ผิดที่ไม่อ้วน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช


บางคนอ้วนออกพุง

บ้างก็อ้วนออกแขนขา

บ้างก็อ้วนออกหน้า

คนเรามีวาสนาแห่งความอ้วนต่างกันครับ  แต่ส่วนใหญ่ความอ้วนที่เรากังวลคือ หน้าท้อง,ต้นแขน,ต้นขาและใบหน้า เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าตาของร่างกายที่ต้องนำเสนอออกสู่สังคม

จึงเกรงจะไม่น่าชื่นชม

ยิ่งอาชีพที่ต้องใช้หน้าตาด้วยยิ่งน่าเห็นใจ

ตัวผมเองมี “เบบี้แฟ็ท” เยอะครับ  คือเวลากินขนมแล้วชอบไปออกหน้าแก้มยุ้ย  เลยต้องคอยระวังตัวเองให้ดีเพราะเวลาทำงานหน้ากล้องแล้วกองเขาจะเสียเวลาม้าร์คเฟรมใหม่บ่อยๆเพื่อไม่ให้หน้าเราบานทำให้งานพี่เขาเยอะขึ้นไปโดยใช่เหตุ

เลยต้องคอยรูดซิปปาก (โฮ)

อันที่จริงความอ้วนที่สำคัญไม่ได้อยู่แต่เพียงภายนอกอย่างเดียวนะครับ ความอ้วนที่เรานำเสนอออกสู่สังคมอีกอย่างโดยไม่รู้ตัวคือ “ความร้อน” ครับ

อ้วนมากยิ่งปล่อยความร้อนเยอะ

คนที่เจ้าเนื้อจึงมีสิทธิ์สร้างโลกร้อนได้มากกว่าคนรูปร่างเล็กกว่า

ทว่าไม่ใช่ “อ้วน” จะไม่ดีเสียทั้งหมด  ตรงกันข้ามเลยครับ  อ้วนมีประโยชน์มาก อาทิ คนอ้วนกระดูกไม่บางเท่าคนผอม

ที่สำคัญคือคนอ้วนมีสุขภาพดีกว่าคนผอมได้

ในหลายครั้งเวลาเจาะเลือดตรวจไขมันท่านจะเห็นว่าไขมันในคนผอมเสียอีกที่มากกว่าคนอ้วน  หรือความคล่องแคล่วว่องไวในคนเจ้าเนื้อที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอเสียอีกที่กระฉับกระเฉงกว่าคนผอมที่นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานอย่างเดียว

อ้วนไม่อ้วนไม่ใช่ตัวตัดสินเลยครับ

อ้วนใน VS. อ้วนนอก บอกโรค

            ความอ้วนที่จะบอกสุขภาพได้ต้องดูประกอบกันหลายอย่างครับ  โดยเฉพาะผู้ที่ “อ้วนลึกๆ” ท่านเหล่านี้จะมีไขมันประกอบอยู่ในช่องท้องสูง

แม้ข้างนอกจะไม่มีพุงก็ตาม

ไขมันที่พอกอยู่ในช่องท้องเป็นแบบเดียวกับ “มันเปลว” ที่เราเห็นอยู่ในตลาดสด  เมื่อเอามาเจียวแล้วก็ได้กากหมู เอ๊ย…น้ำมันเหมือนๆกัน

ดังนั้นถ้าจะดูสุขภาพได้ “ขาด” จริงจังต้องดูแยกที่ตำแหน่งของไขมันครับซึ่งไม่เกี่ยวกับความปลิ้นหรือไม่ปลิ้นข้างนอกหรือที่ต้นแขนต้นขาอย่างใดเลย

โดยไขมันตำแหน่งแย่ที่สุดคือ “ไขมันในช่องท้อง(Visceral fat)”

ที่เป็นตัวทำให้เกิดโรคในกลุ่มที่เรียกว่า “อ้วนลงพุงมฤตยู(Metabolic syndrome)” คนที่มีทั้งไขมันนอกและข้างในสูงก็ยิ่งแย่  เพราะแค่เฉพาะไขมันข้างในอย่างเดียวก็ทำให้เกิดผลลัพธ์เรียงกันคือ

-                    หลอดเลือดพัง

-                    ดื้อต่ออินสุลิน

-                    มันจุกตับ

นี่คือตัวอย่างเล็กๆพอเป็นน้ำจิ้มครับ  เพราะต่อไปมันจะนำโรคความดันสูง,เบาหวาน,ไขมันพุ่งและมะเร็งมาจ่อคิวได้  ทางแก้ไขมันที่เกาะเกะกะเกเรอยู่ข้างในคือต้อง “ยกเครื่อง” การกิน-อยู่เสียใหม่ดังต่อไปนี้

-                    เพิ่มไขมันสีน้ำตาล  ในตัวคนเรามีมันที่มีสีขาวกับน้ำตาลครับ  โดยมันน้ำตาลนี้มีมากตอนเกิดเพื่อให้พลังงานและช่วยเผาผลาญ  แต่พอโตขึ้นก็แทบไม่เหลือ  การเพิ่มไขมันน้ำตาลคือรับประทานไขมันดีและออกกำลังกายให้เหมาะสมครับจะช่วยได้

-                    เลี่ยงน้ำตาลฟรุกโตส  น้ำตาลชนิดนี้คือน้ำตาลผลไม้และน้ำตาลที่อยู่ในน้ำหวาน,น้ำอัดลมและขนมหลายอย่าง  ตัวที่น่ากลัวคือ “น้ำเชื่อมข้าวโพดเข้มข้น(HFCS)” ที่หวานจัดและกระตุ้นให้มันจุกตับได้  เป็นตัวบำรุงไขมันในช่องท้องอย่างดีเลยครับ

