ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ยัน “กำนันเป๊าะ” ไม่เข้าเงื่อนไข จะ “ขอพักโทษ”

“ปู” ปัดทักษิณสไกป์

“เหลิม” ยันชัดฉีกสัญญาได้

มติชน

เครียดจัด – โรคกำเริบหาม “เป๊าะ” นอนรพ.คุกกลางดึก

ศาลรธน.ชี้ชะตาวันนี้วราเทพลุ้น

เมินโพลนิด้า – ชี้มีพลิกคุณชายข่ม

ข่าวสด

เผยจุดเริ่ม – ล่าจับคลิปโผล่เป๊าะวูบ – หามส่งรพ.

ดึงบิ๊กอ๊อบช่วยจูดี้ – เจาะตร.

แฉ 396 สภ.เละ – โยงพ่อตานักการเมือง

เดลินิวส์               

คุกวันแรก “เป๊าะ” ทรุดหามส่งรพ.เครียดหายใจไม่ออก

ปล่อย “ราตรี” กลับถึงไทย

“วราเทพ” ลุ้นระทึก

กรุงเทพธุรกิจ

จ่อสอบคนช่วย “เป๊าะ”

ศึก “ลดดอกเบี้ย” เดือด

โพสต์ทูเดย์

ไม่ลดดอกเบี้ย

รื้อ “ตรวจแล้วตาย”

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

เดี๊ยนเป็นนายกฯ ค่าาา!

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ต้องตัดสินใจ

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ)

อนาคตไทย…เราเลือกได้?-2

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุริวงค์  เอื้อปฏิภาณ  (มติชนรายวัน)  

ทฤษฎีล้มเจ้าพ่อ  วันที่  01/02/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

แก่งจัดโมเดล

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

ประเด็นอยู่ที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณของ “การบ้าน”

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 

ไร้รอยต่อ บนรอยร้าว

มติชนสุดสัปดาห์  

เครางาม  สยายหนวด ปลุกต่อม “มโนธรรม” สำนึก “บอ.กอ.”

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ยัน “กำนันเป๊าะ” ไม่เข้าเงื่อนไข จะ “ขอพักโทษ”

นายสรสิทธิ์  จงเจริญ  ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร  กล่าวถึงกระแสข่าวว่า การจับกำนันเป๊าะครั้งนี้ เพื่อให้เข้าเงื่อนไขในการพักโทษสำหรับผู้ต้องขังอายุเกิน 70 ปี เป็นไปได้หรือไม่ ว่า  ไม่เป็นความจริง เพราะการพักโทษของผู้ต้องขังที่มีอายุเกิน 70 ปี ต้องเหลือโทษไม่เกิน 5 ปี เคยจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 และเป็นนักโทษชั้นดี นายสมชายเพิ่งเข้ามาเรือนจำยังไม่มีชั้นความประพฤติ อีกทั้งมีโทษจำคุก 30 ปี 4 เดือน คิดว่าคงต้องอยู่ในเรือนจำอีกนาน ถ้าป่วยหนักต้องออกไปรักษาในโรงพบาบาลภายนอกจะเป็นดุลพินิจของแพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะส่งผู้ต้องขังไปโรงพยาบาลราชการ โดยเฉพาะ รพ.ตำรวจ ที่มีข้อตกลงร่วมกันกับกรมราชทัณฑ์ในการควบคุมรักษาผู้ต้องขังที่ป่วยอยู่ มีห้องควบคุมผู้ต้องขังป่วย ลูกกรง 2 ชั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมผู้คุมร่วมกันดูแลตลอด 24 ชั่วโมง  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา นายสมชายถูกส่งตัวเข้าคุมขังในเรือนจำเป็นคืนแรกหลังหลบหนีคดีนานกว่า 6 ปี มีอาการเครียดและป่วยจากโรคประจำตัว เจ้าหน้าที่เรือนจำจึงได้ประสานแพทย์เข้ามาตรวจเช็กอาการแล้ว ประเมินว่าต้องส่งตัวนายสมชายไปรักษาพยาบาลในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตั้งอยู่ติดกับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจเช็กอาการอย่างใกล้ชิด  อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ญาติของนักโทษที่มีอาการป่วย และถูกนำมาส่งรักษายังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เข้าเยี่ยมได้ในวันจันทร์-พุธ ตั้งแต่เวลา 09.00-14.30 น. โดยผู้ต้องขังชายเยี่ยมได้วันละ 2 รอบ ผู้ต้องขังหญิงเยี่ยมได้วันละ 1 รอบ ส่วนวันพฤหัสบดีกับวันศุกร์ ปกติเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เยี่ยม เว้นแต่เป็นกรณีฉุกเฉิน แพทย์จะโทรศัพท์แจ้งให้ญาติเข้าเยี่ยม   (หนังสือพิมพ์มติชน

