คู่มือรับ “สิบโรคมันๆ”ในคิมหันตฤดู
ไอร้อนในยามนี้ดูจะไม่ค่อยปรานีนักเมื่อเทียบกับปีก่อนๆที่ร้อนยังไม่มาเร็ว ปีนี้ร้อนชิงสุกก่อนห่ามเสียทำให้ผู้คนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงกันทุกหัวถนน
ผมเดินวนออกไปซื้อของกินในซอยยังแทบสุก
ขนาดซอยอยู่ใกล้ยังรู้สึกเหมือนแสนไกลราวกับพระรามเดินดงคงด้วยความร้อนจากพระสุรีย์ที่แผดเผาด้วยูวีแรงฤทธิ์ พิษจากพายุร้อนสุริยะนี้ก็ไม่น้อยไปกว่าโซลาร์สตอร์มเลย
มองไปก็เห็นพ่อค้าแม่ขายออกสีหน้าเหนื่อยเพลียกัน
ท่านที่ได้ทำงานอยู่ในออฟฟิศร่มเย็นชื่นใจก็ขอให้ดีใจไว้เถิดครับว่าท่านไม่ต้องรับไอร้อนมากเหมือนคนเดินถนน แต่ถึงกระนั้นไม่ว่าจะคนเดินคอนกรีตหรือคนเดินพรมก็มีสิทธิ์ที่จะประสบโรคภัยไข้เจ็บในหน้าร้อนนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งความป่วยนั้นมากับอากาศและความเหนื่อยล้าเป็นหลักครับ ร้อนนี้ดูจะจับลึกเข้าหัวใจ
ถึงได้กะปลกกะเปลี้ยกันถ้วนหน้า
สิบโรคป่วยด้วยร้อน
แบบไม่อิงกระแส
ความป่วยไข้จากไอร้อนเป็นส่วนหนึ่งของความรำคาญตัวช่วงชีวิตหน้าร้อน คนไทยเรามีกุศโลบายรับมือกับโรคจากไอร้อนนี้มานมนานแล้ว
ร้อนนักก็ตักน้ำจากตุ่มขึ้นมาอาบรดตัว
คอแห้งใจเหี่ยวก็ตักน้ำจากหม้อดินลอยดอกมะลิแล้วดื่มให้ชื่นใจ
ร้อนจนกินอะไรไม่ลงเพราะลิ้นเลี่ยนก็เปลี่ยนสแน็กส์เป็น “ข้าวแช่” รสหอมเย็น
เป็นภูมิปัญญาแบบไทยๆที่เราแทบไม่เห็นกันแล้วด้วยเรารับภูมิปัญญาฝรั่งมาหมดจึงมีส่วนให้ป่วยง่าย บ้านอยู่สบายแบบตึกใหญ่ เข้าไปอบซาวน่าในห้องร้อน ทำให้คนเมืองร้อนยิ่งมีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ ดังโรคต่อไปนี้
1) โรคช็อคแดด(Heatstroke) ป่วยด้วยความร้อนที่ขึ้นสูงจัด สมองทนไม่ไหวก็เข้าโหมดเออเร่อเสียดื้อคือกลายเป็นลม ความดันตกถึงขั้นชักไป คนที่ไวต่อช็อคแดดคือเด็ก,ผู้อาวุโสและคนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว แต่บางทีในนักกีฬาก็เกิดได้รวมถึงคนที่ขาดน้ำ
2) โรคขาดน้ำ ทำให้ร่างกายเพลียไวต่อความเครียดและเหนื่อยล้า พาให้หงุดหงิดไม่สบายอารมณ์ การขาดน้ำทำให้เกิดโรคปวดหัวแบบไมเกรน,ปวดท้องประจำเดือน,สิวขึ้น,หน้าแห้ง,ไร้เรี่ยวแรงและไข้ขึ้นได้ง่ายครับ แค่กินน้ำไม่พอก็จะนำอีกหลายโรคตามมา
3) โรคพิษจากน้ำ น้ำในหน้าร้อนไม่น่าไว้ใจนักไม่ว่าจะน้ำดื่มหรือน้ำเป็นตัวอย่างน้ำแข็ง ไอศกรีม ทานมากนอกจากปวดหัวจี๊ดได้แล้วยังทำให้ปวดท้อง ป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินอาหาร การเกิดพิษจากน้ำในหน้าร้อนมาจากการปนเปื้อนของน้ำเช่น แช่น้ำแข็งร่วมตู้กับของสดหรือตู้ไอศกรีมที่เปิดปิดไม่เป็นเวลา
