ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

เร่งถอนพาสปอร์ตพระฉาวหวังเอาตัวกลับ

แขวนป้ายผูกโยงระเบิดป่วนทั่วใต้

กดดัน “ยุทธศักดิ์” ออก

มติชน

คลิปฉาว – กม.นิรโทษ 3 ทัพนัดถกประกาศจุดยืนทหาร

4 ดรุณีภาคต่อจุฑาเทพ

จูดี้แฉเครือข่ายเณรคำรวยพันล้านเช็กเอี่ยวขบวนการยา

ข่าวสด

เณรคำโดนคดีพิเศษค้นรังลับห้องนิรภัยเหล็ก

นัดถกคลิป ผบ.สส.ขอคุยบิ๊ก 3 ทัพ

จับมือยิงเสี่ยดังปทุม – ซัดสท.บงการ

เดลินิวส์               

สั่งฟัน 8 ข้อหารวดปู่เณรคำยกเลิก “พาสปอร์ต”

กองทัพยันไม่ปฏิวัติล้ม “ปู”

รวบแม่ทาสยานรกบีบลูกเร่ขายตัว

กรุงเทพธุรกิจ

แถลงหยุดยิงรอมฎอนล่ม

รัฐเล็ง “อัดฉีด” กระตุ้นศก.

โพสต์ทูเดย์

ลงทุนเอกชนวูบ

“ไอแบงก์” วิ่งหาเงิน

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

หวังจะ “ขี่อำนาจ” อย่างนั้นหรือ?

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

อันตราย 2 ข้างทาง

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

จีนตั้งใจชะลอเศรษฐกิจ

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย ฐากูร  บุนปาน  (มติชนรายวัน)

น้ำจิ้ม – จานหลัก  วันที่ 10/07/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)

บางปู

คอลัมน์  พญาไม้ทูเดย์  โดย พญาไม้  (บางกอกทูเดย์)  

ประชาธิปไตย  ของประชาชน  วันที่ 09/07/2013

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)  

ระวัง! ‘ภัยพิบัติทางคุณธรรม’

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

แขวนป้ายผูกโยงระเบิดป่วนทั่วใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค.  มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำป้ายผ้าเขียนข้อความโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐไปแขวนไว้ริมถนนสายต่างๆ รวมทั้งบางจุดยังมีการพ่นสีสเปรย์ โจมตี เจ้าหน้าที่รวม 26 จุด  ขณะที่ พล.ต.ต.วิชัย  เกษมวงศ์  ผบก.ภ.จ.นราธิวาส  นำกำลังเข้าตรวจสอบและปลดป้ายดังกล่าวออก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  10/07/2013

กดดัน “ยุทธศักดิ์” ออก

นายอรรถพร  พลบุตร  ส.ส.เพชรบุรี  พรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  คลิปที่ออกมาทำให้เห็นว่าการที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์เข้ามารับตำแหน่ง รมช.กลาโหม มีเป้าหมายเดียวคือการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศโดยไร้ความผิด ถึงขนาดดึงสถาบันกองทัพเข้ามาเป็นเครื่องมือต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี และนำกองทัพไปเชื่อมโยงรับใช้ประโยชน์ของคนคนเดียว อย่างไร้จริยธรรม เมื่อความจริงปรากฏเช่นนี้ เชื่อว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์จะไม่ได้การยอมรับจากกองทัพและจะเผชิญแรงต้านขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน กองทัพต้องพิสูจน์จุดยืนว่าจะยึดประโยชน์และความมั่นคงของชาติมากกว่าประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคลิปเสียงโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แปลงเสียงเป็นสัญญาณคลื่นไม่พบร่องรอยการตัดต่อ และหากเป็นคลิปตัดต่อจริง ผู้ทำคงตัดต่อเนื้อหาให้ พ.ต.ท.ทักษิณและพล.อ.ยุทธศักดิ์เสียหายร้ายแรงมากกว่านี้ ดังนั้นคลิปดังกล่าวจึงเป็นของจริงแน่นอน จึงขอให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ลาออกจากตำแหน่ง รมช.กลาโหม เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่มีผลกระทบต่อกองทัพ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  10/07/2013

