ขาวสารพัดพิษ ยิ่งขาวมากอาจทำป่วยมาก โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช
คนขาวมีข้อเสียเปรียบอยู่หลายประการเหมือนกันครับ อาทิ เสี่ยงผิวแก่เร็ว,เป็นฝ้าง่าย,มะเร็งผิวก็มาได้และเป็นแผลเห็นชัด
ยิ่งขาวยิ่งเสี่ยง
การจะเลี่ยงความเสี่ยงนี้มีอยู่ทางหนึ่งคือระวังผิวไม่ให้ “บอบบาง” จนเกินไปครับ การไปรับการขัดถูผิว ฉีดผิวขาว กินวิตามินทำผิวขาวมากจนเกินไปอาจไม่ได้ปลอดภัยทั้งร้อย
อาจมีอันตรายน้อยๆตามมา
โดยภัยที่ว่านั้นคือภัยที่จะลุกลามเป็นโรคใหญ่โต เช่นเป็นแผลเป็นนูนใหญ่หรือจะกลายเป็นมะเร็งชนิดกัดกินผิวหนังจนยับเยินก็ได้ เคยได้สัมภาษณ์น้องดาราที่มีประสบการณ์ใช้สารขาวก็ได้ความว่าต้องคอยฉีดให้ขาวอยู่ตลอดเวลา หยุดไม่ได้ และเมื่อไปคุยกับท่านอื่นๆก็ได้ผลตามนั้นเหมือนกัน คือต้องคอย “เติมขาว” อยู่เรื่อย ในขณะที่ยังไม่มีใครมาพูดถึงอันตรายว่าถ้าได้รับมากเกินไปจะมีอันตรายอย่างไร
ขาวไปใช่ว่าจะดีครับ
ผิวขาวมีสิทธิ์แก่เร็วกว่าผิวทั่วไปได้ ในกรณีที่มีผิวแห้งและไม่ได้บำรุงผิวร่วมด้วย
ถ้าชาวเอเชียมีผิวที่ขาวมากก็จะมีสิทธิ์เสี่ยงมะเร็งผิวหนังได้มากขึ้น
ผิวสุขภาพดีไม่ได้มาจากสีที่ขาว แต่ต้องมาจากข้างในเสมอครับ
ขาวมาก ก็ ป่วยมว๊ากก…
พิษภัยจากความขาวไม่ค่อยมีคนได้พูดถึงเพราะไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนาจะได้ยินนัก แต่ด้วยอาชีพที่เป็นทั้งหมอและสื่อมวลชนเลยอยากขอให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งไว้เผื่อท่านผู้อ่านที่รักใช้เป็นประโยชน์ครับ
ความขาวทำให้เราเสี่ยงป่วยได้จริงครับ เพราะความลับก็คือผิวคนเอเชียเราได้เม็ดสีมาปกป้องเยอะ พระพรหมท่านประทานให้เรามามากก็เพราะรู้ดีว่าต้องอาศัยอยู่ในแถบที่มีแสงแดดสาดส่องลงมาแทบจะตลอดเวลา
ผิดกับชาวอัสดงคตประเทศ
พวกฝรั่งผิวขาวที่ปีหนึ่งมีแดดอยู่ไม่กี่เดือน ยิ่งประเทศที่อยู่ใกล้ขั้วโลกยิ่งลำบากเพราะอากาศเย็นครึ้มแทบจะตลอดวัน อีกทั้งยังมีรังสียูวี,คอสมิกต่อมิอะไรแทรกผ่านลงมาแบบมองไม่เห็นอีก ด้วยเหตุนี้คนที่มีผิวขาวออร่าหรือว่าเกาหลีใดๆก็ตามจึงมีสิทธิ์ที่จะเสี่ยงผิวป่วยดังต่อไปนี้
- ผิวแก่ง่าย
- ผิวดำง่าย
- ผิวมะเร็งง่าย
รวมความแล้วคือผิวป่วยง่าย ความเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะเข้ามาหาผิว คนที่มีผิวพรรณสุขภาพดีจึงไม่ใช่ผิวสีขาวเสมอไปนะครับ
แต่เป็นผิวสีอะไรก็ได้โดยให้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- ผิวสะอาด
- ไม่มีรอยแผล
- มีเลือดมาเลี้ยงดี
- มีวิตามินเพียงพอ
ข้อสุดท้ายต้องเลือกนิดหนึ่งนะครับเพราะการรับเอาวิตามินที่กินแล้วว่าขาวกระจ่างใสหรือ “ไวท์” ได้ทันตาก็มีข้อต้องจับตาเหมือนกัน
ดังหัวข้อสำคัญต่อไป
วิตามินกินไล่สี?
