คอลัมนิสต์ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ 

“จำเลยร่วม” ตามเกม

คอลัม์ สำนักข่าวหัวเขียว โดยแม่ลูกจันทร์ ไทยรัฐ  

เร่งด่วนน่ะซี

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน 

ยื่นตีความ 2 พ.ร.ก. ไม่ใช่แค่ ขัด – ไม่ขัด รธน. แต่อยู่ที่ “ทันกาล” หรือไม่

คอลัมน์ หน้า 6 ข่าวสด  

บทโอ้โลมนิ่มๆ อธิการบดี ธรรมศาสตร์ “อิทัปปัจจยตา”

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน เดลินิวส์  

แค่ “ชะงัก” แต่ยังไม่ถึงกับต้อง “สะดุด” 

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง โดยทีมข่าวการเมือง โพสต์ทูเดย์   

แดงแหยงแดง ตัดตอน 112 รักษาอำนาจรัฐบาล

สรุป คอลัมน์นิสต์

คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ

  • “จำเลยร่วม” ตามเกม

ในจังหวะที่ นายกฯหญิง ลุยทุ่มสุดตัว ตั้งท่ารับมือน้ำท่วมแบบสุดกำลัง สวนทางกับฝ่ายค้านพรรคปชป. ที่ดึงเกมกระตุกขา ยื่นเรื่องให้ศาล รธน.ตีความ พ.ร.ก.ที่เกี่ยวโยงกับแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ขัด รธน.หรือไม่ รับลูกไปทางเดียวกับแนวร่วม ส.ว.สรรหา สายม็อบพันธมิตรฯที่เดินเกมตีคู่ขนาน กั๊กเหลี่ยม ไม่ให้ผ่านแผนบริหารจัดการงบประมาณกันง่ายๆ ตามอาการอ้อนขอความเห็นใจ นายกฯยิ่งลักษณ์ ยืนยันทำตามหลักและเหตุผล หากล่าช้าออกไป อาจจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุน จึงอยากเรียกร้องว่า อย่ามองเรื่องนี้เป็นประเด็นด้านการเมือง ขอโอกาสให้รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสัญญาณกระตุกขวัญ ข้อมูลชวนระทึก ทางหนึ่งนายปลอดประสพ ก็ปล่อยตัวเลขออกอากาศเตือนสถานการณ์น้ำปี 55 อันตราย ขู่ผู้เกี่ยวข้องเน้นนโยบายป้องกันน้ำท่วม เพราะรัฐบาลพลาดไม่ได้อีกแล้ว ขณะที่นายสมิทธ ก็ตอกย้ำจากนี้ไปภันพิบัติจะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะน้ำท่วม สรุปตามรูปการ ฝ่ายหนึ่งดัน ฝ่ายหนึ่งดึง ถ้ารับมือน้ำไม่ทันมหาอุทกภัยมาเยือนอีกจริงๆ “ยิ่งลักษณ์” คงไม่เป็น “จำเลยเดี่ยว”

คอลัม์ สำนักข่าวหัวเขียว โดยแม่ลูกจันทร์ ไทยรัฐ

  • เร่งด่วนน่ะซี

การยื่นให้ ศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก. ของพรรคปชป. เป็นเกมที่ฝ่ายค้านยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว คือ เบรกรัฐบาลไม่ให้เดินหน้าแผนแม่บทแก้ปัญหาน้ำท่วม และถ้าศาล รธน.วินิจฉัยว่า ขัด รธน.จริง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะต้องเจอวิบากกรรมเหมือนกับรัฐบาล นายสมัคร และนายสมชาย อย่างไรก็ตามจากข้อกล่าวหาของพรรคปชป. ที่ว่า ไม่ใช่กรณีจำเป็นเร่งด่วยฉุกเฉิน ขอยืนยันว่า จำเป็นเร่งด่วนแน่นอน การออก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของ รธน.ทุกประการ ถ้าพูดกันตรงไปตรงมา ฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องถามศาล รธน. ให้เสียเวลา แต่ควรถามประชาชนที่บ้านน้ำท่วมดีกว่าว่า การลงทุนแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ข้อสำคัญถ้าเปรียบเทียบ พ.ร.ก.กู้เงินโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลชุดก่อน กับ พ.ร.ก.เงินกู้ แก้ปัญหาน้ำทั้งระบบของรัฐบาลปัจจับัน ฟันธงว่า พ.ร.ก.กู้เงิน ของรัฐบาลปู จำเป็นเร่งด่วน กว่า ไม่เชื่อถามชาวบ้านดู

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน

  • ยื่นตีความ 2 พ.ร.ก. ไม่ใช่แค่ ขัด – ไม่ขัด รธน. แต่อยู่ที่ “ทันกาล” หรือไม่

เมื่อมีการยื่นศาลรธน. ตีความ พ.ร.ก. 2 ฉบับ จึงทำให้ความตั้งใจของรัฐบาลที่จะใช้ พ.ร.ก.ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ 4 ฉบับ เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการทำงาน ทั้งการป้องกันน้ำท่วมและการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ จึงมิได้ราบรื่น เพราะเมื่อยื่นให้ศาล รธน. ตีความ ย่อมส่งผลให้ต้องรอคอย คำวินิจฉัยของศาล รธน. และต่อให้ชี้ว่า พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับ ไม่ขัดต่อ รธน. แต่กระบวนการล่าช้ากินเวลายาวนาน หรือมีนักลงทุนทั้งไทยและเทศถอนการลงทุนออกไป กลุ่มหรือองค์กรใดๆก็ตาม ที่ไมได้มีภาระหน้าที่ในงาน “บริหาร” จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบอะไรด้วยหรือไม่

