ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ.2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

จัดเบิร์ธเดย์ไม่ได้เกิด 30 ก.พ.เพื่อนฮากันตรึม!

“โอ๊ค” อัดยับช่อง 3

ถล่มบ้านผบ.เรือนจำ

มติชน

14 ม.ค. พงศพัศใส่เสื้อพท.ลุยชิงผู้ว่าคุณชายรับข้อหาดีเอสไอ

ช่อง 3 ปิดตาย “เหนือเมฆ”

มือฆ่าพริตตี้สารภาพเมาแค้นด่าพ่อแม่

ข่าวสด

ไอ้แบงก์สารภาพมีดโกนเชือดวิตถารพริตตี้

ปูเคลียร์จบ “หน่อย” หนุนพงศพัศ

ช่อง 3 แถลงไร้ใบสั่ง – แบนเหนือเมฆเอง

เดลินิวส์               

อึ้งผช.ผญบ.โชว์บัตร 30 กุมภาไม่เคยจัดงานวันเกิด

อุดมเดชทิ้งปธ.วิปพท.ร้าวลึกหลังขวางสุดารัตน์

พระวิหารส่อวุ่นหนัก

กรุงเทพธุรกิจ

เพื่อไทยจ่อร้องฉ้อโกงซ้ำ

เอกชนเมิน 16 มาตรการอุ้ม 300

โพสต์ทูเดย์

ส่งออกซบต่อ

สายสีแดงเปิดหวูด

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

ประชาธิปไตย “ส.ต.” ในปากเพื่อไทย

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ยังตันต่อไป

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

ปีทองธุรกิจไทย

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย ฐากูร  บุนปาน  (มติชนรายวัน)

ข้อสอบร่วมสมัย  วันที่  09/01/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)

แม่คะนิ้ง

คอลัมน์  พญาไม้ทูเดย์  โดย พญาไม้  (บางกอกทูเดย์)  

กติกู  วันที่  08/01/2013

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

แต่ก่อน “ทุกปัญหามีทางออก” วันนี้ “ทุกทางออกมีปัญหา”

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

จัดเบิร์ธเดย์ไม่ได้เกิด 30 ก.พ.เพื่อนฮากันตรึม!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ลานสยามมินทร์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว  ได้จัดประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการในเขต อ.อรัญประเทศ เพื่อรับนโยบายจากนายภัครธรณ์  เทียนไชย  ผวจ.สระแก้ว โดยมีผู้มาร่วมงานกว่า 400 คน ขณะรอต้อนรับผู้ว่าฯอยู่นั้น ได้เกิดเสียงฮือฮาในหมู่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่างพากันหัวเราะอย่างขบขันและวิพากษ์วิจารณ์กัน ผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามพบว่าต้นเหตุของเสียงฮือฮาอยู่ที่นายสังเวียน  ขุนเจริญ  อายุ 53 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านม. 3 ต.คลองทับจันทร์ อ.อรัญประเทศ โดยนายสังเวียนได้ร้องขอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านจัดงานวันเกิดให้ตัวเอง โดยบอกว่าตั้งแต่เกิดมาจนวัยถึงป่านี้ ยังไม่เคยจัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดของตัวเองเลยสักครั้งเดียว แม้บรรดาลูกหลานหรือญาติพี่น้องก็ไม่สามารถจัดงานวันเกิดให้ได้ เมื่อทุกคนถามเหตุผล นายสังเวียนได้ควักบัตรประจำตัวประชาชนยื่นให้ดูปรากฎว่าในบัตรระบุว่านายสังเวียน เกิดเมื่อวันที่ 30 กุมภาพันธ์ 2503 ทำให้ทุกคนถึงบางอ้อ และพากันขบขัน เนื่องจากตามปฏิทินทั้งไทยและสากล ไม่มีวันที่ 30 กุมภาพันธ์

