดีโอถ่ายภาพที่เกิดขึ้นโดยให้นักกีฬาส่งเอกสารชี้แจงถึงบีดับเบิลยูบีเอฟภายในวันที่ 30 ก.ค.นี้

นายเจริญ  วรรธนะสิน  นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวภายหลังทราบข้อหาที่บีดับเบิลยูเอฟประกาศให้ “อาท” บดินทร์ 5 ข้อหา และ “เอ” มณีพงศ์ 3 ข้อหา ว่า  แม้ว่าบีดับเบิลยูเอฟจะเริ่มกระบวนพิจารณาบทลงโทษโดยยืนยันให้ทั้ง 2 คนชี้แจงไปก่อนวันที่ 30 ก.ค. แต่ในวันที่ 27 ก.ค. ที่สมาคมแบดมินตันฯ สวนลุมพินี เวลา 15.00 น. ยืนยันว่าจะพิจารณาประกาศบทลงโทษนักกีฬาที่กระทำผิดแน่นอน เวลานี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะลงโทษห้ามแข่งขัน 2 ปี 5 ปี 10 ปี หรือตลอดชีวิต แต่ยืนยันว่าจะพิจารณาอย่างเป็นกลางให้ความเป็นธรรมกับนักกีฬาทั้ง 2 คน สาเหตุที่ต้องพิจารณาลงโทษก่อนสหพันธ์เพราะเป็นความผิดที่เกิดขึ้นต่อวงการกีฬาไทยต่อประเทศไทย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  26/07/2013

3 ฮีโร่ขุนค้อน – ช่วย 3 แม่ลูกรถจมคลอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ร.ต.ท. พัฒนา แจ้งเพนียด พนักงานสอบสวน สน. ศาลาแดง รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งตกลงไปในคลองทวีวัฒนา มีผู้ติดอยู่ภายในรถ 3 ราย ที่บริเวณปากทางเข้าตลาดสนามหลวงธนบุรี หรือ สนามหลวง2 ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งวอลโว่ รุ่นเอส 80 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กข 4489 พิจิตร กำลังจะจมลงมีผู้ติดอยู่ภายในรถ 3 ราย พลเมืองดีช่วยกันช่วยเหลือขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้อย่างปลอดภัย ส่วนรถเก๋งจมลงหายไปในคลองเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งรถเครนให้มาช่วยกู้ซากรถขึ้นมา นางนิทราทิตย์ ไชยหาญชาญชัย อายุ 35 ปี ชาวจ.นครปฐม เจ้าของรถให้การด้วยอาการตกใจกลัว ว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถคันที่เกิดเหตุออกจากบ้านย่านพุทธมณฑลสาย4 จะไปส่งลูกชายน้องบรู๊ซ อายุ 8 ขวบ และน้องบอส อายุ 4 ขวบ ไปโรงเรียน โดยใช้เส้นทางถนนเลียบคลองทวีวัฒนา มุ่งหน้าถนนเพชรเกษม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ กำลังจะเลี้ยวซ้ายเพื่อข้ามสะพานข้ามคลองทวีวัฒนา มุ่งหน้าถนนพุทธมณฑลสาย 3 ปรากฏว่ามีรถที่สวนทางมาเลี้ยวขวาเพื่อข้ามทางเดียวกัน จึงหยุดรถให้รถทั้ง 2 คันผ่านไปก่อน โดยที่ตำแหน่งของเกียร์ออโต้ยังอยู่ที่ตัว D หลังจากนั้นได้เร่งเครื่องเพื่อส่งความเร็วให้ขึ้นสะพาน เพราะรถจอดอยู่เอียง 45 องศา หลังจากที่เร่งคันเร่งอย่างแรงรถก็ไม่เคลื่อนที่ จึงแตะเบรก แล้วลองเร่งคันเร่งอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เป็นผลตนเองคิดว่าจะถอยรถลงไปจอดข้างทางเพื่อตรวจสภาพรถ ปรากฏว่าทันทีที่เข้าเกียร์ถอยหลังไปในตำแหน่งตัว R รอบเครื่องยังสูงอยู่ รถได้ถอยหลังม้วนลงคลองไปแบบไม่ได้ตั้งตัว ตนทั้งตกใจกลัวทำอะไรไม่ถูก กะว่าจะเหยียบเบรก กลับกลายเป็นเหยียบคันเร่งแทน เมื่อรถลอยเคว้งอยู่กลางคลอง จึงตั้งสติค่อยกดกระจกไฟฟ้าให้ลดลง แล้วร้องให้คนช่วย ส่วยลูกชายคนโตก็โทรศัพท์ไปหาบิดาที่ทำงานอยู่ย่านพระสมุทรเจดีย์ให้มาที่เกิดเหตุ แต่ยังดีที่มีพลเมืองดีได้ยินเสียงตนร้องจึงกระโดดน้ำลงมาช่วยเหลือ โดยใช้ค้อนทุบกระจกด้านข้างให้แตก และช่วยเหลือพวกตนออกมาจากรถได้อย่างปลอดภัย

