ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

มติครู 3 จว.ภาคใต้ปิด 921 ร.ร. ขอความปลอดภัย

ตระกูล “มาลีนนท์” คว้าแชมป์หุ้นอีก

อดีตมกุฎราชกุมารดังผวาถูกอุ้ม

มติชน

“มาร์ค” ถึงไทยรุดถก “สุเทพ” สู้ 99 ศพ หารือทีมกม.เครียด 3 ชม.

พรรคร่วมนัดเคาะ 14 ธ.ค.ชี้ขาดรธน.

ร้าน “ลาบ – ส้มตำ – ข้าวต้ม” เซ็ง งด “น้ำเมา”

ข่าวสด

วันนี้ “มาร์ค – เทือก” รับข้อหาจ่ออีก – พยายามฆ่า

“สาวหล่อ” หอบ 10 ล้านวิวาห์ 12-12-12

สั่งห้ามขายเหล้าบนฟุตปาธ

เดลินิวส์               

3 กองร้อยคุมเข้ม!ผวา 2 ม็อบปะทะหน้าดีเอสไอ

ทรงย้ำตุลาการศาลทหารทำให้เกิดความยุติธรรม

ฤกษ์ดี “12-12-12” คึกคัก

กรุงเทพธุรกิจ

ปิดโรงเรียน 3 จว.ใต้ 2 วัน

จับมือ “เต็ง เส่ง” ดันทวาย

โพสต์ทูเดย์

ไทยชงรื้อทวาย

ส่อลดดอกเบี้ย

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์

ปฏิบัติการ “ต้มทักษิณ” ของธาริต

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

คดีสำคัญ

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

เมืองไทยร่ำรวยเงินล้นประเทศ

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน

ต้องพิสูจน์  วันที่  13/12/2012

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด

ทรงผมนักเรียน

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนหรือฉบับของใครของมัน?

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

มติครู 3 จว.ภาคใต้ปิด 921 ร.ร. ขอความปลอดภัย

นายเสริมศักดิ์  พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ  กล่าวว่า  ขณะนี้โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด 921 โรงเรียน รวมทั้งโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สงขลา เขต 3 บางแห่ง  ได้ประกาศปิดการเรียนการสอนระหว่างวันที่  13-14 ธ.ค. เพื่อรอดูแนวทางการรักษาความปลอดภัยที่ชัดเจน ทั้งนี้ ในการประชุม กปต. มีการเสนอว่าควรกำหนดจุดต่างๆว่าเป็นพื้นที่สีอะไรในการรักษาความปลอดภัยและการให้ชุมชนหมู่บ้านเข้ามามีส่วนร่วม เพราะหากกำหนดให้เป็นพื้นที่ทางทหารทั้งหมดจะกว้างมาก  หากกำหนดเป็นพื้นที่เล็กๆ และมีเจ้าภาพชัดเจน ก็จะรักษาความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น  ทั้งนี้  ได้เสนอให้มีศูนย์เฉพาะกิจรักษาความปลอดภัยครูโดยตรง  โดยแบ่งเป็นพื้นที่การศึกษา ภายในศูนย์จะมีกำลังจากทุกฝ่ายจะทำให้การดูแลทั่วถึงและเกิดความมั่นใจ    (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

นายบุญสม  ทองศรีพราย  ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  กล่าวว่า  ในวันที่  14 ธ.ค. จะมีการประชุมหารือกับกองทัพภาคที่ 4  เพื่อหาแนวทางในการรักษาความปลอดภัยกับครู หากได้ความมั่นใจคาดว่าจะเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 17พ.ย.นี้

นายสงวน  อินทรักษ์  ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาสและที่ปรึกษาสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  กล่าวภายหลังหารือ ว่า  ที่ประชุมได้มีมติให้โรงเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง 1,200แห่งปิดการเรียนการสอบ ระหว่าง 13 – 14 ธ.ค.นี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปตรวจสอบและวางมาตรการตลอดจนทบทวนแนวทางการวางระบบการดูแลความปลอดภัยให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยในช่วงที่หยุด 2 วัน จะได้ให้ครูได้ผ่อนคลายความเครียดจากความรู้สึกที่ต้องตกเป็นเป้าหมาย       (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

