คอลัมนิสต์ ประจำวันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ.2555


คอลัมนิสต์

คอลัมน์  หน้า 3 ไทยรัฐ  (ไทยรัฐ)

ประชานิยมเป็นพิษ

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว โดย แม่ลูกจันทร์ ไทยรัฐ (ไทยรัฐ)

ลดแล้วก็ยังแพง

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน )  

อนาคต ประเทศ ในมือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องฉลาด และกล้า

คอลัมน์ หน้า 6 ( ข่าวสด

หนี้ กองทุนฟื้นฟูฯ ภาระ รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ในการชำระ สะสาง

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์)

“แก้” กับ “กู้” ที่นายกฯปู ต้องเลือกเดิน

คอลัมน์ กาแฟดำ โดย สุทธิชัย หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

ว่าด้วย อิสระของแบงก์ชาติ รัฐอิสระและการ ตีเช็คเปล่า

สรุป คอลัมน์นิสต์

คอลัมน์  หน้า 3 ไทยรัฐ (ไทยรัฐ)   

  • ประชานิยมเป็นพิษ

จัดหนักเลยก็แล้วกัน ตามสัญญาณร้อนๆที่นายกฯยิ่งลักษณ์ งดจัดรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ปล่อให้นายกิตติรัตน์ แท็กทีมด็อกเตอร์โกร่ง ออกแอร์ ประจานออกอากาศเปิดฉำแหละ ธปท. ทำตัวเป็นรัฐอิสระ บริหารผิดพลาดมีหนี้เป็นล้านล้านบาท เรื่องของเรื่องสรุปได้ว่า รัฐบาลและ กยอ.ต้องเดินหน้าโอนหนี้มรดกบาปกลับไปให้ ธปท.ให้ได้ และนี่คือคำตอบสุดท้ายอาการซดเกาเหลาชามโต ระหว่างนายกิตติรัตน์ กับนายธีระชัย และในเมื่อธีระชัย เป็นลูกหม้อ ธปท.ไปรับมุกเออออกับแบงก์ชาติไม่เอาด้วยกับการโอนหนี้กลับไปให้ ธปท. ธีระชัย ต้องหลุดโพยจาก ครม.แน่ และในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังทำผลงานปั่นแต้มไม่ออก ประเมินกันง่ายๆ ขนาดจุดขาย ประชานิยม ที่ฮิตติดตลาด วันนี้กลับตาลปัตร “ประชานิยม” กำลังพ่นพิษ ตามปรากฏการณ์วุ่นๆ โครงการคูปอง 2,000 บาท ที่กระทรวงพลังงานแจกให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยใช้เป็นส่วนลดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาประหยัด ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ขณะที่โปรเจกต์บัตรเครดิตพลังงานก็ส่อเค้าแป้กไม่เป็นไปตามเป้า ผู้ประกอบการขู่ปิดถนน หยุดวิ่งให้บริการ งานเข้า นายพิชัย รับมือเป็นระวิง โดยปรากฏการณ์หักมุม ประชานิยม ไม้เด็ดยี่ห้อทักษิณ แท้ๆแต่แทนที่จะได้แต้ม ได้คะแนน กลายเป็นผิดแผน ผิดเป้าหมาย อาการสำลัก ประชานิยม ก็เลยย้อนเข้าใส่รัฐบาล

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว โดย แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

  • ลดแล้วก็ยังแพง

ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วันนี้ นายกฯยิ่งลักษณ์ จะไปตรวจราชการที่กระทรวงคมนาคม จึงกระชุ่นเตือนนายกฯยิ่งลักษณ์ อย่าเพิ่งรีบร้อยให้ความเห็นชอบโครงการใดๆจนกว่าจะได้ศึกษารายละเอียดตรวจสอบที่มาที่ไป ชั่นน้ำหนักผลได้ผลเสียให้รอบคอบรัดกุม เนื่องจากพฤติกรรมสะสมของกระทรวงคมนาคมที่ผ่านๆมาไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ทำให้สังคมไม่เชื่อมั่นว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใส 100% ล่าสุด พล.อ.อ.สุกำพล กำลังเตรียมชงโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีให้ ขสมก.ล็อตใหม่ 3,183 คัน ราคารวม หนึ่งหมื่นสามพันล้านบาท และขอพักชำระหนี้ให้ ขสมก. เหตุผลที่ รมว.คมนาคม ขออนุมัติจัดซื้อรถเมล์ใหม่ มีน้ำหนักน่ารับฟัง แต่ต้องถามกลับไปว่า ขสมก.บริหารงานอย่างไรถึงได้ขาดทุนติดต่อกันมาเกือบ 20 ปี ถ้าย้อนไปยุครัฐบาลมาร์ค คมนาคม เคยชงโครงการจัดซื้อรถเมล์ 4,000 คัน แพงกว่าราคาตลาดเกือบเท่าตัว มาถึงยุครัฐบาลปู เฉลี่ยออกมาแล้วก็แพงกว่าราคาตลาดอยู่ดี ทั้งๆที่การจัดซื้อรถเมล์ล็อตใหญ่ ต้องได้ราคาถูกกว่าราคาตลาด เงินตั้งสามพันล้านนะคุณพี่ต้องมีคำตอบให้ชัดเจน