ด้านนายแดง ปานเปรื่องมล อายุ 36 ปี พลเมืองดีที่ลงไปช่วย  กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพก่อสร้างและกำลังขับรถไปทำงาน เมื่อผ่านมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นมีคนมุงดูกับเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นและยังไม่มีคนลงไปช่วย ตนเอง กับลูกน้องจึงได้ลงไปช่วยคนที่ติดอยู่ภายในรถโดยใช้ค้อนทุบกระจกแต่กระจกไม่แตก ตนจึงให้ลดกระจกลงและได้ให้คนที่อยู่ภาย ในรถออกมาทางกระจกหน้าตนเองได้ช่วยแม่ของเด็กส่วนลูกน้องอีก 2 คน ได้ช่วยเด็กออกมาได้โดยปลอดภัยทั้ง 3 คน

ด้านพ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน. ศาลาแดง  กล่าวว่า ทางด้านครอบครัวของนางนิทราทิตย์ กก.ตร.สน.ศาลาแดง และร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำตำลึงนายเอก ได้มอบเงินรางวัลให้พลเมืองดีช่วยเหลือสังคมทั้ง 3 ราย พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรคนดีของสังคมกับ นายแดง ปานเปรื่องมล, นายศรีชัย ยังอุ่น และนายอนุชา พะยุหะ อายุ 30 ปี พร้อมทั้งน้องบรู๊ซ ได้ขอบคุณพลเมืองดีที่ลงไปช่วยแม่กับน้องและตนเองรอดตายมาได้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  26/07/2013

เดลินิวส์ผงาดซิว 11 รางวัล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ห้องวิภาวดี บอลรูม โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า สาขาลาดพร้าว สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดงานพิธีมอบรางวัลภาพสื่อมวลชนยอดเยี่ยม ครั้งที่ 17 ประจำปี 2555-2556 ชิงเงินรางวัลเงินสดกว่า 1 ล้านบาท พร้อมถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยมี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธาน และ ดร.ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด บรรณาธิการบริหาร นสพ.เดลินิวส์ เข้าร่วม โดยในปีนี้ช่างภาพและผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ สามารถกวาดรางวัล 11 รางวัลไปครอง

นายวิชัย วลาพล นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในปีนี้ มีช่างภาพส่งภาพเข้าประกวด 450 ภาพ ภาพข่าวทีวีส่งเข้าประกวด 48 เรื่อง จาก 6 ประเภท ได้แก่ ภาพข่าวสังคม ภาพข่าวอาชญากรรม ภาพข่าวการเมือง ภาพข่าวเศรษฐกิจ ภาพข่าวกีฬา และภาพข่าวต่อเนื่อง ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ และนักหนังสือพิมพ์อาวุโส จากการคัดเลือกภาพของคณะกรรมการ โดยรางวัลภาพข่าวยอดเยี่ยมประจำปี 2555-2556 ได้รับถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นภาพ “ตีกันเละ” ถ่ายโดยนายเดี่ยว คงสินธ์ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำ จ.สมุทรปราการ พร้อมเงินรางวัลเงินสด 1 แสนบาท

