ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ผงะไส้กรอกอีสานเมนูสยองมีซากลูกแมวโผล่

ดับอบต.ศรีสาครถล่มทหารเจ็บ

พท.ปัดปูทาง “เจ๊แดง”

มติชน

พท.วางตัว “เจ๊แดง” แม่ทัพคุมเกมสภา

เหตุเบรก “ตอบโจทย์” ผอ.แจงวุ่น

สรุปผลสอบ “514 ครูผช.”ชี้ทุจริตชัด!

ข่าวสด

ผงะแก๊งฟันน้ำนมจับ 13 ดช.ลักจยย.นับร้อยคัน

ลงมติแล้วพท.ส่ง “เจ๊แดง” ชิงสส.

โจรบุกหมู่บ้านหรู-เจาะเซฟกวาด 100 ล.

เดลินิวส์               

ทลายแก๊งฟันน้ำนมซิวโจรเด็กฉกจยย.เป็นร้อยคัน

2แม่ค้าเฮงถูกเผงรางวัลที่ 1

ปชป.อัดยับเพื่อไทยไร้มาตรฐาน

กรุงเทพธุรกิจ

เคาะ “ทีโออาร์น้ำ” พรุ่งนี้

รัฐเสียหาย 1.36 แสนล้าน

โพสต์ทูเดย์

ตัดเค้ก 2 ล้านล.

แข่งเสนอดอกเบี้ยบ้าน 0% จนแบงก์ใหญ่สะท้าน

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

อำมาตย์ – ไพร่ – ประชาธิปไตย – กษัตริย์

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ค้านทุกเรื่อง

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม ตะวันตก  (ไทยรัฐ)

ทำไม ต้องหากินทุกรูปแบบ

คอลัมน์  เศรษฐกิจ  โดยทีมเศรษฐกิจ  (ไทยรัฐ)  

สู่ยุกทีวีดิจิตอล  จุดเปลี่ยนวงการโทรทัศน์ไทย

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย จำลอง ดอกปิก  (มติชนรายวัน)  

แผนสำรององค์กรอิสระ  วันที่ 18/03/2013

คอลัมน์  คนหน้า 5    โดย  ดินสอโดม   (เดลินิวส์)

คนหน้า 5  วันที่  18/03/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

จับมือไม่สังฆกรรมกับบริษัทสีดำ, สีเทา

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ผงะไส้กรอกอีสานเมนูสยองมีซากลูกแมวโผล่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 1 บ้านกระสัง ต.กระสัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ หลังทราบว่า เจ้าของบ้านไปซื้อไส้กรอกหมูอีสานแต่ภายในยัดไส้ด้วยซากลูกแมวกลายเป็นเมนูสยอง เมื่อไปถึงกลุ่มชาวบ้านที่ทราบข่าวแห่มาดูไม่ขาดสาย บางคนจุดธูปเทียนกราบไหว้ขอโชคลาภแต่ความเชื่อของชาวบ้าน สอบถามนางกรด ยอดจงรัมย์ อายุ 52 ปี เจ้าของบ้าน ให้รายละเอียดว่า เมื่อ 2 วันก่อนได้ไปซื้อไส้กรอกหมูอีสานไม่มียี่ห้อจากแม่ค้าคนหนึ่ง ลักษณะเป็นก้อนยาวเกือบคืบ ทั้งหมด 3 ชิ้น พอมาถึงบ้านได้นำไส้กรอกออกมาทอด ช่วงทอดทุกอย่างยังเป็นปกติ จากนั้นนำไปตั้งวงกินข้าวเช้าวันที่ 16 มี.ค. โดยมีลูกๆร่วมนั่งกินด้วย กระทั่งลูกสาวได้กินไส้กรอกเข้าไปแล้ว 2 ชิ้น  พอถึงชิ้นที่ 3 ซึ่งเป็นชิ้นสุดท้าย ทุกคนเกือบจะอาเจียนเมื่อเหลือบไปเห็นในไส้กรอกมีซากลูกแมวยัดไส้ในไส้กรอก มีทั้งตา จมูกและปากอย่างชัดเจน

