ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

“ดีเอสไอ” จ่อเช็กบิลรถเณรคำโยงคดีแก๊งเก๋งหรู

โต้ “คลิปร้อน” ตัดต่อ

หึงปันใจ – ยิง 2 ศพ

มติชน

“อ๊อด” นิ่ง – ปู ไม่หวั่นคลิปยันปึ้ก “3 ทัพ” นายกฯเข้ากลาโหม 11 กค.

“กัปตัน” รุดพบดีเอสไอมัด “เณรคำ”

สงสัยระเบิด “พุทธคยา” จับแล้ว 1

ข่าวสด

สอบ “กัปตันเจ็ต” บี้เณรคำเจาะดีเอ็นเอสีกา – ลูก

ปึ้กทหาร “ปู” ยันคลิปไม่มีผล

ซ่อนใต้เตียง – ฉกทรัพย์เหยื่อนวดกะปู๋

เดลินิวส์               

แฉแก๊งฟอกเงินพระ 8 เสี่ยใหญ่ศิษย์เณรคำร่วมก๊วน

ตื้บช่างกลบึ้มดอนบอสโก

ล่ามือปล่อยคลิปลับ

กรุงเทพธุรกิจ

สตช.รื้องบฯ396โรงพัก

จับตาส่งออก “เสี่ยง” ต่ำ 3%

โพสต์ทูเดย์

ศก.ส่อซึมยาว

กิตติรัตน์พร้อมฟันขรก.สรรพากรร่วมโกงคืนภาษี

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

ต้องพิสูจน์ “คลิปจริง – คลิปเทียม”?

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

หลุดเต็มเปา

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

บทเรียนจากอียิปต์

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

ถ้าคลิปเป็นจริง  วันที่ 09/07/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)

วัณโรคในสัตว์

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

เธอ คือ Whistle-blower ‘คนเป่านกหวีด’ ให้สังคมได้ยินโดยทั่ว

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

“ดีเอสไอ” จ่อเช็กบิลรถเณรคำโยงคดีแก๊งเก๋งหรู

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์  อินทรขาว  ผบ.สำนักคดีความมั่นคง  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  กล่าวว่า  นำข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่จ.ศรีสะเกษกับ จ.อุบลราชธานี เรียกประชุมคณะสืบสวนข้อเท็จจริงของดีเอสไอ เพราะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่เณรคำจำนวนมากจึงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่แต่ละชุดว่าต้องสอบสวนในประเด็นใด และในวันที่ 9 ก.ค. จะมีการประชุมวางแนวทางการตรวจสอบพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกองปราบปราม โดยจะหารือว่าจะแบ่งงานกันทำอย่างไร ส่วนคดีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ต้องมีเจ้าทุกข์ไปร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นความผิดอาญาแผ่นดินเพื่อตั้งสำนวนการสอบสวน หากมีการรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษก็โอนคดีให้ดีเอสไอดำเนินการ ส่วนเรื่องยาเสพติด เนื่องจากมีพยานหลายปากให้การชี้ถึงสถานที่มั่วสุม ดีเอสไอจะทำบันทึกสรุปการสอบพยานให้ ป.ป.ส.นำไปตรวจสอบขยายผล พร้อมทั้งจะส่งทีมสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เก็บพยานหลักฐานทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งตรวจเก็บดีเอ็นเอของ น.ส.เอ และลูก เพื่อพิสูจน์ยืนยันความสัมพันธ์กับหลวงปู่เณรคำ ส่วนเรื่องความปลอดภัย น.ส.เอ ได้ยื่นคำร้องเข้าโครงการคุ้มครองพยานแล้ว  ส่วนประเด็นที่มีข่าวพระองค์นี้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอีก 7 คน ดีเอสไอพอมีข้อมูลของผู้หญิ.ที่เป็นข่าวการเข้าถึงตัวคงไม่ยากแต่คงยากที่จะให้ผู้หญิงเหล่านี้ยอมเปิดเผยข้อมูล เพราะบางคนมีครอบครัวไปแล้ว ส่วนเรื่องทรัพย์สินต่างๆ พยานให้การว่า หลวงปู่เณรคำจะดูแลด้วยตัวเองไม่ไว้ใจใคร ส่วนที่มีภาพหลวงปู่เณรคำถือเงินดอลลาร์ไปเปิดบัญชีในต่างประเทศ สอดคล้องกับข้อมูลที่ดีเอสไอได้มาส่งข้อมูลดังกล่าวให้ ปปง.ตรวจสอบเรื่องทรัพย์สิน สำหรับคดีฉ้อโกงทางกองปราบฯเข้าตรวจสอบจนกว่าจะมีการโอนมาเป็นคดีพิเศษ นอกจากนี้กรณีมีภาพหลวงปู่เณรคำใช้รถหรู เมื่อสอบพยานคนใกล้ชิดพบว่ามีการเปลี่ยนรถบ่อยโดยรถถูกส่งมาจากภาคตะวันออก บางครั้งมีการส่งรถออกนอกประเทศด้วย ขณะนี้ได้ส่งมอบข้อมูลการมีรถหรูของหลวงปู่เณรคำ ให้ พ.ต.ท.กรวัชร์  ปานประภากร  ผบ.สำนักคดีปฏิบัติการพิเศษภาคดีเอสไอ หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีนำเข้ารถหรูจดประกอบไปตรวจสอบว่าเณรคำมีการนำรถหรูไปซุกซ่อนที่ไหนหรือไม่ เพื่อสืบสวนตามหารถต่อไป และเรื่องยุ่งเกี่ยวกับสีกา ซึ่งเป็นเหตุปาราชิกของหลวงปู่เณรคำได้ส่งข้อมูลให้เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานี ทราบว่าทางคณะสงฆ์กำลังตรวจสอบเรื่องเตร็ดเตร่เร่ร่อนไม่สามารถอบรมสั่งสอนได้ และวันที่ 9 ก.ค. จะมีความชัดเจน หากหลวงปู่เณรคำไม่มารายงานตัวกับเจ้าสังกัดหรือ เจ้าคณะจังหวัดอาจจะพ้นจากความเป็นพระ  ส่วนกรณีกัปตันรายหนึ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการนำเงินและทองคำออกนอกประเทศจำนวนมากนั้น ดีเอสไอจะประสาน ปปง.และหน่วยที่เกี่ยวข้องว่ามีการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ใด ทั้งนี้ จะเรียกกัปตันรายดังกล่าวเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับดีเอสไอวันที่ 9 ก.ค.  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