4) โรคเก่ากำเริบ ท่านที่มีโรคความดันสูง,เบาหวานหรืออาการปวดมึนศีรษะง่ายอยู่แล้วหน้าร้อนจะกระตุ้นให้ท่านเข้าข่ายเสี่ยงป่วยมากขึ้น โรคที่ต้องเฝ้าระวังเหล่านี้จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นยามอยู่ในที่ร้อนจัดแล้วมีความเครียดเช่นประชุมงานกันแล้วเดินตากแดดไปกินข้าวจะทำให้โรคเก่ามาถามหาได้ครับ
5) โรคร้อนลงผิว(Heat rash,Prickly heat) ผดผื่นคันผิวจะเปลี่ยนจากเรื่องสิวๆจิ๊บๆไปเป็นมหากาพย์เรื่องยาวเคล้าความดุเดือดแอ็กชั่นจากอาการคัน ขอท่านที่รักอย่าโรยแป้งลงบนผื่นถ้าไม่แน่ใจเพราะอาจเป็นการไปช่วยส่งเสริมให้เชื้อที่ผิวหนังลงหลักปักฐานกันแน่นหนามากขึ้น ขอให้ระวังน้ำอุ่นไว้ด้วยครับ
6) โรคเบื่ออาหาร การกินหน้าร้อนให้อร่อยต้องค่อยๆรับประทานครับเพราะท้องไส้ยามนี้พาลจะเบื่อ เลี่ยน เอียนอาหารไปเสียหมด ควรงดของมัน,อาหารทอดและของที่เข้ากะทิครับ ซึ่งหน้านี้มีเยอะอย่างข้าวเหนียวมะม่วง,ทุเรียน,ลอดช่องน้ำกะทิ ท่านอาจเลือกกินเป็นเฉาก๊วย,น้ำรากบัว,หล่อฮั้งก้วย,เก๊กฮวยหรือแตงไทยเย็นๆก็ได้ครับ
7) โรคหวัดฟุดฟิด ใช่จะฮิตเฉพาะในหน้าหนาวแต่หน้าร้อนก็ป่วยกันมากครับเพราะเปิดแอร์กันจนเป็นหมีขั้วโลกแล้วก็เดินเข้าออกร้อนทีเย็นที ร่างกายปรับไม่ทันก็ป่วยไป กลายเป็นไข้หวัดเอื้ออาทรกันทั้งโรงเรียนและบริษัท ทางที่ดีควรจัดให้มีเวลาพักแอร์หรือปรับอุณหภูมิให้ไม่เย็นจัดจนขนหัวลุกเกินไปครับ
ร้อนใน อากาศเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในร่างกายง่ายขึ้นโดยเฉพาะอากาศที่ร้อนอบอ้าว บางคราวมีไอชื้นจากฝนปรอย วันหนึ่งมีฤดูน้อยๆมาเป็นน้ำจิ้มถึง 3 ฤดู อาการร้อนในคือการอักเสบในช่องปากและภายในร่างกายเกิดได้เวลาที่ดื่มน้ำน้อย,ขาดน้ำและทานอาหารแป้งกับน้ำตาลบ่อยเพราะจะไปกระตุ้นได้
9) ไส้เน่า จากเชื้อซัลโมเนลล่า,อี.โคไลที่ปนเปื้อนมาในผักสด,อาหารสดและน้ำแข็งไสน้ำแข็งกดที่กินกันในหน้านี้มาก กฏของเชื้อไส้เน่าคือที่ไหนมีน้ำที่นั่นมีเชื้อ ฉะนั้นในน้ำขวดชื่นใจเย็บเจี๊ยบก็อาจมีอยู่เพียบได้เช่นเดียวกับไอศกรีมแท่งที่ละลายง่าย รวมถึงการกินน้ำแข็งปนเปื้อนของสดจากถังเหล็กโดยตรง
10) พิษสุนัขบ้า, ฉี่หนู ใครว่าหน้านี้มีหมาบ้าอย่างเดียวยังมี แมว,หนู,กระต่าย,กระรอก,ค้างคาวและสัตว์ฟันแทะที่บ้าได้อีก ส่วนเรื่องโรคฉี่หนู(เล็ปโตสไปโรซิส)ก็ฮิตไม่น้อย ด้อยกว่าช่วงน้ำท่วมหน่อยเดียวเพราะโรคนี้มากับน้ำ คนร้อนก็ต้องอาบน้ำ เล่นน้ำ สาดน้ำ กันมากรวมความว่าถ้ามีน้ำเฉอะแฉะและบ้านมีหนูหรือในตลาดสดน้ำเฉะก็มิสิทธิ์ติดฉี่หนูแบบไม่อิงกระแสได้เหมือนกัน
