กินของแปลก

วันหนึ่งตอนสอนอยู่ที่จุฬาฯลูกศิษย์ก็ชูมือถือให้ดูรูปไก่ฟ้าที่ถ่ายไว้  เป็นไก่ฟ้าหลังขาวตัวโตเบ้อเริ่มนอนนิ่งแบบไร้ชีวิต  พร้อมกับมีสตอรี่เล่าว่าเขาซื้อมาจากประเทศลาวแล้วเอามาต้มกินกับลาบ 

ฟังแล้วสะดุ้งเฮือก

ไก่ฟ้าอย่างนี้เป็นแบบที่หายากมากในบ้านเรา  แต่ในลาวคงยังอุดมสมบูรณ์อยู่มากจึงถูกยิงมาได้  ชาวฝรั่งเศสนิยมไปล่ามากินมากดังในอัติชีวประวัติของมักเซล ปันโยล ที่เล่าไว้ถึงเกียรติคุณของบิดาผู้บุกป่าไปยิงนกจำพวกไก่ฟ้านี้ได้

เห็นแล้วให้สังเวชใจ

คิดไปก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุที่ฝรั่งชอบฆ่านก ตกปลากันโดยเห็นเป็นกีฬาเช่นนี้หรือเปล่าจึงทำให้เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุกันมาก  แล้วก็รู้สึกว่าเป็นเช่นเดียวกับคนที่ชอบทาน “อาหารป่า” ที่ว่าหายากแล้วรู้สึกว่าเป็นของดีช่วยบำรุงกำลัง  หรือการไปหาอวัยวะสัตว์มากินเพื่อบำรุงอวัยวะตัว

หูฉลาม,อุ้งตีนหมี,ดีแมลงวัน ฯลฯ

สารพัดสารพันจะหามาโป๊วร่างกาย  เบาะๆก็ไปควักรังนกมาจนบ้านแตกสาแหรกขาด  ถ้าทำอย่างมักได้  ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่าการพรากชีวิตหนึ่งมาบำรุงอีกชีวิตหนึ่งจะเป็นไปได้  แค่หลักไอนสไตน์ก็ผิดแล้ว  สสารไม่มีวันสิ้นสูญแต่ชีวิตมีวันดับสูญได้  แค่เปลี่ยนรูปไปก็ถือว่าชีวิตหนึ่งจุติ(ดับ)ไปแล้ว  ฉะนั้นการดับชีวิตหนึ่งก็เป็นเรื่องของชีวิตนั้นไม่มีทางเอาไปทากาวติดเพื่อยืดอีกชีวิตหนึ่งได้เลย

เป็นเรื่องเชยที่กินแบบเห็นแก่ตัว

สิบของกินแซ่บเว่อร์

ระวังร้าย

            อาหารการกินที่บ่งนิสัยคนได้ยังมีอีกเยอะครับ  คนที่กินชีวิตอื่นเพื่อหวังต่อชีวิตตัวเองก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง  กินเพื่ออวดฐานะทางสังคมก็อีกหนึ่ง  หรือจะเป็นการกินเพื่อช่วยคนอื่นก็มีครับ

อย่างกินประหยัดเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อมหรือกินแบบพอกินในช่วงน้ำท่วมเมือง  ไม่กักตุนอาหารไว้จนเกลี้ยงชั้น  อดกินน้ำเปล่ากันจนทั่วประเทศ

หลายท่านจะมีความเชื่อว่าอาหารที่เขาว่าหายากราคาแพงจะยิ่งดี  เรื่องนี้มีทั้งจริงแท้และจริงเทียมครับ  วันนี้ขอเอาอาหารจริงเทียมมาพูดกันบ้างดังนี้ครับ

1)              อาหารป่า  หากินยากเย็นอาจเป็นพาหะของ “เชื้อป่า” ได้เหมือนกันครับ   อาทิ พิษสุนัขบ้า,ไวรัสเยื่อหุ้มสมองอักเสบ,ริกเก็ตเซีย,พยาธิ  สัตว์ป่าไม่สะอาดเหมือนสัตว์บ้านครับตรงที่ไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันฉะนั้นจึงเป็นพาหะกันได้ง่ายยิ่งกว่าง่าย  คนไปจับมาทานก็เสี่ยงติดโรคตั้งแต่ขั้นตอนการจับแล้วครับ

2)              ปลาดิบ  ไม่ใช่แต่ชาวญี่ปุ่นชาติเดียวแต่ชาติจีนและอีสานก็ทานปลาดิบกันด้วย  ต่างที่ที่น้ำจิ้มและชนิดของปลา  ปลาดิบเป็นดาราสำคัญของคนญี่ปุ่นครับ  แต่การเลือกเนื้อปลาดังๆอย่างพื้นท้องปลาทูน่ามาจากรสนิยมของชาวอเมริกันสมัยนายพลเปอรี่เมื่อร้อยกว่าปีมานี้เอง  ด้วยอเมริกันชนชอบกินเนื้อติดมันนุ่มลิ้น  ปลาดิบทะเลใช่ว่าปลอดพยาธิเพราะยังมี “อะนิซาคิส(Anisakis)” เป็นพยาธิตัวสำคัญ  พบมันใน “ปลายำ(เซอวิเช่)” แบบสุกมะนาวของเปรูด้วยครับ

3)              หอยดิบ  โดยมากมักเป็นหอยน้ำจืด  อันตรายอยู่ที่พยาธิจอมไชที่ไปอยู่สมองแล้วแสนปวดร้าวราน  บางท่านได้พยาธินิสัยชอบทางเดินน้ำดีก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งตับ  สำหรับท่านที่ทานแล้วไอรุนแรงต้องระวังพยาธิลงปอดไว้ให้ดีครับพบในหอยและปูน้ำตก  ส่วนการกินหอยทะเลดิบก็มีเสี่ยงเชื้ออหิวาห์ที่ทำให้ท้องเสียปวดตัวทรมานมากครับ

