คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2554

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)     

เตี้ยลงทุกปี

คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ

อย่าสุมไฟการเมือง

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน )  

ขนมหวาน – ของขม คืนพาสปอร์ต “ทักษิณ” ปชป. – พท. ทีใครทีมัน

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย ฐากูร บุนปาน( มติชนรายวัน

ความเกลียด

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม ( ข่าวสด

หยุดมือระเบิด

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์)

ค่าแรง 300 บาท “ระเบิดเวลา” รัฐบาล

คอลัมน์ แกะรอยการเมือง โดย นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ (กรุงเทพธุรกิจ)

การเมืองไทยปี 55 จุดเสี่ยง (ไร้) รัฐบาล

สรุป คอลัมน์นิสต์

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)  

  • เตี้ยลงทุกปี

รายงานผลการศึกษาปัญหาและสาเหตุของวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ ที่เสอต่อนายกฯยิ่งลักษณ์ ของ กยน. คือจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การวางแผนป้องกันน้ำท่วมระยะด่วน ระยะสั้นและระยะยาว ผลการศึกษาของ กยน.ระบุปริมาณน้ำฝนเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้น้ำท่วมมาราธอน เพราะมีปัจจัยเสริมคือพายุถล่ม 5 ลูกซ้อนติดต่อกัน และอีกสาเหตุคือ พื้นดินใน กทม.และปริมณฑลทรุดต่ำลงทุกปี เมื่อแผ่นดินเตี้ยลงระดับน้ำทะเลก็สูงขึ้นสวนทางกัน ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวก อนึ่ง กยน.ได้สรุปสาเหตุหลักๆไว้ 10 ประการ ซึ่งจะนำมาฉายต่อพรุ่งนี้

คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ)

  • อย่าสุมไฟการเมือง

เรื่องการออกพาสปอร์ตให้คุณทักษิณ เป็นเรื่องการประจบสอพลอของคนบางคน เพื่อผลทางการเมืองของตนเองหรือเพื่ออระไรไม่อาจทราบได้ วันนี้ประเทศอยู่ในสภาพที่ บอบช้ำ มากจากมหาวิกฤติอุทกภัย แทนที่รัฐบาลและฝ่ายค้าน จะตั้งหน้าตั้งตา เล่นการเมืองน้ำเน่า อันน่าเบื่อหน่าย น่าจะเอาเวลาอันมีค่าที่เหลืออยู่ไปช่วยเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจจะดีกว่า เพราะเศรษฐกิจไทยในปีหน้า อาการยังอยู่ในขั้น บาดเจ็บสาหัส แม้จะไม่ถึงโคม่าก็ตาม จึงขอฝาก พ.ต.ท.ทักษิณ และนายกฯยิ่งลักษณ์ ว่า แม้วิกฤติน้ำท่วมผ่านไปแล้ว แต่วิกฤติเศรษฐกิจจากน้ำท่วมยังอยู่ และส่งผลกระทบไปอีกยาว ดังนั้น โปรดเพลามือเรื่อง การเมือง เพื่อช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ ถ้าเมืองไทยหลังวิกฤติน้ำท่วม ต้องเจอทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ และวิกฤติการเมืองอี ผมคิดว่าประเทศคงรับไม่ไหว ถ้ารักชาติจริง ก็ต้องช่วยกันกู้ชาติครับ

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน ) 

  • ขนมหวาน – ของขม คืนพาสปอร์ต “ทักษิณ” ปชป. – พท. ทีใครทีมัน

ดูเหมือนว่า กรณีการคืน พาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังจะกลายเป็น “ขนมหวาน” ชิ้นใหม่ของ ปชป. และเป็นกลเกมทางการเมืองที่เข้าลักษณะ “ทีใครทีมัน” โดยมีช่องทางของกฎหมายเปิดให้เป็น “ดุลพินิจ – อำนาจ” ของ กต. ในการพิจารณาคืน ไม่คืนพาสปอร์ต ไม่ได้เกี่ยวกับคดีใดๆที่ติดตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ดังคำให้สัมภาษณ์ของ โฆษกศาลยุติธรรม “หมายศาลที่ออกเป็นการออกคำสั่งในคดี ไม่เกี่ยวกับการออกหนังสือเดินทาง การเพิกถอนหรือออกหนังสือเดินทางเป็นอำนาจความรับผิดชอบขงอกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่หน้าที่ศาล” นั่นคือหลักเกณฑ์ ฉะนั้น “ของหวาน” ที่ว่าอาจต้องกลายเป็น “ของขม” ในบัดดล เพราะกฎหมายให้อำนาจ รมว.กต.ในการใช้ดุลพินิจ สอง คดีอาญาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีคดีไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันกับการคืน-ไม่คืนพาสปอร์ต สาม หลายคดีสำคัญของประเทศ ผู้หลบหนีคดียังคงถือพาสปอร์ตไทย ดังนั้น การออกมาเปิดเกมของ ปชป. จึงหวังผลทางการเมืองที่ “สุรพงษ์” เปิดช่องให้เห็น ฉะนั้น การคืนพาสปอร์ต จึงมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่า เป็นเกมการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคปชป. ที่เข้าลักษณะ “ทีใครทีมัน” เท่านั้นเอง