ด้าน ดร.ประภา ศรีนวลนัด เหตระกูล บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   กล่าวว่า สำหรับรางวัลที่ได้รับถือเป็นขวัญและกำลังใจแก่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ผู้สื่อข่าวและช่างภาพ ซึ่งต่างก็ขับเคี่ยวผลงานกันอย่างเข้มข้นมาตลอดปี โดยบุคลากรของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นบุคคลที่มีคุณภาพระดับหัวกะทิผ่านประสบการณ์ทำงานกันมามากกว่า 10 ปี ในด้านการพัฒนาบุคลากรได้มีการอบรมให้ความรู้ทุกปี โดยเฉพาะในด้านจริยธรรมของนักสื่อสารมวลชน จนนำไปสู่การคว้ารางวัลเวทีต่างๆ ความสำเร็จครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เดลินิวส์ก้าวไปสู่การเป็นสำนักข่าวเดลินิวส์ในอนาคต จากที่มีหนังสือพิมพ์มากว่า 50 ปี และเพิ่งเปิดโลกทัศน์การสื่อสารแบบโทรทัศน์ดาวเทียมได้ไม่นานกับ เดลินิวส์ทีวี  ล่าสุดได้เปิดตัว เดลินิวส์ แฟลช ซึ่งดูภาพเคลื่อนไหวได้จากหน้าหนังสือพิมพ์ บนโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ท โฟน เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าไปมาก จะเห็นว่าสื่อเกือบทุกแขนง ต่างพยายามจะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นนิวมีเดีย หรือ สื่อยุคใหม่ เพื่อเจาะและเข้าถึงต่อประชาชนได้ทุกรูปแบบในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์  โดยเชื่อว่า ภายใน 5 ปี เราสามารถเรียกได้อย่างภาคภูมิใจว่า “สำนักข่าวเดลินิวส์” ภายใต้สโลแกนเดียวกันคือ “อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์”  เพื่อยืนหยัดเป็นกระบอกเสียงของสังคมต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  26/07/2013

พท.ดักคอปชป.จุดไฟนองเลือด

นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวตอบโต้กรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเข้าสภาในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ว่า ยืนยันว่าทางพรรคได้มีมติและมีจุดยืนที่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น และเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์บิดเบือนข้อเท็จจริงและพยายามปลุกระดมประชาชนให้ออกมาค่อต้านคัดค้านถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อระบบของรัฐสภา รัฐธรรมนูญ และหลักประชาธิปไตย ตนขอถามว่าผู้ใหญ่ในพรรคอยู่เบื้องหลังการให้ข่าวของนายชวนนท์หรือไม่ พร้อมขอเรียกร้องไปยังพรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หยุดจุดชนวนเชื้อไฟความขัดแย้งขึ้นมาอีก เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการสั่งฆ่าประชาชน 99 ศพ คือรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  26/07/2013  

สั่งติดจีพีเอสรถร่วมบขส.

นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  รมว.คมนาคม  กล่าวเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) ภายหลังตรวจเยี่ยมการทำงานของศูนย์ควบคุมการเดินรถด้วยระบบจีพีเอส ที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ว่า ได้มอบหมายให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ไปหาแนวทางสนับสนุนให้รถโดยสารร่วมบริการ บขส. ซึ่งเป็นรถของเอกชนติดตั้งระบบจีพีเอส เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุมความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุ เบื้องต้นอาจจะปรับลดค่าสัมปทานให้กับรถร่วมเอกชนเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ ซึ่งต้องทำโดยเร็ว เพราะเป็นรถสาธารณะประเภทเดียวที่ยังไม่มีการติดตั้งระบบจีพีเอส

ด้านนายสมชัย  ศิริวัฒนโชค  อธิบดี ขบ.  กล่าวว่า  ภายในปี 2557 รถโดยสารร่วมบริการเอกชนจะติดระบบจีพีเอสแล้วเสร็จ ซึ่งรถตู้โดยสารร่วมบริการจะเริ่มติดตั้งก่อน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อย จากนั้นจะทยอยติดตั้งในรถโดยสารขนาดใหญ่ร่วมบริการ บขส. ทั้งนี้ ขบ.เตรียมเจรจากับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเพื่อขอให้ปรับลดค่าเช่าสัญญาณลงเหลือเดือนละ 100 บาท จากปัจจุบันเรียกเก็บในอัตรา 300 บาทต่อเดือน ส่วนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบกล่องจีพีเอสประจำตัวรถเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการรถร่วมจะต้องรับผิดชอบเองประมาณ 1 หมื่นบาทต่อกล่อง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  26/07/2013

ศก.ซึมฉุดบริโภค 1.2 แสนล.