ด้าน ร.ต.ต.สัมฤทธิ์  สีดามา รอง สวป.สภ.สตึก ที่มาสังเกตการณ์  กล่าวว่า  จากการตรวจสอบไส้กรอกเห็นเป็นรูปแมวจริงๆ มีหัวเหมือนแมว ใบหู 2 ข้าง มีขน มีปากและขา ในเบื้องต้นสันนิษฐานผู้ผลิตไส้กรอกอาจนำลูกแมวตายแล้วมาบดผสมกับหมูเพื่อทำไส้กรอกหมูเพื่อเพิ่มปริมาณ แต่เผอิญเครื่องบดไม่ละเอียดทำให้ซากลูกแมวปะปนมากับเนื้อหมู จากนั้นนำมาขายให้ผู้บริโภค พร้อมกันนี้ได้ประสานกับสาธารณสุข อำเภอนำซากไปตรวจสอบต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  18/03/2013

ดับอบต.ศรีสาครถล่มทหารเจ็บ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 มี.ค.  พ.ต.อ.พยงค์  สานุกูล  ผกก.สภ.ศรีสาคร  จ.นราธิวาส นำกำลังไปตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายรือเสาะ – ศรีสาคร ม.2 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร พบรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีทอง ทะเบียน กค 8079 ยะลา พุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางพังยับ บริเวณประตูฝั่งคนขับมีรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนอาก้าเป็นรูพรุน โดยมีปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่ 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนขับถูกยิงได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดีนำส่ง รพ.ศรีสาคร แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นายมะยิ อาแด  อายุ 64 ปี เป็นสมาชิก อบต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร ถูกยิงที่ลำตัวและศรีษะ สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับรถเก๋งกลับจากทำธุระที่ตลาดศรีสาคร เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถปิกอัพนิสสันสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตามประกบให้มือปืนที่นั่งในกระบะหลังใช้ปืนอาก้ากราดยิงถล่มจนรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง จากนั้นคนร้ายลงไปจ่อยิงซ้ำที่ศรีษะแล้วชิงเอาปืน 9 มม.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการกระทำของแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบตามล่าสังหารเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อโหมไฟใต้ให้ลุกโชนต่อเนื่อง ส่วนที่ จ.ปัตตานี มีเหตุทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อ ส.อ.ถาวร เหล็กดี อายุ 26 ปี สังกัด ฉก.ปัตตานี 21 ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดที่ข้อเท้าขวา 1 นัด ที่เกิดเหตุบนถนนสายปัตตานี – ยะลา ที่ตั้งฐานปฏิบัติการณ์ ร้อย ร.1311 ฉก.ปัตตานี 21  พบเพียงกองเลือด แต่ไม่พบกระสุนปืน สอบสวนทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ให้การว่า  ขณะตั้งด่านตรวจ ได้มีคนร้ายขี่รถ จยย.ผ่านมาก่อนชักปืนยิงใส่ ส.อ.ถาวรได้รับบาดเจ็บแล้วเร่งเครื่องหนีไป เจ้าหน้าที่นำกำลังไล่ติดตามไปทางสายยะลาแต่ไม่พบวี่แววจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  18/03/2013

พท.ปัดปูทาง “เจ๊แดง”

นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงกรณี นายเกษม  นิมมลรัตน์  ลาออกจาก ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ว่า นายเกษม แจ้งต่อคณะกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรคเพื่อไทย ว่าเหตุผลที่ลาออกเพราะสุขภาพไม่ดี และต้องการไปดูแลงานท้องถิ่นเพื่อรับใช้ชาวเชียงใหม่ ไม่มีการกดดันหรือถูกบีบจากผู้ใหญ่ในพรรค ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า  นางเยาวภา  วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกฯ จะมาลงสมัคร ส.ส.แทนนายเกษม เพื่อเตรียมตัวเป็นนายกฯสำรองนั้นไม่เป็นความจริง พรรคประชาธิปัตย์พยายามจินตนาการเป็นเกมการเมืองให้กระทบความน่าเชื่อถือ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่นานาประเทศให้การยอมรับ ขณะที่คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ใน ป.ป.ช.ก็ยังไม่มีผลกระทบต่อตำแหน่งนายกฯ  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย  แจ้งว่า  สาเหตุที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจส่งนางเยาวภาให้ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นั้น จุดหลักคือเพื่อให้มาช่วยดูแลในส่วนสภาผู้แทนฯ เป็นหูเป็นตาให้กับนายกรัฐมนตรีที่มีภารกิจการบริหารค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเข้ามาดูแลการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในสภา เนื่องจากที่ผ่านมางานสภาของพรรคยังไม่เข้มแข็งเท่าที่ควรและหลายครั้งที่เปิดช่องให้ฝ่ายค้านโจมตีได้ เพราะส.ส.ของพรรคอาจทำหน้าที่ไม่เต็มที่  (หนังสือพิมพ์มติชน)

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายเกษม นิมลรัตน์ ลาออกจากส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยว่า ชี้ชัดว่า  นายเกษมเป็นเพียงคนขัดตาทัพให้กับเครือญาติของคนในตระกูลชินวัตรเท่านั้น ซึ่งเท่าที่ติดตามการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ตนไม่เคยเห็นว่านายเกษม มีบทบาทการทำงานที่คุ้มกับภาษีของประชาชน และยังแสดงให้เห็นว่า 1.ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าประชาชน ที่สำคัญเป็นการเปิดทางให้นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เข้าสู่การเป็นส.ส. เพื่อเป็นตัวตายตัวแทนให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง ถือเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน 2.พรรคเพื่อไทยกลืนคำพูดของตัวเอง 3.ทำให้เปลืองภาษีประชาชนที่ต้องจ่ายงบประมาณเลือกตั้งซ่อมส.ส. และ 4.ชัดเจนว่าเป็นการรักษาอำนาจของคนในตระกูลชินวัตร  เมื่อถามว่า  เห็นด้วยหรือไม่กับการที่กกต.จะแก้ปัญหานี้ด้วยการเสนอแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งว่าหากส.ส.คนใดลาออกโดยไม่มีเหตุผลสมควร จะให้รับผิดชอบเป็นผู้จ่ายค่าเลือกตั้งซ่อมส.ส. นายชวนนท์  กล่าวว่า พรรคเห็นด้วย เพราะการเอาตำแหน่งทางการเมืองมาเป็นเครื่องมือเปิดเวทีให้คนอื่นเข้าสู่ผลประโยชน์ เป็นเรื่องไม่เหมาะสม การกระทำเช่นนี้ถือว่าเข้าข่ายที่กกต.สามารถแจกใบแดงได้เลย  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)

เหตุเบรก “ตอบโจทย์” ผอ.แจงวุ่น

นายสมชัย  สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)  หรือ ไทยพีบีเอส  ออกคำแถลงผ่านเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ถึงการยุติการออกอากาศรายการ ตอบโจทย์ ในวันที่ 15 มี.ค. 56  ว่า  เป็นการตัดสินใจโดยไม่มีแรงกดดันจากสถาบัน หน่วยงาน หรือกลุ่มบุคคลใดๆ ทั้งสิ้น ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดและมีปัจจัยอื่นแวดล้อม อันอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของทีมงาน ทีมผู้บริหารจึงตัดสินใจชะลอการออกอากาศรายการตอบโจทย์ตอนที่ 5 เพื่อทบทวนให้เกิดความรอบด้านและพิจารณาความเหมาะสม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  18/03/2013

สรุปผลสอบ “514 ครูผช.”ชี้ทุจริตชัด!

