ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ขอศาลรธน.อย่าหวั่นไหวแดงกดดันหนัก

ร.ต.ต.ฉาวโฉ่ข่มขืนลาวเด็กสาววัย 18

ครูลักบัตรครู – รูดปื๊ด

 

มติชน

เหมือนนักมวยไล่ต่อยกก.ศาลปรามเคยฟ้องม็อบหมิ่นมาแล้ว

อย่าทุ่มเงินสู้บาทแข็งเจ้าสัวซีพีเตือน สอท.จี้ลดดอกเบี้ย 1 บ.

จับแท็กซี่โจรของกลางอื้อหมาก็ยังฉก

 

ข่าวสด

ตร.สอบ “เสี่ยเปีย” อีกรอยนิ้ว!โผล่หราในรถเหยื่อ

วสันต์เดือดฮึ่มฟ้องม็อบบุกศาล

“รตต.” ทองหล่อฉาว – ขืนใจสาวลาว

 

เดลินิวส์               

ใส่กุญแจมือขืนใจมาราธอนแม่หญิงเลือดสาด

อุกฤษโผล่ชี้แนะ4แนวคิดปฏิรูป “ศาลรธน.”

ฮาเวิร์ดวืดประกัน

 

กรุงเทพธุรกิจ

หลอกขายไทยสูญพันล.

ประกันเสี่ยงรับบาทแข็ง

 

โพสต์ทูเดย์

ดัดหลังเก็งบาท

เคาะขึ้นก๊าซหุงต้มมิ.ย.

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์

แก้ประชาธิปไตย “ม.๖๘” เป็นเผด็จการ

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

ฝากไปใช้สะดือตรอง

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย  โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

รถไฟความเร็วสูงอย่าเสียค่าโง่ซ้ำสอง

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน

คำเตือน “พระวิหาร”   วันที่ 25/04/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด

ช้างเผือก

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

‘แสดงความเป็นกันเอง’ หรือ ‘ขาดความเคารพ’?

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ขอศาลรธน.อย่าหวั่นไหวแดงกดดันหนัก

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงกรณีที่นายวรชัย  เหมะ  ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ประกาศนัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง 5 หมื่นคน เพื่อกดดันศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขอเป็นกำลังใจให้ฝ่ายตุลาการและองค์กรศาลว่าอย่าหวั่นไหว ส่วนใครจะมาแสดงออกต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะหากปล่อยให้การกดดันมีผลต่อการพิจารณาของตุลาการ บ้านเมืองก็จะไม่มีหลัก จึงขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ส่วนที่มีการขู่ว่า จะมีการล้อมศาล ทุกคนก็ต้องแสดงออกถึงความหนักแน่นมั่นคงว่าจะปฏิบัติหน้าที่เต็มที่โดยไม่กังวลต่อแรงกดดัน และรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลให้ทุกองค์กรสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามกฎหมายได้ และจะหลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้

นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  การที่พรรคเพื่อไทยใช้มวลชนคนเสื้อแดงไปชุมนุมกดดันปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญซึ่งน่าละอายที่อาจถือเป็นประเทศเดียวในโลก ที่รัฐบาลมีลิ่วล้อเป็นกุ๊ย อันธพาล ใช้มวลชนเหล่านี้ไปข่มขู่องค์กรอื่นที่ตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารงานของรัฐบาล จึงต้องเรียกรัฐบาลชุดปัจจุบันว่าเป็นรัฐบาลกุ๊ย รัฐบาลอันธพาล เพราะเป็นตัวตั้งตัวตีในการข่มขู่ คุกคามศาล ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องทบทวนว่าจะปล่อยให้รัฐนาวาของตัวเองเป็นเช่นนี้หรือ โดยต้องกำชับให้คนของตัวเองยุติพฤติกรรมเหล่านี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  25/04/2013