นอกจากนั้นยังมีโรคมโนสาเร่หน้าร้อนพอให้เราต้องผุดลุกผุดนั่งกัน อย่างตอนนี้ก็มีโรคทางเดินหายใจผิดปกติจากหมอกควันไฟทางภาคเหนือเป็นที่น่าสงสารพี่น้องจาวเหนือและนักเดินทางเป็นอย่างยิ่ง เดินทางก็ลำบากอยู่แล้วทัศนวิสัยไม่อำนวยแล้วยังแถมด้วยโรคภัยไข้เจ็บอีก
ร้อนแล้วดุจริงจัง
สิบบัญญัติขจัด “โรคร้อน”
1) ดื่มให้พอ น้ำเปล่านี่ละครับดีที่สุดขอให้ดื่มไว้เรื่อยๆ มีเทคนิคคือตั้งขวดน้ำไว้หน้าโต๊ะทำงานแล้วปฏิญาณว่าวันนี้จะดื่มให้หมดขวด ในท่านที่ชอบออกกำลังฤดูนี้ต้องยั้งพลังไว้บ้างแล้วดื่มน้ำให้มากก่อนลงสนามครับ
2) รอเข้าวิน ขออย่าเพิ่งเข้าห้องปรับอากาศทุกครั้งร่ำไป ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้หาเสื้อไว้เปลี่ยนครับเผื่อถ้าเดินชื้นเหงื่อมาแล้วต้องเข้าออฟฟิศทำงานเลยจะทำให้ร่างกายเย็นจนเป็นหวัดไม่สบายได้ครับ
3) กินให้น้อย การกินอยู่พอสัณฐานประมาณเป็นข้อพึงปฏิบัติอยู่ทุกฤดู โดยเฉพาะหน้าร้อนนี้ขออย่าให้กินอิ่มเกินไปเพราะทำให้อาหารไม่ย่อยและป่วยไข้ได้ ความร้อนทำให้อาหารบูดเสียเร็วไม่เว้นแม้ในกระเพาะลำไส้เราครับ
4) ค่อยๆออก หมายถึงออกกำลังกายให้เพลาลงบ้างในฤดูนี้ มีหลายท่านที่ “ช็อคแดด” ในหน้าร้อนจนตกอกตกใจในฟิตเนสกันมาแล้ว การหาเอ็กเซอไซส์โหมดเบาๆให้เหมาะกับตัวเราคือไม่เหนื่อยลิ้นห้อย ไม่ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำมาก ลดแอโรบิกลง คงไว้แต่ไดนามิกเบาๆอย่างซิทอั้พก็ได้ครับ
5) บอกถ้าป่วย หากท่านมีโรคประจำตัวอยู่ขอให้คอยระวังไว้เวลาเหนื่อยแล้วต้อง “เพลา” ลงบ้าง เพราะโรคร้ายอย่างสโตร้ค อัมพฤกษ์ อัมพาต กับโรคหัวใจจะมาถามหาเวลาร้อนจัดจนเลือดแทบเดือดอย่างนี้ หากท่านมีโรคประจำตัวที่ว่าการหารือกับคุณหมอไว้ก่อนให้ปรับยาก็จะดีครับ
6) ช่วยนอนเร็ว การนอนช่วยดับร้อนได้ส่วนหนึ่งคือช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนซ่อมแซมตัวเองหลังจากผจญไอร้อนมาทั้งวัน ความร้อนทำให้ท่านเสียน้ำ,หัวใจเต้นเร็วและเสียเกลือแร่ในร่างกาย ตัวเราจะใช้เวลานอนนั้นในการ “ยกเครื่อง” ปะผุพ่นสีใหม่ให้ตื่นมามีแรงอีกครั้งครับ
7) เจลลดไข้ ใช้ได้ในเด็กที่ใกล้จะช้อคแดดหรือดูซึมลงจากอากาศร้อนเพราะช่วยลดได้ทันใจไม่อันตรายครับ ดีกว่าจับอาบราดน้ำเย็นเป็นเด็กลูกกรอกตัวสั่นฟันกระทบกึก นึกอะไรไม่ออกมีเจลลดไข้ติดบ้านไว้ก็สะดวกดีครับ
ไม่กินหวาน อันหน้าร้อนมีผลทำให้อุณหภูมิกายสูงอยู่แล้ว การเร่งให้ร่างกายต้องเผาผลาญอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลอีกจะทำให้ “เครื่องใน” เกิดอาการป่วยได้ เพราะในของหวานมีน้ำตาลที่ทำให้เกิดกระบวนการ “ไกลเคชั่น(Glycation process)” อันทำให้เกิดเสื่อมอักเสบขึ้น เรียกว่าร้อนต่อร้อนมาเจอกันถึง 2 เด้ง
