HR หาเข้า หัวหน้าเอาออก

อ่านประโยคนี้พบใน Internet อันแสนกว้างใหญ่ของเรา  อ่านปุ๊บ  รู้สึกโดนปั๊บ  ในฐานะคน HR ที่ต้องทำหน้าที่ในการสรรหาบุคลากรให้แก่องค์กรอย่างยากลำบาก  แต่พบหัวหน้างานบางท่าน บริหารลูกน้องไม่เป็น  ในที่สุดคนที่เฟ้นหามาอย่างยากลำบากก็เดินออกไปจากองค์กร พร้อมกับหัวหน้างานหันมาตำหนิ HR ว่าเลือกคนไม่ดี  โดยที่ไม่ได้หันกลับไปพิจารณาตนเองเลยว่า มีส่วนร่วมในการสรรหาพนักงานเพื่อเข้ามาเป็นลูกน้องแท้ ๆ    ปัญหานี้เป็นปัญหาคลาสสิกเลยทีเดียว  ในเมื่อปัญหามีไว้แก้  HR อย่างเราก็ต้องแก้ไขปัญหานั้นให้ได้เช่นกัน

 

บ่อยครั้งที่ HR ขององค์กรถูกประเมินผลการทำงานด้วย Retention rate  ซึ่ง HR เองก็ไม่สามารถควบคุมการลาออกของพนักงานได้ เมื่อรับพนักงานเข้ามา  พนักงานอยู่ในความดูแลของหัวหน้างาน  และสายงาน เมื่อพนักงานคับแค้นใจลาออกด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม  กลับมาวัดอัตราการลาออกของพนักงานที่ HR   ทั้ง ๆ ที่สาเหตุหลักในการลาออกของพนักงาน คือ หัวหน้างาน  มากกว่าการลาออกเพราะค่าตอบแทนเสียอีก

 

เป็นหน้าที่ใคร  ที่จะทำให้บรรดาหัวหน้างานเหล่านี้เข้าใจถึงบทบาท  หน้าที่ของตนเองที่มีต่อลูกน้อง?  ก็คงไม่พ้น HR    เมื่อองค์กรเกิดหัวหน้างานใหม่ขึ้นมา HR มีหน้าที่เตรียมพวกเขาเหล่านั้นให้เป็นหัวหน้างานที่ดี เพื่อไม่ก่อปัญหาให้กับ HR ในอนาคตนั่นเอง

 

หัวหน้างานควรรู้เรื่องใดบ้าง ผู้รู้แต่ละท่านได้นำเสนอสิ่งที่หัวหน้างานควรรู้ไว้แตกต่างกัน  แต่พอสรุปคร่าว ๆ ได้ว่า หัวหน้างานควรรู้หน้าที่แห่งตน  เมื่อได้เป็นหัวหน้า  ก็ต้องทำตัวแบบหัวหน้างาน  ก้าวเข้าสู่งานบริหารจัดการมากขึ้นกว่าเดิม  ต้องรู้จักการวางแผนงาน  ประชุมทีมงานเพื่อชี้แจงและมอบหมายงาน  ทำให้ทีมงานก้าวเดินไปในเพื่อให้ถึงเป้าหมายเดียวกันเ   คนในทีมเข้าใจว่ามีหน้าที่อะไรและสิ่งที่เขาทำจะนำพาทีมไปได้อย่างไร   นอกจากนั้น เมื่อมอบหมายงานแล้ว  หัวหน้าต้องรู้จักการติดตามผลงานจากลูกทีม   หากลูกทีมมีปัญหาหัวหน้าก็ต้องลงไปช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ลุล่วงเพื่อให้ลูกน้องสามารถดำเนินงานตามที่กำหนดไว้

 

