ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่18 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

สวป.คลั่งถล่ม 4 นัดฆ่าผกก.ร่างพรุนคาโรงพัก

พระศพ “สีหนุ” ถึงเขมร

ปลัดพณ.ยันจีทูจีรัฐบาลที่แล้วก็ขาย

มติชน

ล่าคนร้ายคดีสลายแดง 7 ล้าน 7 คดียอดเหยื่อล่าสุด 99 ศพ

ขออภัยโทษ “สีหนุ” ช่อง 3 – ฐปนีย์

เกาหลีเข้มยึดเครื่องบิน 900 ไทยเคว้ง

ข่าวสด

เกาหลียึดเครื่องแอร์นะยะ 400 ทัวร์ไทยเคว้ง

“ซิ่งสั่งลา” เครื่องมือปราบแว้น

ค่าหัว 1 ล.ล่าคนฆ่า “ร่มเกล้า  - เสธ.แดง”

เดลินิวส์               

สยองสวป.ปืนโหดยิงเจาะหัวผกก.ดับคาโรงพัก

พระศพ “สีหนุ” กลับเขมร

ทัวร์ไทยค้างเกาหลี

กรุงเทพธุรกิจ

900 นศ.ส่อรับปริญญาเก๊

หั่นดอกเบี้ยรับศก.โลกทรุด

โพสต์ทูเดย์

3 จีทำท่าร่อแร่

แบงก์แห่ทบทวนกลยุทธ์

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์

บนความเคลื่อนไหว “ปลายตุลา”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ยังไม่ชัวร์

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม ตะวันตก  (ไทยรัฐ

บทสรุปรับจำนำข้าว ใครรวย -ใครโกง

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน

ชุดดำ – ไซฟ่อน  วันที่  18/10/2012

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)             

กินอาหารเจอย่างไร

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

ตลกร้าย : โนเบลสันติภาพ ค.ศ.2012 ให้สหภาพยุโรป

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

สวป.คลั่งถล่ม 4 นัดฆ่าผกก.ร่างพรุนคาโรงพัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ขณะที่ พ.ต.ท. สมเกียรติ หมวกทอง  สารวัตรเวร สภ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องสอบสวน จู่ๆมีเสียงปืนดังสนั่น 4 นัดซ้อน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรบนโรงพัก แจ้งว่า พ.ต.อ.ธณัชพงศ์  ประเสริฐศิริปภา  อายุ 53 ปี ผกก.สภ.ศรีสำโรงถูกยิงบาดเจ็บในห้องทำงาน เข้าไปดูพบ พ.ต.อ.ธณัชพงศ์ นอนหายใจรวยรินอยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงาน มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน 9 มม.  เข้าใต้ราวนมซ้าย หน้าท้อง และถูกยิงถากศรีษะด้านซ้าย  ถากต้นคอ อย่างละ 1 นัด มีปลอกกระสุนตกอยู่ 4 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้วรีบนำส่งรพ.ศรีสังวร แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา  ส่วนมือปืนที่ลั่นกระสุนไม่ใช่ใครที่ไหนคือ พ.ต.ท.จักรโรม  ธูปแจ่ม  อายุ 42 ปี สวป.สภ.ศรีสำโรง หลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋งหลบหนีไปทางอ.สวรรคโลก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งไล่ตามจับกุมอย่างกระชั้นชิดกระทั่งถึงหน้าวัดท่าทอง ห่างโรงพักราว 5 กม. รถของ สวป.เกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง จนรถพังยับเยิน พ.ต.ท.จักรโรม ถูกอัดก๊อบปี้บาดเจ็บสาหัสติดอยู่ในรถ ตำรวจต้องช่วยกันงัดประตูรถนำร่างสวป.ส่งรพ.ศรีสังวร ตรวจค้นในรถพบปืนกล๊อก 19 รุ่นอัพเกรด ติดชุดแปลงเป็นปืนยาวพับฐานคล้ายปืนกลมือ  สื่อมรณะ 1 กระบอก มีกระสุนคาอยู่ในแมกกาซีนอีก 10 นัด จึงยึดเป็นของกลาง

