ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2555

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

สยองม.สวนดุสิตเกย์โหดยิงหัวก่อนฆ่าตัว

ปชป.บี้สุกำพลซ้ำถอดถอนข้อหาลุแก่อำนาจ

สั่งสอบพตท.ล่าสัตว์

มติชน

กห.แจงปลด “ร.ต.มาร์ค” ฟ้องอุตลุดร้องศาลปค.-กกต.-ปปช.

ปีติพระบรมฯบินนิ่มนวลเป็นกันเอง

ผวาจับ “ปู”สั่ง 7 หมื่นคุ้มกันรัฐสภา

ข่าวสด

กห.ยันปลดมาร์คคำสั่งเป๊ะแจงสอบนาน 136 วัน

2ศพ นศ.ยิงในมรภ.สวนดุสิต

จับนางแบบ “ยู่ยี่”ซุกโคเคน – รับเสพจริง

เดลินิวส์               

ฉุนป่าไม้อุ้มสารวัตรล่าสัตว์ป่าหาญพลสอบชื่อหาย

ถอดยศร.ต.มาร์คประยุทธ์รับลูก

ซัลโวนักศึกษาฆ่าตัวตาม

กรุงเทพธุรกิจ

แก้เกมถอดถอนนายกฯ

ชูพันธมิตรทางทหารไทย-สหรัฐ

โพสต์ทูเดย์

ฮั้วข้าว 5 ประเทศ

เปิดอภิเอฟทีเอกับมะกัน

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

ว่าด้วย “โอ้โลม – ปฏิโลม” ชุมนุม

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

คิวเต็ม

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม ตะวันตก  (ไทยรัฐ)

บ่อน – หวย – ซ่อง

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

สัญญาณร้าย  วันที่  13/11/2012

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

บางกอก ฟุตซอล อารีน่า

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

สำนึกแห่งหน้าที่และจุดยืนตามกติกาบ้านเมือง

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

สยองม.สวนดุสิตเกย์โหดยิงหัวก่อนฆ่าตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12พ.ย. พ.ต.ท.สมชาย เอื้อทยา พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สน.สามเสน รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตในอาคารเรียนมรภ.สวนดุสิต ถ.ราชสีมา แขวงและเขตดุสิต กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เกิดเหตุบริเวณทางเดินเข้าห้องเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ชั้น 6 อาคาร  11 พบศพนายไพศาล หรือ เบนซ์  ศรีคชา  อายุ  20 ปี  นักศึกษามรภ.สวนดุสิต  คณะวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี ชั้นปีที่ 3 ถูกยิงเข้าศรีษะ 2 นัด นอนจมกองเลือด  ใกล้กันพบศพนายพงศ์ภวัต  ชัยชีพ หรือ อาร์ม  อายุ  21 ปี นักศึกษาม.รามคำแหง  ชั้นปีที่ 2 ถูกยิงที่ศรีษะ1นัดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่นิติเวชชันสูตรพลิกศพทั้งคู่ นายพงศ์ภวัตทับปืนลูกโม่ขนาด .357 พบเศษหัวกระสุน 1 หัวตกอยู่เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบถามเพื่อนนายไพศาล บอกว่าทั้งคู่คบกันมาสักระยะ แต่ฝ่ายน.ศ.รามฯมีอารมณ์รุงแรงเหมือนคนโรคจิต ทำให้อีกฝ่ายตีตัวออกห่าง ขณะที่ บิดานายไพศาลมาดูศพลูกถึงกับร่ำไห้ บอกเพื่อนลูกเคยมาใช้สีสาดใส่หน้าบ้านเขียนข้อความด่า จึงไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง  ผบช.น.กล่าวว่า  ผู้ก่อเหตุคือนายพงศ์ภวัต หรืออาร์ม มาติดพันกับนายไพศาล หรือ เบนซ์  ได้เกือบ 1 ปีแล้ว บิดาของนายไพศาลเห็นว่าไม่เหมาะสมจึงขอให้เลิกคบ ทำให้นายอาร์มไม่พอใจและตามราวี สำหรับสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากนายอาร์มมีพฤติกรรมมาติดพันและคบหากับนายไพศาลในลักษณะชู้สาว แต่นายไพศาลไม่เล่นด้วย และพยายามตีตัวออกห่าง นายอาร์มจึงตามมาง้อขอคืนดี ส่วนปืนเป็นของบิดานายอาร์มมีทะเบียนถูกต้องเจ้าหน้าที่จะนำศพของผู้ตายส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจพร้อมจะสอบปากคำพยานแวดล้อมเพื่อสรุปหาสาเหตุอีกครั้ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  13/11/2012