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  09/01/2013

“โอ๊ค” อัดยับช่อง 3

นายบริสุทธิ์  บูรณะสัมฤทธิ  ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด กล่าวชี้แจงถึงละครเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่า  ผู้บริหารฝ่ายรายการของช่อง 3 เป็นคนพิจารณาเอง เนื่องจากรู้สึกว่าละครเรื่องนี้เสี่ยงที่จะละเมิดและอาจจะส่งผลกระทบตามมา ฝ่ายรายการเห็นว่าไม่เหมาะสม ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแน่นอน ละครเรื่องนี้ทางผู้บริหารฝ่ายรายการก็พิจารณาแล้วว่าอาจจะมีความสุ่มเสี่ยง มีผลเสียมากกว่า ไม่สมควรนำออกอากาศ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ถึงกองเซ็นเซอร์ของช่องด้วยซ้ำ เป็นการพิจารณาของฝ่ายรายการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ถึง 3 ตอนที่เหลือที่มีการตัดแล้วแต่มันก็ยังสุ่มเสี่ยงอยู่ดี ตรงนี้คือวิจารณญาณของฝ่ายรายการของเรา ส่วนที่ถูกเชื่อมโยงไปการเมืองนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวแน่นอน และตอนนี้ทางฝ่ายรายการกำลังทำหนังสือชี้แจงส่งไปที่ กสทช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 8 ม.ค. โอ๊ค – พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กขอให้ช่อง 3 ออกอากาศละคร “เหนือเมฆ 2” ตอนที่เหลือจนจบ โดยระบุว่า ตัวเองไม่ได้ติดตามดูละครเรื่องดังกล่าว แต่ทราบจากทีมงานว่าเป็นละครเสียดสีการเมือง ที่อาจประทับตรา “สำเนาถูกต้อง” ว่า นี่คือ “ตาดูดาว เท้าติดดิน ภาคพิสดาร” พร้อมแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเขียนบท โดยเอาความมีอคติทางการเมืองมาเล่นสนุกกันจนล้ำเส้น อย่างไรก็ตาม นายพานทองแท้ ได้ขอให้ช่อง 3 ออกอากาศละครเรื่อง “เหนือเมฆ 2” ในตอนที่เหลือจนจบ   (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

น.ส.สุวรรณา  สมบัติรักษาสุข  อดีตประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย  กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “บอกความจริงเรื่อง “เหนือเมฆ 2” : สงสารช่อง 3 หรือประชาชนดี” ว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นคือประชาชนและสื่อมวลชนกำลังถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยได้ดูมาก่อน กระทั่งมีข่าวจึงย้อนกลับไปดูโดยละเอียด และไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ตามที่มีกระแสข่าวอ้างถึง

ขณะที่ น.ส.สุภาพร  โพธิ์แก้ว หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า  โดยหลักแล้วทุกคนควรมีสิทธิตีความสิ่งที่เห็นจากตัวละครด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่าแม้แต่เสรีภาพในการตีความยังถูกจำกัด โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียด ซึ่งเป็นอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง ถ้าวันนี้โลกของเรื่องแต่งยังถูกละเมิดเสรีภาพขนาดนี้ อย่างหวังว่าจะเข้าสู่เสรีภาพทางข่าวสารได้อย่างแท้จริง

นายเกริกเกียรติ  พันธ์พิพัฒน์   คณบดีคณะศิลปกรรมการผลิตสื่อ สถาบันกันตนา  กล่าวว่า  “เหนือเมฆ 2” ไม่ใช่ละครปลุกระดม แค่นำเสนอชีวิตของคนในสังคมหนึ่ง ไม่เข้าใจว่าทำไมคนในสังคมถึงสะดุ้งง่ายนัก

น.ส.สุภิญญา  กลางณรงค์  กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  กล่าวว่า  ต้องทำให้เรื่องนี้ชัดเจน โดย กสทช.จะผลักดันให้ช่อง 3 ชี้แจง อยากเสนอทางออกว่าถ้าเกรงว่า 3 ตอนที่เหลือของ “เหนือเมฆ 2” อาจขัดต่อ มาตรา 37 ให้ส่งเทปให้ กสทช.พิจารณาก่อน

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์  ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า  กระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 10 ม.ค.นี้ มี 3 เรื่อง คือ การใช้อำนาจเผด็จการแทรกแซงสื่อ ปรากฏข้อเท็จจริงว่าสื่อของรัฐถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว  รายการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของสถานีรัฐมีเพียงฝ่ายเดียว กลายเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แม้แต่ละครก็ไม่เว้น ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลของประชาชน สะท้อนบุคลิกภาพของผู้มีอำนาจ

นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย  (พท.)  กล่าวว่า  กรณีละครเรื่อง “เหนือเมฆ 2” ขณะนี้ยังมีการให้ข่าวในเชิงโยนบาปให้กับรัฐบาล และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขอยืนยันว่า พท. และรัฐบาลไม่มีใครไปสั่งการแบนหรือถอดละครออกจากช่อง 3 เพราะรัฐบาลเคารพในสิทธิและเสรีภาพของสื่อ ขอเรียกร้องให้ช่อง 3 ออกมาแสดงความชัดเจนในเรื่องนี้ โดยนำละครเหนือเมฆมาออนแอร์ให้จบ เพื่อจะได้จบปัญหา เพราะเรื่องนี้ไม่เกิดประโยชน์กับรัฐบาลฝ่ายค้านพยายามนำเรื่องนี้มาโจมตีและลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง   (หนังสือพิมพ์มติชน)

ถล่มบ้านผบ.เรือนจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ร.ต.ท.เมธี  ภิญโญประการ ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีคนร้ายลอบยิงถล่มบ้านพักของนายประวัติ  แซมมณี  ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดตรัง  ตั้งอยู่ภายในเรือนจำ จ.ตรัง โดยได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้น ใกล้กับกำแพงเรือน ตรวจสอบพบรอยกระสุนเจาะกำแพงบ้านเสียหาย บริเวณกระจกชั้น 2 พบรอยกระสุนทะลุกระจกแตก 4 รู ฝาผนังปูน 2 รูและฝ้าเพดานอีก 1 รู ภายในห้องนอนพบเศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนและกระสุนทะลุโดนตู้เสื้อผ้า บริเวณนอกกำแพงเรือนจำเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุน 11 มม. ตกกระจายจำนวน 13 ปลอก สันนิษฐานว่าเป็นจุดที่คนร้ายลั่นไกยิงใส่บ้าน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน ส่วนสาเหตุให้น้ำหนักเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในการเข้มงวดปราบปรามแก๊งยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือในเรือนจำ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  09/01/2013

14 ม.ค. พงศพัศใส่เสื้อพท.ลุยชิงผู้ว่าคุณชายรับข้อหาดีเอสไอ

นายภูมิธรรม  เวชยชัย  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงการเสนอชื่อผู้สมัครชิงผู้ว่าฯกทม. ว่า ได้ข้อยุติเป็นที่ชัดเจนในการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แล้วโดยโซน กทม.ทั้ง 3 โซนมีเอกภาพและจะเสนอเพียงชื่อเดียวเท่านั้น ในการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 13 มกราคม วันที่ 14 มกราคม เวลา 13.00 น. จะเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยจะมีตัวแทน ส.ส. ส.ก. และ ส.ข.มาร่วมต้อนรับผู้สมัคร จากนั้นวันที่ 15 มกราคม เวลา 14.00 น. ว่าที่ผู้สมัครของพรรคจะเปิดตัวต่อหน้า ส.ส. ส.ก. ส.ข. เพื่อแถลงข่าว

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.)  กล่าวว่า  ขณะนี้ที่เป็นยุติจากแกนนำ พท. ที่จะส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ  ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนาม พท. โดยวันที่ 13 มกราคมนี้ กรรมการบริหารพรรคจะมีมติเห็นชอบให้ส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. จากนั้นในวันที่ 14 ม.ค. จะเปิดตัว พล.ต.อ.พงศพัศ  ซึ่งต้องลาออกจากตำแหน่งรองผบ.ตร.และ เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อเข้าสมัครเข้าพรรค และเข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมพรรคเพื่อไทยในวันที่ 15 ม.ค.    (หนังสือพิมพ์มติชน)

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  กล่ายภายหลังการประชุมครม. ว่า พรรคเพื่อไทยมีรายชื่อผู้สมัครแล้ว แต่อยู่ในขั้นตอนของประธานภาคกทม.แต่ละโซนจะหารือกัน จากนั้นเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค ส่วนข่าวจะเปิดตัวผู้สมัครวันที่ 10 ม.ค.นั้น ยังไม่ทราบ วันนี้ต้องรอคำตอบจากประธานทั้ง 3 โซน และรอ กก.บห.พรรคประชุมกันก่อน ทันทีที่พร้อมคงเคาะรายชื่อให้ทราบ คงเร็วๆ นี้ อย่างแน่นอน   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)