ด้าน พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ  ผบช.ภ.6  กล่าวว่า  มูลเหตุที่ พ.ต.ท.จักรโรมบุกยิง พ.ต.อ.ธณัชพงศ์  ทราบว่ามาจากเรื่องที่ พ.ต.ท.จักรโรมชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ  เมาแล้วชอบนำอาวุธปืนมาแหย่เพื่อนตำรวจด้วยกัน พ.ต.อ.ธณัชพงศ์ได้เรียกมาเตือนเรื่องความประพฤติไม่เรียบร้อย ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.จักรโรมดื่มเหล้าตั้งแต่ช่วงกลางคืนจนกระทั่งเช้าจึงบุกเข้าไปก่อเหตุ เชื่อว่าสาเหตุเพราะความเครียดที่ถูกเรียกมาตำหนิบ่อย  หลังเกิดเหตุตนได้สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ให้รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ตำรวจต้องมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งร่างกายและจิตใจ และจะจัดให้มีการสัมมนาอบรมพัฒนาทางด้านอารมณ์ ซึ่งตนจะทำเรื่องปูนบำเหน็จ ผกก.ศรีสำโรง เลื่อนขั้น  5 ชั้นยศ เป็น พล.ต.อ. พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งทางวินัยและอาญากับ พ.ต.ท.จักรโรม โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะนี้ได้อายัดตัว และแจ้งข้อหาฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่      (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

พล.ต.ต.รังสรรค์  คชไกร  ผบก.ภ.จว.สุโขทัย  กล่าวว่า  ทราบเพียงว่า  พ.ต.ท.จักรโรม มักดื่มสุราขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นประจำ และมีอาการทางประสาท ล่าสุดผู้ตายเพิ่งสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและมีคำสั่งห้ามพกพาอาวุธปืนประจำกายขณะปฏิบัติหน้าที่ และมักจะว่ากล่าวตักเตือนกรณีดื่มสุรา และบางครั้งมีอาการมึนเมาควบคุมสติไม่ได้ในขณะปฏิบัติงาน จึงน่าจะเป็นเหตุหลักที่ทำให้ พ.ต.ท.จักรโรม เครียดและไม่พอใจที่ถูกตักเตือนทำให้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว    (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์)

พระศพ “สีหนุ” ถึงเขมร

สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานบรรยากาศพิธีอันเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ กษัตริย์แห่งกัมพูชา ซึ่งเสด็จสวรรคตที่กรุงปักกิ่งของจีนเมื่อวันที่ 15ต.ค. ที่ผ่านมากลับไปยังกรุงพนมเปญของกัมพูชา เพื่อประกอบพิธีพระบรมศพ โดยรัฐบาลจีนจัดขบวนส่งพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ไปยังสนามบินกรุงปักกิ่ง พร้อมทั้งสั่งให้สถานที่ราชการทั่วประเทศลดธงชาติลงครึ่งเสา และประดับริบบิ้นสีเหลืองเป็นการถวายพระเกียรติสูงสุดแก่อดีตกษัตริย์กัมพูชา ทั้งยังมีการถ่ายทอดสดพิธีส่งพระบรมศพทางโทรทัศน์ตลอดช่วงเช้าวันที่ 17 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศจีน ต่อมาเวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นประเทศกัมพูชาตรงกับเวลาประเทศไทย เครื่องบินสายการบินแอร์ไชน่า อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ เดินทางมาถึงกรุงพนมเปญของกัมพูชา โดยมีชาวกัมพูชาประมาณ 1 แสนคนจากทั่วสารทิศพากันตั้งแถวเนืองแน่นตาม 2 ฝั่งถนนรอรับพระบรมศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงพระราชวังในกรุงพนมเปญ พร้อมโบกธงชาติกัมพูชาถวายพระเกียรติแก่อดีตกษัตริย์ผู้ทรงได้รับการยกย่องเป็น “พระบิดา” ของประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาประกาศว่า จะตั้งพระบรมศพที่พระราชวังเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ประชาชนเดินทางมาเคารพพระบรมศพก่อนจะจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมพระเกียรติในปี 2556

