ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2555

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ปิดห้อง-โหวต! ศาล รธน.หวั่นมติรั่วก่อนอ่าน

ในหลวงเสด็จราชบุรี

ตัดสินยืน “ซีดีขยะ” ปรับ 1.3 แสน

มติชน

13 กองร้อยคุมศุกร์ 13 “ปู” สั่งเฉลิม พท.งัดคลิปวสันต์ปิดคดี

อีเวนต์-จัดทัวร์จ่าย 50% ยื่นปปช.สอบ

“ดีเอสไอ” ยันไร้ “ชุดดำ” เผาเซ็นทรัลฯ

ข่าวสด

เติ้งงัด “วันธงชัย” ข่มศุกร์ 13 “ตลก.” ยันไม่กังวล

เผาเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่ชุดดำ

สลดชีวิตดญ.15-ถูกขืนใจซ้ำซาก

เดลินิวส์               

แฉ 3 ตำรวจกามโรคขืนใจ ม. 3 ดิ้นหนีเจอแท็กซี่ซ้ำ

แห่ปิดโรงเรียนมือเท้าปากระบาด

ทาสยาทรพีตื้บพ่ออัมพาต

กรุงเทพธุรกิจ

ยุติเช่าป่าปลูกปาล์ม

ดึงสหรัฐลงทุนอาเซียน

โพสต์ทูเดย์

จิ้ม12จ.รับน้ำ

เศรษฐกิจครึ่งหลังทรุดตัว

The Nation

Many industrial estates still not floodproof

Thai encroachers to be freed when fines paid

Bankok Post

Reds await ruling, hint at rally

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

อเมริโกย!

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

อีก 3 วัน

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

วิกฤติสนามบินสุวรรณภูมิ ผีคอรัปชันหลอน

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย ฐากูร  บุนปาน  (มติชนรายวัน)

ชอบแทงกั๊ก?

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)

8 ตุลาการรธน.

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

“ท่านผู้โดยสาร…เรายังลงไม่ได้ ต้องบินวนอย่างนี้ไปก่อน…”

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ปิดห้อง-โหวต! ศาล รธน.หวั่นมติรั่วก่อนอ่าน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาล รธน.ที่จะออกมาในวันศุกร์ที่ 13 ก.ค. และอาจมีผลทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทยอีกครั้ง ว่า ต้องช่วยๆกัน เราต้องค่อยๆให้เวลาในการพูดคุยกัน ต้องให้มองทั้ง 2 มุม ว่า การตอบโต้กันไปมาเป็นสิ่งที่หนึ่งที่จะเป็นการตอบข้อแย้งของทั้ง 2 ฝ่าย แต่อย่าลืมว่าวันนี้เราอยู่ในสถานการณ์ของประเทศที่เราไม่ได้เจอแค่ด้านนี้ด้านเดียว ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องการให้การพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งความมั่นคงหรือความสงบในการที่จะพูดคุยกันด้วยสันติวิธีจะเป็นสิ่งที่ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ต้องขอความร่วมมือ  เมื่อถามว่า หากศาล รธน.ตัดสินออกมาอย่างไร ทั้ง 2 ฝ่ายควรยุติความเคลื่อนไหวหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การแสดงออกขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและสันติวิธี ซึ่งในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลความสงบ ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในทุกพื้นที่แล้ว ในการไปดูแลความสงบและความปลอดภัยถ้าทุกคนช่วยกันจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์วันที่  13 ก.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีมวลชนหลายกลุ่มเดินทางไปรับฟังการตัดสิน ว่า ไม่น่าจะมีความรุนแรง ขณะนี้หลายฝ่ายยังไม่ทราบว่า ผลการตัดสินจะออกมาในรูปใด เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ส่วนตัวเชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย สำหรับการชุมนุมได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าห้ามใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด  เมื่อถามว่าประเมินคำวินิจฉัยของศาล รธน.จะออกมาในลักษณะรอมชอม สามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม  กล่าวว่า ก็สวดมนต์ไหว้พระให้ออกมาเช่นนั้น