ปชป.บี้สุกำพลซ้ำถอดถอนข้อหาลุแก่อำนาจ

นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวภายหลังประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า  ที่ประชุมพรรคหารือถึงกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล  สุวรรณทัต รมว.กลาโหม  ลงนามเห็นชอบคำสั่งถอดยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เนื่องจากใช้เอกสารไม่ถูกต้องสมัครเข้ารับราชการทหารซึ่งนายอภิสิทธิ์ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า  เรื่องนี้เป็นไปอย่างถูกต้องเอกสารทั้งหมดออกโดยหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม ยืนยันไม่ได้ใช้เอกสารเท็จและไม่มีเหตุจูงใจใดๆต้องปลอมเอกสาร และได้เข้ารับราชการทหารจริง มั่นใจว่าไม่ได้ผิดวินัยทหาร แต่การดำเนินการของ รมว.กลาโหมไม่ได้ลงโทษตามลำดับชั้น นายอภิสิทธิ์จึงจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เพื่อให้ถอดถอนและเอาผิด พล.อ.อ.สุกำพล ในข้อหากระทำผิดระเบียบกฎหมาย ลุแก่อำนาจ หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดจะยื่นเรื่องให้ถอดยศ พล.อ.อ.สุกำพลด้วย ทั้งนี้ จะมีการเข้าชื่อ ส.ส. 1 ใน  4 คือไม่น้อยกว่า 125 คนเพื่อยื่นถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพลต่อประธานวุฒิสภา  ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 271 ภายใน 2-3วันนี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  13/11/2012

สั่งสอบพตท.ล่าสัตว์

พล.ต.อ.ปานศิริ  ประภาวัต  รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า  ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  ผบ.ตร. เพื่อติดตามสถานการณ์ภาพรวมของศปก.ตร.มีรายงานผลการจับกุมคนที่เข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งตามข่าวมีภาพ พ.ต.ท.ธีรยุทธ  เกตุมั่งมี สว.สส.สภ.ปราณบุรี อยู่ร่วมในกลุ่มนักล่าสัตว์ แต่ในการรายงานผลการดำเนินคดีไม่มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ธีรยุทธ แต่มีการดำเนินคดีผู้ต้องหาคนอื่นๆทั้ง 8 คนขณะนี้ได้สั่งให้ พล.ต.ท.หาญพล  นิตย์วิบูลย์  ผบช.ภ.7 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน  หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมในขบวนการล่าสัตว์ก็ให้ดำเนินคดีอาญาและวินัยอย่างเฉียบขาดเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างเจ้าหน้าที่คนอื่นๆซึ่งมีความผิดทั้งเรื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.บุกรุกอุทยานฯ พ.ร.บ.ป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ส่วนจะมีคำสั่งให้ออกจากราชการหรือไม่นั้น พล.ต.ท.หาญพล จะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการ   (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

พล.ต.ท.หาญพล  นิตย์วิบูลย์  ผบช.ภ.7  กล่าวว่า  จากรายงานของตำรวจ สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี  ไม่พบรายชื่อนายตำรวจดังกล่าว โดยทราบเพียงว่าเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นผู้ดำเนินการจับกุมและเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดทั้งหมด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่าและส่งตัวให้ตำรวจสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และขณะนี้ทั้งหมดได้วางหลักทรัพย์รายละ 1แสนบทประกันตัวออกไปแล้ว  สำหรับคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน จึงมอบหมายให้ พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ รอง ผบช.ภ.7  ลงไปทำความจริงให้กระจ่าง โดยตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดร่วมกับ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรีและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด  รวมถึงเจ้าหน้าที่อุทยานฯหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนร่วมในกระทำผิด ถือว่ามีความผิดทางวินัยร้ายแรงและอาจจะให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากนั้นจะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น และอาจรวมไปถึงเรื่องการละเว้นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อีกด้วย  จนถึงขณะนี้ไม่เข้าใจว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำผู้ต้องหาส่งให้ตำรวจดำเนินคดีเพียง 8 คน และเหตุใดไม่มีตำรวจถูกนำส่งดำเนินคดีด้วย ทั้งๆที่ตอนจับกุมมีผู้ต้องหาร่วมกระทำผิด รวม 9 คน  อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้สอบสวนเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ด้วยว่าเหตุใดถึงไม่ส่งตำรวจดำเนินคดี รวมทั้งสอบสวนตำรวจที่ถูกจับกุมด้วยว่าสอบสวนดำเนินคดีอย่างไรและพร้อมจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย หากพบว่ามีความผิด มีโทษจำคุก 4ปี หรือปรับ 4หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์)