ตระกูล “มาลีนนท์” คว้าแชมป์หุ้นอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ซึ่งวารสารการเงินธนาคารร่วมกับอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำขึ้นเป็นปีที่ 19 โดยผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2555 ตกเป็นของนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์  ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ซึ่งครองตำแหน่งแชมป์มาเป็นปีที่ 3  อันดับที่ 2 ได้แก่ นายคีรี  กาญจนพาสน์  ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS)  อันดับที่ 3 ได้แก่ นายอนันต์  อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หล่นลงจากเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 2 มาอยู่ในอันดับ 3

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  13/12/2012

อดีตมกุฎราชกุมารดังผวาถูกอุ้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่  12 ธ.ค. ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ)  ย่านสุขุมวิท  นายปาราส เบอ บิคแรม ซาร์ อายุ 41 ปี ชาวเนปาล หรือ อดีตมกุฎราชกุมารปาราส วีรวิกรมศาหเทวะ พระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีชญาเนนทรา วีรวิกรมศาหเทวะ พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเนปาล ในราชวงศ์ศาห์ พร้อมด้วย น.ส.กรรณิกา ไชยสาร  อายุ  31 ปี  เพื่อนสาวคนไทย  ได้นัดหมายสื่อมวลชนเปิดห้องร้องเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนทั้งคู่ หลังจากทั้งคู่อ้างว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่  11  ธ.ค. ต่อเนื่องถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. เกือบถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ชาวไทยแต่งกายคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบกว่า 20 คนอุ้มไปจากโรงแรมที่พักย่านสุขุมวิทโดย น.ส.กรรณิกา เชื่อว่าสาเหตุที่จะถูกอุ้ม เพราะมีคนต้องการตัวนายปาราสกับตนถึง 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นตำรวจที่ตนร้องเรียนเรื่องที่มาจับกุมนายปาราสในคดีกัญชา ที่ จ.ภูเก็ต กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มการเมืองต่างประเทศที่ต้องการผลประโยชน์จากนายปาราส ส่วนกลุ่มสุดท้าย น่าจะเป็นกลุ่มที่กำลังปกป้องตัวนายปาราส และเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นคนจ้างวานกลุ่มชายฉกรรจ์มาอุ้มนายปาราส โดยสาเหตุที่ตนกับนายปาราสออกมาร้องเรียนสื่อมวลชน เพราะต้องการให้ทราบว่า พวกตนถูกคุกคามมาตลอด และคิดว่าช่วงนี้ไม่ปลอดภัยแน่นอนที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยคืนนี้ตนตัดสินใจจะเดินทางไปอยู่ต่างประเทศช่วงหนึ่ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  13/12/2012