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  18/10/2012

ปลัดพณ.ยันจีทูจีรัฐบาลที่แล้วก็ขาย

นางวัชรี  วิมุกตายน  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  กล่าวว่า  การขายข้าวไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา  เพราะการขายข้าวไม่ได้เป็นสัญญาผูกพันกับผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว และไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศด้วย แต่ละปีประเทศไทยปลูกข้าวได้มากและต้องการขายอยู่แล้ว ซึ่งการขายจีทูจีส่วนใหญ่ได้ราคาดีและปริมาณมาก จึงถือว่าเป็นประโยชน์ดีกว่าเก็บข้าวไว้แล้วขายไม่ได้ ที่สำคัญการขายระบบจีทูจีมีการขายต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล รัฐบาลชุดที่แล้วก็มีการขายจีทูจีและไม่ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  18/10/2012

ล่าคนร้ายคดีสลายแดง 7 ล้าน 7 คดียอดเหยื่อล่าสุด 99 ศพ

นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 98ศพ จากเหตุการณ์ทางการเมืองปี 2553 ว่า  ได้ลงนามเห็นชอบตามความเห็นของ พ.ต.อ.ประเวศน์  มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว โดยให้ตั้งรางวัลนำจับผู้ให้เบาะแสนำไปสู่การจับคนร้ายที่ก่อเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิต รายละ 1 ล้านบาท จำนวน 7 กรณี  ดังนั้น ดีเอสไอจึงเห็นควรตั้งรางวัลนำจับเพื่อจูงใจให้ผู้ที่รู้เบาะแสเข้ามาให้ข้อมูล จนนำไปสู่การจับกุมคนร้าย โดยไม่จำเป็นต้องมาเป็นพยานในคดี อย่างไรก็ตาม อาจตั้งรางวัลนำจับคนร้ายในคดีการเสียชีวิตรายอื่นๆเพิ่มเติมอีก

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)  กล่าวถึงกรณีที่นายธาริตตั้งค่าหัวผู้แจ้งเบาะแส ว่า พูดในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ว่า อย่าไปพูดกันไปมาว่ามีชายชุดดำหรือไม่ ต้องเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาพูดว่ามีผู้บาดเจ็บ สูญเสียทั้งสองฝ่าย คือเจ้าหน้าที่และประชาชน แต่ด้วยเหตุอะไรไม่ทราบทำให้เกิดการเผชิญหน้ากัน มีเหตุผลอยู่ ทุกคนคงทราบ เมื่อเกิดเหตุบาดเจ็บ สูญเสียทั้งสองฝ่าย ถ้าประชาชนสูญเสียข้างเดียว แน่นอนว่าต้องหมายถึงเจ้าหน้าที่เพราะถืออาวุธเพียงฝ่ายเดียว แต่ทำไมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ขอให้มองในมุมกลับ เมื่อมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจึงน่าจะมีคนถืออาวุธมากกว่าเจ้าหน้าที่ ต้องไปหามา ถือเป็นสิ่งที่ดีการตั้งรางวัลนำจับ คิดว่าเจ้าหน้าที่รับได้ ถ้าหาให้เจอว่าใครทำร้ายใคร แต่ถ้าทำร้ายเจ้าหน้าที่อย่างเดียวถือว่าไม่ค่อยเป็นธรรม เพราะเจ้าหน้าที่ก็เหมือนประชาชนที่สูญเสียเหมือนกัน

พล.ต.ต.อนุชัย   เล็กบำรุง รอง ผบช.น.หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมเดือน เม.ย. – พ.ค. 2553  กล่าวว่า  เมื่อประมาณปลายปี 2554  ดีเอสไอได้ชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมระหว่างเดือน เม.ย. – พ.ค. 2553 โดยในตอนแรกส่งมา 22 สำนวน  จากเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อปี 2553  นั้น  เบื้องต้นสรุปว่า  มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดจำนวน 98 ศพ แต่มาพบอีกภายหลังว่ามีอีก 1 ศพ จึงรวมทั้งสิ้นแล้วเป็น 99 ศพทางกรมสอบสวนคดีพิเศษสวนสวนแล้วพบว่ามีจำนวน 35 ศพอาจจะเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่อ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไรก็ตามยืนยันว่ามี 2 กรณีที่ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ  กรณีที่ 1 คือ การตายผิดธรรมชาติ กรณีที่ 2 การตายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ในส่วนของการตายจากเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐนั้นจะต้องส่งสำนวน เพื่อให้ศาลไต่สวนต่อไป จากการสอบสวนพบว่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 22 คดี     (หนังสือพิมพ์มติชน)