“ปู” ปัดทักษิณสไกป์

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักข่าวนิวยอร์กไทม์สเผยแพร่บทความวิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลโดยระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมีบทบาทในการบริหารงานอยู่เบื้องหลัง ว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่ถามกันหลายครั้งแล้ว ตนก็ยืนยันทุกครั้ง เราทำงานอยู่ที่เมืองไทย และในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีครม.ที่จะตัดสินใจในการทำงาน  เมื่อถามว่า จะลบภาพตรงนี้อย่างไร  เพราะสื่อถามหลายครั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  “ต้องเรียนว่าสื่อที่ให้ข้อมูลอย่างนี้เราก็ไม่สามารถจะห้ามได้ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนว่าในแง่ผลโพลก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนในเรื่องความเป็นผู้นำ ทั้งนี้เราจะบอกอย่างไรก็ตามผลก็คือผลงานของรัฐบาลที่จะเป็นตัวพิสูจน์ วันนี้รัฐบาลทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนมาครบ 1 ปี มีผลงานอย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 2 เป็นปีแห่งการพัมนา ดังนั้นความเชื่อมั่นที่เราจะต้องทำร่วมกัน สุดท้ายคือผลของงานดิฉันมองในประเด็นนั้นมากกว่า” เมื่อถามว่า สำนักข่าวนิวยอร์กไทม์ส์ระบุถึงขนาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์เข้ามาในที่ประชุม ครม.ตรงนี้มีจริงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  แล้วสื่อมวลชนเห็นไหมล่ะ ใน ครม.ไม่สามารถใช้ได้แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ เพราะฉะนั้นการประชุมทุกอย่างก็ต้องเรียนถาม อันนี้ต้องขอความกรุณาในการพินิจพิเคราะห์ด้วย บางครั้งอาจจะเป็นการพูดลอยหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันอย่างนี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  01/02/2013

 “เหลิม” ยันชัดฉีกสัญญาได้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงการยกเลิกสัญญา ว่า  บอกได้ว่าสัญญานี้เลิกได้แต่ต้องทำให้รัดกุม คือ วันที่ 14 มี.ค.นี้ ครบสัญญา วันที่ 15 มี.ค. ยกเลิกจะเดินหน้าต่อให้เขามีที่ทำงาน การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในเวลาแค่ 6 เดือน ต้องมีผู้รับผิดชอบและสั่ง ผบ.ตร เอางบส่วนหนึ่งไปอุดหนุนโรงพักที่มีสภาพไม่สมบูรณ์  ทั้งนี้ ในระเบียบสัญญาระบุไว้ว่าบริษัทที่รับเหมาไปได้บริษัทเดียว ต้องทำงานด้วยตัวเอง ไม่สามารถเอางานทั้งหมดหรือบางส่วนไปจ้างช่วงต่อได้ บริษัทต้องรับผิดชอบ เตรียมสั่งให้ สตช. ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ขณะนี้ สตช.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอยู่ระหว่างยกเลิกสัญญา เรื่องดีเอสไอเขาจะจัดการเอง ซึ่งการกระทำผิดที่สมบูรณ์ย่อมทิ้งร่องรอยและพยานหลักฐานไว้ ตนดูแลข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ด้านล่างหนังสือของสตช.ครั้งเป็นเบอร์โทร.สำนักงานกองบัญชาการส่งกำลังบำรุง ส่วนครั้งที่สองเป็นเบอร์หน้าห้อง ผบ.ตร.เรื่องนี้นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นต่อดีเอสไอไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนจะเร่งรัดแก้ไขเปิดประมูลใหม่ ให้มีความเป็นธรรมหลีกเลี่ยงกฎหมายฮั้วประมูล

