ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2555

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ยิ่งลักษณ์อ้างเหตุชงปรับปู3 ยงยุทธ – ธีระออก

สารคดีชุด “มายคิง” เทิดในหลวง

คดี ด.ต.มนัสพ่นพิษ

มติชน

“ปู” แจงเหตุปรับยกแผงรมว.ม้ามืด “หมอประดิษฐ์” คุมสธ.

คดีบงการฆ่าหมอนิชรีประหารสุขุม

รับลูกวุฒิตั้งอนุไต่สวนปปช.ลุย 3 จี

ข่าวสด

ปูผ่าตัดใหญ่สธ.2นพ.คุม ประดิษฐ์ – ชลน่าน

พุ่งชนรถปูสกัดวุ่น “แท็กซี่” ระห่ำ!

พงศพัศบุกพม่า – จี้จับ “พันโท” รง.ยาบ้า

เดลินิวส์               

เปิดรายชื่อครม.ปู3 “ตู่” วืดรมต.

รวบพระครูหน.แก๊งขุดศพ

จับ “จ.ส.อ.” ทหารขนยาบ้า

กรุงเทพธุรกิจ

เท 2 หมื่นล.กองทุนหมู่บ้าน

ธปท.จับตาเงินฮ่องกง “ป่วน

โพสต์ทูเดย์

ปปช.ฟันฮั้ว 3 จี

แนะครม.ปู3ลดอุ้มข้าว

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

ก็ได้เวลา “อุตราวรรต ครม.ปู๓”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

รวยสะบึมส์

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม ตะวันตก (ไทยรัฐ)

ขนมจีนผสมน้ำยา ปาหี่ไล่ “ปู”

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุริวงค์  เอื้อปฏิภาณ  (มติชนรายวัน)  

ไม่มีเส้น – ไม่มีจตุพร  วันที่  26/10/2012

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

กรณีตากใบ

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

โจทย์ใหญ่ของประเทศ : ไฉนบ้านเมืองเราจึงไปไม่ถึงไหน?

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์

นอมินี

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ยิ่งลักษณ์อ้างเหตุชงปรับปู3 ยงยุทธ – ธีระออก

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีการปรับ ครม. ชุดใหม่ หรือ ครม.ยิ่งลักษณ์ 3 ว่า นำไปเสนอทูลเกล้าฯแล้วอยู่ในขั้นตอนของราชเลขาธิการ เหตุที่ปรับครม. เนื่องจากมีตำแหน่งว่างที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และล่าสุด นายธีระ  วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ แจ้งความประสงค์ที่จะลาออกเพราะทำงานมานานแล้วเลยเห็นว่าใน 2 ตำแหน่งนี้ไม่สามารถที่จะฝากงานในการรักษาการได้ ก็เลยมีการปรับครม. ซึ่งทางพรรคร่วมรัฐบาลได้มีแจ้งความจำนงเปลี่ยนรายชื่อรัฐมนตรีเข้ามาด้วย เมื่อถามว่า  ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการปรับ ครม.เพื่อหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  ไม่หรอก ถ้าดูจริงๆแล้วกระทรวงหลักๆยังอยู่และต่างคนต่างทำหน้าที่ รัฐบาลมีหน้าที่ในการบริหารก็อยู่ที่ความเหมาะสม ส่วนฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ในสภาซึ่งเราไม่ได้หนีอยู่แล้ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ   วันที่ 26/10/2012  

สารคดีชุด “มายคิง” เทิดในหลวง

ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล  เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ โครงการผลิตสารคดีชุด “My King ในหลวงของเรา” กล่าวว่า  ตลอดระยะเวลา 66 ปี ที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการต่างๆขึ้นมากกว่า 3,000 โครงการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พสกนิกรของพระองค์ ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะที่ทรงบากบั่นโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยพระวรกายมาเป็นเวลานานหลายสิบปี ได้เผยแพร่เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาคนทั่วโลกหลายครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงได้รับการเทิดพระเกียรติให้เป็น King of the World” หรือพระมหากษัตริย์ของคนทั้งโลกในที่สุด

ด้านนายจักรพงษ์  สุธีสถาพร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย จำกัด กล่าวว่า  ได้จับมือกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก บริษัทผลิตสารคดีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับมายาวนานกว่า 125 ปี จัดทำสารคดีชุดนี้ขึ้น เพื่อสื่อถึงแนวคิด วิถี ปรัชญาและพระอัจฉริยภาพของในหลวง โดยใช้เวลาถ่ายทำกว่า 2 ปี และเตรียมจัดทำขึ้นในรูปแบบแผ่นบลูเรย์ ซึ่งมีการแปลเป็นหลายภาษา โดยเป้าหมายคือการนำออกเผยแพร่ทั่วโลก นอกจากนี้ยังเตรียมนำไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงต้นปี 56 เพื่อให้ต่างชาติได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ รวมถึงทำออกมาเป็นรูปเล่มหนังสือที่สวยงามด้วย

