คอลัมนิสต์ ประจำวันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ.2555


คอลัมนิสต์

คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ (ไทยรัฐ

ใกล้เวลาตามฤกษ์แล้ว

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว โดย แม่ลูกจันทร์ (ไทยรัฐ

อย่าเปลี่ยนใจ

คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ

ประชานิยมรัดคอ

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน )  

ความชัดเจน – ไม่ซ่อนเร้น เกราะกำบังชั้นดี ป้อง รบ.ยิ่งลักษณ์

คอลัมน์ หน้า 6 ( ข่าวสด

ทิศทาง ปรับ ครม. อ่านได้ ภายใน มกราคม อ่านจาก 4 พ.ร.ก.

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์

เยียวยา แค่ความพยายามสมานแผล

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง โดย ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย (โพสต์ทูเดย์)  

สูตรแก้ รธน.วังวนเก่าๆก้าวไม่พ้นผลประโยชน์

สรุป คอลัมน์นิสต์

คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ (ไทยรัฐ)

  • ใกล้เวลาตามฤกษ์แล้ว

จับลีลานายกฯยิ่งลักาณ์ น่าจะใกล้เวลาฤกษ์แล้ว ตามโปรแกรมที่ล็อกกันไว้หลังตรุษจีน น่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยความแรงของกระแสเข้มขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะ นายธีระชัย ตามเหตุเซ่น พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ในเงื่อนไขที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องเลือกใช้คนสนิทและคุยภาษาเดียวกัน เพื่อเดินแต้มเดิมพันสำคัญของรัฐบาลในการฟื้นฟูประเทศตามโปรแกรมของ “ด็อกเตอร์โกร่ง” อีกมุมก็เป็นเรื่องเพื่อความปลอดภัย ตามกระแสที่จับจ้องไปที่กระทรวงคมนาคม เก้าอี้ทองคำฝังเพชร ถ้าไม่รีบตัดไฟแต่ต้นลม จะเป็นชนวนให้โดนถล่ม เสี่ยงล่มทั้งรัฐบาล และงานนี้อาจปรับเหมาเข่งทั้งกระทรวงคมนาคม แต่ที่มาแรงติดชาร์ตล่าสุด ตามจังหวะงานเข้าพร้อมๆกันจนเสี่ยแดง รมว.พลังงาน รับแทบไม่ทัน ตามปรากฏการณ์ม็อบประท้วงคัดค้านการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี โดยจังหวะมีช่องให้ฝ่ายค้านตอดกินยาวเลย แต่นั่นก็ยังล่อเป้าไม่เท่า กับรายการคูปองซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วยผู้ประสบภัยที่กลายเป็น “ประชานิยมพ่นพิษ” ตามกระแสสื่อโยงไปที่ทีมงานหน้าห้องรัฐมนตรี ชี้เป้าไปที่ลูกชายบิ๊กในกระทรวงพลังงานที่มีเอี่ยวเงินทอน และเสียหายที่สุดก็คือ เสียฟอร์มต้นตำรับประชานิยมยี่ห้อ ทักษิณ

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว โดย แม่ลูกจันทร์ (ไทยรัฐ)

  • อย่าเปลี่ยนใจ

เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลที่จะปรับราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี ตามต้นทุนที่แท้จริง เพราะการตรึงราคาก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี เท่ากับล้วงกระเป๋าคนใช้เบนซินไปอุ้มคนใช้ก๊าซเอ็นจีวี วันนี้การที่รัฐบาลกล้าตัดสินใจปรับราคาเอ็นจีวี ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง คือ การรื้อโครงการสร้างพลังงานที่พิกลพิพการให้กลับไปสู่ระบบธุรกิจพลังงานที่ถูกต้อง เหมาะสมเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและตรงไปตรงมา ไม่ต้องแบกหนี้ส่วนต่างจนกลายเป็นลิงอุ้มแตง

คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ)