ครูลักบัตรครู – รูดปื๊ด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 24 เม.ย. น.ส.โสภิดา  ชอบธรรมเหมือน อายุ 46 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ตำแหน่งครูประจำชั้นอนุบาล 1 ระดับ (คศ.3) โรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.บรรจง หนูหว้า พนักงานสอบสวน (สบ.2) สภ.เมืองปทุมธานี ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่ได้แอบขโมยนำบัตรเครดิตจำนวน 2 ใบ ไปรูดซื้อของมูลค่ากว่า 1 แสนบาท โดย น.ส.โสภิดา ให้การว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 56 ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.มาโนช กันเกลา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี มาครั้งหนึ่แล้ว ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.อาทิตยา  พังลำภู (ครูปู) อายุ 36 ปี ครุประจำชั้นป.5 ระดับ (คศ.1) โรงเรียนเดียวกัน ในข้อหาลักทรัพย์ โดยการแอบยักยอกขโมยบัตรเครดิตตนไปรูดซื้อของภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาปทุมธานี เป็นจำนวนเงิน 47,000 บาท จากนั้น ในวันที่ 23 เม.ย. ตนได้แจ้งความกับ ร.ต.ท.อภิรัฐ  ขานไข พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี อีกครั้ง เมื่อมารู้ว่าเพื่อนครูสาวคนเดิมได้นำบัตรเครดิตของตนไปรูดซื้อของอีกครั้ง  สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อประมาณช่วงเดือน ม.ค. 56 มีตัวแทนของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง เข้ามาที่โรงเรียนเพื่อทำบัตรเครดิตให้กับบรรครูในโรงเรียน โดยครั้งนั้นตนก็ขอทำบัตรทั้งหมด 5 ใบ เรื่องมาแดงขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารต่างๆโทรศัพท์เข้ามาแจ้งให้ชำระเงินที่รูดบัตรและกดเงิน จึงได้ขอตรวจสอบกับทางสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ทำให้รู้ว่ามีการใช้ลายเซ็นปลอมนำบัตรตนไปรูดซื้อข้าวของ และที่ปักใจเชื่อว่าคนร้ายคือเพื่อนครูด้วยกัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ธนาคารต่างๆได้ส่งบัตรไปที่โรงเรียน โดยทางโรงเรียนจะนำมาใส่ตระกร้าที่ห้องฝ่ายบุคคล เพื่อนครูคนดังกล่าวเห็นว่าเป็นบัตรตนก็ได้นำบัตรไปเซ็นชื่อด้านหลังแทนแล้วนำไปใช้  สำหรับยอดเงินที่ถูกนำไปใช้รวม 3 แสนบาท จึงแจ้งความเพื่อให้ติดตามจับกุมและดำเนินคดีกับเพื่อนครูคนดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ต.บรรจง  หนูหว้า  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี  กล่าวว่า  ในเบื้องต้นจะต้องมีการประสานไปยังสถาบันการเงินที่ได้รับแจ้งนั้น เพื่อให้มีการตรวจสอบว่าคนร้ายนั้นนำบัตรเครดิตไปซื้อของหรือกดเงินจากที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้นำภาพมาประกอบในการทำสำนวนและออกหมายเรียก ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายได้เคยมาแจ้งไว้กับพนักงานสอบสวนท่านอื่นนั้น เชื่อว่า ขณะนี้ได้มีการออกหมายเรียกไปแล้วและถ้ายังไม่มาตามหมายเรียกจะมีการขออนุมัติหมายจับต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  25/04/2013