-                    คอยตรวจการทำงานตับ  เพื่อความไม่ประมาทควรตรวจไว้ว่ามีไขมันมาเกาะไหม,ค่าเอนไซม์ตับในเลือดเป็นอย่างไรบ้างและควรอัลตร้าซาวน์ดูเนื้อตับเป็นระยะทุก 6 เดือน  ยิ่งในท่านที่มีไวรัสตับอักเสบบีอยู่  ควรดูเรื่องไขมันจุกตับไว้ให้ดีทีเดียวครับ

การที่มีค่านิยมอันเป็นที่รับรองของคนส่วนใหญ่ว่ารูปร่างผอมเพรียวแล้วจะดีทำให้มี “จุดอ่อน” ที่เป็นเสมือนหลุมดำทางสุขภาพอยู่  นั่นก็คือการลืมนึกถึงปรากฏการณ์อ้วนข้างในดังที่บอกไป  ทำให้ไม่ได้ระวังเรื่องการรับประทานนัก  ขนมและของหวานยังทานอยู่กระจาย  แถมไม่ได้ออกกำลัง  ส่วนเรื่องตรวจตับตรวจสุขภาพก็รอจนกว่าจะป่วยถึงได้ฤกษ์ไป

แล้วก็ได้เจอ ของดี

มีหลายท่านที่ได้ตรวจเลือดให้ปรากฏว่าข้างในมีเซอร์ไพรส์เยอะกว่าที่คิดครับ เป็นต้นว่าค่าสารบ่งชี้มะเร็งตับขึ้น ค่าเอนไซม์ตับสูงเป็นร้อย ส่วนน้ำตาลสะสมก็อยู่ในเกณฑ์อันตราย  โดยเจ้าตัวก็จะงงๆว่าผอมอย่างนี้ทำไมข้างในดูเหมือนคนอ้วน  แอบกลายเป็นแก่เกินวัยไปด้วยซ้ำ  ผิดกับคนเจ้าเนื้อหลายท่านที่หมั่นตรวจสุขภาพประจำเพราะตระหนักดีว่าเป็นคนอ้วนเลยสุขภาพดีไขมันไม่สูง  ข้างในนี่ แจ่มเช่นเดียวกับผู้ที่ดูแลสุขภาพดีทั่วไป

                                                คนที่ไม่อ้วนอย่าเพิ่งนอนใจไปนะครับ

 

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

Related posts:

  1. “ซ่อมร่าง” ทางแก้สุขภาพ ? โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช เมื่อไม่กี่วันนี้พี่จิ๋ม กนกลักษณ์ ผู้อยู่ในวงการมานานได้ชักชวนให้ไปเยี่ยมเยียนเหล่าทหารหาญของเราครับ  คือมีพี่ๆน้องๆทหารจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า  ปรากฏว่าพี่ทหารที่มาทุกท่านมีกำลังใจดีเยี่ยมเลยครับ จากประสบการณ์ที่เป็นนักพูดมาหัวข้อที่ผมเสนอให้พี่เขาใช้ก็คือ “ซ่อมร่าง สร้างชีวิต...
  2. 11 สารพิษที่ย้อนรอย บทเรียนแห่งอดีตกาลที่กำลังเล่นงานเรา โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   หมู่นี้ประเทศยักษ์ใหญ่ถูกโจมตีหนักมากครับ  เป็นธรรมดาของผู้อยู่ในที่แจ้งที่ย่อมตกเป็นเป้านิ่งได้ง่าย  การปล่อยให้ตัวเองเป็นเสมือนกับเป้าที่รอการกระทบอย่างเดียวจะทำให้เกิดความเสียหายได้สูงครับ การมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็เปรียบได้กับเป้านิ่งรอกระสุนมาวิ่งชน เพราะกระสุนมีอยู่รอบทิศ ชีวิตที่ตั้งอยู่ด้วยความประมาทมีสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย  ซึ่งความประมาทนั้นไม่ได้มีอยู่แค่เพียงเรื่องของการปล่อยตัวเท่านั้นแต่ยังหมายถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีกด้วย  อาทิ เชื่อในสิ่งที่เล่าลือกันมา ...
  3. ยิ่งเจ็บ ยิ่งได้ โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   ตอนนี้ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีมะกันดุเดือดชิงดำกันเหลือดี  ตำแหน่งที่มีเพียงตำแหน่งเดียวกับผู้ที่ปรารถนาที่นั่งตรงนั้นถึง 2 คน น่าลุ้นที่สุด                 ในบ้านเมืองเราก็มีเรื่องน่าลุ้นเยอะครับ  อย่างแรกที่ไม่ต้องลุ้นคือ “น้ำท่วม”...
  4. เลือกวิตามินให้เหมาะ สร้างเกราะให้แต่ละส่วน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   เลือกวิตามินให้เหมาะ สร้างเกราะให้แต่ละส่วน(อวัยวะ) วิตามินกิน(บำรุง)แต่ละส่วนของร่างกาย   อวัยวะแต่ละส่วนของสิ่งมีชีวิตต้องการการดูแลเฉพาะครับ  โดยเฉพาะมนุษย์ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างซับซ้อน ทั้งร่างกายและจิตใจ อวัยวะในตัวเรามีอายุขัยต่างกันนะครับ  ดูง่ายๆอย่างเส้นผมที่หลุดร่วงอยู่ทุกวันหรือเม็ดเลือดแดงที่สลายไปทุก...
  5. แปดโรครักษาต้องจับตากับ “ยาสเตียรอยด์” โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช                   ยาทาผื่นหายทันใจ                 ยากินรักษาโรคแพ้ภูมิ                 ยาพ่นจมูกแก้ภูมิแพ้                 ยาสมุนไพรลูกกลอน…                ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top