  • ประชานิยมรัดคอ

การปิดถนนเพื่อต่อรองกับรัฐบาล กำลังเป็นแฟชั่นฮิต ผมเตือนสติ นักการเมืองมาตลอด ของฟรีไม่มีในโลก ไม่อยากเห็นนักการเมืองไม่ว่าพรรคไหน ใช้สมองมักง่ายซื้อเสียงประชาชน ด้วยโครงการประชานิยมสารพัด เพื่อซื้ออำนาจรัฐ ด้วยเงินภาษีของคนไทยทุกคน เพราะสุดท้ายแล้ว ก็ไปไม่รอดโครงการประชานิยมกลับกลายเป็นเชือกรัดคอตัวเอง ดังกรณี ราคาก๊าซเอ็นจีวี และคูปองซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับกรณีประท้วงคัดค้านการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี นั้นถ้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยอมให้เกิดขึ้นได้ ประเทศก็คงไม่เหลือความเชื่อมั่นอะไรแล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลก็บริหารจัดการจนสร้างความเสียหายและความเจ็บช้ำให้คนไทยและนักลงทุนจนเหลือพออยู่แล้ว อย่างกรณีก๊าซเอ็นจีวี คนใช้อยากได้ของถูก แต่คนขายบอกขาดทุน คนที่รู้เรื่องดีที่สุดก็คือ คุณพิชัย รมว.พลังงาน ถ้าเกิด ปตท.ถอดใจ ไม่อยากขาดทุนต่อไป ประกาศเลิกขายก๊าซเอ็นจีวี ประเทศไทยคงสนุกพิลึก การที่กลไกประเทศ “ขาดสมดุล” จนพิกลพิการในวันนี้ก็เพราะ นโยบายประชานิยมเลอะเทอะ นี่แหละยิ่งแจกมาก ก็ยิ่งไม่ยุติธรรมมาก ยิ่งมีปัญหามาก อะไรที่เลิกได้ก็เลิกเถอะ ก่อนที่จะสายเกินแก้

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน ) 

  • ความชัดเจน – ไม่ซ่อนเร้น เกราะกำบังชั้นดี ป้อง รบ.ยิ่งลักษณ์

เป็นเรื่องที่ต้องระวังอย่างมาก สำหรับ “ความชัดเจน” ในนโยบายทุกเรื่องของรัฐบาล เพราะเมื่อเกิดความไม่ชัดเจน ที่สุดจะกลายเป็นความไม่พอใจ และจะกลายเป็น “ชนวน” เปิดช่องให้กลไกทางการเมืองเข้ามาคุกคามเสถียรภาพของรัฐบาล อย่างกรณีการปิดถนนวิภาวดี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี ก็เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่รัฐบาลไม่มีความชัดเจน เช่นเดียวกับกรณีคูปองซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า 2 พันบาท ตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำให้เกิด “ความชัดเจน” ในทุกๆเรื่องก่อนที่จะลงมือทำ เพราะเมื่อไม่มีความชัดเจน เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ปัญหาก็จะตามมาให้แก้ไข ไม่ใช่แค่เพียงนโยบายประชานิยมเท่านั้นที่ต้องชัดเจน การแก้ รธน. ตามนโยบายของรัฐบาลก็ต้องชัดเจน อย่าพยายามเล่นบท “โยนหินถามทาง” รัฐบาลจะต้องชัดเจนในข้อเท็จจริงว่า แก้มาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้มี ส.ส.ร.อย่างแน่นอน จากนั้นต้องชัดเจนว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพ ชัดเจนลงไปอีกว่า มาตราใดบ้างที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและสมควรแก้ไข ยังไม่รวมการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟู ให้ ธปท.ดูแล เพื่อเปิดทางให้รัฐบาล กู้เงิน มาใช้ฟื้นฟูประเทศ ต้องตอบให้ชัดเจนว่า เงินที่กู้มา จะนำไปใช้ส่วนไหน อย่างไร เพื่อความชัดเจน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่ชัดเจนของรัฐบาล เพราะ “ความชัดเจน” จะกลายเป็น “เกราะกำบัง” ที่แน่นหนาให้กับรัฐบาล

คอลัมน์ หน้า 6 ( ข่าวสด )

  • ทิศทาง ปรับ ครม. อ่านได้ ภายใน มกราคม อ่านจาก 4 พ.ร.ก.