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  กล่าวถึงกรณี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งรางวัลนำจับชายชุดดำ ว่า ชายชุดดำคงมีจริง ไม่เช่นนั้นคงไม่มาตั้งรางวัลนำจับอย่างนี้   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

ขออภัยโทษ “สีหนุ” ช่อง 3 – ฐปนีย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 15.30 น. น.ส.ฐาปนีย์  เอียดศรีไชย  พร้อมด้วยนายจาตุรงค์  สุขเอียด  บรรณาธิการข่าวทีมข่าวสามมิติ  ได้เดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อนำกรวยดอกไม้มากราบขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนโรดม  สีหนุ  และยื่นแถลงการณ์ผ่านเอกอัครราชทูตกัมพูชาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและขออภัยต่อรัฐบาลและประชาชนชาวกัมพูชา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชนวันที่  18/10/2012

เกาหลีเข้มยึดเครื่องบิน 900 ไทยเคว้ง

นายเจริญ วังอนานนท์  โฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย  (เฟตต้า)  กล่าวว่า  เฟตต้าได้รับแจ้งเข้ามาว่า มีคนไทย 280 คน ที่เดินทางไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ผ่านบริษัทนำเที่ยวหลายๆแห่งรวมกัน ประสบปัญหาติดอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้  ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโซล โดยทางสนามบินอินชอนระงับไม่ให้สายการบิน พี.ซี.แอร์ ที่กลุ่มคนไทยจะโดยสารกลับไทยออกจากสนามบิน เนื่องจากสายการบิน พี.ซี.แอร์ ติดค้างชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าภาษีสนามบิน และค่าธรรมเนียมการลงจอดที่สนามบิน หากยังไม่ชำระก็จะไม่ปล่อยให้ออกจากสนามบิน ล่าสุด เฟตต้าได้รับแจ้งว่าผู้โดยสารสายการบิน พี.ซี.แอร์ มีการตกค้างเพิ่ม โดยวันที่ 16 ต.ค. ตกค้าง 218 คน และวันที่ 17 ต.ค. ตกค้างเพิ่มอีก รวมเป็น 400 คน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานการเดินทางกลับมาของผู้โดยสารตามที่ พี.ซี.แอร์กล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงอยากวอนให้หน่วยงานภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือคนไทยทั้งหมดด้วย

นายวัชระ  กรรณิการ์  โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่า  หาก พี.ซี.แอร์ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จนถึงวันที่ 19 ต.ค. จะมีผู้โดยสารตกค้างรวมประมาณ 900 คน ซึ่งทางกระทรวงได้เตรียมแผนไว้ โดยจะประสานงานให้ส่งเครื่องบินทหารไปรับผู้โดยสารคนไทยกลับมา โดยใช้งบของกองทุนท่องเที่ยวออกไปก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้กระทรวงยังไม่สามารถติดต่อนายปีเตอร์ ซาน ได้ เพื่อให้รับทราบแนวทางการแก้ปัญหา   (หนังสือพิมพ์มติชน)

นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  รมช.คมนาคม  กล่าวว่า  ทราบรายงานเรื่องปัญหาดังกล่าวจากอธิบดีกรมการบินพลเรือนแล้ว เบื้องต้นพบว่าสาเหตุที่ทำให้พีซีแอร์นำเครื่องขึ้นบินพาผู้โดยสารกลับมาประเทศไทยไม่ได้ เพราะพีซีแอร์ติดค้างค่าน้ำมันเติมเครื่องบินกับทางบริษัทของเกาหลีโดยอธิบดีกรมการบินพลเรือนได้พูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงกับเจ้าของสายการบินพีซีแอร์ ล่าสุดเจ้าของสายการบินแจ้งให้ทราบว่า ได้โอนเงินชำระค่าน้ำมันให้กับบริษัทในประเทศเกาหลีแล้ว พร้อมให้คำยืนยันว่าจะทำการบินได้อีกครั้งภายในช่วงดึกวันที่ 17 ต.ค. และนำผู้โดยสารส่งกลับประเทศไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 17 ต.ค. บริษัทพีซีแอร์ยังไม่สามารถนำผู้โดยสารกลับประเทศไทยตามที่สัญญาไว้ อาจมีความจำเป็นที่กระทรวงจะประสานไปยังบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้นำผู้โดยสารที่ตกค้างเดินทางกลับประเทศไทย