คลิปฉาว – กม.นิรโทษ 3 ทัพนัดถกประกาศจุดยืนทหาร

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า  คลิปดังกล่าวยังไม่มีใครยืนยันในรายละเอียด คงต้องรอให้มีการตรวจสอบก่อน โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามขั้นตอน ส่วนจะตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่นั้น คงอยู่ที่ขั้นตอนของทางราชการว่าจะทำอย่างไร จะให้เจ้าหน้าที่ว่าไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว เมื่อถามว่า นายกฯไม่สามารถจะตอบได้ว่าจะเปลี่ยนจาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็น พ.ร.ก.หรือไม่นั้นแสดงว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  ในส่วนของตนยังคงถือหลักเดิมว่าในฐานะที่ทำงานต้องให้ความเสมอภาคกับทุกๆคนเท่าเทียมกัน การที่ทำอะไรต้องให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นหลักอยู่แล้ว คงยึดหลักนี้เหมือนเดิม และอยากเห็นในเรื่องของการดูแลภาพรวม อย่างไรก็ตาม ได้คุยกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์แล้ว แต่ไม่ได้คุยเรื่องอื่นคุยแต่เรื่องงาน   เมื่อถามว่า  ฝ่ายตรงข้ามชอบกระพือข่าวเรื่องปฏิวัติในช่วงนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  ต้องดูหลายๆประเทศที่ทำแล้วมีประโยชน์หรือเปล่า คงต้องดูว่าผลที่ทำมีประโยชน์หรือเปล่า เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากจะทำร้ายประเทศตัวเองหรอก เมื่อถามว่า นายกฯได้มีโอกาสคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ บ้างหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมตอบคำถาม ตัดบทเพียงว่า “ขอบคุณค่ะ” จากนั้นก็ออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  10/07/2013

4 ดรุณีภาคต่อจุฑาเทพ

นายประดับเกียรติ     ตุมประธาน  บรรณาธิการสำนักพิมพ์พิมพ์คำ  ผู้ผลิตนวนิยายสุภาพบุรุษจุฑาเทพ  กล่าวว่า  ตอนแรกนั้นสำนักพิมพ์เกือบจะล้มเลิกโครงการนี้เพราะคิดว่าขายไม่ได้  ด้วยนวนิยายพรีเรียดส่วนมากต้องมาจากนักเขียนชื่อดัง แต่ครั้งนี้นักเขียนเป็นคนรุ่นใหม่ๆทางสำนักพิมพ์จึงเกิดความไม่มั่นใจ ทว่า ตนเป็นคนชอบอ่านนวนิยายพีเรียดอยู่แล้วจึงได้ต่อรองกระทั่งได้ตีพิมพ์และสร้างเป็นละครจนประสบความสำเร็จอย่างไม่คาดคิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางสำนักพิมพ์กำลังทำนวนิยายชุด “4 ดรุณี” ซึ่งไม่เชิงเป็นภาคต่อของ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” แต่จะมีตัวละคนที่ต่อเนื่องกัน รวมทั้งรุ่นลูกๆของคุณชายในเรื่องนี้จะอายุราว 13 – 14 ปีก็จะมาเป็นตัวละครสร้างสีสัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  10/07/2013

จูดี้แฉเครือข่ายเณรคำรวยพันล้านเช็กเอี่ยวขบวนการยา

พล.ต.อ.พงศพัศ  พงษ์เจริญ  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  และเลขาธิการ ป.ป.ส.  กล่าวว่า  ทุกคนสงสัยว่าเงินและทรัพย์สินต่างๆ จำนวนมากของเณรคำ น่าจะได้มาโดยมิชอบ และสงสัยว่าอาจมาจากยาเสพติดหรือไม่ ดีเอสไออยากให้ ป.ป.ส.ดูแลในส่วนของกระบวนการที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่ง ป.ป.ส. จะช่วยดำเนินการ ตามฐานข้อมูลที่ ป.ป.ส.มีโครงข่ายฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ หมายความว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ จะมีบัญชีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ทั้งเรื่องการโอนเงิน ถ่ายเทเงิน หรือการฟอกเงินซึ่งที่ผ่านมา ป.ป.ส. และ ปปง. ทำงานร่วมกันมานาน  ขณะนี้มีรายชื่อที่ได้รับจากดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 20 ชื่อ ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ป.ป.ส. จะใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน เพื่อตรวจสอบ 20 รายชื่อกับฐานข้อมูลยาเสพติดของ ป.ป.ส. ทั้งในและนอกประเทศ ถ้าหากพบว่า หลวงปู่เณรคำหรือผู้ใกล้ชิดคนใด ไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้น ป.ป.ส.จะแจ้งให้ดีเอสไอทราบ และดำเนินการต่อเนื่องตามอำนาจ ป.ป.ส.ในการยึดและอายัดทรัพย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทองรูปพรรณ รถยนต์ บ้าน ที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่นๆ ที่มาจากยาเสพติดทั้งหมด ขณะนี้เชื่อกันว่าหลวงปู่มีทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาทและถ้าเป็นคดียาเสพติดการส่งตัวข้ามประเทศนี่ไม่ใช่เรื่องยากเลย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  10/07/2013