กห.แจงปลด “ร.ต.มาร์ค” ฟ้องอุตลุดร้องศาลปค.-กกต.-ปปช.

พ.อ.ธนาธิป  สว่างแสง  โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตั้งข้อสังเกตว่ามีการเร่งรีบออกหนังสือคำสั่งกระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.อ.สุกำพล  สุวรรณทัต รมว.กลาโหม  ลงนามเห็นชอบและอนุมัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการถอดยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เนื่องจากใช้เอกสารไม่ถูกต้องสมัครเข้ารับราชการทหาร ทำให้มีการพิมพ์คำผิดและคำตกหล่นในหนังสือดังกล่าว ว่า  เห็นได้ว่าไม่ใช่การกระทำที่รีบร้อน รวบรัดอย่างที่มีการกล่าวอ้าง  ผู้ที่แสดงความคิดเห็นในเชิงดูถูก  ดูหมิ่น หรือสร้างความเข้าใจผิดต่อคณะกรรมการ หรือชี้นำว่าการดำเนินการของคณะกรรมการไม่น่าเชื่อถือ  อาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน  ทั้งนี้คณะกรรมการทั้ง  2 ชุดต่างมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ไม่มีผู้ใดเห็นต่างและคัดค้าน  และรายงานผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทราบและพิจารณาใช้ดุลพินิจในการดำเนินการต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน วันที่  13/11/2012

ปีติพระบรมฯบินนิ่มนวลเป็นกันเอง

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มาร่วมเที่ยวบินพิเศษมหากุศลครั้งนี้  ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นนักบินที่  1 นับเป็นบุญกุศลของตนเองที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นครั้งแรกของชีวิต

นายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย  กล่าวว่า  เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมบินในเที่ยวบินพิเศษมหากุศล  การจัดให้มีกิจกรรมนี้นับเป็นเรื่องที่ดียิ่ง เพราะรายได้จากการจัดนำไปช่วยด้านการศึกษาซึ่งจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ขณะที่นายสุรงค์   บูลกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน  บริษัท  ปตท. จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระดำริให้จัดเที่ยวบินนี้ขึ้น  ในนามของผู้แทนปตท.ภูมิใจและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นอย่างสูง ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ร่วมบินไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุและร่วมสร้างบุญสร้างกุศลให้การทำคุณประโยชน์ให้เยาวชนไทยซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติต่อไป  ภาคเอกชนพร้อมใจที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะอีก 3 ปี ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะทำให้ประเทศไทยของเราแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้

แพทย์หญิงโมนา อัศวิษณุ  โรงพยาบาลปิยมินทร์  กล่าวว่า   สำหรับตนได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้โดยสารเที่ยวบินมหากุศลครั้งนี้เป็นครั้งที่  3  โดยครั้งแรกเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ส่วนครั้งที่  2  เดินทางไปประเทศอินเดีย  “หลายคนอาจคิดว่าการเดินทางในเที่ยวบินพิเศษมหากุศลผู้โดยสารทุกคนจะเกร็ง แต่จริงๆแล้วเป็นเที่ยวบินที่มีความเป็นกันเอง และอบอุ่นมาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมารทรงขับเครื่องบินได้นิ่มนวลมาก  และขณะที่เครื่องบินอยู่  พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์  พระวรชายา  และพระเจ้าหลานเธอ  พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ  จะทรงเดินทักทายแขกทุกคน สำหรับเที่ยวบินครั้งนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมคือทั้งอบอุ่นและเป็นกันเอง”

