คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2554

คอลัมนิสต์

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ทำไมน้อยจัง

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน )  

มอง 111 คัมแบ๊กข้ามช็อต รบ.ปู อนาคตเพื่อไทย

คอลัมน์ หน้า 6 ( ข่าวสด

ทิศทาง “รัฐธรรมนูญ” โดย สภา “ร่าง” รัฐธรรมนูญ หนทางอันชอบธรรม

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์)

ปม 2 ขั้วการเมืองมูลเหตุฆ่า “นายกตุ่น” 

คอลัมน์ คนปลายซอย โดย เปลว สีเงิน (ไทยโพสต์)  

ฟรัดเวย์การเมือง?

คอลัมน์ กาแฟดำ โดย สุทธิชัย หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

ก่อนที่เด็กไทยจะหล่นอยู่ปลายแถว….

สรุป คอลัมน์นิสต์

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)  

  • ทำไมน้อยจัง

ปีนี้มูลนิธิไทยรัฐก่อตั้งมาครบ 32 ปี โดยไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือ การปาฐกถาพิเศษของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ที่จะมาเปิดใจพูดในหัวข้อ “ความหวังประเทศไทย” หลังเกิดมหาวิกฤติน้ำท่วม ก็หวังว่าการเปิดใจพูดของ ดร.โกร่ง ในวันี้จะทำให้เห็นโฉมหน้าอนาคตประเทศไทยในระยะยาว และเรื่องที่ต้องการฟังคำชี้แจงให้ชัดเจน คือ เงินสามแสนห้าหมื่นล้านบาท ที่จะใช้ลงทุนฟื้นฟูอนาคตประเทศไทย เหตุไฉนจึงน้อยกว่าที่รัฐบาลคาดไว้กว่าเท่าตัว เพราะงบลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศสามแสนห้าหมื่นล้านบาท น้อยเกินไป ไม่เชื่อว่าจะฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานประเทศสำเร็จอย่างที่ฉายหนังโฆษณา

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน ) 

  • มอง 111 คัมแบ๊กข้ามช็อต รบ.ปู อนาคตเพื่อไทย

หลายคนมองว่าการกลับมาของคนบ้านเลขที่ 111 จะทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่หากดูตัวตน คนที่เหลือ ซึ่งยังคงช่วยพรรคอยู่จะพบว่ามีอยู่ไม่กี่คน อย่าง จาตุรนต์ , วราเทพ , พงศ์เทพ , ภูมิธรรม , พรหมินทร์ , สุรนันทน์ ,เยาวภา  รวมทั้งสุดารัตน์ ทำให้เกิดคำถามว่า “มืออาชีพ” เหล่านี้จะออกมา “เปิดหน้าชน” หรือไม่ เพราะหลายคนยืนยันว่า ขอเป็น “ผู้อยู่เบื้องหลัง” ความสำเร็จของคนสนิทในกลุ่มจะดีกว่า นั่นหมายความว่า คนบ้านเลขที่ 111 บางคนต้องการอยู่เบื้องหลัง มากกว่าที่จะเปิดหน้าในสภาวะที่การเมืองยังไม่แน่นอน จึงเป็นไปได้ว่า คนบ้านเลขที่ 111 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ อาจจะ “พึ่งพา” ในฐานะ “นักคิด” มากกว่าจะให้เป็น “นักปฏิบัติ” ซึ่งจะช่วยประคับประคองรัฐบาลให้เดินหน้าไปอย่างตลอดรอดฝั่ง เพราะหากมององค์ประกอบทางการเมือง หลายฝ่ายมองว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ อยู่ได้และสามารถเดินหน้าไปได้แบบเรื่อยๆไม่หวือหวา ท่ามกลาง “ความอ่อนแอ” ของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่จำเป็นต้อง “ปรับใหญ่” เพื่อต่อสู้ทางการเมือง เพียงแค่อาศัยประคับประคองให้เดินไปได้เรื่อยๆ และการกลับมาของบ้านเลขที่ 111 คงไม่มีผลมากนักต่อรัฐบาลยิ่งลักษ์ ในระยะใกล้คงต้องรอให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง นั่นแหละ การเมืองจะกลับมามีสีสันอีกครั้ง

คอลัมน์ หน้า 6 ( ข่าวสด )