นอกจากงานประจำแล้ว  อีกประการหนึ่งที่หัวหน้างานควรทำคือ  การพัฒนาลูกทีมและการทำงาน  รู้จักนำความรู้มาแบ่งปัน  มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยพัฒนากระบวนการทำงานให้ง่ายขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น     รู้แนวทางหรือวิธีการพัฒนาลูกทีมให้มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน  ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว   เข้าใจลูกทีม และสร้างทีมที่มีคุณภาพขึ้นมา  ร่วมสังสรรค์หรือหากิจกรรมแบบไม่เป็นทางการทำร่วมกับลูกทีมบ้าง   เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น  จะให้หัวหน้างานสามารถทำงานกับลูกทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มีข้อขัดแย้งน้อยที่สุด   หัวหน้างานจำเป็นต้องพัฒนา Soft skill ด้านต่าง ๆ จากผลการสำรวจแบบไม่เป็นทางการ หัวหน้างานที่ดีในสายตาของลูกทีมมักจะมาจากความรู้สึกที่ดีต่อกันมากกว่าผลงาน  กูรูท่านหนึ่ง ใช้วิธีตั้งคำถามกับคนในองค์กรว่า  หัวหน้างานของท่านเป็นหัวงานที่ดีเพราะ ……..   เกือบจะทั้งหมด  มักจะตอบในเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกมากกว่าจะเป็นคำตอบที่เกี่ยวข้องกับงาน อย่าง การวางแผนงาน การสั่งการ  การควบคุมงาน หรือการติดตามงาน

 

ในเมื่อSoft skill เป็นสิ่งสำคัญของการเป็นหัวหน้างาน  ครั้งหน้าเรามาดูกันค่ะว่า Soft skill ที่ว่า  มีอะไรบ้างที่หัวหน้างานควรรู้และพัฒนา

 

หยิบมาฝากจากเมล

 

เช้าวันหนึ่ง มีเด็กชายคนหนึ่งนั่งเรียนอยู่ในชั้นเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ในประเทศกานา คุณครูยกกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง กระดาษแผ่นนี้มีจุดสีดำเล็กๆ อยู่จุดหนึ่งที่ตรงมุมล่างด้านขวาของกระดาษ คุณครูเอ่ยถามนักเรียนว่า

“เด็กๆ พวกเธอมองเห็นอะไรบ้าง” ครูชี้ไปที่กระดาษ

“จุดสีดำ” พวกเด็กตะโกนตอบพร้อมๆ กัน

คุณครูยิ้ม นิ่งไปสักครู่หนึ่ง ก่อนตั้งคำถามว่า

“แล้วทำไมไม่มีใครสักคนเห็นสีขาวของกระดาษล่ะจ๊ะ” เธอตั้งคำถาม

พวกเด็กๆ ต่างพากันแสดงความงุนงง สงสัย คุณครูจึงอธิบายว่า

“พวกเธอมองเห็นแต่เพียงจุดสีดำเล็กๆ ทั้งที่ในกระดาษแผ่นนี้มีสีขาวอยู่มากกว่าสีดำเป็น 1,000 เท่า และนั้นเป็นมุมที่อ่อนแอมากๆ ในธรรมชาติมนุษย์ มนุษย์เรามีความคุ้นเคยหรือ เคยชินที่จะมองอะไรในด้านที่เป็นลบ มากกว่าด้านที่เป็นบวก ทั้งๆ ที่สิ่งที่เป็นบวกมีอยู่มากมาย กลับมองไม่เห็น”

 

จากนั้นคุณครูก็เสนอมุมมองใหม่ให้กับนักเรียน

“ถ้าสีดำและสีขาว เป็นตัวแทนของมุมมอง ที่เรามีต่อโลกภายนอกรอบๆ ตัวเรา การที่เรามองเห็นแต่จุดสีดำ โดยไม่เห็นพื้นที่สีขาว แสดงว่าเราใส่ใจแต่ความไม่ดี ความบกพร่อง ความอ่อนแอของสิ่งที่อยู่รอบข้าง และไม่สนใจกับความดีงาม ความงดงามที่มีอยู่มากมายรอบๆ ตัวเรา ครูขอให้พวกเราอย่าได้ใช้ชีวิตที่เหลือจากนี้ ไปกับมุมมองที่คับแคบแบบนี้เป็นอันขาดนะ” นี่คือ บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบทหนึ่งของเด็กชายคนนี้ เป็นบทเรียนจาก “กระดาษสีขาว” และ “จุดสีดำ”

 

มันดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มันทำให้มุมมองของเด็กชายคนหนึ่ง ที่มีต่อโลกใบเดิมนั้น เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เด็กชายคนนี้ชื่อ “โคฟี่ อันนัน” ซึ่งต่อมาคือ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลการอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติ

Related posts:

  1. ดาว ดาว โดย กุดจี่ เด็กๆ คือดวงดาว ผู้ใหญ่คือดวงดาว กำนันก็คือดวงดาว เด็กๆ คือดาวเหนือ เด็กๆ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top