นายเกรียงศักดิ์  ตันติพิภพ  ผู้บริหารอาวุโส  สายการตลาด  บริษัท  สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์  จำกัด  กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางในเที่ยวบินพิเศษนี้  รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเที่ยวบิน “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร ทรงขับเคลื่อนบินได้นุ่มนวลทั้งขึ้นและลง  บรรยากาศภายในห้องโดยสารเป็นกันเองอบอุ่นมาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ทรงทักทายแขกทุกคน ขณะที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประทานลูกอมให้กับผู้โดยสารทุกคนด้วย”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน วันที่  13/11/2012

ผวาจับ “ปู”สั่ง 7 หมื่นคุ้มกันรัฐสภา

รายงานข่าวจากที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย  (พท.) กล่าวว่า ส.ส.ได้แสดงความเป็นห่วงการชุมนุมของ อพส. โดยมีการพูดถึงความเคลื่อนไหวของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พธม. เริ่มตระเตรียมฝึกคนในโรงเรียนการเมือง  รุ่นละ 500 – 600 คนแล้วในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา  ซึ่งที่ประชุมมีการประเมินถึงเครือข่ายกลุ่มเดิมที่เคยเคลื่อนไหว  และกลุ่มทุนใหญ่ให้การสนับสนุน อพส. ขณะที่นายวรชัย  เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พท.เสนอต่อที่ประชุมว่าให้รัฐบาลเตรียมรับมือ อพส. และต้องระวังการบุกรัฐสภาเข้าไปจับตัวนายกรัฐมนตรีเพื่อบีบบังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง ตามคำประกาศของเสธ.อ้ายที่ระบุว่าจะปฏิวัติด้วยประชาชน  เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ทหารออกมารักษาสถานการณ์  ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าจะเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) โดยจะระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ถึง 70,000 นายเพื่อป้องกันรัฐสภา  อีกทั้งที่ประชุมยังกำชับแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)   อย่านัดชุมนุมหน้ารัฐสภาเพราะเกรงว่าจะปะทะกับ อพส.ได้  โดยส.ส.ในสายกลุ่มนปช.ระบุว่าในวันที่ อพส.ชุมนุมใหญ่ ทาง นปช. จะนัดชุมนุมทั่วประเทศยกเว้นหน้ารัฐสภาเพื่อแสดงพลังต่อต้าน อพส.

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน วันที่  13/11/2012

จับนางแบบ “ยู่ยี่”ซุกโคเคน – รับเสพจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่  12 พ.ย. ที่ศาลอาญารัชดา ร.ต.ต.พิสิฐษ์  เฮงที  ร้อยเวรสน.ดอนเมือง คุมตัวนางชัชชญา  เกวสต้า  รามอส  หรือ ยู่ยี่ อลิสา อินทุสมิต อายุ 39 ปี อดีตนักร้อง นักแสดงและนางแบบเซ็กซี่ชื่อดัง  ผู้ต้องหาคดีมียาเสพติด(โคเคน) ไว้ในครอบครอง มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ และต้องรอสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก  4 ปาก รวมทั้งรอผลการตรวจพิสูจน์กลางและผลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา เบื้องต้นศาลพิจารณาคำร้อง จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมานายแฟรงค์ เกวต้า รามอส สามีชาวสเปนของอดีตนักร้องสาว ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงิน 10,000 บาท เพื่อขอยื่นประกันตัว ต่อมาเวลา16.40 น. ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์  10,000 บาทและหลังจากปล่อยตัวนางชัชชญาได้เดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวจำนวนมากแต่อย่างใด โดยมีนายแฟรงค์มารอรับด้านหน้าห้องรับตัวผู้ต้องหา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่  13/11/2012

ถอดยศร.ต.มาร์คประยุทธ์รับลูก

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณี พล.อ.อ.สุกำพล  สุวรรณทัต  รมว.กลาโหม  ลงนามเห็นชอบและอนุมัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการถอนยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์ เนื่องจากใช้เอกสารไม่ถูกต้องเข้ารับราชการทหาร ว่า กองทัพบกรอฟังผลการตัดสินว่าเป็นอย่างไร  ทราบว่ายังไม่ได้ยุติเนื่องจากยังมีขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ  อย่างไรก็ตามต้องว่ากันตามหลักฐานเอกสารเดิม  หากกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งให้กองทัพบกดำเนินการก็จะต้องปฏิบัติ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้  ถ้าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย  ดำเนินการสั่งการลงมาก็จะต้องปฏิบัติตาม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่  13/11/2012