มือฆ่าพริตตี้สารภาพเมาแค้นด่าพ่อแม่

พล.ต.ท.นเรศ  นันทโชติ  ผบช.ภ.1  กล่าวว่า  จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า คบหากับผู้ตายได้ 1 ปี และวันเกิดเหตุมีเรื่องทะเลาะกันจนก่อเหตุฆ่าผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่านายไพโรจน์มีหมายจับอีก 4 คดี  แต่นายไพโรจน์ยังบอกว่าตนมีหมายจับทั้งหมด 7 คดี ซึ่งเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจค้นที่พักของผู้ต้องหา เพื่อตรวจค้นหาสิ่งของที่ใช้ในการกระทำผิดพร้อมสืบสวนขยายผลต่อไป  จากการสอบสวนนายไพโรจน์ กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้ตนรู้จักกับผู้ตายเพราะเปิดร้ายขายสุราอยู่ย่านม.ธุรกิจบัณฑิตย์ และผู้ตายเป็นประชาสัมพันธ์ร้านข้างๆ จึงชักชวนมาทำที่ร้านตน จากนั้นเริ่มคบหากันประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมามีเรื่องทะเลาะกันตลอด เคยลงมือทำร้ายผู้ตายหลายครั้งอีกทั้งเวลาเมาจะเป็นคนเกเรมาก จนกระทั่งวันเกิดเหตุตนไปเที่ยวกับผู้ตายหลายที่ ซึ่งได้ดื่มเบียร์และสุราจนเมาอย่างหนักไม่ได้สติ พูดจาไม่รู้เรื่อง ทางผู้ตายอยากกลับบ้าน แต่ตนอยากดื่มต่อจนถึงเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ทำให้มีปากเสียงกัน “เมื่อกลับถึงห้องก็ยังทะเลาะกันไม่หยุด ผู้ตายด่าทอพ่อแม่ ทำให้เกิดอารมณ์โมโหจนขาดสติ เพราะพื้นฐานครอบครัวพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก เมื่อขาดสติประกอบกับอยู่ในอาการเมาอย่างหนักจึงลงมือทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิตและคว้ามีดโกนกรีดหน้าผู้ตายและกรีดไปทั่วร่าง ตอนทำก็ปิดตาตัวเองไว้ด้วย ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงแค่ไม่ถึง 2 นาที พอได้สติก็รู้ว่าแฟนสาวเสียชีวิต รู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูก จึงหยิบโทรศัพท์หานายอดิศักดิ์ให้ช่วยเหลือและพาหลบหนี”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  09/01/2013

อุดมเดชทิ้งปธ.วิปพท.ร้าวลึกหลังขวางสุดารัตน์

รายงานข่าวแจ้งว่า  ขณะที่การประชุมกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่  8 ม.ค. ที่ประกอบด้วยแกนนำสำคัญ อาทิ นายโภคิน  พลกุล  นายภูมิธรรม  มีความเห็นให้เชิญคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นผอ.การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่ก็ยังมีบางส่วนคัดค้านให้เป็นเพียงที่ปรึกษา แต่ขณะเดียวกันก็มีการประเมินว่าคุณหญิงสุดารัตน์จะปฏิเสธเพราะก่อนหน้านี้เคยยื่นข้อเสนอดังกล่าวและได้รับการปฏิเสธมาแล้ว  และผลจากความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยจากรณีการเลือกตั้งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ ล่าสุด ทำให้นายอุดมเดช  รัตนเสถียร  ส.ส.นนทบุรี ซึ่งเป็นคนสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ เคยได้รับการผลักดันให้เป็นรมช.สาธารณสุขมาแล้ว ได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนง ขอลาออกจากตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล ที่รับหน้าที่อยู่ในปัจจุบันแล้วในวันที่ 8 ม.ค. โดยมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกี่ยวเนื่องจากกรณีดังกล่าว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  09/01/2013