  • ทิศทาง “รัฐธรรมนูญ” โดย สภา “ร่าง” รัฐธรรมนูญ หนทางอันชอบธรรม

ถูกต้องแล้วที่รัฐบาลจะแก้ไข รธน.ภายใน 1 ปี เพราะนี่คือการทำตามคำมั่นที่ให้ “สัญญา” ไว้กับ “ประชาชน” การประชุมพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ มติจึงเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเสียจากว่า ต้องเดินหน้าตามนโยบายที่แถลงต่อประชาประชา และต่อรัฐสภา นั่นคือ การแก้ไจ มาตรา 291 เพื่อนำไปสู่การจัดตั้ง ส.ส.ร. เพื่อสร้างสรรค์ รธน.ฉบับใหม่ เสร็จแล้วจึงนำไปให้ประชาชนแสดง “ประชามติ” ว่าจะรับหรือไม่รับ ใครที่เสนอให้แสดงประชามติทั้งก่อนและหลัง หากไม่บ้าก็น่าจะเมา คล้ายกับฟังเสียงประชาชนเหลือเกิน ทั้งที่จริงแล้วมีเจตนาเพื่อเตะถ่วงทำให้การแก้ไข รธน. มีกระบวนการคดเคี้ยววกวนเกินความจำเป็น การแสดงประชามติจะทำได้ก็ต่อเมื่อมี “ร่าง” รธน.มาแล้ว และเมื่อ ร่าง รธน. มีพื้นฐานมาจาก ส.ส.ร. อันเริ่มต้นจากการเลือกตั้งของประชาชน มิได้เป็นการแต่งตั้งหรือยัดเยียดให้ นี่จึงเป็น รธน.ฉบับ “ประชาชน” อย่างครบถ้วนแท้จริง พท. จึงเสมอเป้นเพียงคนไขประตูเพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการ รธน.ใหม่ คนที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการประดิษฐ์สร้าง รธน.ใหม่ คือ ผู้ที่ประชาชนคัดสรรและเลือกตั้งให้ไปเป็น ส.ส.ร. การร่าง รธน. โดยคนที่ประชาชนเลือกจึงชอบธรรมอย่างยิ่ง

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์) 

  • ปม 2 ขั้วการเมืองมูลเหตุฆ่า “นายกตุ่น” 

ดคีฆ่า นายอุดร ไกรวัฒนุสสรณ์ หรือ นายกตุ่ นายก อบจ.สมุทรสาคร ไม่ใช่การเมืองระดับท้องถิ่นแล้วแต่เป็นการเมืองระดับชาติ หลังศาลอนุมัติหมายจับ นายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.เขต1 สมุทรสาคร พรรคปชป. การฆ่าอย่างอุกอาจเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ตายเป็นถึงนายก อบจ. ขณะที่ผู้ต้องสงสัยเป็นถึง ส.ส.ผู้ทรงเกียรติในสภาฯ การออกหมายจับนี้ ตามขั้นตอนหากจะดำเนินคดีใดๆ ต้องไปขออนุญาตจากสภาฯก่อน จึงน่านสนใจว่า สภาฯยุคนี้จะมี “คำตอบ” เช่นไร หากพรรคปชป. ซึ่งมีหัวหน้าพรรคอย่าง นายอภิสิทธิ์ จะบอกว่าเป็นเร่องส่วนตัวก็คงไม่น่าจะถูกต้องนัก เพราะ ส.ส.ท่านนี้สังกัด พรรคปชป. ก่อนหน้านี้ในคดีอี่นๆซึ่งมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง พรรคปชป. “ตั้งข้อสังเกต” ถึงเอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส. แต่ครั้งนี้รูปคดีแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คดีการเมืองคดีนึ้จึงเป็นการเมืองท้องถิ่น ที่เยวข้องกับการเมืองระดับชาติ และจะมีผลต่อ “ความนิยม” ทางการเมืองของพรรคที่ทั้ง 2 ท่านสังกัดอยู่อย่างแน่นอน

คอลัมน์ คนปลายซอย โดย เปลว สีเงิน (ไทยโพสต์)

  • ฟรัดเวย์การเมือง?