ขณะที่ นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวถึงกรณีที่หลวงปู่เณรคำยังอยู่ในต่างประเทศ ว่า  หากดีเอสไอดำเนินคดีกรณีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์ เรื่องการประกันตัวจะพิจารณาว่า มีเจตนาหลบหนีหรือไม่ถ้ามามอบตัวโดยดีก็ให้ประกัน แต่ถ้ามีพฤติการณ์หลบหนีจนต้องใช้มาตรการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะคัดค้านการประกันตัว พร้อมนำตัวฝากขังเข้าเรือนจำทันที ส่วนการประชุมคดีพิเศษคาดว่าภายในสิ้นเดือนจะมีการประชุมเพื่อพิจารณารับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษต่อไป  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

โต้ “คลิปร้อน” ตัดต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่กระทรวงกลาโหม  พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา รมช.กลาโหม  เข้ามาทำงานตามปกติ โดยมีสื่อมวลชนทุกสำนักให้ความสนใจรอทำข่าวเป็นจำนวนมาก  ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงข้อเท็จจริงอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์  กล่าวปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์  บอกเพียงว่าได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้ว และไม่มีอะไรจะพูดอีก เมื่อถามว่า จะแถลงข่าวหรือไม่  พล.อ.ยุทธศักดิ์  กล่าวว่า  วันนี้ไม่มีการแถลงข่าวใดๆทั้งสิ้น เพราะทางโฆษกพรรคเพื่อไทยและโฆษกรัฐบาลได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้วว่า คลิปดังกล่าวเป็นการตัดต่อเสียง ผู้สื่อข่าวพยายามถามย้ำถึงที่มาของการปล่อยคลิปเสียงดังกล่าวว่ามาจากคนใกล้ชิดหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเช่นเดียวกัน โดยมีสีหน้าเรียบเฉยพร้อมกับเดินขึ้นห้องทำงานทันที