9) อาหารเย็น เป็นเครื่องดับร้อนที่ควรเลือกหาครับ จะรับเป็นแบบไทยๆก็มีแกงส้ม,ข้าวแช่,แตงไทยน้ำกะทิ,น้ำมะตูมหรือแบบเทศก็มีเฉาก๊วย, สมู้ทตี้แตงโม, เก๊กฮวยเย็น, ต้มมะระ มีเยอะสิ่งให้ท่านเลือกครับ หาของเย็นมาดับร้อนเป็นวิธีที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพด้วยครับ
10) เน้นธรรมชาติ คนไทยรุ่นใหม่ใช้แอร์เป็นเครื่องดับร้อนจึงทำให้ยิ่ง “ร้อนใน” เพราะแอร์เป็นอากาศแห้งและเย็นทำให้เกิดอักเสบทางเดินหายใจง่ายครับ ที่ไหนมีแอร์ที่นั่นมีสิทธิ์ป่วย ทั้งนี้ไม่ได้ให้งดใช้แอร์นะครับแต่ลองสลับดูบ้างอย่างร้อนนักก็อาบน้ำให้ชื่นใจหรือใช้แป้งเย็นโรยตัวก็ได้ครับ
คนไทยยุคเก่าก่อนย้อนไปได้ถึงราวต้นกรุงศรีอยุธยามีการอาบน้ำกันด้วย “ฝักบัว” แล้วนะครับเป็นบัวที่หัวทำจากตะกั่วหล่อขึ้น ดังเห็นได้จากบทเสภาขุนช้างขุนแผน ส่วนการอาบน้ำแบบเปลือยกายในห้องหัมิดชิดนั้นเพิ่งมามีเอาช่วงหลังที่เรารับวัฒนธรรมฝรั่งเข้ามา คนไทยแต่ก่อนแม้ท่านจะอยู่ในห้องหับก็ยังไม่กล้าอาบน้ำแบบนุ่งลมห่มฟ้าด้วยท่านว่ายังอายผีสางเทวดา
การอาบน้ำให้ดีช่วยไล่ร้อนได้ครับ ไม่ต้องเปิดแอร์เสียจนเย็นจับขั้วปอดเสมอไป อย่างในยุโรปฝรั่งผู้ดีก็จะหาที่หลบร้อนไปตามเกาะแถวเมดิเตอร์เรเนียน อย่างแซงต์โทรเปซ์,คาปรีหรือเวนิสก็เป็นที่นิยมดังที่ประพันธกรเอกอย่างธอมัส มานน์ได้เขียนเรื่อง “มรณะในเวนิส(Death in Venice)” ฝากโลกไว้ แม้ไม่มีใครชอบร้อนนักแต่อากาศร้อนก็ยังมีข้อดีอันควรที่จะรักได้นั่นคือช่วยให้หน้าฝนและหน้าหนาวที่จะตามมานั้นมีความสุขขึ้นสมกับเป็นฤดูที่รอคอย
ต้องเคยผ่านร้อนหนาวมาก่อนถึงจะสุขได้ซึ้งดีครับ…………………………………
Related posts:
- สหรัฐฯ เตือนอันตรายจากฮีทเวฟ (BBC 18/07/2011) เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตือนอันตรายจากภาวะโลกร้อน ในลักษณะของ ฮีทเวฟ (Heat Wave) หรือคลื่นความร้อนอันตรายจะพาดผ่านตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้เกิดภาวะความกดอากาศสูง...
- คลื่นร้อนอันตรายกระจายทั่วสหรัฐฯ (BBC 22/07/11) คลื่นร้อนอันตราย (Heat Wave) กระจายตัวทั่วสหรัฐฯ บริเวณตอนกลางและฝั่งตะวันออกของประเทศ ส่งผลให้อุณหภูมิขึ้นสูงถึง 37...
- ข้าวแช่แม่อร เพชรบุรี ไหว้พระกันแล้วก็หาของอร่อยเมืองเพชรทานกันนะคะ อาหารขึ้นชื่อของที่นี่มีมากมายหลากหลายอย่าง แต่วันนี้เราจะไปทาน “ข้าวแช่” กันค่ะ ร้านที่เราจะไปอยู่ในตลาดริมน้ำ ใกล้ๆ กับวัดมหาธาตุค่ะ เดินเข้าไปในตลาด แล้วถามหา...
Comments are closed.