ด้านนายปีเตอร์  ชาน  ประธานกรรมการบรหารพีซีแอร์  กล่าวว่า  กำลังดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ที่อินชอน และจะนำคนไทยกลับมาให้ได้ ล่าสุดเดินเรื่องโรงแรมให้คนไทยทั้งหมดกลับไปพักที่โรงแรมก่อน โดยจะประสานไปยังสถานทูตไทยในเกาหลีใต้เพื่อประสานงานความช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น  นายปีเตอร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสรยุทธเจาะข่าวเด่น สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ว่า เกิดจากปัญหาด้านการเงินที่จ่ายให้กับบริษัทพันธมิตรทางธุรกิจในเกาหลีใต้ไปแล้ว แต่บริษัทดังกล่าวกลับไม่นำเงินไปจ่ายให้สนามบินอินชอน    (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

“ซิ่งสั่งลา” เครื่องมือปราบแว้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่  17 ต.ค. ที่บริเวณลาดหน้าตึก 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ชมการสาธิตใช้อุปกรณ์ดักจับรถซิ่ง เพื่อพิจารณาจัดซื้อนำมาใช้ปราบปรามแก๊งเด็กแว้น หลังจากที่ออกมาตรการกวดขันไปเมื่อวันที่ 16 ต.ค. โดยมีนายณรงค์  จิตต์เนื่อง ตัวแทนบริษัท  พรีซิพาร์ท  จำกัด นำชุดดักรถจักรยานยนต์กวนเมือง หรือที่ตำรวจเรียกกันติดปากว่า “เครื่องซิ่งสั่งลา”  ยี่ห้อบางระจัน  ราคาเครื่องละ 13,500  บาท และเครื่องดักรถยนต์  18,500 บาท มาสาธิตการใช้งาน โดยเครื่องมือดังกล่าวเป็นฝีมือการประดิษฐของคนไทย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  18/10/2012

900 นศ.ส่อรับปริญญาเก๊

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอมรพล  ช่างสุพรรณ  นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติกับการพัฒนา  สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที)  ในฐานะผู้แทนนักศึกษาเอไอที  เข้ายื่นหนังสือต่อนายจุลพงษ์  โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ แทน นายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล  รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศที่ติดภารกิจ ในกรณีที่นายซาอิด  อีรานดุส อธิการบดีเอไอที ยืนยันจุดยืนที่จะบริหารงานภายใต้กฎบัตรใหม่ของเอไอทีมากกว่าที่จะบริหารงานภายใต้กฎหมายไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสถานะ  และเพิกเฉยที่จะให้มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อหาข้อยุติของปัญหาดังกล่าว การที่สภามหาวิทยาลัยยืนยันที่จะใช้กฎบัตรใหม่ แทนกฎบัตรเดิม ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และยังหาข้อยุติไม่ได้นั้นทำให้นักศึกษาไทยกว่า 900 คน หรือคิดเป็น 30%ของนักศึกษาเอไอทีได้รับผลกระทบโดยตรงหากปริญญาบัตรที่สถาบันออกให้ภายใต้กฎบัตรใหม่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน  (ก.พ.) อย่างที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  18/10/2012

หั่นดอกเบี้ยรับศก.โลกทรุด

นายไพบูลย์  กิตติศรีกังวาน  ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า  ที่ประชุม กนง. วานนี้ (17ต.ค.) คณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่ 5 ต่อ 2 เสียง มีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.75% จากเดิมที่  3% ส่วนอัตราดอกเบี้ยแท้จริงนั้น หลังจากลดดอกเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณลบ 0.25% สาเหตุที่คณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกยังอ่อนแอและมีความเสี่ยงสูง นโยบายการเงินควรผ่อนคลายเพิ่มเติมเพื่อรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและรักษาแรงส่งของอุปสงค์ในประเทศที่อาจจะอ่อนแอลงในระยะต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  18/10/2012