ร.ต.ต.ฉาวโฉ่ข่มขืนลาวเด็กสาววัย 18

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. พ.ต.ท.สมภพ  สุภาพร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมกำลังตำรวจนำหมายศาลจ.สมุทรปราการ เดินทางไปยัง สน.ทองหล่อ เพื่อจับกุม ร.ต.ต.ชาตรี สืบสมาน อายุ 53 ปี ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ทำหน้าที่ส่งหมายศาล ผู้ต้องหาในคดีข่มขืน แต่ ร.ต.ต.ชาตรีไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปถึง คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นหญิงชาวลาว วัย 18 ปี เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่า ตนพร้อมแฟนหนุ่มชาติเดียวกันเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑล จ.นครปฐม ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. ได้ว่าจ้างรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง จากย่านพุทธมณฑล ให้ไปส่งที่ จ.ระยอง โดยใช้เส้นทางด่วนกาญจนาภิเษก ขณะรถวิ่งมาใกล้จะถึงพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ  คนขับได้เบี่ยงรถลงถ.สุขุมวิทพร้อมไล่แฟนหนุ่มลงจากรถ ก่อนจะล็อกกุญแจมือตนพาไปที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในละแวกดังกล่าว เมื่อไปถึงคนขับได้บังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ และกักขังอยู่ในห้องพักของอพาร์ตเมนต์ทั้งคืน จนกระทั่งเช้าชายคนดังกล่าวได้ขับรถพาไปส่งที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว โดยระหว่างทางข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร ตนพยายามทำทีพูดดีด้วย ทำให้ชายคนดังกล่าวตายใจยอมเปิดเผยตัวเองว่าเป็นตำรวจชื่อ ร.ต.ต.ชาตรี สืบสมาน สังกัด สน.ทองหล่อ พร้อมจดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ด้วย จึงนำเรื่องไปปรึกษานายจ้างก่อนจะพาเข้าแจ้งความดังกล่าว ต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนแท็กซี่คันดังกล่าวพบว่าชื่อผู้ครอบครองตรงกับชื่อที่คนร้ายให้ไว้กับผู้เสียหายจริงและเมื่อตรวจสอบข้อมูลจากทะเบียนราษฎรพบว่าบุคคลดังกล่าวคือ ร.ต.ต.ชาตรี สืบสมาน จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับกุมดังกล่าว และล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 เม.ย. ร.ต.ต.ชาตรี ได้โทรศัพท์ไปหา พ.ต.ท.สมภพ สุภาพร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ แจ้งให้ทราบว่า จะเข้ามอบตัวสู้คดีในวันที่ 25 เม.ย. เวลา 14.00 น.

พ.ต.อ.สัมฤทธิ์  เกตุแย้ม พงส.ผทค.สน.ทองหล่อ ผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจคนดังกล่าว  กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว พร้อมให้ทางเจ้าหน้าที่ประสานไปยังครอบครัวผู้ต้องหาให้เข้ามอบตัว โดยทางผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่หากพบว่าผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  25/04/2013  

เหมือนนักมวยไล่ต่อยกก.ศาลปรามเคยฟ้องม็อบหมิ่นมาแล้ว

นายจรัญ  ภักดีธนากุล  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  กล่าวผ่านทางเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ว่า ส่วนตัวยังไม่มีการขอกำลังคุ้มกันใดๆเพิ่มเติม เมื่อถามว่า การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายข่มขู่กดดันศาลและจะมีการแจ้งความดำเนินคดีอะไรหรือไม่  นายจรัญ  กล่าวว่า  เรื่องใครจะกระทำผิดอะไรในพื้นที่หรือไม่นั้น ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ศาลที่ดูแล และศาลคงมีแต่เพียงปากกา ไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมายไปกว่านั้น ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองในปัจจุบันนี้ เหมือนนักมวยไล่ต่อยกรรมการ  (หนังสือพิมพ์มติชน)

นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนุมหน้าศาล ว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะคิดว่าน่าจะเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวมากกว่า เป็นกรณีเดียวกับนางกรองทอง ทนทาน หรือ “ดีเจ.ป้อม” อุดรธานี ที่ครั้งก่อนชุมนุมหน้ารัฐสภา ได้ด่าตนเสียหาย จึงฟ้องศาลอาญาใน 4 ข้อหา ในฐานดูหมิ่นศาล ดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วยการโฆษณา โดยใช้ทนายจากสำนักงานทนายของคนพรรคเพื่อไทย คือ สำนักงานทนายนิติทัศน์ศรีนนท์ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีมูลประทับรับฟ้องนางกรองทอง ก็ได้ยื่นขอประนีประนอมและขอขมา ศาลจึงสั่งเลื่อนไปพิจารณาวันที่ 27 พ.ค. นี้ ซึ่งตนยังไม่ตัดสินใจว่าจะรับคำขอขมาหรือไม่ ดังนั้นที่ชุมนุมกันหน้าศาลอยู่ขณะนี้ก็กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ “ผมตามเก็บหมด ไม่ฟังเสียงหรอก”