พล.ท.ดิฏฐพร  ศศะสมิต  ฝ่ายเสนาธิการประจำ รมช.กลาโหม  กล่าวว่า  ตนไม่ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจงในเรื่องดังกล่าว รมช.กลาโหม ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้ว และเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายต่อ เพราะนักการเมืองหลายคนก็โดนกระทำในลักษณะแบบนี้ ซึ่งเป็นไปตามปกติ  ไม่จำเป็นต้องต่อความยาวสาวความยืดกันมาก เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกของกำลังพล และไม่มีปัญหา เนื่องจากทหารมีระเบียบวินัยและมีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน เรื่องของผู้บังคับบัญชาเราไม่มีหน้าที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไปวิพากษ์วิจารณ์  เมื่อถามว่า  ที่ผ่านมากองทัพพยายามแสดงจุดยืนยว่าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง  พล.ท.ดิฏฐพร  กล่าวว่า  คงไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ เพราะเป็นจุดยืนของกองทัพและตนไม่วิจารณ์กับคนที่ปล่อยคลิปว่ามีจุดประสงค์อะไรระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ทั้งนี้ รมช.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพจะยังสามารถทำงานร่วมกันได้  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

แหล่งข่าวใกล้ชิดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาคล้ายเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ที่พูดคุยเกี่ยวกับการนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศ โดยระบุจะไม่มีการแก้แค้นว่า พล.อ.เปรมยังไม่ได้ฟังคลิป แต่ทราบจากการอ่านหนังสือพิมพ์ ซึ่งพล.อ.เปรมรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้แสดงอาการวิตกกังวล เนื่อง จากไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรอยู่แล้วและไม่มีหน้าที่แต่งตั้งใครด้วย เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและนายกฯ ซึ่งคลิปดังกล่าวยังไม่ชัดเจนว่าเป็นคลิปเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ และพล.อ.ยุทธศักดิ์ จริงหรือไม่ แต่ถ้าเป็นเสียงของทั้ง 2 คนจริงก็อยากให้สังคมตัดสินเอง แต่เรื่องนี้ไม่มีผลกระทบต่อพล.อ.เปรมอยู่แล้ว  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

หึงปันใจ – ยิง 2 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พ.ต.ท.จตุรวิทย์  รักษากิจ  พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 2 ศพ ที่ร้านอาหารครัวชายเขา ม.4 ต.ลุ่มสุ่ม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วพร้อมด้วยหัวหน้าชุดทีมสืบสวนสอบสวนเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นร้านอาหาร ส่วนหลังร้านปลูกสร้างบ้านพักแบบน็อกดาวน์ 4 หลัง บริเวณตีนบันไดบ้านพักหลังแรกพบศพนางอรวดี  วรัทธัญธน  อายุ 35 ปี เจ้าของร้าน ชาว จ.กาญจนบุรี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน 9 มม. ถูกฟันเป็นแผลฉกรรจ์อีกแผล เลือดทะลักไหลนองใกล้กับพบศพนายประสาร พิกุล อายุ 61 ปี  เป็นอดีตกำนัน ต.บ้านเก่า ศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันเข้าขมับขวากระสุนเจาะทะลุขมับซ้าย 1 นัด ข้างศพพบปืน 9 มม.ตกอยู่ในแมกกาซีนมีกระสุน 10 นัด ตรวจที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนตกอยู่ 3 ปลอก กับขวานเปื้อนเลือด 1 เล่ม สอบสวนทราบว่า นายประสารผู้ตายเพิ่งเกษรียณอายุตำแหน่งกำนันเมื่อปีที่ผ่านมา และคบหาอยู่กินกับนางอรวดีมานาน โดยทั้งสองได้ร่วมกันทำธุรกิจเปิดร้านอาหารครัวชายเขา ก่อนเกิดเหตุนางอรวดีเดินทางไปสัมมนาสินค้าขายตรงของบริษัทพีซีพีโกลเด้น จำกัด ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก เพิ่งกลับมาถึงร้านตอนตีสองกับเพื่อนรวม 5 คน โดยตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ นายประสารมานั่งดื่มเหล้ารออยู่ที่ร้านด้วยอาการเคร่งเครียดจนมึนเมา ขณะที่แนวทางการสืบสวนทราบว่า นางอรดี เป็นแม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์มีลูกติด 1 คนก่อนมาอยู่กินกับนายประสาร อดีตกำนันคนดัง ระยะหลังมีชายหนุ่มมาติดพันนางอรวดีหลายคนทำให้นายประสารระแวงจนมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุในชั้นนี้มุ่งปมชู้สาวเป็นหลัก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  09/07/2013  

“อ๊อด” นิ่ง – ปู ไม่หวั่นคลิปยันปึ้ก “3 ทัพ” นายกฯเข้ากลาโหม 11 กค.