นายพิษณุ  ตุลสุข  ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปัญหาการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือ เหตุพิเศษ ว.12 ชุดที่นายเสริมศักดิ์ แต่งตั้ง  กล่าวว่า  หลังจากสรุปข้อมูลให้ดีเอสไอและนายเสริมศักดิ์หมดแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯก็จะยุติบทบาท ยกเว้นนายเสริมศักดิ์จะมอบหมายให้ดำเนินการต่อในบางเรื่อง ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) วันที่ 22 มี.ค. ซึ่งจะมีการพิจารณายกเลิกการสอบเป็นรายเขตพื้นที่ฯ ก็พร้อมจะเข้าไปให้ข้อมูลต่อที่ประชุมด้วย ในวันที่ 18 มี.ค. จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้สอบคัดเลือกครูผู้ช่วยที่มีคะแนนสูงผิดปกติ 514 คนให้กับนายเสริมศักดิ์ ซึ่งมีความชัดเจนว่าทั้ง 514 คนมีการทุจริตแน่นอน แต่ต้องให้ที่ประชุม ก.ค.ศ. พิจารณาตัดสินว่าจะมีมติออกมาเช่นไร

ด้านนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวว่า  ในวันที่ 18 มี.ค. ดีเอสไอจะสามารถส่งผลสรุปการสอบสวนถึงกระทรวงศึกษาธิการได้ตามที่รับปากไว้ โดยพบว่ามีการทุจริตด้วยกัน 3 รูปแบบ  ดีเอสไอจะไม่เสนอให้มีการยกเลิกการสอบทั้งหมด แต่เสนอยกเลิกเฉพาะพื้นที่ที่ทุจริตชัดเจน หรืออาจเสนอให้เพิกถอนผู้กระทำความผิดที่ได้รับการบรรจุเป็นรายคน ส่วนใครที่ยังสอบสวนไป ยังไม่พบความผิดก็จะดำเนินการต่อไป เมื่อพบความผิดก็สามารถเสนอให้มีการเพิกถอนผลการสอบรายบุคคลในอนาคต

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  18/03/2013

ผงะแก๊งฟันน้ำนมจับ 13 ดช.ลักจยย.นับร้อยคัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่หน้าที่พักสายตรวจหนองขาม พ.ต.อ.คมสันต์ โยธคล ผกก.สภ.หนองขาม พร้อม รองผู้บัญชาการและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน แถลงจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์และรับของโจร ซึ่งเป็นแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ที่ก่อความเดือดร้อนในเขตพื้นที่อำเภอศรีราชา ที่ออกอาละวาดในพื้นที่จำนวนมาก จึงกำชับให้ทุกฝ่ายกวดขันจับกุมอย่างเข้มงวด โดยขณะที่ ร.ต.อ.กิตติพงศ์ กมขุนทด สวป.สภ.หนองขาม พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนฯ นำกำลังออกตรวจพื้นที่ บริเวณถนนสุขาภิบาล 8 หมู่ 11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา พบวัยรุ่น 2 คนขี่จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้เท้าถีบ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีขาวเทา หมายเลขทะเบียน คกท 24 ชลบุรี ซึ่งมีชายอีกคนหนึ่งขับขี่อยู่ จึงขอตรวจสอบเอกสารรถทั้ง 2 คัน