ยอมรับเถิดว่า สถานการณ์อุทกภัยกับสถานการณ์ภายหลังอุทกภัยมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมิอาจแยกออกจากกันได้ หาก ครม. เห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.ก. 4 ฉบับ ออกมาสถานการณ์จะเป็นตัวกลั่นกรอง รมว.การคลัง และผู้ว่าฯธปท.ได้ หากทำงานร่วมกันได้ ทุกอย่างก็เดินรุดหน้าต่อไปได้ หากไม่สุกงอมที่จะทำงานร่วมกันได้ นั่นหมายถึง โอกาสและความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนมีสูงเป็นอย่างยิ่ง เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อการทำงานและสร้างอนาคตประเทศ มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่าแนวโน้มการปรับหรือไม่ปรับอ่านได้ในเดือนมกราคม อ่านได้จากเนื้อหา พ.ร.ก. อ่านได้จากท่าทีและเงาสะท้อนทางความคิดอันจะแสดงออกภายหลังจาก พ.ร.ก.ผ่านความเห็นชอบในที่ประชุม ครม. เป็นการอ่านตามเนื้อผ้า เป็นการอ่านตามวงวัฏแห่งวิถีทางการเมือง

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์) 

  • เยียวยา แค่ความพยายามสมานแผล

วงเงิน 2,000 ล้านบาท คือกรอบที่ ปคอป. ที่มี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ตั้งไว้ใช้ในการ “เยียวยา” ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งตามข้อเสนอ ครอบคลุม ประชาชนทุกกลุ่ม เจ้าหน้าที่รัฐ สื่อมวลชน และเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ทุกเหตุการณ์ โดยข้อเสนอของ ปคอป. เป็นแค่การเยียวยา เพื่อบรรเทาบาดแผลทางการเมืองเท่านั้น เพราะยังมีสิ่งที่ทุกคนต้องการและน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดที่สุด นั่นคือ การหาความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายดายแม้แต่น้อย ผู้เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ สะท้อนออกมาตรงกัน ไม่มีใครปฏิเสธกระบวนการเยียวยาในลักษณะของการให้เงินชดเชย แต่สิ่งที่ไกลกว่านั้นคือ การหาความจริง จากสิ่งที่เกิดขึ้น ตรงนี้น่าสนใจกว่า เพราะการเยียวยาไม่มีการเลือกปฏิบัติ แต่คดีที่มีการพิสูจน์กันอยู่ขณะนี้ กลับมีการตัดตอน เลือกปฏิบัติเฉพาะราย ทั้งๆที่มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ถึง 91 ศพ

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง โดย ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย (โพสต์ทูเดย์)

  • สูตรแก้ รธน.วังวนเก่าๆก้าวไม่พ้นผลประโยชน์ 

จังหวะทองของพรรคเพื่อไทยสำหรับการเสนอแนวทางแก้ไข รธน. โดยมีหลายรูปแบบด้วยกันซึ่งเท่าที่เห็นมีอย่างน้อย 5 สูตรสำเร็จ ซึ่งเป็นทางเลือกของการแก้ไข รธน. ขณะที่สถานการณ์ประเทศไทยเวลานี้ความปรารถนาที่อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการหนีไม่พ้นการฟื้นฟูประเทศไทย แต่สมาธิของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกลับทุ่มไปให้กับการแก้ไข รธน. คิดเพียงว่าจะใช้โมเดลแบบไหนเพื่อลดแรงเสียทานให้น้อยที่สุด แต่ไม่ว่าโมเดลไหนล้วนต้องถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังไม่นับปลายทางของการแก้ไขว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ พรรคเพื่อไทยจะการันตีความบริสุทธิ์ทางการเมืองของบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่เหล่านี้ได้อย่างไร หรือแม้จะเสนอให้ผู้สมัครเลือกกันเอง จะหาแนวทางป้องกันอย่างไรเพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงในเมื่อฝ่ายการเมืองเป็นผู้เสนอกติกานี้ขึ้นมา ที่สุดแล้วการแก้ไข รธน.ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าวังวนการเมืองและผลประโยชน์ซึ่งไม่ต่างอะไรกับวงจรเดิมๆและวิกฤติการเมืองไทยก็ยังคงต้องผจญกับโรคร้ายต่อไปโดยไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้

รวบรวมโดย ทีมงาน www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ.2555 คอลัมนิสต์ คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ (ไทยรัฐ) เข็น “นกแล” ลุยงานหิน? คอลัมน์...
  2. คอลัมนิสต์ ประจำวันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ.2555 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  หน้า 3 ไทยรัฐ  (ไทยรัฐ) ประชานิยมเป็นพิษ คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว โดย...
  3. คอลัมนิสต์ ประจำวันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)      เละ 10 ประการ คอลัมน์...
  4. คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2554   คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)      เตี้ยลงทุกปี คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย...
  5. คอลัมน์นิสต์ วันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2555 คอลัมน์นิสต์ คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ  (นสพ.ไทยรัฐ)  ยิ่งแคบยิ่งเข้าทาง? คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย แม่ลูกจันทร์...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top