ด้าน พล.อ.วิเชียร  มัญญะหงส์  ผช.กก.ผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5  กล่าวว่า  จะมีการนำสารคดีเทิดพระเกียรติชุดนี้ ออกฉายทาง ททบ.5 รวมทั้งสิ้น 99 ตอน เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้ ไปจนถึง เดือน ก.พ. 56 ซึ่งนอกจากคนไทยสามารถรับชมได้ทุกตอนแล้ว ยังเผยแพร่ให้รับชมได้ในอีก 177 ประเทศของ 5 ทวีปด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ   วันที่ 26/10/2012  

คดี ด.ต.มนัสพ่นพิษ

พล.ต.ต.ปริญญา  จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.  กล่าวถึงการสอบสวนเอาผิดทางวินัยของผู้บังคับบัญชา ด.ต.มนัส ว่า  จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีที่ ด.ต.มนัสไปทำผิดกฎหมาย ผู้บังคับบัญชารู้เห็นหรือไม่ เหตุใดจึงไม่สอดส่องดูแล เนื่องจากมีรายงานว่าใช้เวลาราชการเข้าไปทำผิดกฎหมายด้วย โดยจะสอบสวนตั้งแต่ระดับสัญญาบัตรขึ้นไปทั้งสว.จร. รองผกก.จร. จนถึง ผกก.สน.ประชาชื่น และหากไม่ดูแลเท่าที่ควรก็จะมีมาตรการดำเนินการลงโทษต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ   วันที่ 26/10/2012  

คดีบงการฆ่าหมอนิชรีประหารสุขุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่  25 ต.ค.  ที่ห้องพิจารณา 905 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีจ้างวานฆ่าผู้อื่น ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 2 และ พล.อ.ต.สมิทธ มะกรสาร บิดาของ พญ.นิชรี  มะกรสาร ผู้ตาย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธนศักดิ์ หรือ ใหม่ ยิ้มดี อายุ 35 ปี นายสราวุธ หรือ ตั๊ก ไชยสิงห์ อายุ 34ปี นายชัชพัฒน์ หรือ เซ้ง  กิตติธนากร (เสียชีวิตศาลสั่งจำหน่ายคดี) นายวิเชียร  หรือ ม่อน  กิตติธนากร อายุ 47 ปี และนายสุขุม  หรือ ช้าง  เชิดชื่น  อายุ 50 ปี  อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.)  เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานจ้างวาน ใช้ และร่วมกันฆ่า พญ.นิชรี  มะกรสาร  อดีตวิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้งนี้ ศาลฎีกาประชุมหารือแล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2,4 และ 5 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ลงโทษจำเลยที่ 2 และ 4 ให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5 ลงโทษประหารชีวิต  หลังฟังคำพิพากษาแล้วนายสุขุมถึงกับน้ำตาซึม และโผเข้ากอดกับญาติๆที่เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยกลุ่มญาติถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ขณะที่ฝ่ายโจทก์ร่วม คงมีเพียงนายฉัตรมงคล  ชาติพงศธร ทนายความเท่านั้นเนื่องจากบิดาและมารดา พญ.นิชรี เสียชีวิตแล้ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน   วันที่ 26/10/2012  

พุ่งชนรถปูสกัดวุ่น “แท็กซี่” ระห่ำ!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ต.ค. เวลา 14.10 น. เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นกับขบวนรถของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และขบวนรถติดตาม หลังจากจู่ๆมีแท็กซี่สีชมพูขับด้วยความเร็วสูงพยายามแทรกพุ่งเข้าชนขบวนรถนายกฯ เหตุเกิดขึ้นภายหลังจากนายกฯเสร็จสิ้นภารกิจเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร และกำลังนั่งรถมุ่งหน้าไปขึ้นทางด่วนยมราช เพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์   ใช้รถโฟล์ก สีดำ แล่นมาถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ปรากฏว่ามีรถแท็กซี่สีชมพู ทราบชื่อคนขับคือนายพงศ์พิชาญ     ธนถิรพงษ์ อายุ 46 ปี ขับแท็กซี่พุ่งปาดหน้ารถนายกฯ ในลักษณะต้องการพุ่งเข้าชน แต่เมื่อพุ่งเข้ามาแล้วจอดกะทันหัน พร้อมกับลงมาชูป้ายเรียกร้องเงินเยียวยาจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี 3 คน กระโดดลงจากรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เพื่อสกัดแท็กซี่ดังกล่าวออกจากขบวน ขณะที่นายพงศ์พิชาญ หลบกลับเข้าไปในรถของตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วขับรถออกนอกขบวน แต่ยังคงไล่บี้ตามจี้ขบวนนายกฯเพื่อขับรถตัดหน้าอีกครั้ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พยายามเข้าสกัดพร้อมบุกชาร์จควบคุมตัวนายพงศ์พิชาญไปยังสน.นางเลิ้ง สอบสวนดำเนินคดีต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 26/10/2012