“มาร์ค” ถึงไทยรุดถก “สุเทพ” สู้ 99 ศพ หารือทีมกม.เครียด 3 ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  ซึ่งได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ ล่าสุด  เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วเมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ (12ธ.ค.) จากนั้นเวลา  09.30 น. เดินทางพร้อมด้วยนายสุเทพ  เข้าพรรคประชาธิปัตย์  โดยเรียกทีมกฎหมายพรรคและพร้อมด้วยทีมทนายความส่วนตัวเข้าหารือในด้านคดี โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการหารือ ว่า ได้เตรียมความพร้อมในการให้การเมื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยหวังว่าพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาอย่างชัดเจน ไม่คลุมเครือจะได้ทราบว่าใช้ข้อกฎหมายใด ว่ากันตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีดีเอสไอตั้ง 4  เงื่อนไขในการปล่อยตัว คงไม่เป็นประเด็นอะไร เพราะไม่ทำอะไรในเงื่อนไขเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบว่าดีเอสไอใช้อำนาจอะไรในการตั้งเงื่อนไข  คาดว่าในการเดินทางไปดีเอสไอวันที่  13 ธ.ค.นี้ คงจะมีคดีเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะมีคนมาบอกว่าในระหว่างไปให้ถ้อยคำในคดีเงินบริจาคน้ำท่วม อาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม  ซึ่งมีข่าวอาจเป็นกรณีการยิงคนขับรถตู้ระหว่างเหตุการณ์การชุมนุม ก็คงเป็นไปได้ เพราะมีธงไว้อยู่แล้วในการเล่นงานตนและนายสุเทพ อาจพยายามให้กระทบกับสถานภาพ ส.ส.หรือหาช่องทางที่จะยื่นยุบ ปชป. จึงค่อนข้างชัดเจนว่ามีการกระทำการลุแก่อำนาจ ซึ่งดูความเหมาะสม จังหวะเวลาในการใช้สิทธิตามกฎหมายใครที่ใช้อำนาจบิดเบือนก็ต้องรับผิดชอบ แปลกใจที่นายธาริต เป็นอธิบดีดีเอสไอ และต้องเซ็นสำนวนในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่อยู่ในข่ายต้องถูกตรวจสอบ เนื่องจากอยู่ใน ศอฉ.ด้วย ถือว่าเรื่องนี้มีความไม่ลงตัว  แม้ว่านายธาริตจะบอกว่าไม่ได้ลงไปสอบสวนเองแต่การเซ็นของนายธาริตต้องใช้ดุลพินิจเช่นกัน ดังนั้น  จึงหนีความรับผิดชอบไม่พ้น  เห็นว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงกับกฎหมายนิรโทษกรรมแน่นอน แต่หากจะนำมาต่อรองเรื่องคดี ยืนยันว่าจะไม่หวั่นไหว และประกาศชัดเจนแล้วว่าตายก็ตาย ประหารชีวิตก็ประหารชีวิต เป็นนักการเมืองต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวมและระบบใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน วันที่  13/12/2012

พรรคร่วมนัดเคาะ 14 ธ.ค.ชี้ขาดรธน.

นายอุดมเดช รัตนเสถียร  ส.ส.นนทบุรี  พรรคเพื่อไทย  (พท.)ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)  และคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  กล่าวว่า  พท.เริ่มทยอยส่งมอบรายงานผลการศึกษาของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลให้แก่พรรคร่วมรัฐบาลแล้วตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ 12 ธ.ค. แต่การจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มยังไม่เรียบร้อย จากนี้ได้นัดหมายประชุมหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 14 ธ.ค. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ประเด็นหน้าจะขอความเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลหลังศึกษารายงานแล้วมีความเห็นอย่างไรกับการลงมติวาระ 3 ที่ค้างพิจารณาอยู่ในสภาและควรมีแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่อย่างไร แต่จะยังไม่ขอความเห็นเรื่องวัน เวลาที่จะดำเนินการต่อ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน วันที่  13/12/2012

ร้าน “ลาบ – ส้มตำ – ข้าวต้ม” เซ็ง งด “น้ำเมา”

นพ.ประดิษฐ  สินธวณรงค์  รมว.สาธารณสุข (สธ.)  ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 2/2555 ว่า คณะกรรมการเห็นชอบร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 3 ฉบับ ได้แก่ 1. เรื่องกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง พ.ศ….  ยกเว้นที่ส่วนบุคคล 2. เรื่องกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ…. เว้นแต่การขายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติและสถานบริการที่มีการเปิดปิดตามกำหนดเวลาของกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และ3. เรื่องกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายหรือบริโภคแอลกอฮอล์ในสวนสาธารณะของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ พ.ศ….