รายงานข่าว กล่าวว่า นับตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมที่หน้าศาล เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ศาลได้ให้เจ้าหน้าที่บันทึกภาพ บันทึกเสียงการปราศรัยโจมตีตุลาการไว้ทั้งหมด และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณารวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปฟ้องร้องดำเนินคดี    (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)

อย่าทุ่มเงินสู้บาทแข็งเจ้าสัวซีพีเตือน สอท.จี้ลดดอกเบี้ย 1 บ.

นายธนินทร์  เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวถึงภาวะเงินบาทแข็งค่า ว่า เป็นเพราะประเทศไทยกำลังเนื้อหอมเศรษฐกิจเติบโตดี มีเงินไหลเข้ามาลงทุน ทั้งจากประเทศญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ และอย่าไปสู้ค่าเงิน เพราะมีแต่เสีย ควรใช้โอกาสนี้ส่งเสริมสนับสนุนให้อุตสาหกรรมไทยมีการเปลี่ยนแปลงซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน เงินบาทแข็งจะช่วยให้ต้นทุนนำเข้าถูกลง นอกจากนี้ แทนที่จะสู้ค่าเงิน ก็ให้นำเงินส่วนนี้ไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราจะเหมาะสมกว่า

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  25/04/2013

จับแท็กซี่โจรของกลางอื้อหมาก็ยังฉก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 24 เม.ย.  พล.ต.ท.นเรศ  นันทโชติ  ผบช.ภ.1  พร้อมหัวหน้าทีมชุดสืบสวนสอบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายวัลลภ  อู่ทอง อายุ 54 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจ.นนทบุรี ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำผิด จับกุมตัวได้ที่ชุมแสงรีสอร์ต จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางรถแท็กซี่ สีส้ม ของ สหกรณ์บวรแท็กซี่ และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน เพศเมีย อายุ 4 เดือน 1 ตัว คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง รับแจ้งจากผู้เสียหายพร้อมภรรยาว่า ได้เรียกรถแท็กซี่ของนายวัลลภจากบ้านพักในหมู่บ้านบัวทอง 4 อ.บางบัวทอง ให้ไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อรถวิ่งมาถึงบริเวณแยกท่าอิฐ ถ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี นายวัลลภทำทีว่ารถมีปัญหาก๊าซหมดขอให้ลงไปช่วยเข็นรถหลบข้างทาง ขณะนั้นภรรยานั่งอยู่ในรถ จากนั้นนายวัลลภอ้างว่ารถไม่สามารถไปต่อได้ต้องเปลี่ยนรถคันอื่น ทางภรรยาจึงลงจากรถแต่ทันทีที่ก้าวลงยังไม่ทันปิดประตูรถ นายวัลลภก็เร่งเครื่องรถขับหลบหนีไปทันที พร้อมกับทรัพย์สิน ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ที่ชุมแสงรีสอร์ต จ.สุพรรณบุรี จึงเข้าตรวจค้นพบผู้ต้องหาและของกลางจำนวนมากในห้องพัก จากนั้นขยายผลตรวจค้นบ้านเช่าที่ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี พบของกลางอีกจำนวนหนึ่ง จึงจับกุมพร้อมของกลางทั้งหมด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  25/04/2013