พงศพัศบุกพม่า – จี้จับ “พันโท” รง.ยาบ้า

พล.ต.อ.พงศพัศ  พงษ์เจริญ  รอง ผบ.ตร.  และเลขาธิการ ป.ป.ส.  กล่าวว่า  วันนี้ ป.ป.ส.นำตัว ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ ผู้ต้องหามาส่งพนักงานสอบสวน สภ.งาว สอบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนอาจจะต้องพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ ด.ต.มนัสด้วย เพื่อให้ทราบข้อมูลลึกๆเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่รับยาว่ารับจากใครรวมถึงกระบวนการวิธีการรับยาและการขนยาทั้งหมดว่าได้พบกับใครบ้าง ส่วนเครือข่ายทั้งหมดนั้น ป.ป.ส.ได้ขยายผลรู้หมดแล้วว่าใครอยู่ที่ไหน แต่ยังต้องเจาะข้อมูลเพิ่มเติมบางอย่างจาก ด.ต.มนัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าเครือข่ายอาจงและเจ๊เพ็ญที่ ด.ต.มนัสร่วมขบวนการด้วยนั้น ไปรับยามาจากที่เดียวกัน คือ พันโทยี่เซ หรือนายชัยวัฒน์ พรสกุลไพศาล ชาวมูเซอ มีบ้านพักและโรงงานผลิตยาเสพติดอยู่ประเทศพม่าติดกับท่าขี้เหล็ก ขณะนี้ ป.ป.ส.กับตำรวจออกหมายจับไปแล้ว รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท แต่ตอนนี้จะเพิ่มเป็น 2 ล้านบาท

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 26/10/2012  

รวบพระครูหน.แก๊งขุดศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ต.ค. พ.ต.อ.ชาตรี ปรีชากุล ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น พร้อมทีมสืบสวนสอบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดีลักกะโหลกศีรษะ ของนายสุวิชา โสบรรเทา ผู้เสียชีวิตในป่าช้า วัดป่าเทพนิมิต โดยมีผู้ต้องหาคือ 1.พระครูบุญฐากร วิมล  หรือที่ชาวบ้านเรียกอาจารย์ เปิ่ม อายุ 47 ปี เจ้าคณะตำบลน้ำอ้อม อ.กระนวน และ เจ้าอาวาสวัดป่าเทพนิมตร บ้านหนองซา 2. พระดำ หรือ ชาย มุริจันทร์ อายุ 39 ปี พระลูกวัด  3. นายสหัสวรรษ หรือ โต้ง มูลแอด ชาว จ.ขอนแก่น 4. นายเรืองโรจน์ หรือ เอ๊าะ โพธิสวัสดิ์ อายุ 28 ปี ลูกน้องคนสนิทของนายสหัสวรรษ และ สามเณรเอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี พร้อมของกลางชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะมนุษย์ ถูกหั่นเป็นชิ้นจำนวน 47 ชิ้น และ ชิ้นกะโหลกบรรจุในกรอบพลาสติก จำนวน 297 ชิ้น ตะไบเหล็กขนาด 3 นิ้ว 1 อัน  สอบสวนพระครูบุญญากร หรือ อาจารย์เปิ่ม ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันกับ พระดำ และ เณรเอ ทำการขุดเอากะโหลกศีรษะของ นายสุวิชา ขึ้นมาจากหลุมฝังศพ ในคืนวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับ นายสหัสวรรษ ในราคา 7,000 บาท ซึ่งครั้งนี้ทำเป็นครั้งที่ 3 หลังจากได้เงินมาก็จะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพร่วมกับพระลูกวัด โดยขณะที่ทำการขุด จะทำการสะกดวิญญาณผู้ตายด้วยธูปจำนวน 5 ดอก ปักไว้ 4 ทิศ ขณะที่รอให้ธูปที่จุดไว้หมดควัน ระหว่างนั้นจะทำการร่วมกันเสพยาบ้าเพื่อเรียกความกล้าก่อนลงมือขุด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 02.00 น. ถึง เวลา 04.00 น. ก่อนที่จะเอากะโหลกศีรษะไปล้างทำความสะอาด และเก็บไว้ในห้องใต้ดินภายในกุฎีของพระดำ เพื่อรอเวลาให้ นายสหัสวรรษ มารับไปทำเครื่องรางของขลังทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาพระและสามเณร ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ส่วนนายสหัสวรรษ และ นายเรืองโรจน์ ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และ รับซื้อของโจร ส่วนข้อหายาเสพติดนั้น ต้องรอผลตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาทั้งหมดก่อนจึงจะสามารถดำเนินการต่อไปได้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่ 26/10/2012