วันนี้ ครม.จะเคาะว่า แนวฟรัดเวย์จากตอนเหนือของที่ราบลุ่มภาคกลางยังกรุงเทพฯ จะผ่านบ้านใครบ้าง จากคำให้สัมภาษณ์ของ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การหาแนวฟลัดเวย์คือสิ่งที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องทำอย่างเร่งด่วนและรอบคอบ เป็นธรรม ดังนั้น จึงมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจจากสิ่งนี้ เมื่อ ครม.เคาะแล้วต้องอธิบายได้ว่า เหตุใดเกษตรกรจึบงเป็นผู้ถูกเลือก ทำไมนายทุน คนรวย ชนชั้นกลางในเมืองได้รับการปกป้อง สำคัญที่สุด แนวฟลัดเวย์ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ มีเหตุผลทางวิชาการรองรับ ไม่ใช่การขีดเส้นโดยการเมือง ไม่กี่วันก่อนได้ยิน ดร.เสรี ว่า กยน. เต็มไปด้วยนักการเมือง ตัดสินใจแบบการเมือง กรรมการที่เป็นนักวิชาการเงียบกริบ ภาพเก่าๆตอนน้ำท่วมยังหลอนอยู่ เพราะ ศปภ. บริหารองค์กรด้วยการเมือง ผลออกมาจึงเละเป็นโจ๊ก สิ่งเหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้นกับฟลัดเวย์ การเมืองต้องไม่แทรกแซงผลการศึกษาทางวิชาการ แนวไหนแนวนั้น จะต้องไม่มีการขยับ เพราะนักการเมืองในรัฐบาลบอกว่า “พื้นที่ผมห้ามผ่าน” เหมือนที่ ส.ส.เพื่อไทยเข้าไปจุ้นจ้านเปิด –ปิดประตูน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่ตัวเอง ถ้ากล้าทำอีกก็ลองดู คราวนี้ไม่ใช่แค่ปิดถนนรื้อบิ๊กแบ๊ก

คอลัมน์ กาแฟดำ โดย สิทธิชัย หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

  • ก่อนที่เด็กไทยจะหล่นอยู่ปลายแถว….

กระทรวงศึกษาธิการ ต้องการผลักดันการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เป็นเรื่องเป็นราวกว่าที่ผ่านมา หาไม่แล้วคนรุ่นใหม่ของไทยจะแข่งขันกับใครในสนามระหว่างประเทศ คำถามคือ จะเริ่มตรงไหนจะทำกันอย่างไร เพราะที่ผ่านมามี “นโยบาย” แต่ “ไม่มีใครทำจริง” เพราะรัฐบาลที่พูดเรื่องการสร้างเด็กไทยให้สามารถแข่งกับคนอื่นได้นั้น ไม่เคยลงมือทำเรื่องนี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ และแม้จะมีการศึกษาวิจัยและสัมมนากันมาอย่างมากมายแล้ว แต่พอถึงขั้นตอนของการปฏิบัติก็เหลวทุกครั้งไป คราวนี้ปัญหาจ่อหน้าบ้านเพราะการก่อเกิดของประชาคมอาเซียน จึงเป็นจังหวะที่เราพลาดไม่ได้อีก ขอยืนยันว่าเราไม่ได้ขาดแคลนการศึกษาวิจัยว่าจะทำอย่างไรจึงจะสร้างเด็กไทยให้เก่งภาษาต่างประเทศ และไม่ได้ขาดคนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อลงมาทำงานร่วมกัน อีกทั้งเราก็ไม่ได้ขาดความตระหนักว่านี่เป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะรอวันเวลาต่อไปไม่ได้ ที่เราขาดคือวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของนักการเมืองที่อาสาเข้ามาปฏิรูปการศึกษาและความสามารถในการแข่งขันของเด็กไทยในเวทีสากล อยู่ที่การขยับจากนโยบายมาเป็นการปฏิบัติอย่างจริงจึงเท่านั้น หากเราไม่ต้องการให้เด็กไทยและอนาคตของประเทศกลายเป็น “คนปลายแถว” ของภูมิภาคนี้

รวบรวมโดย ทีมงาน www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. คอลัมนิสต์ ประจำวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)    http://bit.ly/vnyvpO เดินหน้าเต็มตัว คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย ลม...
  2. คอลัมนิสต์ ประจำวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)     ชื่นชม ป.ป.ช. หมายเหตุประเทศไทย โดย...
  3. คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2554   คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)      เตี้ยลงทุกปี คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย...
  4. คอลัมนิสต์ ประจำวันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)      เละ 10 ประการ คอลัมน์...
  5. คอลัมน์นิสต์ วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554 คอลัมน์นิสต์ คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ   จับกระแส สะท้อนไต๋ คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top