นายเสนาะ  เทียนทอง ประธานพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า ถ้าตัดสินออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจก็ไม่ว่ากัน หรือถ้าไปรับงานใครมา คิดไม่ดีกับบ้านเมืองเข้าข้างฝ่ายนู้นฝ่ายนี้ก็ขอให้เป็นไปตามคำสาปแช่งที่พูดนี่ในฐานะบั้นปลายชีวิตจะ 80 ปีแล้ว ผ่านการเมืองมาก็เยอะ เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้ ไม่อยากเห็นบ้านเมืองแบ่งฝ่ายเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน

นายบรรหาร ศิลปะอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา  กล่าวว่า ไม่รู้จะพูดอย่างไร ถ้าพูดไม่ดีก็จะกระทบบางฝ่าย แต่อยากจะให้บ้านเมืองไปได้ด้วยความสามัคคี วันนี้ถ้าตนร้องไห้จะร้องไห้ให้ดู เพราะสงสารประเทศไทย ไม่นึกว่าการเมืองจะเป็นเช่นนี้ ขอภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พอใจกันทุกฝ่าย เมื่อถามว่า มองว่าหลังคำตัดสินของศาล รธน. บ้านเมืองจะวุ่นวายหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มีความเห็น แต่อยากให้ฟังนายธนินทร์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี ท่านหยิบยกคำพูดของเติ้งเสี่ยวผิง ว่า การจับหนู หรือการจับแมว ไม่ว่าดำหรือขาวต้องจับให้ได้ เปรียบเหมือนว่าการทำงานทุกอย่างต้องให้ลืม ไม่อาฆาต ไม่ล้างแค้นใคร บ้านเมืองถึงจะเดินหน้าต่อไปได้

ด้านนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า เบื้องต้นต้องเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพต่อคำตัดสินของศาลรธน. และให้ศาล รธน.ทำหน้าที่ได้โดยอิสระ ขณะนี้ไม่ควรมีการกดดันเพื่อให้ตุลาการศาลฯถอนตัวจากการเป็นองค์คณะอีก ขอย้ำด้วยว่า อย่าไปคาดการณ์ล่วงหน้าว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร  ส่วนนายกฯที่เดินทางไปกัมพูชาในวันที่ศาลตัดสินนั้น ก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินของศาล แต่ตัวนายกฯถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ต้องติดตามรับรู้เรื่องเหล่านี้ เนื่องจาก ครม.เป็นผู้เสนอร่างแก้ไข รธน. และอย่าลืมว่าร่างของครม.นั้นไม่มีหมวดไหนได้รับข้อยกเว้นเลย สามารถแก้ไขได้หมด แต่กรรมาธิการฯมาแก้ให้ดีขึ้นด้วยการลดปัญหาลง โดยห้ามไม่ให้แตะต้องหมวด 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับการนัดฟังคำวินิจฉัยคดีในวันที่ 13 ก.ค. เวลา 14.00 น. ก่อนที่คณะตุลาการฯจะออกนั่งบัลลังก์ในเวลาดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.30 น. คณะตุลาการจะมีการประชุมอภิปรายแถลงด้วยวาจาและลงมติ จากนั้นก็จะมีการยกร่างคำวินิจฉัยกลางที่จะนำมาใช้อ่านให้คู่กรณีฟัง ซึ่งกระบวนการประชุมอภิปรายจนถึงการลงมติ ตุลาการจะดำเนินการจนกว่าจะเสร็จโดยจะไม่มีการออกจากประชุม หรือรับโทรศัพท์รวมทั้งมีการจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปอำนวยความสะดวกภายในห้องประชุม และห้ามมีการนำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเข้าไปในห้อง โดยนอกเหนือจากการตัดสัญญาณโทรศัพท์รอบบริเวณสำนักงานตลอดการประชุมแล้ว บริเวณหน้าห้องประชุมจะมีเครื่องตรวจจับสัญญาณติดตั้งไว้คอยตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากคณะตุลาการไม่ต้องการให้มีการรั่วไหลของคำวินิจฉัยออกไปก่อนที่จะมีการอ่านคำวินิจฉัย        (ไทยรัฐ

นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์  กล่าวว่า ยืนยันหลังคำวินิจฉัยของศาล รธน. ไม่ว่าออกมาอย่างไร จะทำให้รัฐบาลนี้มีความเข้มแข็งด้วยการสนับสนุนของคนส่วนใหญ่  แต่สำหรับการตีความของบางฝ่ายกำลังรู้สึกว่าเป็นวันแห่งความหวังเป็นวันที่ชักนำอำนาจเข้าสู่ตัวเอง แต่ถ้ามาลุ้นให้ศาลตัดสินมาลุ้นการดำเนินการแบบนี้ จะทำให้ประชาชนเสื่อมถอยศรัทธามากขึ้น คนเสื้อแดงจะติดตามข่าวศาลในที่ตั้ง แกนนำรวมตัวที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว หากผลออกมาในทางลบแกนนำคนเสื้อแดงจะมีการประชุมหารือในทันที และจะประกาศมาตรการเคลื่อนไหว

นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย  (พท.)  กล่าวว่า ในวันที่  11 ก.ค. จะมีการส่งคำแถลงการณ์ปิดคดีการแก้ไข รธน.นั้น ตนพอสรุปการทำหน้าที่ 4 ข้อดังนี้ 1. ศาลไม่มีอำนาจสั่งให้รัฐสภายุติการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และการแก้ไข รธน. 2. ศาล รธน. ไม่มีอำนาจรับคำร้องตามมาตรา 68 3. การกระทำของพรรคไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 และ 4. คำตัดสินของศาล รธน.ที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมาย หรือไม่มีกฎหมายรองรับคงจะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน

นายพิชิต  ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะคณะทำงานทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทย (พท.)  กล่าวว่า คำแถลงปิดคดีของพรรคที่จะยื่นต่อศาล รธน. วันที่  11 ก.ค. นั้นเนื้อหาจะชี้ให้เห็นว่า ศาลจะใช้อำนาจเหนือพลเมืองทั้งประเทศผ่านผู้แทนราษฎรและกำลังใช้ดุลพินิจมาก้าวล่วงหรือห้ามแก้ไข รธน.ไม่ได้ ดังนั้น การแก้ไข รธน. มาตรา 291 จึงไม่ใช่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแต่อย่างใด พรรคจะชี้ให้ศาลเห็นว่าศาลไม่มีอำนาจรับคำร้องดังกล่าว จะยืนยันในคำสั่งของศาลรธน. เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2549 กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยื่นคำร้องให้ศาล รธน.พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตาม รธน.มาตรา 63 วรรคสาม กรณีเสนอให้มีการขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานมาตรา 7 โดยศาล รธน. ขณะนั้นมีคำสั่งไม่รับคำร้อง ดังนั้น การยุบพรรคและการแก้ไขรธน.จึงแตกต่างกัน นอกจากนี้ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาล รธน. เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวีเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 54 ยอมรับว่าสามารถดำเนินการแก้ไขมาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้ ส.ส.ร.มายกร่าง รธน.ได้       (มติชน)

นายพิมล  ธรรมพิทักษ์พงษ์  หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ  กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยของตุลาการทุกอย่างยังปกติ ทั้งที่บ้านพักและที่สำนักงาน ส่วนช่องทางเข้า – ออก ของสำนักงาน มีแผนรับมือตามปกติ วันที่ 11 ก.ค. จะไม่มีการประชุมคณะตุลาการประจำสัปดาห์เนื่องจากนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ สั่งว่าไม่ต้องเสนอวาระประชุม เพื่อให้ตุลาการมีเวลาศึกษาและจัดทำคำวินิจฉัยส่วนตนในคดีนี้ให้เสร็จ โดยจะประชุมอีกครั้งเช้าวันศุกร์ที่ 13 ก.ค. เพื่ออภิปรายแถลงด้วยวาจาและลงมติ

แหล่งข่าวจากทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญน่าจะออกมาว่ายกคำร้อง แต่มีการสั่งห้ามแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และสิ่งที่ปรากฎชัดอีกประเด็นหนึ่งคือศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยเรื่องนี้    (ข่าวสด)