จับ “จ.ส.อ.” ทหารขนยาบ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่  25 ต.ค. ที่สภ.เมืองอุดรธานี  พ.ต.อ.โกวิท  เจริญวัฒน์ศักดิ์  แถลงผลการจับกุม จ.ส.อ.บุญหลง  ช่วยรักษา  อายุ 33 ปี ชาวจ.นครราชสีมา  ทหารบกสังกัด คส.5 สพ.ทบ. (คลังแสง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา) นายไมตรี  สีทวนฐาน อายุ 33 ปี ชาวจ.อุดรธานี นายประสิทธิ์ศักดิ์  พลทะรักษา อายุ 26 ปี ชาวจ.หนองคาย นายสุดี  สุริยะวงศ์ อายุ 31 ปี ชาวจ.หนองคาย  ท้าวคำปูน มณีวงศ์ อายุ 39 ปี ชาวลาว พร้อมของกลางยาบ้า 8,000 เม็ด ยาไอซ์ 287 กรัม รถปิกอัพอีซูซุ และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาบ้ากันบริเวณริมถ.หน้าตลาดไทยศิริ ถ.อุดรธานี – สกลนคร จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบรถยนต์คังดังกล่าว โดยมีชายสองคนลงมาจากรถซึ่งตรงตามตำหนิรูปพรรณตามที่สายรายงาน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ขณะเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยทราบชื่อภายหลังว่า จ.ส.อ.บุญหลง ได้ต่อสู้ขัดขวาง ตรวจค้นในรถพบยาบ้า 2,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ เบื้องต้น จ.ส.อ.บุญหลง  ให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แค่ขับรถพานายไมตรี เพื่อนรักกลับบ้านที่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ส่วนนายไมตรีรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือได้ที่ ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมของกลางยาบ้าอีก 6,000 เม็ด และยาไอซ์ 287 กรัม รวมของกลางที่จับกุมมาได้มีมูลค่ากว่า 4,500,000 บาท

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่ 26/10/2012  

เท 2 หมื่นล.กองทุนหมู่บ้าน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  ในระยะ 3 รัฐบาลจะเพิ่มเงินเข้ากองทุน กองทุนละ 1 ล้านบาทเพื่อเป็นส่วนในการขยายจำนวนสมาชิก และนำไปสู่การยกระดับจากองทุนหมู่บ้าน เป็นธนาคารชุมชนเพื่อชุมชนที่กำหนดและบริหารจัดการโดยชุมชน ให้เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศ ที่เริ่มจากชุมชนที่มีความเข็มแข็ง

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุนชนเมืองแห่งชาติ  กล่าวว่า  ตั้งแต่ที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้อนุมัติเงินกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 44 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 10 ปีมีกองทุนจำนวน 79,255 กองทุน และมีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ในหลายด้าน โดยเฉพาะเป็นแหล่งเงินทุนให้ชุมชนได้เข้ามากู้ยืมนำไปสร้างอาชีพใหม่ๆ

ด้านนายนที  ขลิบทอง  ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุน หมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)  กล่าวว่า การดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านฯในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สทบ.มีกองทุนรวมทั้งประเทศ 79,255 กองทุนมีสมาชิกกองทุนทั้งหมด 12,801,444 คน มีเงินหมุนเวียน 160,000 ล้านบาท มีสมาชิกได้รับประโยชน์จากการกู้เงินกองทุน 10,281,513 คน หรือ 87% จากสมาชิกทั้งหมด และยังพบว่า 22% จากสมาชิกทั้งหมดมีการออมทรัพย์มากขึ้นโดยเป็นเงินออมรวมแล้ว 20,000 ล้านบาท และมีเงินสมทบเข้ากองทุนไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาทและมีชุมชนที่สามารถตั้งเป็นสถาบันการเงินแล้ว 1,500 แห่ง ส่วนกองทุนที่มีปัญหามีเพียง 7-8% จากทั้งหมด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   วันที่ 26/10/2012