พระวิหารส่อวุ่นหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ในการประชุมวุฒิสภา นายสมชาย  แสวงการ ส.ว.สรรหา  ได้ฝากนายกรัฐมนตรีรมว.ต่างประเทศ และผบ.ทบ.ถึงการเคลื่อนกำลังของทหารกัมพูชา กว่า 80 นายที่เดินทางพร้อมอาวุธมาประจำการที่ช่องปลดต่าง และช่องกระทิงลง ตรงข้าม อ.กาบเชิง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่า สะท้อนถึงสัญญาณความไม่ปลอดภัยของพี่น้องประชาชนตามแนวตะเข็บชายแดนเริ่มเกิดขึ้นแล้ว ในฐานะกรรมาธิการต่างประเทศ มีความเป็นป่วง รัฐบาลต้องแถลงให้ชัดเจนโดยกำหนดท่าทีและดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศโดยเฉพาะข้อกังวลในการเสียดินแดนรัฐบาลไม่ควรรับมติศาลโลกเหมือนปี 05 ขณะเดียวกันควรให้กัมพูชาถอนเรื่องนี้ออกไป โดยใช้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลและของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต่อรัฐบาลกัมพูชา ในการแก้ไขปัญหานี้ให้ราบรื่นและไม่นำประเทศไปสู่การเสียดินแดน

ด้าน พล.ต.ประวิทย์  หูแก้ว  โฆษกกองทัพภาคที่ 2  กล่าวว่า  ได้ตรวจสอบกระแสข่าวทหารกัมพูชา 80 นาย เดินทางเข้าประชิดชายแดนไทยใกล้ช่องปลดต่าง ว่า เป็นเพียงการฝึกของทหารกัมพูชาในพื้นที่กัมพูชา โดยฝึกเสร็จและกลับไปแล้ว ยืนยันว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนยังไม่มีอะไร เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายยังไปมาหาสู่กันตามปกติ ส่วนที่กัมพูชาฝึกกำลังทหารในช่วงการตัดสินของศาลโลกในกลางปีนี้นั้น อาจเป็นวงรอบสอดคล้องกับสถานการณ์ ส่วนสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ต้องรอดู  โดย พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผบ.ทบ. มีความห่วงใยและได้สั่งการ เน้นย้ำเรื่องการปกป้องอธิปไตย ตลอดจนห่วงใยสุขภาพของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน พร้อมให้ชี้แจงความเข้าใจกับกำลังพลในทุกระดับ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  09/01/2013

เพื่อไทยจ่อร้องฉ้อโกงซ้ำ

นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวว่า  ในวันที่  9 ม.ค. ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาคดีการอนุมัติต่อสัญญาให้เดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายโดยไม่มีอำนาจกับทีมผู้บริหาร กทม.แล้ว ในเวลา 14.00 น. นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย จะเดินทางเข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมกรณีการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อให้ดีเอสไอตรวจสอบพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนจากการต่อสัญญาและขยายเส้นทางเดินรถ ทั้งนี้จากการประสารข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า  ภายหลังการอนุมัติขยายอายุสัมปทานแล้ว มีการจัดตั้งกองทุนและเปิดขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งหากสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ การจัดตั้งกองทุนการเงินอาจมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 โดยจะมอบหมายให้สำนักคดีการเงินการธนาคารรับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  09/01/2013

เอกชนเมิน 16 มาตรการอุ้ม 300

นายภูมินทร์  หะรินสุต  รองประธานกรรมการหอการค้าไทย  กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารหอการค้าไทย ว่า  ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการบรรเทาผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ โดยหอการค้าไทยส่งหนังสือถึงสมาชิกหอการค้าจังหวัด 70 จังหวัด เมื่อวันที่ 8 ม.ค. เพื่อสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบการปรับค่าจ้างขั้นต่ำและแนวทางที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือและเมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอคณะทำงานบรรเทาผลกระทบการปรับค่าจ้างของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อสรุปความเห็นเสนอให้รัฐบาลพิจารณา

นายวัลลภ  วิตนากร  รองประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวว่า  ถ้ารัฐบาลมีมาตรการจ่ายเงินส่วนต่างมาจะไม่ทำให้รัฐบาลเสียงบเปล่าเพราะช่วยเอสเอ็มอีได้จริง ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความเห็นว่าผู้ประกอบการไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้ทำให้ภาคเอกชนต้องหาข้อมูลไปชี้แจงรัฐ