คนที่มีผิวสีหรือผิวออกเข้มไปทางดำก็เป็นความสวยแบบหนึ่ง โดยถ้ามีสุขภาพดีตามเกณฑ์ด้านบนที่บอกก็ถือว่ามีผิวสวยแล้วครับ กับเรื่องของวิตามินเป็นเพียงแค่ “ตัวเสริม” ที่เข้ามาช่วยเท่านั้น
คนที่มั่นใจในตัวเอง มีเมตตาในใจ ใช้ศีลเป็นเครื่องกำกับความประพฤติ
แค่นี้ก็ทำให้มี “ออร่า”และ “คาริสม่า” ไปไหนๆแล้ว
ไม่ต้องขาวสังเคราะห์ให้เพาะความเสี่ยงเล่น
เสน่ห์อยู่ที่ใจใช่ตัวช่วยเสมอไปครับ ท่านที่เห็นดาราผิวผ่องมีออร่าเปล่งมาแต่ไกลนั่นก็เพราะเขาเหล่านั้นต้องสุขภาพดีจากข้างในออกข้างนอกด้วยครับ ได้ทำงานอยู่ในวงการมานานเห็นสัจธรรมข้อนี้ดี
ถ้าพึ่งแต่ฉีดกับกินเสริมสวยอย่างเดียวถึงสวยก็จะอยู่ได้ไม่นาน
ดังนั้นกับเรื่องการกินวิตามินก็สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ครับ โดยท่านที่สนใจในเรื่องของการกินอาหารเสริมอาจใช้วิตามินต่อไปนี้ช่วยส่งเสริมผิวให้สวยสุขภาพดียิ่งๆขึ้นไปครับ
1) วิตามินเอ,ซีและอี มีอยู่ในผักคะน้า,บร็อคโคลี,ปวยเล้ง,ผักโขม,ข้าวกล้องงอก,ธัญพืชและผักเขียวจัดครับ ซึ่งปริมาณรับประทานให้เหมาะนั้นอยู่ที่ผัก 4-5 ขีดต่อวัน
2) กลูตาไทโอน มีมากในคะน้า,กะหล่ำ,บร็อคโคลี,หน่อไม้ฝรั่ง หรือรับประทานเข้าไปเสริมจากชีส,โยเกิร์ตและเวย์โปรตีนก็ได้ครับ
3) โอพีซี เป็นเคมีสีม่วงที่ช่วยต้านสนิมแก่ที่ผิวได้อย่างเต็มที่ ข้อสำคัญคือมีอยู่ในของไทยๆเยอะสิ่งครับ อาทิ ข้าวโพดม่วง,ข้าวหอมนิล,ข้าวเหนียวดำ,มันม่วง,ชำมะเลียง,ลูกหว้า ฯลฯ
4) น้ำมันปลา หรือน้ำมันคริล(Krill oil) เป็นแหล่งของกรดไขมัน “โอเมก้าสาม” ที่จำเป็นต่อผิว อีกทั้งมี “แอสต้าแซนทิน(Astaxanthin)” ที่เป็นวิตามินช่วยให้ผิวดีด้วย
5) โคคิวเท็น เป็นตัวเพิ่มพลังงานให้ในระดับอณูผิว ช่วยให้คนที่ผิวอ่อนแอแพ้ง่ายมีสุขภาพผิวที่แข็งแรงขึ้น โคคิวเท็นมีมากในอาหารทะเลครับ หรือจะรับประทานแบบเสริมก็ได้สักวันละ 50-100 มิลลิกรัม
นี่เป็นวิตามินหลักๆที่มีฤทธิ์แอนตี้ออกซิแดนท์ต้านแก่ให้ผิว ยังมีแร่ธาตุอื่นที่จำเป็นอีกมากครับอาทิ สังกะสี,ซีลีเนียม,แมงกานีส,ทองแดงและโบรอน เหล่านี้มีผลช่วยไล่ “สนิมแก่” ที่เข้ามาระรานผิวซึ่งรวมถึงเม็ดสีส่วนเกินที่ทำให้เกิดรอยด่างดำตอกย้ำบนใบหน้าด้วย
ถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะช่วยปกป้องผิวและลดเม็ดสีส่วนเกิน แต่อย่าใช้เพลินไปเพราะตั้งเป้าว่าจะต้องขาวสนิทไร้ไฝฝ้าราคี เพราะนั่นมันมีแต่ในภาพรีทัชครับ ความลับหนึ่งของความสวยงามคือ “ความไม่สมบูรณ์แบบ” ครับ บางทีตำหนิเล็กๆน้อยๆบนผิวเรากลับทำให้มีเสน่ห์ขึ้นกว่าหน้าเกลี้ยงๆใสๆแบบพิมพ์มาบล็อคเดียวกันด้วยซ้ำ
ย้ำอีกครั้งว่าสวยได้แบบไม่เสี่ยงดีกว่าครับ
Related posts:
- กินเพิ่มน้ำหนัก โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช มีเรื่องแปลกมาเล่าให้ท่านที่รักฟังเรื่องหนึ่งคือร้านไอศกรีมที่ค่อนข้างแปลกครับ โดยไอศกรีมเจ้าที่ว่านี่จะมีรสชาติแบบอาหารคาวที่เรากินกัน ตัวอย่างเช่นไอศกรีมขาหมู หรือที่ดูพอจะทานได้บ้างคือไอศกรีมเบค่อน ผมเองก็ไม่เคยทานครับ ถ้าให้เดาก็คงน่าจะหอมๆกลิ่นเบค่อนหรือหมูทอดแบบฝรั่ง เหมาะกับคอกากหมูและคนรักเบค่อนโดยแท้ จะได้ใกล้ชิดกันตลอดเวลาทั้งมื้อหวานและมื้อคาว ผู้ที่รักอาหารปานประหนึ่งชั่วฟ้าดินสลายนั้นจะมีความสุขกับทั้งการกินและการปรุงอาหารอร่อยรับประทานครับ หลายท่านที่พบมาแค่ได้เห็นด้วยตาว่าคนที่รักของเราชอบของที่ทำมากินก็มีความสุขแล้ว...
- เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ตอนที่ 1 รายการคุยกันวันเสาร์ กับ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ช่วง Saturday Talk สัมภาษณ์ นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช...
- เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ตอนที่ 2 รายการคุยกันวันเสาร์ กับ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ช่วง Saturday Talk สัมภาษณ์ นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช...
- สิบยาง่ายกับอันตรายที่ควรรู้ ดูให้ดีก่อนที่ยาง่ายๆจะกลายเป็นยาง่อย! โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช มีการศึกษาชิ้นหนึ่งระบุว่าผู้คนส่วนใหญ่ถึง 75% ใช้ยาแต่ไม่รู้จักชื่อยาที่ใช้ และก็มีอีกกลุ่มใหญ่ที่ไม่รู้สรรพคุณของมันอย่างถ่องแท้ หรือบางทีแค่รู้ชื่อแต่เข้าใจผิดว่ารักษาโรคที่เป็นได้ประเภทรู้หน้าไม่รู้ใจก็มี เดาเอาว่าผมเองก็คงเป็นหนึ่งในคนกลุ่มที่ว่านั้นเพราะลองสังเกตตัวเองว่าเวลาดูโฆษณายาตัวใหม่ๆตอนเขาอ่านฉลากข้อควรระวังไม่เคยฟังทันเสียที คิดในแง่ดีคือได้ความรู้ใหม่ใช้ฝึกสมองครับ กับสปีดติดจรวดของผู้อ่านสป็อตโฆษณา อย่าหายใจเลยทีเดียว เพราะถ้าเว้นช่องไฟหายใจเนื้อความอาจหายไปทั้งบรรทัด ...
- สิบเหตุผลที่คนสมควร “เครียด” โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ในชีวิตคนเราต้องมีความเครียดผ่านเข้ามาสารพันครับ ยิ่งกับคนที่ทำงานมากหลายหน้าที่ยิ่งมีสิทธิ์เครียดเพราะเจอปัญหามากกว่า ปัญหาเกิดกับคนทำงานเท่านั้น ฉะนั้นความเครียดก็เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจอย่างหนึ่งได้ครับถ้าเรารับมันได้และจัดการมันได้อยู่หมัดไม่ลุกลามจนเป็นความเครียดใหญ่โต ตัวผมเองในฐานะแพทย์ก้ได้เจอคนไข้ที่มีความเครียดในหลายรูปแบบมาหา ทุกท่านล้วนน่าเห็นใจทั้งสิ้นครับ ไม่อาจตัดสินได้เลยว่าความเครียดนั้นผิด ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนร่วมโลกและร่วมทุกข์ทั้งสิ้น มีเหตุผลอยู่มากมายที่สมควรจะเครียดในโลกนี้ครับ ดังจะขอยกตัวอย่างง่ายๆของตัวผมเองที่ทำงานเป็นพิธีกรรายการด้วยอีกอาชีพหนึ่งซึ่งถ้าไม่มีความเครียดเสียเลยก็คงทำงานไม่ได้แน่ ...
Comments are closed.