ด้าน นพ.สมาน ฟูตระกูล  ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  กล่าวว่า ในส่วนของร่างประกาศ ฉบับที่ 1 เรื่องห้ามขายบนทาง โดยคำว่าทางจะครอบคลุมความหมายตามกฎหมายจราจรทางบกคือ หมายถึงส่วนที่เป็นถนนและส่วนควบของทางหรือทางเท้า  (ฟุตปาธ) ดังนั้น หากมีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ดังกล่าวจะมีความผิดทั้งหมดรวมถึง ร้านค้า ร้านอาหาร เช่น ร้านลาบ ร้านส้มตำ ที่ส่วนของร้านตั้งอยู่นอกพื้นที่ห้ามขาย แต่มีส่วนของโต๊ะอาหารสำหรับให้ลูกค้านั่งกินดื่มอยู่บนฟุตปาธเป็นการกระทำความผิดตามประกาศนี้เช่นกัน         (หนังสือพิมพ์มติชน)

นพ.ทักษพล ธรรมรังสี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่า สวนดุสิตโพลสำรวจความเห็นพบว่าประชาชน ร้อยละ 80.1 หนุนการห้ามขายบนถนน และร้อยละ 79 เห็นด้วยกับการห้ามดื่มบนทางเดินเท้า สอด คล้องกับการสำรวจความคิดเห็นโดยเอแบคโพลล์ ล่าสุดเดือน พ.ย. พบว่าประชาชนร้อยละ 83 เห็นด้วยกับการห้ามขายบนทางเท้า ซึ่งสาเหตุที่ต้องห้ามขายลักษณะดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุจราจร ลดการเข้าถึงเครื่องดื่มได้โดยง่าย ซึ่งพบว่ากลุ่มที่ดื่มบนทางเท้าในร้านต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่ไม่สามารถเข้าผับ บาร์ได้ ก็จะเลี่ยงมาดื่มตามร้านลักษณะดังกล่าวที่ไม่เข้มงวดในเรื่องอายุของผู้ดื่ม ดังนั้นเมื่อควบคุมการขายลักษณะดังกล่าวได้ ก็จะลดความเสี่ยงทั้งอุบัติเหตุรวมไปถึงความรุนแรงที่เกิดจากการดื่มได้ด้วย   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

“สาวหล่อ” หอบ 10 ล้านวิวาห์ 12-12-12

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่บ้านสวนส้มทิพย์รีสอร์ท แอนด์ สปา ต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี มีการจัดงานแต่งงานระหว่างผู้หญิงด้วยกัน โดย น.ส.กนกวรรณ ศรัทธาผล หรือ อดัม  อายุ 33 ปี ได้ยกขบวนขันหมากไปแต่งงาน กับ น.ส.รัชนีวรรณ สร้อยระย้า  หรือ หมู อายุ 33 ปี ท่ามกลางแขกผู้มาร่วมงาน เพื่อนๆ และญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายอย่างคับคั่ง ซึ่งบรรยากาศภายในงานจัดแบบไทย รวมทั้งการแต่งกายของผู้มาร่วมงานก็จะเน้นชุดไทย  สำหรับสินสอดที่น.ส.กนกวรรณ  นำมาสู่ขอนั้นประกอบด้วยเงินสด 1.2 ล้านบาท ทองรูปพรรณและทองคำแท่งรวม 112 บาท และเครื่องเพชร 1 ชุด  นอกจากนี้ยังมีเรือนหอของคู่บ่าวสาวซึ่งรวมมูลค่าทั้งหมดเกือบ 10 ล้านบาท