นายธนิต  โสรัตน์  เลขาธิการ ส.อ.ท.  กล่าวว่า  เมื่อพิจารณาในภาพรวมพบว่ามาตรการที่ออกมาแล้วของรัฐบาลช่วยบรรเทาผลกระทบให้เอสเอ็มอีได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่มาก เพราะมีหลายมาตรการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องทางตรงหรือช่วยได้ไม่มาก เช่น การลดค่าธรรมเนียมต่างๆ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นแล้วเทียบไม่ได้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  09/01/2013

ส่งออกซบต่อ

นายอัทธ์  พิศาลวานิช  ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย  กล่าวว่า  ทิศทางการส่งออกของไทยปีนี้ คาดว่าจะขยายตัว 3.1 – 7.2% หรือเฉลี่ย 4.9% มูลค่าส่งออก 2.38- 2.47 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยโอกาสจะเติบโตได้มากสุดอยู่ที่ 4.9% ซึ่งภาพรวมการส่งออกไม่คึกคัก เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว อีกทั้งไทยยังมีความสามารถแข่งขันด้านราคาสินค้าลดลง จากนโยบายการขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาท ทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น 22.29%

ด้านนายธนิต  โสรัตน์  เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวว่า  ค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นทำให้สินค้าแบรนด์ดังระดับโลก ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกศ์ หลายรายทยอยไปทำสัญญาสั่งผลิตสินค้า (ออร์เดอร์) ประเทศเพื่อบ้านทั้งกัมพูชา เวียดนาม จีน อินเดีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศแทน

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี  ประกอบด้วย 1. เสริมสร้างรายได้ 2. มาตรการภาษีช่วยลดรายจ่าย 3. ช่วยดอกเบี้ยและเงินทุนในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน  นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าไปดูกรณีบางบริษัทเริ่มเลิกจ้าง จะเยียวยาแรงงานอย่างไร หลังจากนี้ให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง หารือกับภาคเอกชนว่ายังมีอะไรที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างไรต่อ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  09/01/2013

สายสีแดงเปิดหวูด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบผลการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ – รังสิต สัญญา 2 (งานโยธาสำหรับทางรถไฟและสถานี) ระยะทาง 26 กม. ซึ่งบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ เป็นผู้รับเหมา พร้อมกับอนุมัติขยายงบประมาณก่อสร้างเพิ่มเติมจาก 1.9 หมื่นล้านบาท เป็น 2.12 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 9%

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  09/01/2013

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สลดสารวัตร – ดต.ฆ่าตัวตายเครียดงานไม่ถนัด เตือนอย่าเอาคดีพระวิหารโยงการเมือง รวบแฮกเกอร์ดัง มติชน กล่อมให้หนุน “พงศพัศ”...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ยึดมั่นเมตตาหวังดี ช่วยเหลือกันและกันมีความสุขตลอดปี 56 พรวันปีใหม่ ‘ในหลวง’ ลวงฆ่ายิงหัวกระจุยคาเก๋ง ดต.มือปราบ ชิงปืน-เงินอำพรางปมแก๊งยาล้างแค้นแต่ประเด็นชู้สาวก็ไม่ตัดทิ้ง...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ล้อมจับแก๊งขนยาเป่าดิ้น 4 ศพยึดได้ 2.3 แสนเม็ด แก้รธน.พท.ไม่จบ ผอ.สำนักฯเปิดศึกฟ้องอธิบดีอุทยาน มติชน...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว   ไทยรัฐ กรรไกรเชือดคอฆ่าพริตตี้!เฉือนอวัยวะเพศ ศพเปลือยจุดไฟเผาคาคอนโดตร.ตามล่าไอ้แบงก์แฟนหนุ่มเที่ยวปีใหม่แล้วทะเลาะหึงหวง สงสัยพ่อกรอกยาลูก 6 ขวบดับ-5ขวบสาหัสคาดประชดเมีย หนูน้อยสองพี่น้องวัย 5...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ระทึกในกรุงเก่า!ฆ่าโจ๋ 3 ศพไล่ยิงร่วงคาถนน เด้งฟ้าผ่า “พนิตา” ปลัดพม.ไปที่ปรึกษานายก “พระเกษม”เจอคุก 2...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top