น.ส.บุษบา  จิราธิวัฒน์  ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย  กล่าวว่า  แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในช่วงครึ่งปีหลังนี้อยู่ในภาวะ “ทรงตัว” เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนในระบบขยายตัวสูงทำให้กำลังซื้อลดลง โดยสมาคมฯคาดการณ์ธุรกิจค้าปลีกมูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท ในปีนี้จะขยายตัวเพียง 9% ลดลงจากเดิมคาดการณ์เติบโต 10 – 12% หรือมูลค่าในการบริโภคหายไปกว่า 1.2 แสนล้านบาท คิดเป็น 1 – 2% ของจีดีพีประเทศ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  26/07/2013

จ่ายใต้โต๊ะบาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  เปิดเผยผลสำรวจดัชนีคอร์รัปชั่นไทย ว่า ยังอยู่ในระดับรุนแรงและมีแนวโน้มสูงขึ้น หลังพบว่ามีนักธุรกิจยังต้องจ่ายใต้โต๊ะให้ข้าราชการ – นักการเมือง มากกว่า 25% ของรายรับคาดว่ามีมูลค่าทุจริตในงบปี 2556 ถึง 2.35 – 2.82 แสนล้านบาท โดยโครงการรับจำนำข้าวส่อทุจริตสูงสุด 9.2 คะแนน รองลงมาคือ โครงการ 2 ล้านล้านบาท 9.1 คะแนน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  26/07/2013

แบงก์ห่วงลูกหนี้รายได้ต่ำหมื่นบาทส่อแววหนี้เสีย

นางสุทธาภา  อมรวิวัฒน์  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์  กล่าวว่า  ผลจากหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มปล่อยกู้น้อยลง และเริ่มมองเห็นปัญหาในลูกค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเรื่องหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ซึ่งจะทำให้เงินหมุนเวียนในระบบน้อยลง  ดังนั้น หากพิจารณาผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท เป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้สูงสุดอยู่ที่ 52% จากรายได้ต่อเดือน ซึ่งเป็นหนี้ที่รวมหนี้นอกระบบด้วย ถือเป็นตัวเลขที่สูง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  26/07/2013

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ศิษย์สมีคำคลั่ง!เผาจยย.ประท้วงดีเอสไอ รวบโจรบ้ากามข่มขืนเหยื่อสาว เป้า – สายัณห์ยันกำลังใจดี มติชน เลี้ยบยันรัฐไม่เสียหาย โต้...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ อดีตเมีย “โล้นคำ” ฟ้องเองข่มขืนพรากผู้เยาว์ “ปู” ฝ่าม็อบเข้าพิธีรับตำแหน่งรมว.กห. แฉโจ๋ไทยเสพติดเว็บโป๊ “รักร่วมเพศ” พรึ่บ...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เส้นตาย “เณรคำ” 7 วันไม่โผล่ “ผ้าเหลือง” หลุด โค่น “ปธน.อียิปต์”...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ โชเฟอร์เมายาบ้ารัก จี้จับสาว!ห้อตะบึง – ชนดต.ดับ แห่อวยพรทักษิณล้นหลามรับแขกจนเหนื่อย นั่งเครื่องบินนานลิ่มเลือดอุดสมอง มติชน ปปช.ฟันแทรกแซงขรก.ถึงคิวสุเทพส่งวุฒิฯลงมติถอดถอน...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ตะลึง “โล้นเณรคำ” ควัก 95 ล.ซื้อรถเบนซ์ 22 คัน รักสามเส้าฆ่าคลั่ง...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top