เณรคำโดนคดีพิเศษค้นรังลับห้องนิรภัยเหล็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 ก.ค. พ.ต.ท.สวิก นุชเจริญ พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. นำกำลังกองปราบฯ และปปง. พร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 999 หมู่ 10 บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ของนายรัตน์กับนางสุดใจ สุขผล โยมบิดามารดาพระวิรพล โดยมีนายชาญณรงค์ และนายจำนงค์ สมเทพ พี่ชายต่างบิดาพระวิรพลนำตรวจค้นอย่างละเอียดภายในบ้านชั้นเดียว ในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด ประตูบ้านด้านหน้าเป็นสแตนเลสขนาดใหญ่สูงกว่า 3 เมตร เมื่อเข้าไปภายในพบรูปปั้นพระพุทธเจ้าน้อย ยืนอยู่บนดอกบัว สูง 2 เมตร ห้องโถงรับแขกตกแต่งสวยงามแบบยุโรป โต๊ะรับแขกทรงหลุยส์ โคมไฟรวมถึงวอลล์เปเปอร์ติดผนังลวดลายสวยงาม หรูหรา ถัดไปเป็นห้องพระขนาดใหญ่มีพระพุทธรูปจำนวนมาก บนโต๊ะหมู่บูชา ปีกซ้ายของบ้านกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 7 เมตร ใช้เป็นห้องจำวัดของพระวิรพล ด้านในตั้งโต๊ะหมู่บูชา พบเอกสารปึกใหญ่เก็บไว้ในกล่องกระดาษจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนบริเวณลานจอดรถซึ่งก่อนหน้านี้มีรถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะ และรถจักรยานยนต์ช็อปเปอร์ 4 คัน แต่วันนี้เหลือเพียงรถกระบะคันเดียว  จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นมูลนิธิขันติธรรม ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างเนื้อที่ 4 ไร่ ติดกับตัวบ้านมีประตูเปิดเข้าหากันได้ โดยอาคารดังกล่าวมีสิ่งปลูกสร้างเกือบเต็มพื้นที่สูง 3 ชั้น ชั้นล่างทำเป็นลานกว้างยกระดับขึ้นไปถึงชั้น 2 และ 3 มีทางขึ้นทั้งบันไดและลิฟต์ ในตัวอาคารด้านซ้ายสร้างห้องนิรภัยกว้าง 3 คูณ 4 เมตร สูง 2 เมตรครึ่ง ประตูทำด้วยเหล็กกล้าหนาราว 7 นิ้ว ภายในมีตู้เซฟแต่ไม่มีสิ่งของเก็บไว้ ต่อด้วยค้นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูงกว้าง 5 คูณ 8 เมตร ซึ่งเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของนายรัตน์กับนางสุดใจ สำหรับสำนักสงฆ์ขันติบารมี สาขา 1 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้าน เจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าค้นเพราะรอหารายละเอียดความเชื่อมโยงการครอบครองสิ่งปลูกสร้างให้ชัดเจนเป็นสิ่งปลูกสร้างของใคร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับบุคคลภายนอก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  10/07/2013