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  01/02/2013

ศาลรธน.ชี้ชะตาวันนี้วราเทพลุ้น

นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ  กล่าวว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะประชุมพิจารณาเพื่อลงมติวินิจฉัยคำร้องกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของ ส.ว. 24 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 (3) ประกอบมาตรา 174 (5) กรณีต้องคำพิพากษาจำคุก 2 ปี และให้รอลงอาญา 2 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีทุจริตหวยบนดิน

ด้าน นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองหรือไม่ เพราะวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. จะต้องต้อนรับทูตจากเกาหลีเหนือ ที่จะเดินทางมาเข้าพบ อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ได้เดินทางไปรับฟังก็จะส่งทนายไปรับฟังอยู่แล้ว เนื่องจากศาลระบุว่าไม่ต้องไปรับฟังด้วยตัวเอง ศาลสามารถอ่านคำวินิจฉัยได้ ทั้งนี้ ไม่ได้มีการ เตรียมพร้อม หรือเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ และไม่ได้รู้สึกหนักใจกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  01/02/2013

เมินโพลนิด้า – ชี้มีพลิกคุณชายข่ม

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร  ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 16  พรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงผลโพลของนิด้าที่ระบุว่าความนิยมตามหลัง พล.ต.อ.พงศพัศ ว่า แต่ทราบมาว่าโพลของมหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จยังนำอยู่ โพลทั้งหมดยังไม่นิ่งขึ้นอยู่กับว่าไปถามใคร ที่ไหน ดังนั้น จึงไม่ห่วงเพราะถึงวันเลือกตั้งอาจได้ผลตรงกันข้ามก็ได้ อย่าไปเสียเวลา เพราะเพิ่งหาเสียงอย่างจริงจังได้เพียง 10 วันเท่านั้น ยังเหลืออีก 31 วัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  01/02/2013

ดึงบิ๊กอ๊อบช่วยจูดี้ – เจาะตร.

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคจะยังเดินหน้าชี้แจงนโยบายให้ประชาชนรับทราบให้ทั่วถึงมากที่สุด โดยระดมทีมรัฐมนตรี และส.ส.ทั่วประเทศ มาเสริมการทำงานและถ่ายทอดนโยบายของพรรคให้แก่ประชาชน 50 เขต เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิที่ยังลังเลว่าจะเลือกใคร โดยเนื้อหาของนโยบาย จะเน้นการแก้ปัญหาสำคัญ 4 ด้าน คือ 1.การแก้ปัญหาจราจร 2.การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3.การแก้ปัญหาน้ำท่วม และ 4.การพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา และการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด ซึ่งจะมีวิธีการนำเสนอในลักษณะกลุ่มนโยบาย เอาปัญหาเป็นตัวตั้งแล้วนำเสนอชุดนโยบาย พร้อมกระบวนการใช้แก้ปัญหา และแบ่งพื้นที่หาเสียงเป็น 6 กลุ่ม สำหรับการหาเสียง นอกจากจะใช้วิธีจัดทีมเคาะประตูบ้านและขึ้นรถแห่แล้ว ยังเน้นจัดทีมปราศรัยย่อย 7 ทีม ประจำรถหาเสียงเคลื่อนที่ ซึ่งจะติดตั้งจอโปรเจ็กเตอร์พร้อมเครื่องเสียง เพื่อฉายวิดีโอนโยบาย โดยเวทีปราศรัยย่อยเวทีแรก จะจัดขึ้นในเขตบางนา วันที่ 1 ก.พ.นี้ โดยจัดทีมพิเศษชี้แจงนโยบายกับข้าราชการตำรวจ มีพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. นำทีม ขณะที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา จะมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง นางสิริกร มณีรินทร์ อดีตรมว.ศึกษาธิการ พร้อมอดีต ส.ส.อาทิ น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม เป็นทีมชี้แจงนโยบาย ส่วนนางปวีณา หงสกุล จะนำทีมสื่อสารนโยบายกับกลุ่มสตรี สำหรับเวทีปราศรัยใหญ่ ยังเหลืออีก 3 เวที คือวันที่ 15 ก.พ.ที่การเคหะบางกะปิ วันที่ 22 ก.พ ที่ใต้สะพานพระราม 8 และวันที่ 1 มี.คที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 สวนลุมพินี โดยทั้ง 3 แห่งจะเริ่มเวทีในเวลา 16.00