ธปท.จับตาเงินฮ่องกง “ป่วน

นางผ่องเพ็ญ  เรืองวีรยุทธ  รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า   ธปท.ได้ติดตามสถานการณ์ตลาดปริวรรตเงินตราที่ฮ่องกงอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับฮ่องกงนั้น จะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยอย่างไร

ด้านนายศิริ  การเจริญดี  หนึ่งในคณะกรรมการ ธปท.  กล่าวว่า  ในการประชุมคณะกรรมการ ธปท. เมื่อวานนี้ (25ต.ค.) ได้ขอให้ ธปท.ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับฮ่องกงอย่างใกล้ชิดว่าเป็นไปอย่างไรบ้างเพราะห่วงว่าถ้าฮ่องกงเกิดปัญหาขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อระบบอัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลกได้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   วันที่ 26/10/2012

ปปช.ฟันฮั้ว 3 จี

นายกล้านรงค์  จันทิก  กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.  กล่าวว่า  ได้พิจารณารับคำร้องเรื่องการประมูล 3 จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว่และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้ใช้คำร้องของกมธ.เป็นคำร้องหลักพิจารณา 2 ประเด็น โดยพบว่าการร้องเรียนมีองค์ประกอบครบ จึงรับคำร้องและให้มีการไต่สวน

ขณะที่ น.ส.สุภา  ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.)  กล่าวว่า  การประมูลครั้งนี้ถือว่าไม่ได้แข่งขันอย่างแท้จริง

พ.อ.เศรษฐพงศ์  มะลิสุวรรณ  รองประธาน กสทช.  และประธาน กทค.  กล่าวว่า พร้อมจะสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าไม่ได้ฮั้วประมูลครั้งนี้ โดยหากว่าเป็นความจริงขอให้บิดา มารดา และครอบครัวจงวิบัติฉิบหาย

นายสมเกียรติ  ตั้งกิจวานิชย์  ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)  กล่าวว่า  การประมูล 3 จี ควรต้องเดินหน้าต่อไป ควรแค่สะดุดและกลับมาปรับปรุงแก้ไขในระยะสั้น ไม่ใช่เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่ 26/10/2012

แนะครม.ปู3ลดอุ้มข้าว

นายพัชร  สมะลาภา  รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย  กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลและรัฐมนตรีใหม่ที่จะมาดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ  ดูแลการกำหนดราคาสินค้าให้เป็นไปตามกลไกตลาดตามความต้องการซื้อและความต้องการขาย  แม้ที่ผ่านมารัฐบาลมีความตั้งใจกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยการกระจายรายได้สู่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากทำให้คนมีเงินจับจ่ายมากขึ้น แต่เรื่องเหล่านี้ก็ต้องหาความพอดี กรณีการรับจำนำข้าว แม้จะเป็นผลดีต่อชาวนา แต่ในที่สุดก็จะเกิดคำถามว่าแทรกแซงตลาดหรือไม่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่ 26/10/2012

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ภาพ4ขวบเสพยาโร่แจ้งตร.โพสต์กระหึ่มเน็ต เฝ้าศูนย์ 3 วัน 3 คืน “ปลอด” รับมือพายุ...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่12 ตุลาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “ปู” สั่งห้ามมีโกงเชือดผวจ.คุมเข้มจำนำข้าว นศ.ฮือติดป้ายไล่อจ. ระบาดหนัก “เฟซบุ๊ก” สั่งซื้อยาบ้า มติชน “บุญทรง”...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เมียคลั่งยาฆ่าผัวตัดหัวขาดโยนทิ้งลงคลอง พท.แซด “เฉลิม” คั่วมท.1 เตือนกรุงอ่วมหนักใกล้ศูนย์กลาง “แกมี” มติชน “แกมี”...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วครม.ปู3จารุพงศ์ผวาดมท.1 ฆ่านายหน้าค้ารถยัดศพใส่ท้ายเก๋ง จับแล้ว ด.ต.มนัสโทรมอบตัวโหย – ซดฉี่ตัวเอง มติชน ทูลเกล้าฯรายชื่อ...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เศรษฐินียกลูกให้เขยคนดีแถมมรดกก้อนโต “พนิตา” ร่ำไห้แถลงขู่ฟ้องสันติสอบวินัยผิดคน ลืมทอง 12 ล้าน มติชน “พนิตา”...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top