จับมือยิงเสี่ยดังปทุม – ซัดสท.บงการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 ก.ค. พล.ต.ต. สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมผู้บังคับบัญชาชุดสืบสวนภ.จว.ปทุมธานี และชุดสืบสวนสภ.ลาดหลุมแก้ว ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายมนัส ควรกาญจน์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงนายสมศักดิ์ ปัญญาลิขิตอุดม อายุ 47 ปี หรือ “ช่างศักดิ์” อายุ 48 ปี เสี่ยเจ้าของร้านติดตั้งแก๊สรถยนต์ ร้านศักดิ์คาร์แก๊ส ออโตเซอร์วิส รับติดตั้งแก๊สรถยนต์ชื่อดังในจ.ปทุมธานี เสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ตามจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้ แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัว ไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบสวนนายมนัส ให้การซัดทอดว่ามีนายภูมินทร์ จิระวุฒิกุล อายุ 46 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นผู้จ้างวานให้สังหารเหยื่อด้วยเงินจำนวน 70,000 บาท สาเหตุเนื่องมาจากเมื่อปีก่อน นายภูมินทร์ยืมเงินจากนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน 5 ล้านบาท เอาไปเล่นการเมือง ซึ่งต่อมาเมื่อนายสมศักดิ์พยายามมาทวงถามหลายครั้ง แต่นายภูมินทร์ไม่ยอมคืนให้ นายภูมินทร์จึงว่าจ้างนายมนัส มือปืนจัดการกับนายสมศักดิ์ โดยล่อลวงไปนั่งกินอาหารที่ร้านอาหารร่มไม้ แล้วให้นายมนัสนั่งใกล้ๆ ทำเป็นไม่รู้จักกัน ก่อนหาโอกาสให้นายมนัสจ่อยิงเหยื่ออย่างเลือดเย็น นอกจากนี้ นายมนัสยังให้การอีกว่าหลังเกิดเหตุขณะที่หลบหนีอยู่ต่างจังหวัด ทราบว่านายภูมินทร์ได้จ้างมือปืนอีกคนมาฆ่าปิดปากตนเอง จึงคิดจะมอบตัวสู้คดี แต่ทว่ามาถูกจับกุมเสียก่อน ส่วนนายภูมินทร์ไหวตัวทันหลบหนีไปได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติออกหมายจับแล้ว ข้อหาจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดนเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งจะได้ติดตามจับกุมคน ร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  10/07/2013

สั่งฟัน 8 ข้อหารวดปู่เณรคำยกเลิก “พาสปอร์ต”

นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  กล่าวว่า  เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้อนุมัติให้รับกรณีของเณรคำเป็นคดีพิเศษตามข้อเสนอแนะของ พ.ต.ท.พงษ์อินทร์  อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคงโดยในที่ประชุมพบว่า เณรคำมีความผิดเข้าข่ายต้องถูกดำเนินคดีรวม 8 ข้อหาด้วยกัน โดยหลังจากดีเอสไอรรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะประสานกองปราบฯให้ส่งสำนวนที่สืบสวนมาอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอต่อไป ดีเอสไอจะขอให้ พศ.ดำเนินการถอนพาสปอร์ต หรือหนังสือเดินทางจากกระทรวงการต่างประเทศทันที และเมื่อการถอนพาสปอร์ตแล้วจะประสานกับทางฝรั่งเศสให้ถือว่าเณรคำเป็นบุคคลที่อยู่โดยไม่มีหนังสือเดินทางซึ่งทางประเทศฝรั่งเศสก็จะมีการผลักดันกลับประเทศไทยทำนองเดียวกันกับต่างประเทศที่ดำเนินการกับเรา โดยวิธีนี้ไม่ใช่วีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนแต่เป็นวิธีการผลักดันเพราะได้มีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)  

ด้าน นายนพรัตน์    เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. ในฐานะเลขาฯมหาเถรสมาคม  กล่าวว่า  เมื่อเป็นคดีอาญาแล้วจะเข้าข่ายมาตรา 29 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์  โดยพนักงานสอบสวนมีอำนาจสละสมณเพศได้ ดังนั้นตามขั้นตอนหลังได้รับหนังสือจากดีเอสไอ ตนจะแจ้งไปยังเจ้าคณะปกครอง เพื่อขอพิจารณาเรื่องการปาราชิกโดยไม่ต้องรอให้หลวงปู่เณรคำเดินทางกลับประเทศไทย คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน ส่วนการถอนพาสปอร์ตจะดำเนินการให้ทันที สำหรับกรณีที่พระสงฆ์หลายจังหวัดรับมอบรถยนต์และทรัพย์สินจากหลวงปู่เณรคำ อาจทำให้ขั้นตอนการปาราชิกล่าช้านั้น พระสงฆ์ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานปกครองเช่นกัน หากพบว่ามีการสมยอมถือว่ามีความผิดตามมาตรา 157 เหมือนกัน อย่างไรก็ตามการรับมอบสิ่งของหรือทรัพย์สิน ต้องพิจารณาว่ามีเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่