แก้เกมถอดถอนนายกฯ

นายภักดีหาญส์  หิมะทองคำ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวผลการประชุม ครม.เรื่อง การป้องกันการทุจริตจากการใช้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)ตามข้อเสนอแนะของประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ปช.) เสนอ  โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติ ครม.ดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ 10 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเพื่อหารือเรื่องการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายจ้าน โดยได้นำเอกสารญัตติยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากตำแหน่งนายกฯมาพิจารณา ซึ่งพบว่ามีประเด็นที่ถูกกล่าวหาคือ จงใจฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 (ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19เม.ย. 2554) ทั้งนี้กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ โดยครม.ไม่ได้สั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้เกิดการทุจริตและเสียหายต่อการใช้งบประมาณแผ่นดิน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1ส.ค. 2554 ประธาน ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือถึงนายกฯ ให้ดำเนินการเรื่องนี้ โดยให้แล้วเสร็จภายใน 180วัน นับแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการ และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ติดตามผลดำเนินการด้วย แต่ปรากฎว่า นายกฯไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ฝ่ายค้านจึงใช้ช่องทางนี้ในการยื่นถอดถอนนายกฯ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  13/11/2012

ชูพันธมิตรทางทหารไทย-สหรัฐ

นายภักดีหาญส์  หิมะทองคำ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ  ในการจัดทำแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศไทย – สหรัฐอเมริกา 2012 หรือ 2012 Joint Vision Statement for the Thai – U.S. Defense Alliance ทั้งนี้  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยในร่างแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมฯ และหากมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของร่างแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมฯให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  13/11/2012

ฮั้วข้าว 5 ประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี  (ครม.) วันที่ 12 พ.ย.มีมติเห็นชอบการจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านตลาดข้าวอาเซียน 5 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา ลาว  พม่า และเวียดนาม  รวมทั้งการจัดตั้งเขตพิเศษการค้าข้าวอาเซียน (Rice Trade Zone หรือ RTZ)  เพื่อผลักดันการสร้างความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวอย่างเป็นรูปธรรม สร้างเสถียรภาพราคาข้าวในตลาดโลก และป้องกันการลักลอบนำเข้าข้าวจากประเทศที่มีชายแดนติดกับไทย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  13/11/2012

เปิดอภิเอฟทีเอกับมะกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 12 พ.ย.มีมติให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีลงนามในข้อตกลง แถลงการณ์ร่วมและบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับสหรัฐ 4ฉบับ ในโอกาสที่นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐจะเดินทางมาเยือนไทยในวันที่ 18-19 พ.ย.นี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  13/11/2012

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่7 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ อ้าง “พม่า” ขอร้องทักษิณโอ่ไม่กังวลเป็นเป้า มะกันแห่ลงคะแนน ไอหื่นฆ่าเปลือยสาวป.โทหมกศพอืดคาบ้าน มติชน โพสต์อาวุธลอบฆ่าพ่อโอ๊คโชว์รูปแม้วแจงงดท่าขี้เหล็ก ฟีฟ่าสั่งห้ามใช้ชี้ไม่ปลอดภัยหนองจอกวืด...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2555 ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รู้แล้ว “ซัมซุง”...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รัฐบาลฮึดยืมมือ “กฤษฎีกา” มาต่อสู้ศาลรธน. บุกจับคาคุกนักโทษส่งขายยาบ้า รถตู้ชนกันดับ 2 มติชน นิติราษฎร์ออกโรงชี้3ปมค้านศาลรธน.อำนาจเหนือ...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สกัดนม 6 พันกล่องยัดยาบ้าส่งเข้าคุกเมืองคอน “พระเทพ” เสด็จเปิดร.ร.ไทยรัฐ 75 “สุรชัย” รองปธ.วุฒิ...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ตร.ลากคอได้แล้ว 2 วายร้ายฆ่า “แหม่มออสซี่” ปิดคดีบึมกำแพลเรือนจำสุราษฎร์ ศาลรธน.งดแถลงหวั่นยั่วยุเสื้อแดง มติชน ศาลงดแจงถอนประกัน...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top