3 จีทำท่าร่อแร่

นพ.ประวิทย์  ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กทค.  ด้านคุ้มครองผู้บริโภค  กล่าวว่า  จะไม่รับรองผลการประมูลจนกว่าจะได้ข้อมูลขั้นตอนการประมูลและพฤติกรรมการเคาะราคาในแต่ละครั้ง เพื่อวิเคราะห์ว่าเอื้อเอกชนหรือไม่หากเข้าข่าย พ.ร.บ.ฮั้ว กทค. ควรต้องเปิดประมูลใหม่

แหล่งข่าวจาก กสทช.  กล่าวว่า  บอร์ด กทค. สามารถประชุมเพื่อมีมติรับรองผลการประมูลได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. แต่การประชุมดังกล่าวไม่เกิดขึ้น เพราะไม่มีกรรมการคนใดกล้าลงมติรับรอง หลังจากราคาการประมูลไม่ขยับถึง 6  ใบ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  18/10/2012

แบงก์แห่ทบทวนกลยุทธ์

นายกฤษณ์  จันทโนทก  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเงินฝากและการลงทุน และประกันภัยธนพัทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 3% เหลือ 2.75% ได้สร้างความแปลกใจให้กับตลาดการเงินและอาจทำให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องหันมาทบทวนและปรับกลยุทธ์ รวมถึงพิจารณาว่าจะปรับลดดอกเบี้ยตามคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) หรือไม่ และมีความเป็นไปได้ที่อาจมีธนาคารบางแห่งตัดสินใจไม่ปรับลดดอกเบี้ยลงมา เพื่อควบคุมสถานการณ์ในระยะสั้นก่อน เพราะการแข่งขันระดมเงินฝากจะยังมีอยู่โดยเฉพาะธนาคารสินเชื่อมีการเติบโตที่สูง จึงต้องเร่งหาเงินฝาก

นายสมิทธ์  พนมยงค์  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายเงินฝากและการลงทุน  ธนาคารไทยพาณิชย์   กล่าวว่า  หลังที่ประชุม กนง.มีมติปรับลดเบี้ยนโยบายลง 0.25% ทำให้ธนาคารจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวทันที เพราะการปรับลดดอกเบี้ยของ กนง.ครั้งนี้  จะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยในตลาดลงตามเช่นกัน ส่วนจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของธนาคารแต่ละแห่ง เนื่องจากสภาพคล่องในระบบขณะนี้ดีขึ้นกว่าช่วงไตรมาส 2-3

นายจงรัก  บุญชยานุรักษ์  รองกรรมการ ผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย  กล่าวว่า  การพิจารณาทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารขณะนี้เป็นเรื่องยาก  เนื่องจาก  กนง.ระบุว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ใช่การส่งสัญญาณขาลง ขณะที่ความต้องการสินเชื่อก็มีสูง ซึ่งธนาคารคงจะมีการหารือภายในกันใน 1-2 วันนี้ ก่อนจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  18/10/2012

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “สุขุมพันธุ์” เดือดท้าปลด!ไม่เอากระสอบออก นศ.สาวแจ้งจับอจ.ขยี้กามอีก 3 โดนลวนลาม ดีเอสไอรับ 8 คดี...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “เมียฝรั่ง”รับสิ้นไส้จัดฉากฆ่าอดีตผัวไม่จัดวิวาห์ “ปู”สั่งเพิ่มเรือดันน้ำ 46 ลำ รับมือ “เกมี” ผจก.รถนสพ.ดับ มติชน...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ อยากให้เรียบร้อย “บิ๊กตู่” บ่นไม่สบายใจเด้งปลัด โผนายพลวุ่น 10 ก.ตร.วอล์กเอาต์ ดีเดย์ 5...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ธรรมศาสตร์ไฟเขียวบัณฑิตชายแต่งหญิงรับปริญญา ผบ.ทบ.สั่งติดยศหมวดแก้วให้รางวัล “นักชก” ปชป.ลากไส้โกงจำนำข้าว มติชน รุมสับจำนำข้าว – กู้เงิน...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ภาพ4ขวบเสพยาโร่แจ้งตร.โพสต์กระหึ่มเน็ต เฝ้าศูนย์ 3 วัน 3 คืน “ปลอด” รับมือพายุ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top