ด้าน พ.ต.อ.คมสันต์ โยธคล ผกก.สภ.หนองขาม  กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถ จยย.ทั้ง 2 คันเป็นรถที่ถูกขโมย จึงควบคุมตัววัยรุ่นทั้ง 3 คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นายบี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นายซี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี มาสอบสวนขยายผล ซึ่งทั้ง 3 ให้การว่า เป็นสมาชิกแก๊งฟันน้ำนม ซึ่งเป็นแก๊งลักรถ จยย.ซึ่งมีนายใหญ่ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.ต้นโรงเรียนชื่อดังใน อ.บางละมุง เป็นหัวหน้า และมีนายดี (นามสมมติ) เป็นรองหัวหน้า มีลูกทีมทั้งหมด 13 คน ล้วนแต่เป็นเด็กนักเรียน และมีรถ จยย.ที่โจรกรรมมาในพื้นที่อำเภอศรีราชา นำมาเก็บไว้ในพื้นที่ ต.บางละมุง ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง และ ต.หนองขาม ต.ทุ่งศุขลา ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จึงตามตรวจยึดรถทั้งหมด  จากนั้นสามารถติดตามจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งอีก 10 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเด็กมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง พร้อมกันนั้นสามารถขยายผลจับกุมนายยุทธ วัฒนสาร อายุ 24 ปี นายพี ดุมกลาง อายุ 57 ปี ในข้อหารับซื้อของโจร ส่วนนายใหญ่ หัวหน้าแก๊งฟันน้ำนมนั้นเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อเยี่ยมญาติ ซึ่งทั้งหมดให้การว่าร่วมกันลัก จยย.ในพื้นที่ อ.ศรีราชามา แล้ว 1 ปี ลัก จยย.ไปกว่า 100 คันแล้ว โดยเลือกขโมยรถ จยย.ตามตลาดนัด หอพัก บ้านเช่า ในช่วงเวลากลางคืน โดยรถที่ได้จะนำไปซ่อนไว้ก่อนและจะนำมาขายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ศรีราชาและบางละมุง บางคันจะนำไปถอดอะไหล่แต่งซิ่งแข่งขันกันบนถนนหลวง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  18/03/2013

โจรบุกหมู่บ้านหรู-เจาะเซฟกวาด 100 ล.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายงัดเข้าบ้านและงัดตู้เซฟ มีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เหตุเกิดที่หมู่บ้านดิสคัฟเวอรี่ บาหลีก้า บ้านเลขที่ 68/127 หมู่ 5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุม ธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่ เกิดเหตุ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน  ภายในหมู่บ้านดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยวหรูหรา 2 ชั้น เนื้อที่ 50 ตารางวา พบนางปัทมาวดี สุนทราญ อายุ 38 ปี เจ้าของบ้าน ประกอบอาชีพติดตั้งเครื่องจักรตามโรงงาน ชี้ให้ดูร่องรอยตู้เซฟ 2 ตู้ ที่ถูกลากออกมาจากห้องนอนชั้น 2 และถูกงัดกวาดทรัพย์สินเป็นทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 35 บาท ปืน 1 กระบอก จี้เพชร พระเครื่องอีกหลายการ รวมมูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท ภายในห้องมีร่องรอยรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย นอกจากนี้ตรวจสอบที่บริเวณชั้นล่าง พบว่าที่บานกระจกบริเวณห้องนั่งเล่น ถูกเปิดออก และมีร่องรอยตัดประตูห้องครัวด้านหลังบ้านออก เจ้าหน้าที่วิทยาการจึงก็บหลักฐานร่องรอยนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ  ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนและตรวจสอบเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้ช่วงจังหวะไม่มีคนอยู่บ้านจึงเข้าไปก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ประตูทางเข้าหมู่บ้านบริเวณตู้ยาม ว่ามีรถต้องสงสัยหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาภายในหมู่บ้านในช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านไม่อยู่เข้ามาก่อเหตุ ซึ่งจะได้ติดตามตัวคนร้ายต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  18/03/2013  