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  01/02/2013

แฉ 396 สภ.เละ – โยงพ่อตานักการเมือง

ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า เป็นห่วงว่าสถาบันตำรวจจะมีโรงพักเหมือนโฮปเวลล์ รัฐบาลชุดก่อนไม่ใส่ใจความเดือดร้อน คอร์รัปชั่นโกงกิน การทำสัญญาครั้งแรกวันที่ 29 พ.ค. 2552 ให้ทำแยกสัญญาตามภาค ต่อมาวันที่ 18 พ.ย.2552 พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.ขณะนั้นได้เปลี่ยนแปลงรวบมาเป็นสัญญาเดียว โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองนายกฯ ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติสมัยนั้น อนุมัติให้ความเห็นชอบ โดยให้มีผู้รับเหมารายเดียว แต่ถึงขณะนี้คืบหน้าเฉลี่ยร้อยละ 15 และขอขยายสัญญามา 2 ครั้ง จะหมดสัญญาสุดท้ายวันที่ 15 มี.ค.2556 ความเสียหายที่เกิดขึ้นถือว่าเข้าข่ายกระทำผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือกฎหมายฮั้วประมูล การกระทำของนายสุเทพเหมือนระเบิดปรมาณูบอมบ์ประเทศไทย เรื่องนี้ต้องสะสางเด็ดขาด  โครงการนี้ช่วงแรกอนุมัติแยกเป็นสัญญารายภาค 1-9 ผ่านระบบอีอ๊อกชั่น ซึ่งนายสุเทพเซ็นอนุมัติไปเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2552 เปิดให้แข่งขัน แต่ห่างมาเพียง 6 เดือน ในวันที่ 18 พ.ย.2552 เกิดความผิดปกติเมื่อ พล.ต.อ.ปทีป เสนอเปลี่ยนแปลงให้จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีส่วนกลางโดยไม่ผ่านคณะกรรมการ ซึ่งนายสุเทพก็เซ็นอนุมัติอีก โดยมีบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น ตั้งอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านพ่อตานักการเมือง วันทำสัญญาเบิกเงินไป 800 ล้านบาท ผู้รับเหมามารับสารภาพแล้วว่าต้องจ่ายเบี้ยบ้ายรายทาง ทำให้ไม่มีเงินมาก่อสร้าง ซึ่งตนบอกผบ.ตร.ว่าอย่ากลั่นแกล้ง ผิดว่าไปตามผิด แต่อย่าปกป้องคนชั่ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  01/02/2013