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน ) 

  • อนาคต ประเทศ ในมือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องฉลาด และกล้า

หากสังเกตการณ์ทำงานของทั้ง กยอ. และ กยน. จะเห็นว่ารวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงไม่เกิน 2 เดือน ก็มีคำตอบให้รัฐบาลมีคำตอบให้ประชาชน โดยต้องยอมรับว่า ความเชื่อมั่น ความมั่นใจ จะเกิดขึ้นได้ต้องมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ปัจจัย 1 คือ การบริหารจัดการ ปัจจัย 1 คือ เรื่องเหล่านี้ต้องใช้เงินแล้วจะเอาเงินมาจากไหน คำตอบเริ่มเด่นชัดในเดือน มกราคม 2555 เมื่อรัฐบาลเตรียมเสนอ พ.ร.ก. 4 ฉบับ เป็นความเด่นชัดในท่ามกลางกระแสต่อต้านคัดค้านจากบางฝ่าย บางพวก บางพรรค ต้องยอมรับว่าหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.44 ล้านล้านบาทจากวิกฤติการเงินปี 2540 เป็นภูเขาลูกใหญ่ ณ วันนี้จำนวนหนี้ยังคงเหลืออยู่ที่ 1.14 ล้านล้านบาท โดยไม่มีคำตอบว่า กระทรวงการคลังจะต้องชำระดอกเบี้ยไปอีกกี่ปี ภูเขาลูกนี้แบกกันมาตั้งแต่รัฐบาลนายชวน กระทั่งถึง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ การริเริ่มในเรื่อง พ.ร.ก. 4 ฉบับ โดยผ่านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ ต้องอาศัยความกล้าหาญเป็นอย่างมาก ต้องอาศัยการคิดนอกกรอบ และคำนึงถึงอนาคตประเทศจึงจะสามารถขับเคลื่อนได้ ที่สำคัญบางพวกคิดได้ แต่ก็ขาดความกล้าอย่างเพียงพอที่จะลงมือทำให้เป็นจริง การหาเงินร่วม 7 แสนล้านบาทเพื่อฟื้นฟูและสร้างอนาคตใหม่ให้กับประเทศจึงสำคัญ เป็นความสำคัญที่อยู่ในการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวและหาญกล้าของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นยุทธวิธีเฉพาะหน้าเพื่อบรรลุยุทธศาสตร์ใหญ่เพื่อวางรากฐานให้กับประเทศในอนาคต เรื่องอย่างนี้คนโง่ทำไม่ได้หรอก นายกฯโง่ และขี้ขลาดก็ทำไม่ได้

คอลัมน์ หน้า 6 ( ข่าวสด )  

  • หนี้ กองทุนฟื้นฟูฯ ภาระ รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ในการชำระ สะสาง

เด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังให้ความสนใจเป็นอย่างสูงต่อการขับเคลื่อน พ.ร.ก. 4 ฉบับ ให้มีการประกาศและบังคับใช้ โดยที่สำคัญอย่างมาก คือ การโอนภาระหนี้จำนวน 1.14 ล้านล้านบาทของกองทุนฟื้นฟูฯ ให้ ธปท. ดูแล หากทำได้สำเร็จนั่นหมายถึงการก้าวกระโดดใหญ่ของประเทศ ซึ่งหากทำได้ก็เท่ากับลดหนี้สาธารณะลงร้อยละ 10 เหลือที่ร้อยละ 30 และหากสถานการณ์ยังเป็นเหมือนกับที่เป็นอยู่กระทรวงการคลังจะต้องชำระดอกเบี้ยเรื่อยไปไม่ต่ำกว่า 50 ปี ใช้ภาษาของ ดร.วีระพงษ์ ก็ต้องใช้ว่า ไม่มีจุดอวสาน ความพยายามของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ กยอ. ก็เพื่อสร้างเงื่อนไขใหม่ให้กับประเทศ แทนที่จะมะงุมมะงาหราและจมอยู่กับกองหนี้ตราบนิจนิรันดร์ มีกระแสต่อต้านดังขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะจาก พรรคปชป. คำถามก็คือรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล้าที่จะลงมือทำอย่างเด็ดเดี่ยวหรือไม่