4)              ผักบุ้งดิบ,ผักกะเฉดดิบ และมวลพืชน้ำเคี้ยวอร่อยทั้งปวงที่อาจพา “พยาธิ” ล่วงผ่านปากเข้าสู่ลำไส้  อย่างนี้ไม่สนุกครับเพราะผักที่ว่ามีพยาธิได้ไม่แพ้กินหอย,ปู,กุ้งน้ำจืดดิบ  ผักดิบๆที่เราเอามาทานกับส้มตำก็ไม่แพ้กันอย่างกะหล่ำปลีมีสิทธิ์เป็นที่พักชั่วคราวของ “ลูกตัวตืด” ยืดๆดุบดิบน่ารักที่มักทะลวงลำไส้เข้าไปเก็บในตัวกลายเป็น “เม็ดสาคู” น่าเอ็นดูแต่ปวดทรมานครับ

5)              แห้ว,กระจับ,สายบัว  พืชน้ำที่เคี้ยวมันติดเหงือกนี้เป็นที่เก็บของพยาธิและเชื้อแบคทีเรียจากน้ำที่ทำให้ลำไส้อักเสบได้  การล้างพืชน้ำเหล่านี้ไม่สะอาดพอมีผลไม่ต่างกับกินเนื้อสัตว์ดิบๆสุกๆเลยครับเพราะเป็นแหล่งรวมเชื้อพยาธิจากน้ำเช่นกัน

6)              น้ำมันปลอดแคลอรี่  น้ำมันทอดอาหารประเภทนี้ทำให้ร่างกายมีการขับไขมันออกมาทางอุจจาระ  เกิดภาวะกลั้นไม่อยู่  และแม้จะไม่มีแคลอรี่อันตรายแต่ก็กระตุ้นให้อยากรับประทานไขมันอื่นนอกเหนือนี้ได้มากขึ้น

7)              น้ำตาลเทียม  ถ้าใช้ผิดมีสิทธิ์แย่ยิ่งกว่าน้ำตาลจริงอีกครับ  เพราะการกินหวานเทียมทำให้ติดหวานได้ง่ายด้วยมันหวานมากกว่าน้ำตาลแท้หลายเท่าตัว  สังเกตดูชาติอเมริกันที่กินหวานเทียม ไขมันต่ำกันแต่ตัวล่ำแทบทั้งชาติ  นั่นเป็นเพราะของเทียมเหล่านี้กระตุ้นน้ำตาล,ไขมันและอาการติดหวานได้ถ้ากินในปริมาณมากเกินไป

8)              ปลาทะเลน้ำลึก  ถ้าทานจากแหล่งไม่รู้แน่อาจพบแช่ฟอร์มาลีน อีกทั้งปนเปื้อนโลหะหนักอย่างปรอท,ตะกั่วจากทะเลอีก  การกินปลาทะเลน้ำลึกทั้งสามมื้อจะเป็นการสะสมสารปนเปื้อนอันตรายได้  เทคนิคง่ายคือทานปลาสลับชนิดกัน เช่นปลาน้ำจืดสลับบ้าง  ถ้าเป็นปลาทะเลก็อย่าเลือกฉลาม,ปลาดาบ,ปลากระเบนครับ

9)              วิตามินสังเคราะห์  เป็นปัญญาประดิษฐ์อย่างหนึ่งของมนุษย์เพราะตอนนี้บริษัทวิตามินพยายามลดต้นทุนด้วยการนำวิตามินสังเคราะห์หลายชนิดมาอัดรวมเป็นเม็ดเดียวจะได้กินง่ายๆ  ซึ่งจริงแล้วกินได้แต่ต้องเลือกชนิดที่มีคุณภาพครับ  เพราะวิตามินสังเคราะห์บางชนิดไม่ปลอดภัยอย่างวิตามินอีและกรดวิตามินเอที่ทำลายตับ

10)         สมุนไพร  กินสมุนไพรแทนยาฟังดูว่าจะดี  ที่จริงแล้วต้องดูขั้นตอนการผลิตด้วยครับ  ถ้าจับปั้นโดยใส่สเตียรอยด์ก็ไม่ดี  การกินสดๆเลยก็ไม่ปลอดภัยนะครับเพราะสารพิษในสมุนไพรมักสลายถ้าโดนความร้อน  การกินสดบ่อยๆจะทำให้ตับเสื่อมเร็ว  ในคนท้องยิ่งต้องระวังครับ

สิบอาหารที่ว่าไปไม่ใช่ของอันตรายเสียทีเดียว  ถ้าเราจัดระเบียบการกินให้ไม่เอียงข้างหนักไปทางชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำซากเกินไป  เป็นต้นว่าทานสมุนไพรก็ไม่ใช่ทานแช่ไปตลอดทุกวันกินกันทั้ง 3 มื้อเพราะมันก็จะทำให้ตับทำงานหนักได้  หรืออย่างปลาทะเลแม้จะดีแสนดีแต่กินบ่อยก็มีสิทธิเอ๋อได้จากสารตะกั่วและปรอทขึ้นสมอง  ลองสลับทานปลาน้ำจืดบ้าง ปลากระป๋องบ้าง  ดังนี้เป็นต้น  ปลาอะไรก็ได้ครับเมืองไทยไม่เคยขาดปลา

เว้นไว้ถ้า “ปลาบู่” ก็ตัวใครตัวมันนะครับ

……………………………………………………….

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top