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึงกรณีคลิปการสนทนาบุคคล 2 คน มีเสียงคล้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พูดคุยกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับเรื่องการเมืองภายในประเทศ รวมถึงมีการแต่งตั้งนายทหารระดับสูงกองทัพ ว่า ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตรวจสอบ และต้องว่าไปตามขั้นตอน ในเรื่องนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ได้โทรศัพท์มาพูดคุยแล้ว แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวจะทำให้การทำงานระหว่างรัฐบาลกับกองทัพเป็นอุปสรรคหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  ได้ทำงานร่วมกับกองทัพมาเกือบ 2 ปี เห็นได้ว่าทั้งรัฐบาลและกองทัพต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน เชื่อว่าการทำงานร่วมกันไม่น่าจะมีปัญหา เมื่อถามว่าคลิปดังกล่าวเป็นไปได้หรือไม่ว่ามาจากคนที่อกหักจากการปรับ ครม. ครั้งล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวปฏิเสธ ว่า “ไม่ทราบค่ะ จึงไม่ขอคอมเมนต์ ต้องรอให้มีความชัดเจนในรายละเอียดก่อน”  เมื่อถามว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ จริงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนเดินทางจากวงสัมภาษณ์และเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  09/07/2013

“กัปตัน” รุดพบดีเอสไอมัด “เณรคำ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 ก.ค. เวลา 10.30 น. นายปิยะ  ตรีกาลนนท์  หรือ กัปตันปิยะ ที่โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก หัวข้อว่า “ข้อเท็จจริง เณรคำ” ระบุถึงพฤติกรรมหลวงปู่เณรคำว่ามีทรัพย์สินและทองคำจำนวนมาก จะเดินทางมาให้ข้อมูลกับทางดีเอสไอด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  09/07/2013

สงสัยระเบิด “พุทธคยา” จับแล้ว 1

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า  เจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีวางระเบิดพุทธคยา เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมาได้แล้ว 1 ราย และกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด ดูเหมือนจะบันทึกภาพผู้ต้องสงสัย 2 ราย กำลังวางระเบิดภายในสถานที่ดังกล่าว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  09/07/2013

ซ่อนใต้เตียง – ฉกทรัพย์เหยื่อนวดกะปู๋

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  วันที่ 8 ก.ค. ร.ต.ท.สุพรรณ โสภี ร้อยเวร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่าถูกแก๊งกะเทยหลอกพาไปนวดแล้วลักทรัพย์ ภายในห้องเช่าย่านพัทยากลาง ซอยสุขุมวิท 40 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรุดตรวจสอบ  โดยพบผู้เสียหาย 3 รายเป็นชาวอินเดีย ทราบชื่อ นายประพีร์ กุมาร อายุ 47 ปี สูญเงินไป 1,000 ดอลลาร์ นายพิสวนาถ ธาร อายุ 42 ปี สูญเงิน 1,000 ดอลลาร์ และนายภิษุ เทพมิตร อายุ 39 ปี สูญเงินไป 350 ดอลลาร์ ซึ่งทั้งหมดให้การว่า ถูกหญิงสาวชาวไทยหลอกพาไปนวดกะปู๋ที่ห้องพัก หลังจากนวดเสร็จทั้งหมดก็พากลับมาส่งที่โรงแรม ก่อนตรวจเช็กทรัพย์สินปรากฏว่าถูกขโมยไปจนหมด หลังสอบสวนแล้ว จึงประสาน ร.ต.อ. เนติธร รัตนสุชานันท์ รองสวป. นำผู้เสียหายเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่อีกชุดเฝ้าดูที่ห้องพักดังกล่าว จนเวลาผ่านไป 3 ช.ม. มีหญิงสาวพานักท่องเที่ยวหนุ่มชาวอินเดียอีก 2 คน มายังห้องพักอีกครั้ง ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบหญิงสาวกำลังนวดหนุ่มชาวอินเดียอยู่บนเตียง และจากการตรวจสอบใต้เตียงพบสาวประเภทสองหลบซ่อนตัวอยู่ พร้อมกางเกงนักท่องเที่ยวที่ถอดไว้ โดยพยายามค้นทรัพย์สินในกระเป๋ากางเกงของเหยื่อที่นอนนวดอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวน โดยผู้เสียหายชาวอินเดียทั้ง 3 คน ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ไปจริง และจากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบชื่อ น.ส.ดุษฎี สุริย์แสง อายุ 30 ปี น.ส.ประกาย ประสิทธิ์นอก อายุ 37 ปี น.ส.แพรวพรรณ ขาวสำอางค์ อายุ 24 ปี และนายสุทัศ พรมภัคดี อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสองและหัวหน้าแก๊งที่อยู่ใต้เตียง สอบสวนให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง ต่อมาเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณห้องพักที่ก่อเหตุ โดยจำลองเหตุการณ์ขณะที่ 3 สาวกำลังนวด ให้เหยื่อและนายสุทัศหลบซ่อนอยู่ใต้เตียง เพื่อลงมือชิงทรัพย์จากกางเกงที่ถอดกองไว้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  09/07/2013