คอลัมน์ หน้า 6 ข่าวสด 

  • บทโอ้โลมนิ่มๆ อธิการบดี ธรรมศาสตร์ “อิทัปปัจจยตา”

คล้ายกับมาตรการห้ามคณะนิติราษฎร์เคลื่อนไหวใน มธ. จะเป็นการยุติปัญหา แต่เอาเข้าจริงๆกลับไม่สามารถยุติปัญหาลงได้ กลับเป็นการสร้างอีกปัญหาขึ้นอีก เพราะมาตรการนี้มิได้ยึดหลักแห่ง “อิทัปปัจจยตา” ที่สำคัญอย่างมากคือ คณะผู้บริหารมองปัญหาอย่างโดดๆมองไม่เห็นความสัมพันธ์เกาะเกี่ยว ยึดโยง ยิ่งกว่านั้นยังมองคณะนิติราษฎร์เป็นเพียงอาจารย์ 7 คนจากคณะนิติศาสตร์ กระทั่งมองข้ามจำนวน 112 คนแรกที่ร่วมลงชื่อกับ ครก.112 การแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงมิใช่มาตรการห้ามพูด ห้ามเคลื่อนไหว ตามความเคยชินของผู้มีอำนาจ แต่จำเป็นต้องเดินไปตามวิถีแห่งระบอบประชาธิปไตย คำนึงถึงผลสะเทือนโดยเฉพาะผลสะเทือนทางความคิด

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน เดลินิวส์ 

  • แค่ “ชะงัก” แต่ยังไม่ถึงกับต้อง “สะดุด” 

กระบวนการยื่น “ตีความ” ของพรรคปชป. กับกลุ่ม 40 ส.ว. กำลังถูกทำให้เป็นเรื่อง “การเมือง” ทั้งที่เป็นกระบวนการตรวจสอบอันพึงกระทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย และสมัครพรรคปชป.เป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย ก็ใช้กระบวนการ “ตีความ” นี้เช่นกัน อย่าลืมว่า พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลผสม “เสียงข้างมาก” 300 เสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่ “ง่ายมาก” หากจะผลักดันให้มีการออกกฎหมายในลักษณะ พ.ร.บ. ที่ต้องผ่านรัฐสภา ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับสังคมด้วยว่า แนวทางของรัฐบาลในการรับมือสถานการณ์ “น้ำท่วม” อีกครั้งในปีนี้ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะ “เอาอยู่” ขณะที่รัฐบาลขอความร่วมมทุกฝ่าย อีกด้านก็มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายเรื่องหลายประเด็นอย่างต่อเนื่องล่าสุด คือการน้ำรายชื่อประชาชน 60,000 คน ยื่นแก้ไข รธน.มาตรา 291 เพื่อเปิดให้มีการตั้ง ส.ส.ร. การแก้ไข รธน. ถือเป็นความขัดแย้งของสังคมครั้งใม่ แต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ห้าม ขณะที่กระบวนการ “ตรวจสอบ” ฝ่ายบริหารตาม รธน. อย่างการยื่น “ตีความ” กลับถูกมองว่า เป้นเรื่องการ “ท้าทาย” และใช้ “ทิฐิ” ก่อน แค่ “ชะงัก” ยังขนาดนี้ ถ้า “สะดุด” จะขนาดไหนล่ะเนี่ย

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง โดยทีมข่าวการเมือง โพสต์ทูเดย์

  • แดงแหยงแดง ตัดตอน 112 รักษาอำนาจรัฐบาล

ปฏิกิริยาของพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช.ที่ย้ำจุดยืน ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนิติราษฎร์ และไม่เกี่ยวข้องทุกกรณีกับการเสนอแก้มาตรา 112 ก็เพื่อตัดชนวนความขัดแย้งในสังคม จึงเป็นการพยายามโดดเดี่ยวนิติราษฎร์ ทั้งที่นักวิชาการกลุ่มนี้เป็นพลังสีแดงที่ช่วยต่อต้านการรัฐประหาร เป็นเป้าหมายเดียวกับพรรคเพื่อไทย ก่อนเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้เครือข่ายทุกกลุ่มต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามในสภา นอกสภา แต่ปัจจุบัน พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จึงไม่จำเป็นต้องเสี่ยงทำเรื่องร้อน เพาะศัตรูเพิ่ม ที่กระทบต่อการครองอำนาจรัฐ รัฐบาลยังมีอำนาจอยู่ได้อีก 3 ปีครึ่ง จึงต้องรักษาอำนาจนี้ไว้ให้นานที่สุด การถล่มนิติราษฎร์จึงเป็นไฟต์บังคับ พ.ต.ท.ทักษิณ ประเมินแล้ว่า แม้จะเสียแนวร่วมจาก “แดง 112” แต่ไม่มาก เพราะแดงส่วนใหญ่ในขณะนี้คือแดง นปช. จึงต้องสละเรือถอดเสื้อ 112 ทิ้ง แต่การสู้ให้แก้มาตรา 112 กับการอยู่ชิงอำนาจเป็นรัฐบาลที่สุดแล้ว ใครจะเป็นแดงแท้ – แดงเทียม

 

รวบรวมโดย ทีมงาน www.bangkokvoice.com

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top