ด้านพระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์)  เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมืองอุบลราชธานี  วัดต้นสังกัดของเณรคำ  กล่าวว่า  กระบวนการทำงานของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์นั้นได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากมีเรื่องการกระทำผิดของสงฆ์ การพิจารณาจะเป็นไปตามลำดับขั้นการปกครอง โดยให้ผู้บังคับบัญชาใกล้ชิดเป็นผู้สอบข้อเท็จจริง  ขอย้ำว่าคณะสงฆ์โดยเฉพาะ มส. ไม่ได้นิ่งนอนใจ คดีของหลวงปู่เณรคำ อย่างไรก็ตามทางวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อจะยืดเวลาการรายงานตัวให้หลวงปู่เณรคำถึงวันที่ 12 ก.ค. หากพ้นกำหนดยังไม่มาพบหรือรายงานตัว จะถือว่าพ้นจากสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อโดยเด็ดขาดจากนั้นต้องไปหาวัดในสังกัดใหม่ หากหาไม่ได้ถือว่าเป็นพระเร่ร่อนไม่มีสังกัด หากมีใครร้องเรียนเป็นพระเร่ร่อน สามารถแจ้งตำรวจดำเนินการทางกฎหมายได้ทันที ส่วนคดีความหรือข้อร้องเรียนต่างๆ ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและคณะสงฆ์ในการพิจารณาเรื่องพระธรรมวินัยต่อไป

ขณะที่ ดร.อำนาจ  บัวศิริ  รอง ผอ.พศ.  กล่าวว่า  ขณะนี้สำนักเลขาฯ มส.ได้โทรศัพท์ไปสอบถามและส่งอีเมลไปหาพระธรรมทูตไทยในยุโรป  เพื่อสอบถามว่ามีใครทราบหรือรู้ข่าวหลวงปู่เณรคำจำวัดอยู่ที่ใดหรือไม่ แต่ไม่มีใครทราบหรือรู้ข่าวของหลวงปู่เณรคำไปจำวัด คาดว่าน่าจะพักที่บ้านญาติโยมในฝรั่งเศสมากกว่า

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  10/07/2013

กองทัพยันไม่ปฏิวัติล้ม “ปู”

พล.อ.อ.ประจิน  จั่นตอง  ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)  กล่าวถึงกรณีมีคลิปเสียงสนทนาคล้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา รมช.กลาโหม ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงกองทัพว่า ยังไม่รู้ว่าคลิปเสียงเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่หวังว่าคงจะไม่ใช่เรื่องจริง อย่างไรก็ตามเร็วๆนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทหารสูงสุด) จะนัด ผบ.เหล่าทัพ หารือและแถลงข่าวแสดงท่าทีของ ผบ.เหล่าทัพ ต่อเรื่องดังกล่าว  เมื่อถามว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ ต้องลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ พล.อ.อ.ประจิน  กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะยังต้องศึกษาเรื่องคลิปเสียงและต้องรอปรึกษาหารือกับ ผบ.เหล่าทัพ ก่อน

พล.ต.กลชัย  สุวรรณบูรณ์  ส.ว.ชุมพร  ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร  วุฒิสภา  กล่าวว่า  วันนี้ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเป็นเสียงสนทนาในคลิปเป็นบุคคลที่ระบุในข่าวจริงหรือไม่ สื่อมวลชนต้องพิจารณาให้ดี แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องมีผู้รับผิดชอบและพล.อ.ยุทธศักดิ์  ก็ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป เมื่อถามว่า จะเกิดความหวาดระแวงระหว่างกองทัพกับรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.กลชัย  กล่าวว่า ในฐานะเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของ ผบ.ทหารสูงสุด และผบ.ทบ. ได้มีโอกาสพูดคุยกันตลอด ตนยืนยันได้ว่าวันนี้ทั้งคู่มีจุดยืนที่ชัดเจนไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทหารเห็นบทเรียนจากรุ่นเก่าๆ โดยเฉพาะการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 และล่าสุดจากสถานการณ์ในประเทศอียิปต์ก็ถือเป็นกรณีศึกษาว่า ปฏิวัติไปก็ไม่จบ ซึ่งในระดับผู้ใหญ่เข้าใจกัน ฝ่ายกองทัพกับผู้ใหญ่ในรัฐบาลสามารถปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งนี้วันที่ 10 ก.ค. นี้ จะนำ กมธ.ทหาร ไปตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งจะมีโอกาสพูดคุยกับ ผบ.ทหารสูงสุด ในหลายเรื่อง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  10/07/2013