ในหลวงเสด็จราชบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ชาวจ.ราชบุรีเตรียมเฝ้ารับเสด็จและชื่นชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการศึกษาวิธีฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมที่ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มและทอดพระเนตรความคืบหน้าการดำเนินกิจการสหกรณ์โคนมหนองโพ ขณะที่รองเลขาธิการพระราชวังรุดดูความคืบหน้าทหารช่างสร้างพลับพลาหกเหลี่ยมและปรับภูมิทัศน์โดยรอบ เตรียมแถลงข่าววันที่ 13 ก.ค.

อ่านเพิ่มที่  ไทยรัฐ  วันที่  11/07/2012

ตัดสินยืน “ซีดีขยะ” ปรับ 1.3 แสน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา อายุ 26 ปี พนักงานประจำรถขยะ กทม. เขตสะพานสูง เป็นจำเลยฐานมีแผ่นซีดีเพื่อเสนอจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษปรับ 2 แสนบาท ต่อมากรมคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงยุติธรรมยื่นมือเข้าช่วยเหลือประกันตัวให้จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยมี บิดา ภรรยาและลูกสาวอีก 2 คน เดินทางมาให้กำลังใจ ทั้งนี้  ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ว่า คดีนี้เกิดเหตุเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2551  จำเลยซึ่งขณะนั้นเป็นลูกจ้างชั่วคราวเก็บขยะ ตั้งแผงขายซีดี ในตลาดนัด เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูใบอนุญาตจำหน่ายแผ่นซีดี จำเลยบอกไม่มี จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดี ในชั้นสอบสวนจำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับ 2 แสนบาท และลดอัตราส่วนโทษให้ คงปรับเงินจำนวน 133,400 บาท  ทั้งนี้จำเลยได้มีการอุทธรณ์ แต่ฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์ไม่อาจลงโทษเป็นอย่างอื่น จึงพิพากษายืน

อ่านเพิ่มที่  ไทยรัฐ  วันที่  11/07/2012

อีเวนต์-จัดทัวร์จ่าย 50% ยื่นปปช.สอบ

นายมานะ  นิมิตมงคล  ผู้อำนวยการศูนย์ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคเอกชน  กล่าวถึงอัตราการเรียกรับสินบน บางโครงการเรียกรับสูงถึง 50 % ว่า  เรื่องเรียกรับสินบน มักไม่มีเอกสารหรือหลักฐานที่จะเอาผิดได้ และส่วนใหญ่การร้องเรียนสมาชิกจะขอให้เป็นความลับ ขอไม่ให้เปิดข้อมูลว่าใคร บริษัทอะไรเป็นผู้ร้อง แต่การลุกขึ้นมากระตุ้นเรื่องต้านคอร์รัปชั่นเพื่อเป็นการป้องกันและลดการเรียกสินบนหรือติดสินบนได้จำนวนหนึ่ง ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นฯจะจัดงานสัมมนาใหญ่เพื่อรณรงค์และต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นโดยเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และจะจัดประชุมเวิร์กช็อป (ประชุมเชิงปฏิบัติการ) เพื่อรับฟังสถานการณ์และแนวทางในการป้องกันการคอร์รัปชั่น

รายงานข่าวจากภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ กล่าวว่า ข้อมูลต่างๆที่ได้รับจากสมาชิกของเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นฯนั้น ได้มีการรวบรวมปัญหาทั้งหมดเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ไว้เป็นข้อมูลสำหรับดำเนินการเอาผิดต่อหน่วยงานรัฐต่อไป

อ่านเพิ่มที่  มติชน   วันที่  11/07/2012

เผาเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่ชุดดำ

นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวถึงความคืบหน้าคดีวางเพลิง เผาทรัพย์ และลักทรัพย์ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านราชประสงค์ ในเหตุการณ์ พ.ค. 2553 ว่า คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างสืบพยานของศาล แต่มีจำเลยบางรายศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว ทั้งนี้ ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องชายชุดดำเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้นั้น ดีเอสไอในฐานะผู้รับผิดชอบการสอบสวนยืนยันว่าไม่มีชายชุดดำเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มที่  ข่าวสด วันที่  11/07/2012