แฉแก๊งฟอกเงินพระ 8 เสี่ยใหญ่ศิษย์เณรคำร่วมก๊วน

นายสงกรานต์  อัจฉริยะทรัพย์  ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  กล่าวว่า หลังได้เปิดรับข้อมูลทางเฟซบุ๊ก รับร้องเรียนและข้อมูลที่เกี่ยวกับการกระทำของหลวงปู่เณรคำ ได้พบกรณีของ พระธีรธนัชณฤทธา เสาวภาคโชติรส อายุ 46 ปี ประธานสำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี ได้ให้ข้อมูลว่า ถูกหลวงปู่เณรคำ และลูกศิษย์หลวกลวงว่าจะหาเงินเพื่อจัดซื้อที่ดิน และออกค่าใช้จ่ายต่างๆในการจัดสร้างวัด เป็นเงิน 55 ล้านบาท เมื่อทางสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ได้ขออนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งวัดเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติกิจทางสงฆ์และให้ญาติโยมได้ปฏิบัติธรรมด้วย เหตุเกิดเมื่อช่วงต้นปี 55  เมื่อพระธีรธนัชณฤทธา หลงเชื่อคำกล่าวอ้างของหลวงปู่เณรคำ ได้นำเงินที่ญาติโยมทำบุญบริจาค เป็นเงิน 5 แสนบาท ไปวางมัดจำกับธนาคาร เพื่อซื้อที่ดิน 14 ไร่ 24 ตารางวา จากเจ้าของกรรมสิทธิ์ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าภายหลังหลวงปู่เณรคำ กลับผิดนัดเมื่อติดต่อสอบถามไปทางลูกศิษย์ ได้รับคำตอบว่า หลวงปู่เณรคำมีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนถึง 11 ล้านบาท เพราะต้องดูแลทั้งพระและลูกศิษย์ มีผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นนักธุรกิจพ่อค้าเงิน พ่อค้าทองที่อยู่ใน กทม. และปริมณฑล จำนวน 8 คน ร่วมอยู่ในกระบวนการด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  09/07/2013

ล่ามือปล่อยคลิปลับ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า ตนและทีมงานได้ตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญแล้วพบว่าเป็นคลิปทำขึ้นมา มีการตัดต่อ ทำขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมือง ขณะนี้กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกำลังเร่งสืบสวนหาคนปล่อยคลิปดังกล่าว ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายหมิ่นประมาท เรื่องนี้กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา เพราะไม่ทันไรก็มีขบวนการรับลูกกันต่อเนื่อง “ผู้กองปูเค็ม” หรือ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หน้ากากขาวตัวพ่อ เดินทางไปที่กระทรวงกลาโหมในวันที่ 8 ก.ค. 56 กดดัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ทันที กรณีนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ พรรคประชาธิปัตย์อย่าเพิ่งรีบฉวยโอกาสตีกิน ถ้าพิสูจน์แล้วมันไม่จริง คนออกมากล่าวหาก็ต้องรับผิดชอบด้วย อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าคลิปที่ออกมามีความมุ่งหมายทางการเมือง และคนที่ทำก็หวังล้มรัฐบาล