รวบแม่ทาสยานรกบีบลูกเร่ขายตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถนนกรุงเกษม  แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นางปวีณา  หงสกุล  รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  พ.ต.อ.นพศิลป์  พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น.  พ.ต.อ.สุรกิจ  อรุณฤกษ์ถวิล ผกก.สน.บางขุนนนท์  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมแถลงข่าวจับ นางใหม่ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี และ น.ส.ฝน (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ลูกสาวของนางใหม่  สืบเนื่องจากมีพลเมืองดีโทรศัพท์มาแจ้งยังมูลนิธิปวีณาฯ ว่ามีแม่ติดยาเสพติดนำลูกสาวออกตระเวนขายตัวย่านฝั่งธนฯ นางปวีณาจึงประสานไปยัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์  ธูปกระจ่าง ผบช.น.  ให้ชุดสืบสวนออกหาข้อมูล กระทั่งทราบว่าเป็นเรื่องจริง จึงวางแผลล่อซื้อบริการในราคา 3,000 บาท เมื่อผู้ต้องหาหลงกลจึงแสดงตัวจับได้ดังกล่าว สวบสวนนางใหม่ให้การรับสารภาพ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อ หรือชักพาไปเพื่อการอนาจาร ส่วน น.ส.ฝน ถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย คุมตัวส่งพนักงานดำเนินคดี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  10/07/2013

แถลงหยุดยิงรอมฎอนล่ม

พล.ท.ภราดร  พัฒนถาบุตร  เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวเมื่อเวลา  16.00 น. วานนี้ (9 ก.ค.) ว่า ทางการมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ประสานงานการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ได้เลื่อนการแถลงยุติก่อเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งมีกำหนดจะแถลงเวลา 17.00 น.วานนี้ ตามเวลาในประเทศมาเลเซีย สำหรับเหตุผลที่งดการแถลงข่าวนั้น จากการประสานงานขั้นต้นยังไม่มีการแจ้งมา ซึ่งฝ่ายไทยยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่อย่างน้อยเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ได้ออกข่าวทางเว็บไซต์ของโอไอซีว่าเห็นด้วยและยินดีในการลดเหตุความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนซึ่งเป็นข้อตกลงของรัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็น  เมื่อถามว่า เป็นการตั้งแง่ของกลุ่มก่อความไม่สงบหรือไม่  พล.ท.ภราดร  กล่าวว่า  ถึงวันนี้ทั้งสองฝ่ายมีความปรารถนาดีที่จะลดเหตุรุนแรง แต่ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมาต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหา แต่ไม่ใช่มาจากฝ่ายไทยแน่ และยืนยันว่าไม่ใช่มาจากสาเหตุที่กองทัพไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยกับบีอาร์เอ็น  เมื่อถามว่า หากวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเดือนรอมฎอนยังคงเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ  พล.ท.ภราดร  กล่าวว่า  เท่าที่มีการสื่อสารผ่านผู้อำนวยความสะดวกมา ยังได้รับการยืนยันจากฝ่ายบีอาร์เอ็นว่าถ้ามีการเกิดเหตุจะสามารถประสานผ่านผู้อำนวยความสะดวกเพื่ออธิบายได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากฝ่ายใด