แฉ 3 ตำรวจกามโรคขืนใจ ม. 3 ดิ้นหนีเจอแท็กซี่ซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายศิลปะชัย  เคนพา จนท.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี ได้พา น.ส.ตูน (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี เข้าพบ พ.ต.ท.วิญญู เทียมราช พนักงานสอบสวน สภ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายโต้ง (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆในข้อหาข่มขืน โดยน.ส.ตูนให้การว่าถูกพ่อแท้ๆข่มขืนตั้งแต่อายุ 7 ขวบพอเรียนถึงม.3 ได้ไปเข้าร่วมโครงการจิตอาสาจราจร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี มีหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน กลับถูก 3 ตำรวจจราจรเข้ามาตีสนิท หลอกพาไปเรียงคิวข่มขืน หนำซ้ำยังถูกโชเฟอร์แท็กซี่ในคราบพลเมืองดีลวงไปขืนใจอีกราย เจ้าหน้าที่ พม.จึงพาเข้าแจ้งความเพื่อลากคอ พ่อ ตำรวจ โชเฟอร์แท็กซี่ มาดำเนินคดี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  11/07/2012

แห่ปิดโรงเรียนมือเท้าปากระบาด

นพ.สุรวิทย์  คนสมบูรณ์  รมช.สาธารณสุข  กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมาพบว่ามีเด็กป่วย 5 ราย ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และจากการตรวจสอบของคณะระบาดวิทยา มีอาการ มือ ปาก เท้า เปื่อย 4 ราย ส่วนอีก 1 ราย มีอาการไข้เท่านั้น ขณะที่ทางจังหวัดได้สั่งปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดังกล่าวแล้ว เพื่อทำการตรวจสอบและสอบสวนโรคว่าเป็นเชื้อชนิดใด

นพ.ไพจิตร์  วราชิต  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวถึงสถานการณ์ของโรคมือ เท้า ปาก ในประเทศไทย ว่า ยังไม่น่าวิตก จากการตรวจสอบเชื้อของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบเกิดจากเชื้อ 2 ชนิด คือ คอกซากีเอ16 และเอ็นเทอร์ไรไวรัส 71 และมีหลายสายพันธุ์ แต่เป็นชนิดที่ไม่รุนแรง ส่วนใหญ่อยู่ในพนมเปญ ด้านประเทศเวียดนาม ขณะที่พ่อแม่ ผู้ปกครองเด็กไม่ต้องตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลมากเกินไป หากพบเด็กมีไข้สูงอย่างน้อย 2 วัน พร้อมมีแผลในปากหรือมีแผลที่มือ เท้า หรือเด็กมีอาการเซื่องซึม หอบเหนื่อย ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันทีและหยุดเรียนอยู่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ

ด้าน พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม. (สระแก้ว)  กล่าวว่า จากข่าวการเสียชีวิตของเด็กชาวกัมพูชาด้วยโรคมือ เท้า ปาก จึงระดมกำลังมาตรวจสอบและสังเกตอาการประชาชนและเด็กๆชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามายังฝั่งไทยและพบว่าในวันนี้มีเด็กชาวกัมพูชาอายุต่ำกว่า 10 ขวบ เดินทางเข้ามามากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบเด็กป่วยในพื้นที่ จ.บันเตียเมียนเจย และ จ.พระตะบอง พื้นที่ชายแดนติดกับ จ.สระแก้ว ของประเทศไทยแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  11/07/2012