2แม่ค้าเฮงถูกเผงรางวัลที่ 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่17 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีแม่ค้าในตลาดริมน้ำแม่น้ำท่าจีน เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี โชคดีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จึงรีบไปตรวจสอบ ปรากฏพบว่าผู้โชคดีรายนี้ชื่อนางนิตยา ปิ่นชัยโย อายุ 34 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี อาชีพขายเนื้อหมู นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังทราบว่ามีผู้โชคดีอีกรายซึ่งเป็นแม่ค้าเนื้อวัวที่ร้านอยู่ใกล้กับนางนิตยา ชื่อนางอรัญญา ศรีสุบรรณ อายุ 51 ปี จึงรีบเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 359 /2 หมู่ 5 ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พบเจ้าตัวกำลังทำความสะอาดบ้าน เพื่อต้อนรับแขก โดยนางอรัญญา เปิดเผยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า ปกติเป็นคนที่ชอบทำบุญ ส่วนที่ถูกรางวัลใหญ่ครั้งนี้อาจเกิดจากความกตัญญู เพราะเมื่อ 6 เดือนก่อน นำรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์ ทะเบียน บร 7433 สุพรรณบุรี ไปบรรทุกนำศพของพ่อสามีไปวัด ทั้งที่ตามความเชื่อของคนไทยจะถือว่าเป็นเรื่องไม่มงคล แต่หลังจากนั้นกลับโชคดีเรื่อยมา กระทั่งมาถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ครั้งนี้ จึงรู้สึกดีใจมาก หลังจากนี้คงจะนำเงินไปทำบุญตามความชอบเหมือนเคย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  18/03/2013  

เคาะ “ทีโออาร์น้ำ” พรุ่งนี้

นายปลอดประสพ  สุรัสวดี  รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)  กล่าวว่า  ที่ประชุม กบอ. เร็วๆนี้ มีมติอนุมัติระเบียบจัดซื้อจัดจ้างแผนการบริหารจัดการน้ำ (ทีโออาร์) ในโครงการบริหารจัดการน้ำตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและป้องกันอุทกภัยของประเทศ พ.ศ. 2555  วงเงิน 3.5 แสนล้านล้านบาท ซึ่งขณะนี้เข้าสู่กระบวนการแข่งขันในรอบสุดท้ายโดยมี 6 กลุ่มบริษัท ที่ผ่านเข้ารอบและจะเข้าสู่การแข่งขันตามทีโออาร์ที่มีการร่างขึ้นใหม่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  18/03/2013

รัฐเสียหาย 1.36 แสนล้าน

แหล่งข่าวจากกลุ่มโรงสีข้าว  กล่าวว่า  ช่องทางที่ทำให้เกิดช่องว่างการสวมสิทธิส่วนใหญ่มาจากการที่รัฐบาลกำหนดตัวเลขผลผลิตต่อไร่สูงเกินความเป็นจริง ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนดปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกของเกษตรกรแต่ละราย คำนวณตามพื้นที่เพาะปลูกผลผลิตเฉลี่ยรายจังหวัดที่ได้จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และผลิตรวมของเกษตรกรตามหนังสือรับรองที่กรมส่งเสริมการเกษตร ออกให้เกษตรกรเป็นข้อมูลประกอบ กรณีที่เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาเข้าโครงการรับจำนำ สูงกว่าปริมาณผลผลิตเฉลี่ยให้ปรับเพิ่มได้อีก 20% (ณ ความชื้น 15%) โดยให้เกษตรกรรับรองว่าเป็นข้าวเปลือกของเกษตรกรเอง เพื่อแจ้งต่อคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดใช้เป็นข้อมูลในการกำกับดูแลและตรวจสอบ

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์  กล่าวว่า  ผลรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554/55 นาปรับ 2555 และนาปี 2556/56 โดยผลการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/55 ณ วันที่ 19 มี.ค. 2555  รับจำนำในปริมาณ 6,798,286 ตัน เป็นของ อคส ประมาณ 4.306 ล้านตัน และ อ.ต.ก. 1.6 ล้านตัน ธ.ก.ส. 0.107 ล้านตัน ล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศที่จะรับจำนำเพิ่มอีก 7 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ในปริมาณรับจำนำข้าวของรัฐบาล ข้าวที่ไม่ค่อยมีปัญหาส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว ดังนั้นจะเห็นว่าข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำอยู่ที่ประมาณ 31.9 ล้านตันโดยเฉลี่ย ในจำนวนนี้เมื่อนำไปคำนวณกับเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างต่อไร่อยู่ที่ 28.82% พบว่า จะมีข้าวเปลือกส่วนเกินอยู่ประมาณ 9.1 ล้านตัน ที่สามารถสวมสิทธิได้ ซึ่งในจำนวนนี้จะเกิดช่องว่างทำให้มีพ่อค้า โรงสี ชาวนาฉวยโอกาสสวมสิทธินำข้าวจากที่อื่นเข้ามา หากเป็นความชื้นข้าว 15% ที่รัฐบาลตั้งไว้ตันละ 14,800 บาท ในจำนวนนี้ทำให้รัฐเสียหายประมาณ 1.36 แสนล้าน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  18/03/2013

ตัดเค้ก 2 ล้านล.

นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  รมว.คมนาคม  กล่าวว่า  กระทรวงได้สรุปโครงการตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เพื่อแนบท้าย พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เรียบร้อยแล้วซึ่งโครงการส่วนใหญ่กว่า 82% ของวงเงินทั้งหมด จะใช้พัฒนาระบบราง รองลงมาเป็นการพัฒนาระบบถนน สัดส่วนประมาณ 14% ทั้งนี้ การดำเนินงานเป็น พ.ร.บ.เงินกู้ จะทำให้ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งจะเป็นการเปิดเผยโครงการเพื่อให้ทุกฝ่าย รวมทั้งฝ่ายค้านเข้ามาช่วยกันตรวจสอบ

แหล่งข่าวกระทรวงคมนาคม  กล่าวว่า  บัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 มี.ค.นี้ จะระบุวงเงินตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 ยุทธศาสตร์ และยกตัวอย่างบางโครงการในยุทธศาสตร์ส่วนรายละเอียดโครงการตามกรอบวงเงิน จะเสนอสภาต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  18/03/2013

แข่งเสนอดอกเบี้ยบ้าน 0% จนแบงก์ใหญ่สะท้าน

นายชาติชาย  พยุหนาวีชัย  รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย  กล่าวว่า  สินเชื่อบ้านของธนาคารในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้เติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย 10-20% โดยสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แค่ 6,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ในไตรมาสแรกจะต้องขยายสินเชื่อใหม่ให้ได้ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาทและทั้งปีต้องทำให้ได้ 5 หมื่นล้านบาท สาเหตุที่สินเชื่อบ้านไม่เติบโตตามเป้าหมาย เป็นเพราะธนาคารไม่ได้ออกมาแข่งขันเรื่องดอกเบี้ยมากนัก ยังเป็นช่วงที่จับทิศทางตลาด ขณะที่ธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กเริ่มหันมาแข่งขันเรื่องดอกเบี้ย 0% ระยะเวลานานกว่า 6 เดือน เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด จึงมีผลต่อการขยายสินเชื่อบ้าง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  18/03/2013

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สุขุมพันธุ์ชนะกวาดคะแนนได้เกินล้านทิ้ง 2 คน นิรโทษก่อนแล้วแก้รธน. จับตายได้อีก 1 ศพ โจรใต้มือระเบิด...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ลูกสาว “ป๋องสุพรรณ” ตร.เค้นคลี่ปมดาราลั่นไกฆ่า ถือฤกษ์แต่เช้าตรู่พงศพัศ – คุณชาย เผาอีก 2...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ วิศวกรควบปิกอัพชนหกล้อพยาบาลดับคารถ แพนเค้กไม่กลัวแจ้งเท็จ จ่อตั้งใหม่หน.ทีมสอบสวน พ.ต.ท.ฉาว มติชน เพิ่มอีกข้อหา – ฉ้อโกงดีเอสไอฟันปิดทางหนีล้มละลาย...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ยิงถล่มดับ 1 เจ็บ 1 สังเวยคอนเสิร์ตเขาใหญ่ ไล่ธรรมยาตรา ส.จ.คนดังศพเปลือยคารถดับปริศนา มติชน...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ลอบวางเพลิงโรงแรมมรณะตาย 1 ศพเจ็บ 11 ขอขายไม้ของกลาง 2 พรรคทุ่มสู้ศึกกทม. มติชน...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top