แหล่งข่าวจากคณะพูดคุยฝ่ายไทย  กล่าวว่า  ทางการมาเลเซียได้เตรียมจัดแถลงข่าวยุติการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในช่วงเดือนรอมฎอนอย่างเป็นทางการ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยได้เชิญตัวแทนฝ่ายบีอาร์เอ็นและฝ่ายไทยเข้าร่วมด้วย ซึ่งจะมี ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาชิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติภาพเป็นประธานในการแถลง ทั้งนี้ ฝ่ายไทย มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นตัวแทน โดยมีข่าวว่า พ.ต.อ.ทวี เตรียมจะขึ้นเครื่องบินเดินทางไปอยู่แล้ว แต่ได้รับแจ้งยกเลิกการแถลงข่าวเสียก่อน เหตุผลของการยกเลิกการแถลงข่าวเป็นเพราะฝ่ายแกนนำบีอาร์เอ็นอ้างว่ายังไม่พร้อมออกสื่อ และขอรอดูมาตรการลดการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมของฝ่ายความมั่นคงไทยสักระยะหนึ่งก่อน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  10/07/2013

รัฐเล็ง “อัดฉีด” กระตุ้นศก.

นายภักดีหาญส์  หิมะทองคำ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  หลังจาก สศช.รายงานนายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ที่ประชุม ครม. ว่า ในวันศุกร์ที่ 12 ก.ค. นี้รัฐบาลจะกำหนดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work Shop) เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สามารถทำได้  “การเวิร์คชอประดับรัฐมนตรีและมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในเบื้องต้นให้หน่วยงานต่างๆ ที่จะเข้าประชุมไปดูข้อมูลเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานตัวเองมาด้วย”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  10/07/2013

ลงทุนเอกชนวูบ

นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือน พ.ค. และแนวโน้มปี 2556 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบว่าเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค. แสดงให้เห็นถึงการลดลงของกิจกรรมเศรษฐกิจ ขณะที่เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญแทบทุกรายการยังคงหดตัวทั้งด้านการใช้จ่ายและการผลิต โดยเฉพาะดัชนีการบริโภค การลงทุนภาคเอกชนโดยไตรมาสแรกขยายตัวถึง 11.1% แต่เดือน พ.ค.ติดลบ 3.3% เช่นเดียวกับดัชนีผลผลิตด้านอุตสากรรมและการใช้จ่ายภาครัฐ ด้านการเงินก็พบว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ตามการชะลอตัวของสินเชื่อครัวเรือนและสินเชื่อเช่าซื้อที่ลดลง  อย่างไรก็ตาม สศช.ยังคงคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 4.2 – 5.2% เงินเฟ้อเฉลี่ย 2.3 – 3.3% บัญชีเดินสะพัดเกินดุล 0.9%

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  10/07/2013

 “ไอแบงก์” วิ่งหาเงิน

นายรักษ์  วรกิจโภคาทร  รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานธุรกิจรายย่อยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์)  กล่าวว่า  ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. – ธ.ค.นี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายะดมเงินฝาก 1.2 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นการระดมเงินฝากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ 8 หมื่นล้านบาท และกลุ่มลูกค้ารายย่อย 4 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งเร่งสร้างความน่าเชื่อถือของธนาคารให้กลับมาโดยเร็ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  10/07/2013

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ระบุเณรคำเข้าข่ายฟอกเงินฉ้อโกงประชาชน ปชป.ยื่นถอด “ครม.” จับพี่ชาย “บุญจง” เจ้ามือหวย มติชน ส.ส.ซุบซิบจ่อยุบสภา...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สุรา  – ยา – หนังโป๊ เสพเมถุนเณรคำเหมาหมด บิ๊กไบค์ซัดรถตู้เจ้าคณะจว.ดับ ปัดวุ่นคลิปโฉ่ทักษิณ...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “ดีเอสไอ” จ่อเช็กบิลรถเณรคำโยงคดีแก๊งเก๋งหรู โต้ “คลิปร้อน” ตัดต่อ หึงปันใจ – ยิง...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ปิดห้อง-โหวต! ศาล รธน.หวั่นมติรั่วก่อนอ่าน ในหลวงเสด็จราชบุรี ตัดสินยืน “ซีดีขยะ” ปรับ 1.3...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รัฐบาลยอมถอยชาวนาเฮจำนำข้าวหมื่นห้า ลูกสาวโร่พ่อถูกอุ้มเสี่ยใหญ่โรงเกลือ น้องบีมยื้อมัจจุราชเหยื่อพ่อเลี้ยงโหด มติชน ได้ตามคำขอ – ชาวนาเฮคืนหมื่นห้า กขช.พลิกมติ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top