ทาสยาทรพีตื้บพ่ออัมพาต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ขณะที่ พ.ต.ท.ชินวัชร  เวทยากร  พนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก นางรอย รอดสุข อายุ 59 ปี พาร่างอันบอบช้ำ สภาพใบหน้าบวมปูดเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายปรีชา รอดสุข อายุ 32 ปี ลูกชายแท้ๆที่ติดยาเสพติดแล้วทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เผยชีวิตสุดรันทดมีอาชีพรับจ้างหาเงินเลี้ยง 5 ชีวิตในครอบครัว แต่ลูกชายติดยาบ้า พอไม่มีเงินให้ก็จะถูกทุบตีบางครั้งถึงขั้นโดนทุ่มเก้าอี้ใส่ ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้เข้าจับกุมนายปรีชาขณะกลับเข้ามาที่บ้านพักพร้อมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และนำตัวไปตรวจสารเสพติดก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  11/07/2012

ยุติเช่าป่าปลูกปาล์ม

นายสุวิทย์  รัตนมณี  อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  กล่าวถึงผลการตรวจสอบแปลงสัมปทานของเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 16 ของ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนปาล์มน้ำมัน และปลูกยางพาราโดยได้รับการอนุญาตมีอายุตั้งแต่ 5 ปีและไม่เกิน 30 ปี มีทั้งสิ้น 45 รายรวมเนื้อที่เช่า 289,997 ไร่ 3 งาน พบว่า  18 แปลงที่หมดอายุเช่าแล้วทั้งหมด 146,480 ไร่ แบ่งเป็นใน จ.สุราษฎร์ธานี 6 แปลง จ.ชุมพร 2 แปลง และจ.กระบี่ 10 แปลง ขณะที่ยังมีพื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ 5 แปลง และอยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่ 4 ราย ส่วนอีก 21 รายยังไม่หมดอายุ ขณะที่ยังมีแปลงเช่าป่าเพื่อปลูกปาล์ม และสวนยางในเขต จ.ตรัง ชุมพร และพังงา ซึ่งมีทั้งแปลงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พบว่ามีทั้งหมดอายุการอนุญาตและยังเหลือระยะเวลาอีก 2 ปี และ 5 ปี เช่นกัน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างรัฐ เอกชน และกรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานอนุญาตให้เช่าจึงมีนโยบายว่าจะไม่มีการต่อสัมปทานการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีกต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  11/07/2012

ดึงสหรัฐลงทุนอาเซียน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึง กรณีเดินทางไปประเทศกัมพูชาวันที่ 13 ก.ค.นี้ ตามคำเชิญนางฮิลลารี คลินตัน รมต.ต่างประเทศของสหรัฐ จนถูกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตอาจไปหารือเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ว่า การเดินทางเยือนกัมพูชามี 2 วาระใหญ่ๆ คือ เป็นแขกของนางคลินตัน ไปปาฐกถากับภาคเอกชน และหารืออย่างเป็นทางการกับกัมพูชา  ซึ่งจะมีโอกาสหารือกัน 2-3 ข้อนี้ ยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน  เมื่อถามว่าจะนำเรื่องเอ็มโอยู ปี 2544 หรือบันทึกความตกลงร่วมกันของไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล มาหารือด้วยหรือไม่  น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงเลย วันนี้เอาแค่ว่ารื้อฟื้นความสัมพันธ์ก็หนักแล้ว วันนี้เอาแค่ตรงนี้ก่อน

น.ส.ศันสนีย์  นาคพงศ์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเยือนกัมพูชา ไม่ได้มีวาระในการหารือกับนักธุรกิจประเทศใดๆเป็นพิเศษ แต่จะเดินทางไปเยี่ยมคารวะสมเด็จฮุนเซน “นายกฯเป็นผู้นำของไทยถือว่าเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้จัดงานก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีหากนักธุรกิจอเมริกันที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในภูมิภาคนี้ จะได้ฟังแนวคิดและวิสัยทัศน์ของผู้นำของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบรับเพราะเห็นว่าเป็นเวทีที่มีประโยชน์ในการแสดงจุดยืนของอาเซียนก่อนเปิดเออีซี”

ด้านนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า การเชิญนายกฯไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อนักธุรกิจสหรัฐที่ประเทศกัมพูชาในระหว่างการประชุมฟอรั่มธุรกิจอาเซียน หรือ US-Asean Business นั้นไม่ใช่วาระปกติและต้องเข้าใจว่าสหรัฐกับอีกหลายประเทศให้ความสนใจทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาค่อนข้างมาก และคงพยายามพลักดันเรื่องนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องระมัดระวัง ไม่ดำเนินการอะไรที่จะทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์ นายกฯต้องรู้ว่าผลประโยชน์ของประเทศอยู่ตรงไหน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  11/07/2012

