ไฮไลท์: สุนทรพจน์ของออง ซาน ซู จี หลังรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

(Time 16/06/12) คำกล่าวสุนทรพจน์ของผู้นำและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า ออง ซาน ซู จี ได้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของเธอที่มีต่อสันติภาพ เมล็ดพันธุ์แห่งสงคราม พันธะกรณีต่อมนุษยชาติและพลังของความดีงาม

และนี่คือไฮไลท์สุนทรพจน์ขององง ซาน ซู จี:

 

  • พลังของรางวัลเพื่อสันติภาพ

 

เธอกล่าวว่า ในช่วงเวลาระหว่างที่เธอถูกกักขังอยู่ในบ้านพักทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งความเป็นจริง แต่ทว่าการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพนี้กลับทำให้เธอรู้สึกถึงความจริงแท้ได้อีกครั้ง และนำพาให้เธอกลับเข้าไปอยู่ในสังคมมนุษยชาติในระดับที่กว้างขึ้น และสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ รางวัลโนเบล ได้ดึงความสนใจจากทั่วโลกมาสู่ความยากลำบากและการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในประเทศพม่า และพวกเราจะไม่ถูกลืม

 

  • พวกเราทุกคนอยู่ในยุคแห่งแสงสว่าง

 

เราทุกคนโชคดีที่ได้อยู่ในยุคที่ซึ่งสวัสดิการสังคมและการช่วยเหลือมนุษยชาติไม่เพียงเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี และนางซูจีกล่าวว่า เธอโชคดีที่เธอได้อยู่ในยุคที่ซึ่งชะตากรรมของนักโทษทั้งหลายไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็เป็นสิ่งที่ผู้คนตระหนักและให้ความสำคัญ เป็นยุคที่ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนเปิดกว้าง

 

  • สันติภาพที่สมบูรณ์ต้องเป็นเป้าหมายหลักของเราทุกคน

 

สันติภาพที่สมบูรณ์แบบในโลกของเราเป็นสิ่งที่มิอาจได้มา แต่เราจำเป็นต้องเดินในเส้นทางนี้ต่อไป และพึงมีสายตาตรึงไว้กับสิ่งนี้ราวกับเป็นนักเดินทางในทะเลทรายที่สายตาเฝ้ามองอยู่กับดวงดาวที่นำทางอันจะนำพาเขาไปสู่การรอดชีวิต

และแม้ว่าเราจะมิอาจได้มาซึ่งสันติภาพที่สมบูรณ์แบบบนโลกใบนี้ เพราะว่าสันติภาพที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่ได้มีอยู่บนโลกใบนี้ ดังนั้นความพยายามหนึ่งเดียวที่จะทำให้เรามีสันติภาพได้ก็คือการรวมตัวกันระหว่างปัจเจกชนทั้งหลายและชาติต่างๆ ในความร่วมมือ ความเชื่อใจและสัมพันธภาพที่ดีจะช่วยสร้างสังคมมนุษยชาติให้ปลอดภัยและดีงามยิ่งขึ้น

 

  • พลังแห่งความดีงามสร้างสันติภาพได้

 

สิ่งหนึ่งที่ออง ซาน ซู จี พบว่าเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ บทเรียนที่เธอได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของความดีงาม และเพื่อที่จะเป็นผู้ที่หยิบยื่นความดีงามเหล่านั้นให้ผู้อื่น เราจะต้องตอบรับสิ่งดีสิ่งนี้ด้วยความอ่อนโยนและความอบอุ่นต่อความหวังและความต้องการของผู้อื่น เพราะแม้ความดีงามเพียงแผ่วเบาก็ยังสามารถทำให้หัวใจที่แข็งแกร่งอ่อนโยนลงได้ และนั่นคือเหตุผลที่สามารถกล่าวได้ว่า ความดีงามสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้

 

  • ลองจินตนาการว่าโลกนี้ปราศจากซึ่งผู้ลี้ภัย

 

ป้าหมายสูงสุดของเราทุกคนควรจะเป็นการสร้างโลกใบนี้ให้เป็นอิสระจากการไร้ที่อยู่ การไร้ถิ่นอาศัยและไร้ซึ่งความหวัง โลกที่ซึ่งทุกตารางนิ้วเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยแท้จริงที่ซึ่งผู้คนทั้งหลายจะมีเสรีภาพที่จะอยู่อาศัยได้อย่างสันติ โลกที่ซึ่งทุกๆ ความคิด ทุกๆ คนคำพูด และทุกๆ การกระทำต่างเป็นไปเพื่อการแสดงออกถึงสันติภาพ และเราทุกคนสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ เราจงมาร่วมมือกันเพื่อความพยายามในการสร้างโลกที่เต็มไปด้วยสันติภาพที่เราทุกคนสามารถนอนหลับตาลงได้ด้วยความรู้สึกปลอดภัยมั่นคงและตื่นขึ้นมาอย่างมีความสุขกันเถิด

อ่านเพิ่มที่ ไทม์

Posted by Natchanaht 18/06/12

 

 

 

Related posts:

  1. รมว.ต่างประเทศอังกฤษเข้าพบออง ซาน ซู จี (BBC 06/01/12) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งอังกฤษ วิลเลียม เฮก เข้าพบกับผู้นำและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ออง ซาน ซู จี...
  2. ออง ซาน ซู จี กล่าวสาบานตนเป็นสส. สภาพม่าในที่สุด (CNN 02/05/12) ผู้นำเพื่อประชาธิปไตยในประเทศพม่า ออง ซาน ซู จี ได้เข้าทำการสาบานตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกในวันพุธที่ผ่านมา (02/05/12) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มากยิ่งขึ้นหลังจากที่มีครอบงำจากกองกำลังทหารมาหลายทศวรรษ...
  3. ออง ซาน ซู จี เริ่มทริปยุโรปครั้งแรกในรอบทศวรรษ (Time 13/06/12) เมื่อครั้งที่ออง ซาน ซู จี ได้เห็นยุโรปครั้งสุดท้ายนั้น ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ทวีปยุโรปถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มประชาธิปไตยและกลุ่มคอมมิวนิสต์ และในตอนนั้น ประเทศพม่าบ้านเกิดของเธอก็ยังคงอยู่ภายใต้การครอบงำของกองกำลังทหาร...
  4. ทริปเยือนยุโรป ออง ซาน ซู จี เรียกร้องสิทธิแรงงาน (BBC 14/06/12) ผู้นำเพื่อประชาธิปไตยในประเทศพม่า ออง ซาน ซู จี ได้ออกเดินทางเยือนยุโรปเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1988 โดยเธอได้เรียกร้องให้นานาชาติสนับสนุนให้เกิดประชาธิปไตยในประเทศพม่า...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top