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์) 

  • “แก้” กับ “กู้” ที่นายกฯปู ต้องเลือกเดิน

กรณีการแก้ไข รธน. วันี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลยังมีความไม่ชัดเจน ทั้งระยะเวลา ที่จะแก้ไข ทั้ง เจ้าภาพในการแก้ไข ทั้ง การได้มา ซึ่งคณะกรรมการหากมีการแก้ไข รธน.เกิดขึ้น และยิ่งฟัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ่งชัดว่า อาจจะทำเรื่องอื่นที่เร่งด่วนกว่าการ แก้รัฐธรรมนูญ นั่นก็คือการ กู้ โดยการผ่าน พ.ร.ก.4 ฉบับเพื่อกู้เงิน และแม้จะถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง แต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยังไม่ได้แสดงความชัดเจนให้สาธารณชนรับทราบ จึงน่าสนใจว่า แก้ รัฐธรรมนูญกับ กู้ ผ่าน พ.ร.ก. 4 ฉบับอะไรจะเกิดก่อนกัน

คอลัมน์ กาแฟดำ โดย สุทธิชัย หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

  • ว่าด้วย อิสระของแบงก์ชาติ รัฐอิสระและการ ตีเช็ดเปล่า

น่าเสียดายที่รายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านไม่ได้เชิญ รมว.คลัง และผู้ว่าฯธปท. มาร่วมอธิบายเรื่อง “กฎหมายโอนหนี้” ด้วย เราจึงได้รับรู้เพียงคำชี้แขงของ รองนายกฯกิตติรัตน์ กับ ดร.วีระพงษ์ ในรายการวันนั้น ดร.โกร่ง อาสาปะฉะดะใส่ ธนาคารกลาง (เป็น “รัฐอิสระ”) แต่ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้คุณกิตติรัตน์ ได้พบกับผู้ว่าฯแบงก์ชาติ และมีการรอมชอมกันในประเด็น มาตรา 7 ของร่างกฎหมายที่แบงก์ชาติได้แสดงความเป็นห่วงว่าจะมีการล้วงลูกเงินสำรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรา 7(3) ซึ่งคุณประสาร  ได้แสดงความกังวลเอาไว้ว่าหากระบุไว้อย่างนั้น เท่ากับเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลต่อๆไปไม่เข้าใจ กลายเป็นอาจจะบังคับให้ธนาคารพิมพ์เงินได้ เท่ากับเปิดทางให้ รัฐบาลตีเช็คเปล่ ได้ ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย และเมื่ออ่านข่าวเช้าวันเสาร์ ก็แปลกใจว่า ทำไมรองนายกฯกิตติรัตน์ ไม่บรรยายข้อตกลงเบื้องต้น เหล่านี้ในรายการทีวีวันเสาร์ ดร.โกร่ง ไม่ได้อยู่ในกระบวน ทำความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลกับธนาคารกลาง จึงยังคงเห็นว่าธนาคารแห่งชาติยืนกระต่ายขาเดียว ประชาชนจะต้องได้นรับทราบข้อมูล จุดยืนและเหตุผลของทุกฝ่ายเพื่อประกอบการพิจารณาว่าใครกำลังทำหน้าที่เพื่อประชาชนมากน้อยเพียงใด เพราะคำว่า “รัฐอิสระ” ของ ดร.โกร่ง นั้น คือด้านหนึ่งของเหรียญที่พอพลิกไปดูอีกข้างหนึ่ง ก็คือ ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน

รวบรวมโดย ทีมงาน www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. คอลัมนิสต์ ประจำวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)    http://bit.ly/vnyvpO เดินหน้าเต็มตัว คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย ลม...
  2. คอลัมน์นิสต์ วันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2555 คอลัมน์นิสต์ คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ  (นสพ.ไทยรัฐ)  ยิ่งแคบยิ่งเข้าทาง? คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย แม่ลูกจันทร์...
  3. คอลัมน์นิสต์ วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2555 คอลัมน์นิสต์ คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ    ผ่อนเกมรัฐธรรมนูญ กุมอำนาจครบเทอม มติชน หน้า 3 (มติชนรายวัน)...
  4. คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2554   คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)      เตี้ยลงทุกปี คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย...
  5. คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ) ทำไมน้อยจัง คอลัมน์ หน้า 3 มติชน...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top