จิ้ม12จ.รับน้ำ

นายศรีสุวรรณ  จรรยา  นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า หากรัฐบาลยังเดินหน้าและสร้างอ่างเก็บน้ำ 21 แห่งต่อไป สมาคมจะขออำนาจศาลปกครองให้คุ้มครองสิทธิของประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแน่

นายประสิทธิพร  กาฬอ่อนศรี  ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำยม  กล่าวยืนยันว่า ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือเขื่อนยมบน หรือยมล่างเลย เพราะงานวิจัยขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติระบุชัดว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นช่วยเยียวยาปัญหาน้ำท่วมได้เพียง 8%

ด้านนายวีระ  วงศ์แสงนาค  ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า ไม่ว่าจะดำเนินโครงการนี้อย่างไร สุดท้ายก็ต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ทำประชาพิจารณ์ และขอความคิดเห็นกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบอยู่ดี ฉะนั้นอย่าไปกังวลล่วงหน้าว่าจะสอดไส้ หมกเม็ด หรือลัดขั้นตอน

นายนิวัฒน์ธำรง  บุญทรงไพศาล  กรรมการ กบอ.  กล่าวถึงเหตุผลที่ยังไม่เปิดเผยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้ประชาชนทราบถึงจุดที่จะใช้เป็นแก้มลิงและฟลัดเวย์ ว่า เป็นเพราะรัฐบาลยังไม่สรุปว่าจะใช้พื้นที่ใดต้องรอฟังข้อเสนอของบริษัทต่างๆแล้วค่อยตัดสินใจ เมื่อจะทำจริงต้องไปเจรจากับชาวบ้านก่อนแน่นอน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  11/07/2012

เศรษฐกิจครึ่งหลังทรุดตัว

นายบัณฑิต  นิจถาวร  ประธานกรรมการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวในเวทีสัมมนาพิเศษ “หุ้นกู้ไทย โอกาสการระดมทุนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ” ว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งปีแรก แต่ยังมี 3 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากปัญหาหนี้ยูโรโซน ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และปัญหาการเมืองในประเทศ ที่อาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังขยายตัวต่ำกว่าครึ่งปีแรก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  11/07/2012

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สาวนร.นอกพ่ายรักสามเส้าโดดคอนโดฯดับ ช่อง 5 อ้าแขนรับประกวดนางงาม ฎีกาฉีกใบแดงบุญจงรอดเป็นส.ส.ต่อไป มติชน ศาลยก “ใบแดง-ตัดสิทธิ”...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ศาลรธน.เดินหน้านัดไต่สวนสองฝ่าย-คนละวัน บางจากบึมไฟไหม้600 ล้าน ญาติ “บัณฑิตสาว” ปัดทำศัลยกรรม มติชน “7พยาน”...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ระดมตร.29กองร้อยรับม็อบหลีกเลี่ยงการปะทะ นวลฉวี 2 พลิกฆาตกรไม่ใช่ผัว โจรจี้ธนาคารได้ 2 แสนใช้เวลา 1...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่3 กรกฎาคม พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เศรษฐีดับปริศนาศพคาห้องเพิ่งขายที่ 600 ล้าน กระทิงแชมป์ยูโร เกรียนโอ้-ร้องไห้ โฆษกศาลรธน.ปัดมีธงล่วงหน้า มติชน เผยคู่มือแผนการเสด็จห้ามไล่ปชป.รถวิ่งสวนทาง...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ แตะเบรกแก้รธน.ขุนค้อนขอเวลาทำจิตว่าง รวบฆ่าสาวฝังท่อที่แท้ผัว-ฆาตกร มั่วนิ่มเงินช่วยน้ำท่วมจ่าย 15 บ.อดีตผญบ.โวย มติชน ศึกศาลรธน.-สภาระอุ “ขุนค้อน”...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top