ปล่อย “ราตรี” กลับถึงไทย

นายมนัสวี  ศรีโสดาพล  อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์  จะได้รับการปล่อยตัวจากการถูกจำคุกที่ประเทศกัมพูชา  ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับกรมราชทัณฑ์และกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาแล้ว  ทราบว่าทางการกัมพูชาจะปล่อยตัว น.ส.ราตรี ในวันที่ 1 ก.พ. นี้แน่นอนโดยจะมีการทำพิธีประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษแก่ น.ส.ราตรี ที่เรือนจำเปรซอร์ แดนนักโทษหญิงล้วน  มีการให้ น.ส.ราตรีเป็นผู้ลงนามรรับทราบ แล้วจะได้รับอิสรภาพทันที  ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางกระทรวงฯได้ประสานงานกับญาติของ น.ส.ราตรี มาตลอด  ซึ่งญาติของน.ส.ราตรี ได้เดินทางไปกัมพูชาแล้ว  และเมื่อรับตัว น.ส.ราตรีออกจากเรือนจำดังกล่าว ก็จะเดินทางไปพักที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันดังกล่าว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  01/02/2013

จ่อสอบคนช่วย “เป๊าะ”

พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมชาย ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ว่า ขณะนี้ขั้นตอนของตำรวจจบแล้วตั้งแต่มีการจับกุมและส่งตัวไปยังศาลส่วนผู้ต้องหาถ้าป่วยก็เป็นขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ เมื่อถามว่ามีการสืบทราบว่านายสมชายเข้าออกเมืองไทยมานานหลายปีแต่ตำรวจไม่สามารถจับกุมตัวได้ ตรงนี้ประเมินการทำงานของตำรวจอย่างไร พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า  เรื่องนี้ต้องไปดูแลกันต่อไป และก็ไม่รู้ไม่ลำบากใจ นักการเมืองไม่ได้มีสิทธิพิเศษ หากมีคดีความติดตัว ซึ่งตำรวจได้ทำตามหน้าที่ เมื่อถามว่า มีการพูดต่อไปถึงนักการเมืองที่หนีคดี เช่น นายวัฒนา  อัศวเหม และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วย  พล.ต.อ.อดุลย์  กล่าวว่า ก็ดำเนินการอยู่ ส่วนจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบตำรวจท้องที่บางแสน จ.ชลบุรีหรือไม่นั้น เดี๋ยวดูก่อน

ด้าน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์  ฉายาพันธุ์  ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.)  กล่าวว่า  ขณะนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ในส่วนของตำรวจนั้นตนได้มอบหมายให้ทางกองบังคับการปราบปราม พิจารณาในประเด็นการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ที่ให้การพักพิงกับผู้ต้องหา รวมทั้งกรณีที่ นายสมชายได้ใช้ชื่อปลอมว่า “นายกิม  แซ่ตั้ง” ในการเข้ารับการรักษาโรคประจำตัว ที่โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ ก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นได้มอบหมายให้พิจารณาในประเด็นอื่นๆอีกด้วยว่ากรณีการจับกุมนายสมชายครั้งนี้ น่าจะต้องมีการเรียกผู้ใดมาสอบปากคำหรือไม่ สำหรับการจับกุมนายสมชายยืนยันได้ว่าไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมายไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรแอบแฝงอย่างแน่นอน การปฏิบัติการของกองบังคับการปราบปรามครั้งนี้ จะเป็นการกอบกู้ภาพลักษณ์ของตำรวจให้ตำรวจดีขึ้นเท่านั้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  01/02/2013

ไม่ลดดอกเบี้ย

นายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยืนยันว่า  การลดดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นเรื่องที่ต้องกระทำอย่างรอบคอบ  ขณะนี้ยังไม่จำเป็น แม้ดอกเบี้ยใจปัจจุบันอยู่ที่ 2.75% ยังสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจได้ เห็นได้จากที่ผ่านมาเศรษฐกิจโตได้ดี มีการปรับประมาณการทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เพราะได้รับแรงหนุนจากการบริโภคในประเทศ   (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  กล่าวสนับสนุนความเห็นของนายวีรพงษ์ โดยกล่าวว่า  อัตราดอกเบี้ยนโยบายขณะนี้ อยู่ในระดับที่สูงมากเกินไป  ทั้งนี้  หน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวเป็นของ กนง.  แต่ก็ต้องรับฟังความเห็นดังกล่าวประกอบการพิจารณาด้วย เพราะหากเงินบาทแข็งค่ามากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อภาคธุรกิจ

ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร  เทวกุล  อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า  การไหลข้าวของเงินทุนนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศไทย ที่ยังมีความต้องการเงินลงทุนจากต่างชาติอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศรับเงินทุน ดังนั้น หากมีแนวทางสกัดกั้นเงินทุน ด้วยวิธีรุนแรง อาจส่งผลให้เกิดเงินทุนไหลออกอย่างรุนแรงได้เช่นกัน จึงควรปล่อยให้ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งขณะนี้ ธปท. ยังดำเนินนโยบายการเงินได้ดีอยู่ ส่วนการปรับลดดอกเบี้ยควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักเศรษฐศาสตร์ใน กนง.พิจารณาเนื่องจากเป็นนักวิชาการที่มีความรู้ มีความอิสระไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝง

ด้าน นายอัมมาร  สยามวาลา  นักวิชาการเกียรติคุณ  สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)  กล่าวไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรการลดดอกเบี้ยอย่างเดียว เนื่องจาก ธปท.ต้องดูแลเงินเฟ้อด้วย และมาตรการประชานิยมต่างๆของรัฐบาล ต่างมีผลกระตุ้นเงินเฟ้อ เช่น มาตรการจำนำข้าว และคืนภาษีให้กับผู้ซื้อรถคันแรก รวมถึงการลดภาษีให้กับบริษัทเอกชน การลดดอกเบี้ยคงมีผลชะลอเงินทุนไหลเข้า แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า จะชะลอได้ระดับไหน เนื่องจากประเทศต้องบริหารทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและเงินเฟ้อ การมีสองเป้าหมายก็ต้องมีมาตรการอื่นเช่น Capital Control เป็นเครื่องมือด้วย   (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

รื้อ “ตรวจแล้วตาย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นพ.ยศ  ตีระวัฒนานนท์  หัวหน้าโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (ไฮแทป) กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอให้ยกเลิกการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งปอดในรายการตรวจสุขภาพประจำปีของข้าราชการและโรงพยาบาลเอกชน เพราะอาจเป็นต้นเหตุทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตเร็วขึ้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  01/02/2013

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

 

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ฆ่า “แพทย์หญิง” จุดไฟเผาสยองคาบ้านพัก พ่อส่งเองบังคับ นศ.สาวให้ทำแท้ง โพลพงศพัศแซงนำ มติชน โพลแรกสุขุมพันธุ์อืด...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ลอบวางเพลิงโรงแรมมรณะตาย 1 ศพเจ็บ 11 ขอขายไม้ของกลาง 2 พรรคทุ่มสู้ศึกกทม. มติชน...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ จับร้านอาหารดังค้าสัตว์ป่าแฉซื้อจากกู้ภัยฯ ในหลวงทรงงดเสด็จพระราชกิจ 1 ก.พ. จับ “เจ๊หมู” แม่เล้าลวงเด็ก 12...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สลดแม่พาลูกวัย 15 เร่ขายตัวคิดค่าบริการ 2,500 จ่อโละผู้รับเหมาทิ้งงาน 396 โรงพัก...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ กองปราบยกกำลังล้อมรถจับกำนันเป๊าะ ดักบึมทหารดับ 1 พงศพัศยังแรงสุขุมพันธุ์แต้มทรง มติชน ล็อกกำนัดเป๊าะโผล่กรุงเช็กมือถือโยง “เครือข่าย” ช่วยหนี...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top