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  09/07/2013

สตช.รื้องบฯ396โรงพัก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า  ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 ก.ค. 2556 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดย พล.ต.อ.ประชา  พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี เสนอเรื่อง “ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่ง”  เป็นดำเนินการโครงการ “ก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 โครงการ” วงเงินรวม 7,592,019,204 บาท ให้ ครม. พิจารณา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  09/07/2013

ศก.ส่อซึมยาว

นายวัลลภ  วิตนากร  รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวว่า  ผู้ส่งออกกังวลเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวเนื่องจากจีดีพีจีนที่หายไป 1-2% ส่งผลกระทบต่อไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านคู่ค้าสำคัญของไทยคือกลุ่มอาเซียนที่ไทยส่งออก 25% ล้วนพึ่งการส่งออกไปจีน

นายสัมมา  คีตสิน  ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยลดลงจาก 57.8 ในไตรมาสแรก เหลือ 55.8 ในไตรมาส 2 นอกจากนี้ ดัชนีความคาดหวังใน 6 เดือนข้างหน้าลดลงจาก 71.6 ในไตรมาสแรก เหลือ 67.4 ในไตรมาส 2 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเริ่มกังวลเรื่องยอดขาย การลงทุน การจ้างงาน การเปิดโครงการใหม่หรือเฟสใหม่ ที่ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งกังวลอนาคต ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และแรงงานขาดแคลน    (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)

นายธนวรรธน์  พลวิชัย  ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  กล่าวว่า  การปรับประมาณการเศรษฐกิจเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะมีเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวในไตรมาส 2 นี้ ปัจจัยภายในที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ครึ่งปีหลังจากเม็ดเงินลงทุน 6-7 หมื่นล้านบาทแต่สถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว จีนมีปัญหาการปล่อยสินเชื่อ การบริโภคภายในประเทศชะลอตัวความกังวลปัญหาการเมืองทำให้ต้องปรับประมาณการลงและกำลังจับตามดูไตรมาส 3 ปีนี้ว่าจะมีปัจจัยอื่นมากระทบหรือไม่  ก็อาจทำให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ต่ำลงอยู่ในระดับ 3.5-4%  (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

กิตติรัตน์พร้อมฟันขรก.สรรพากรร่วมโกงคืนภาษี

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  กล่าวว่า  ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มปลอมของกลุ่มส่งออกที่มีการใช้หลักฐานเท็จมาขอคืนภาษีนั้น ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังสอบสวนและใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว คาดว่าจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องได้ในเร็วๆนี้ หากมีข้าราชการมาเกี่ยวข้องจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งจะดำเนินการอย่างเต็มที่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  09/07/2013

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รัฐบาลยอมถอยชาวนาเฮจำนำข้าวหมื่นห้า ลูกสาวโร่พ่อถูกอุ้มเสี่ยใหญ่โรงเกลือ น้องบีมยื้อมัจจุราชเหยื่อพ่อเลี้ยงโหด มติชน ได้ตามคำขอ – ชาวนาเฮคืนหมื่นห้า กขช.พลิกมติ...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สุรา  – ยา – หนังโป๊ เสพเมถุนเณรคำเหมาหมด บิ๊กไบค์ซัดรถตู้เจ้าคณะจว.ดับ ปัดวุ่นคลิปโฉ่ทักษิณ...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ประหาร 3 ดต.ฆ่าโจ๋17 ผกก.7ปี รองผกก.ตลอดชีวิต เด้งผกก.ห้วยขวางน.1เชือดเซ่นผับเปิดถึงเช้า เฉลิมร่วมดับไฟใต้ มติชน...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ดวลสนั่นพ่อค้ายา ร.ต.ต.ดับ 2 ด.ต.คู่หูเจ็บสาหัส ถวายพระบรมฯเสมาธรรมจักรทอง “แทน”ลูกเทือก พบดีเอสไอ มติชน...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่3 กรกฎาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เศรษฐีดับปริศนาศพคาห้องเพิ่งขายที่ 600 ล้าน กระทิงแชมป์ยูโร เกรียนโอ้-ร้องไห้ โฆษกศาลรธน.ปัดมีธงล่วงหน้า มติชน เผยคู่มือแผนการเสด็จห้ามไล่ปชป.รถวิ่งสวนทาง...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top