ตร.สอบ “เสี่ยเปีย” อีกรอยนิ้ว!โผล่หราในรถเหยื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ที่ตรวจสอบรายละเอียดในรถของนายเกรียงไกร ทำรายงานถึงผู้บังคับบัญชาว่า พบรอยนิ้วมือของนายประดิษฐ์ หรือเสี่ยเปีย ภายในรถด้วย ส่วนรอยนิ้วมือของบุคคลอื่นนั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม

ด้านพล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบก.สส.ภ.1 กล่าวว่าการเชิญตัวนายประดิษฐ์ มา สอบปากคำนั้น ให้การปฏิเสธไม่รู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามแม้จะให้การปฏิเสธ แต่มีพิรุธหลายอย่างระหว่างการสอบสวน อีกทั้งยังมีหลักฐานว่านายประดิษฐ์ อยู่ในพื้นที่เดียวกับผู้ตาย ในเวลาใกล้เคียงก่อนที่จะเกิดเหตุ หลังจากนี้เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จะนำไปสู่การขอหมายค้น เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก 1-2 ครั้ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  25/04/2013

อุกฤษโผล่ชี้แนะ4แนวคิดปฏิรูป “ศาลรธน.”

นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) เสนอให้ปรับปรุงแก้ไขปัญหาของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ผ่านมาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคดีสำคัญ ได้ถูกวิจารณ์ว่าอาจมีปัญหาความถูกต้องเป็นธรรม มีหลายคดีอาจก้าวล่วงการใช้อำนาจอธิปไตยขององค์กรอื่น ทำให้สังคมไทยเกิดความขัดแย้งและการเมืองรุนแรงขึ้น  จากปัญหาดังกล่าวจึงมีข้อเสนอ 4 ข้อแนะวิธีปฏิรูป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  25/04/2013

ฮาเวิร์ดวืดประกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่  24 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว นำหมายจับศาลอาญารัชดา เดินทางมาขออายัดตัว นายฮาเวิร์ด หวัง ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไปดำเนินคดี โดยมีญาติและ นายอากาศ วสิกชาติ ทนายความส่วนตัว มารอรับอยู่ด้วย โดย พ.ต.อ.ชาติชาย  เอี่ยมแสง รอง ผบก.สส.สตม. ควบคุมตัวนายฮาเวิร์ดเดินออกมาจากห้องขังซึ่งนายฮาเวิร์ด ได้ยกมือไหว้ทักทายผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าว ก่อนขึ้นรถที่เจ้าหน้าที่มารอรับเดินทางออกไป โดยก่อนเดินทาง ทนายความพร้อมญาตินายฮาเวิร์ดได้ประสานขอนำตัวนักร้องหนุ่มเดินทางไป สน.ลาดพร้าวเอง แต่ถูก พ.ต.อ.ชาติชาย คัดค้าน  ต่อมาเลา 15.30 น. นายฮาเวิร์ด เดินทางมาถึง สน.ลาดพร้าว ก่อนถูกนำตัวเข้าห้องพนักงานสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.ภาคภูมิ  พูลศิริโภคา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ และพ.ต.ท.ผดุงศักดิ์  สุวรรณชัยรบ พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการพิเศษ เจ้าของคดีร่วมสอบปากคำต่อหน้าทนายความ โดยระหว่างนั้นมารดาของนายฮาเวิร์ดที่เดินทางมาให้กำลังใจได้เข้าสวมกอดกัน จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายฮาเวิร์ดออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ โดยนายฮาเวิร์ดไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวนและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะให้การในชั้นศาล

ด้านนายอากาศ  วสิกชาติ  ทนายความส่วนตัวนายฮาเวิร์ด หวัง กล่าวว่า  ได้ยื่นขอประกันตัวนายฮาเวิร์ด หวัง กับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้วเป็นวงเงิน 75,000 บาท ซึ่งคิดว่าน่าจะได้รับการประกันตัว แต่ตอนนี้ต้องรอทาง พ.ต.อ.วิทวัฒน์  ชินคำ  ผกก.สน.ลาดพร้าว และพนักงานสอบสวน ประชุมเสร็จก่อนว่าจะพิจารณาให้ประกันตัวหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.วิทวัฒน์  ชินคำ  ผกก.สน.ลาดพร้าว  กล่าวว่า  เบื้องต้นยังคงไม่อนุมัติให้ประกันตัวผู้ต้องหา ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะเร่งทำสำนวนคดีให้เสร็จโดยเร็ว คาดว่าน่าจะเสร็จภายในเวลา 2 เดือนโดยวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังศาลต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  25/04/2013  

หลอกขายไทยสูญพันล.

นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีฉ้อโกงจัดซื้อเครื่องจีที 200 และอัลฟ่า 6 ว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2556 คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีมติรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากบริษัทเอกชนได้เสนอขายเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 และอัลฟ่าที่ไม่มีประสิทธิภาพให้กับหน่วยราชการมูลค่าความเสียหาย 1,137,588,990 บาท  ทั้งนี้ในการสอบสวนของดีเอสไอได้สอบปากคำผู้กล่าวหา พยานบุคคลที่เป็นคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการตรวจรับ ตลอดจนพยานผู้ใช้เครื่องประมาณ 90 ปาก ให้การยืนยันว่า เครื่องมือทั้ง 2 ชนิดไม่มีประสิทธิภาพและไม่สามารถใช้งานได้จริง นอกจากนี้ยังมีรายงานผลการดำเนินงานการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดและยาเสพติดระยะไกลของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้ทำการทดสอบยืนยันว่า เครื่องจีที 200 และอัลฟ่า 6 ไม่มีประสิทธิภาพด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   วันที่  25/04/2013

ประกันเสี่ยงรับบาทแข็ง

นายเผด็จ  พิรุฬห์สิทธิ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกที่ซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนขณะนี้มีสัดส่วนประมาณ 50% เพราะอีก 50% ยังมีความกังวลในทิศทางค่าเงินบาทในอนาคตรวมถึงการออกมาตรการของธปท. โดยเฉพาะหากทำสัญญาขายดอลลาร์ล่วงหน้า แล้ว หากทางการมีมาตรการเกี่ยวกับค่าเงินบาทออกมา  อาจทำให้ขาดทุนกำไรจากการปิดความเสี่ยงไว้ได้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   วันที่  25/04/2013

ดัดหลังเก็งบาท

แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  กล่าวว่า  ธปท.กับกระทรวงการคลังได้หารือมาตรการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าแล้วโดยจะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบข้างเคียง หนึ่งในมาตรการที่จะประกาศเร็วๆนี้ คือ การกำหนดระยะเวลาการถือครองตราสารหนี้หากขายออกก่อนกำหนดเวลา จะเก็บค่าธรรมเนียมเป็นขั้นบันได หากถือครองสั้นก็จะโดนเก็บค่าธรรมเนียม แต่หากถือยาวไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม วิธีการเก็บค่าธรรมเนียมการถือครองตราสารหนี้จะเก็บผ่านธนาคารที่เป็นคัสโตเดียน (ศูนย์รับฝากใบหุ้น) ซึ่งธปท.ได้กำหนดให้มีการลงทะเบียน นักลงทุนต่างชาติที่นำเงินเข้ามาซื้อตราสารไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นมาตรการนี้จะประกาศแล้วมีผลบังคับใช้ทันที

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่  25/04/2013

เคาะขึ้นก๊าซหุงต้มมิ.ย.

นายพงษ์ศักดิ์  รักตพงศ์ไพศาล  รมว.พลังงาน  กล่าวว่า  ภายในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะสามารถเริ่มทยอยปรับราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน เดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม (กก.) เป็นเวลา 12 เดือน เพื่อให้ราคาแอลพีจีที่ปัจจุบันอยู่ที่ กก.ละ 18.13 บาท ไปอยู่ที่ 24.82 บาท ตามเพดานที่กำหนดไว้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่  25/04/2013

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

No related posts.

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top