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่  13/12/2012

3 กองร้อยคุมเข้ม!ผวา 2 ม็อบปะทะหน้าดีเอสไอ

นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เพื่อรอรับนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  อดีตรองนายกฯและอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยกรแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะเข้ามารับทราบข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าตัวตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล กรณีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 91 คน ว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 3 กองร้อย 450 นาย มาให้การดูแลความปลอดภัย  ทางการข่าวทราบว่าจะมีผู้มาชุมนุม 2 กลุ่ม ทั้งส่วนที่ให้กำลังใจและส่วนที่เรียกร้องความเป็นธรรม จึงต้องจัดพื้นที่แยกกลุ่มให้อยู่คนละด้าน เพื่อป้องกันการปะทะ  โดยจะขอร้องแกนนำให้ช่วยควบคุมมวลชนของตนเอง สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลทั้งสองได้นัดให้เข้าพบในเวลาเดียวกัน เนื่องจากถูกแจ้งข้อหาเดียวกัน แต่หากบุคคลทั้งสองประสงค์จะให้การเลยก็อาจต้องใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  13/12/2012  

ทรงย้ำตุลาการศาลทหารทำให้เกิดความยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่  12 ธ.ค. เวลา  17.06 น. ที่ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนคินทร์  ชั้น 14  อาคารเฉลิมพระเกียรติ  โรงพยาบาลศิริราช  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โดย พล.อ.ทนงศักดิ์  อภิรักษ์โยธิน  ปลัดกระทรวงกลาโหม  นำตุลาการศาลทหารสูงสุด ตุลาการศาลทหารกลาง รวม 53 นาย เข้าเฝ้าฯ โอกาสนี้ นายทหารสัญญาบัตร ชั้นยศนายพล ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงรวม 8 นาย ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะตุลาการศาลทหาร ต้องรักษาความในคำปฏิญาณตลอดไปให้ประชาชน ไว้วางใจเชื่อมั่นในความเป็นทหาร รักษาหน้าที่ให้ประเทศมีความเรียบร้อย ยุติธรรม ส่วนคณะอัยการเข้าเฝ้าฯ เช่นกัน ทรงมีพระบรมราโชวาท ให้ยึดมั่นคำปฏิญาณ รักษาคำพูดให้ดีเพื่อประโยชน์ของประเทศ สงบสุขด้วยความยุติธรรม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  13/12/2012

ฤกษ์ดี “12-12-12” คึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่  12 ธ.ค. ที่สำนักงานเขตบางรัก กรุงเทพฯ บรรดาคู่รักทยอยเดินทางมารอจดทะเบียนสมรส เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันฤกษ์ดีวันที่ 12 เดือน 12 ปี 2012 กันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตบางรักได้เริ่มตรวจเอกสารของคู่รักกันตั้งแต่เวลาประมาณ 06.30น. ก่อนที่จะเปิดให้จดทะเบียนในเวลา 08.00 น. แต่มีเหตุขัดข้องเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดความล่าช้าและมีการเปิดบริการถึง 20.00 น. ส่วนบรรยากาศที่มีประชาชนรอเข้าคิวจดทะเบียนสมรสอีกหลายคู่ โดยเขตได้ตั้งเต็นท์และพัดลมมาอำนวยความสะดวกพร้อมกับจัดมุมถ่ายรูปให้คู่รักถ่ายเป็นที่ระลึกด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  13/12/2012

ไทยชงรื้อทวาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  จะเดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายประเทศเมียนมาร์  วันที่  17 ธ.ค.นี้ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีเต็งเส่ง เกี่ยวกับการผลักดันโครงการ ขณะที่วันที่ 16-17 ธ.ค. ที่กรุงเนย์ปิดอร์ จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย – เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (JHC) ที่รัฐบาล 2 ประเทศจัดตั้งขึ้น

นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  รมว.คมนาคม  กล่าวว่า  การประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทยจะเสนอแนะฝ่ายเมียนมาร์พิจารณาทบทวนเงื่อนไขสัญญาสัมปทานโครงการทวายที่ดึงดูดใจนักลงทุนมากขึ้น  เมื่อถามว่าจะมีการเสนอรัฐบาลเมียนมาร์ให้ปรับแก้สัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือไม่ นายชัชชาติ  กล่าวว่า  อย่าใช้คำว่าปรับแก้  ให้ใช้คำว่าเสนอแนะจะดีกว่า  โดยเฉพาะเสนอเป็นทีละขั้นทีละตอนไป “หากต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นจะต้องรื้อสัญญาเดิม  และเปิดทางให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมาร์เข้ามามีส่วนร่วม โดยอาจจะใช้วิธีการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ขึ้น และให้เอสพีวีเป็นคู่สัญญากับรัฐบาลเมียนมาร์แทนและต้องการันตีว่าบริษัท อิตาเลียนไทย ฯ จะได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าจากการลงทุนก่อนหน้านี้ด้วย”     (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)

แหล่งข่าว ระบุว่า  การหารือทวิภาคีระหว่างประธานาธิบดีพม่ากับนายกฯไทย  โดยใช้สถานที่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมทวายถือว่ามีผลต่อภาพลักษณ์ของโครงการทวาย  ที่จะได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของโครงการที่ผู้นำของทั้สองประเทศให้ความสนใจ

แหล่งข่าวจากบริษัท อิตาเลียนไทยฯ กล่าวว่า  อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือโครงการโดยเร่งด่วน เพราะที่ผ่านมาได้ใช้เวลากับโครงการไปนานแล้ว  แต่ยังไม่เห็นผล

น.ส.พจนี  อรรภโรจน์ภิญโญ  ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาพื้นที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  กล่าวในการสัมมนา “ค้าชายแดน ดาวรุ่งส่งออกไทยสู่ AEC” โดยประเมินว่า  หลังจากท่าเรือน้ำลึกทวายเสร็จสิ้นและเปิดให้บริการจะทำให้แหล่งนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าของไทยเปลี่ยนจากเดิม ที่เคยมาจากฝั่งตะวันออกคือท่าเรือแหลมฉบับมาเป็นฝั่งตะวันตก  คือจากท่าเรือทวาย การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลต่อทั้งการผลิตและจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการในไทย  ซึ่งต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น   (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

ส่อลดดอกเบี้ย

นายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล  ผู้ว่าการการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในปีหน้าทิศทางของนโยบายการเงิน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง เพราะจากการประเมินภาพเศรษฐกิจในปีหน้า ธปท.ยังคงเห็นความเสี่ยงในการเจริญเติบโตมากกว่าความเสี่ยงด้านเสถียรภาพราคา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  13/12/2012

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

 

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เปล่งเสียงกึกก้องไปทั่วทั้งแผ่นดิน ทรงพระเจริญ แดงพท.รุก ลงมติ รธน. ไทย-ดิ่งลงเหว!ประเทศโปร่งใส มติชน กึกก้อง...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สาวสายเลือดไทยชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส.สหรัฐ “เจ้าของ” กวดวิชายิงเมียในแบงก์ ถอดถอนปูกับ 3 รมต. มติชน...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ พท.ปูดแผนร้ายถล่มม็อบมือที่ 3 ยิงเอ็ม79 พสกนิกรปีติ5ธันวาในหลวงเสด็จออกสีหบัญชร เมียนายดาบร่ำไห้ลั่นไกฆ่าผัวเจ้าชู้ มติชน มินิครม.นัดถกวันนี้กม.มั่นคงตร.เร่งขอใช้คุมม็อบ เฝ้าชมพระบารมีในหลวง...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เผยปิดแล้ว 100 ร.ร.สธ.คุมเข้มเจอติดเชื้อต้องปิด พท.วิตกจริตหนัก จีที200-หาระเบิดของห่วยซื้อแพง มติชน ศาลเปิด “คำวินิจฉัยกลาง”...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ผบ.ตร.เสนอใช้กม.มั่นคงคุมม็อบเสธ.อ้าย “โป๊งเหน่ง”ยอมรับ “ยายอ้อย” “แม่จริง” จะรีบพาเมียขอขมา เตือนรับมือพายุร้าย มติชน สมช.คาดม็อบทะลุ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top