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย โดย ฐากูร บุนปาน ( มติชนรายวัน )

  • ความเกลียด

วันนี้ การตรวจสอบ ของฝ่ายเสียงข้างน้อยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่อหลักการ เหตุผล หรือข้อมูล ข้อเท็จจริง แต่จำนวนมากเลยธง เป็นเรื่องของ ความเกลียดชัง ที่มีต่อกัน ในสถานการณ์การเผชิญหน้าที่แหลมคมยิ่งจะต้องติดตาม ตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ให้มากขึ้น เพื่อมิให้ฝ่านที่มีอำนาจอาศัยความเป็นเสียงข้างมากทำอะไร “ตามอำเภอใจ” ที่อาจจะเป็นผลเสียต่อคนส่วนใหญ่มากกว่าคดี แต่การตรวจสอบจะเป็นประโยชน์ก็เมื่อตั้งอยู่บนหลักการ เหตุผล และข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่ใช่ด้วยอารมณ์และความเกลียดชังที่มีแต่จะกอดคอพากันไปสู่ความหายนะ และถ้าไม่ตระหนักว่าจนถึงวันนี้ ประเด็นที่เป็น “รากเหง้า” ของความขัดแย้งก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขไปถึงไหน เมื่อเกลียดกันเข้าไส้ จะใช้เหตุผลหรือธรรมะข้อไหนไปชี้แจงทำความเข้าใจ ก็นึงไม่ออก

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม ( ข่าวสด )

  • หยุดมือระเบิด

การจับกุมนายจิรวัฒน์ จันทร์เพ็ง ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิด น่าสนใจว่า เมื่อตำรวจระดมเครือข่ายงานข่าวป้องกันการลอบวางระเบิดอย่างได้ผลครั้งนี้ จะสร้างผลสะเทือนต่อแก๊งระเบิดการเมืองอื่นๆ ได้อย่างมากโข นักวางระเบิดทั้งหลายคงต้องหนาวๆร้อนๆไปตามกัน ต้องถือว่าตำรวจได้พัฒนาประสิทธิภาพไปมาก อย่างน้อยเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้คงสงบขึ้น แก๊งมือสั่นคงมือสั่นมากขึ้น จนไม่กล้าทำอะไร

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์) 

  • ค่าแรง 300 บาท “ระเบิดเวลา” รัฐบาล

กรณีค่าแรง 300 บาทถือเป็นอีก 1 นโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย เมื่อ พท.ได้เป็นรัฐบาล นิยามค่าแรง 300 บาทก็ต่างไปจากที่เคยหาเสียงไว้ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นค่าจ้างขั้นต่ำ หรือวันละ 300 บาทยังไม่เท่าเทียมกับทั้งประเทศแต่เริ่มแค่ 7 จังหวัด มาจนถึงการเลื่อนจากเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 1 ม.ค.55 มาเป็น 1 เม.ย. ปี 55 ซึ่งเดิมทีก็ไม่มีฝ่ายใด คัดค้าน แต่ใครจะคิดว่าจู่ๆจังหวัดนำร่องประสบปัญหา น้ำท่วมใหญ่ บรรดานายจ้างจึงมองว่า หากปล่อยให้ขึ้นต่าแรงในสภาวะเช่นนี้ มีหวังทรุดลงกว่าเดิม การฟ้องศาลปกครองจึงเกิดขึ้น นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ถือว่ามีความสำคัญและกระทบต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างมาก เกี่ยวพันและกระทบกับ ทุกภาคส่วน นโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้สัญญาไว้กับประชาชนวันนี้ หลายนโยบายถูกตั้งคำถาม และรัฐบาลพูดถึงน้อยมาก และเลือกที่จะพูดถึงเรื่องทางการเมืองอย่างการแก้ รธน. การออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซะมากกว่า ที่สัญญาไว้ชัดๆ ได้ยินกันทั้งประเทศยังไม่ได้ทำ แต่ดันจำไปทำในสิ่งที่ไมได้สัญญา นโยบายประชานิยมสารพัด จึงไม่ต่างจาก “ระเบิดเวลา” ที่คงจะระเบิดใส่รัฐบาล เข้าสักวัน หากมัวแต่เอาเวลาไปแก้ปัญให้   จนละเลยการแก้ปัญหาให้คนทั้งชาติ

คอลัมน์ แกะรอยการเมือง โดย นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ (กรุงเทพธุรกิจ)

  • การเมืองไทยปี 55 จุดเสี่ยง (ไร้) รัฐบาล

นักการเมืองอาชีพ กำลังมองความเคลื่อนไหวของการเมืองไทยปี 2555 ไปในทิศทางเดียวกันว่า น่าจะอยู่ในภาวะที่ ไม่ปกติ เพราะมีสัญญาณส่ไปในทางจะเกิดความวุ่นวายใหญ่โจ ไม่จบไม่สิ้น เวลานี้ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง วงในนักการเมือง ต่างเห็นสัญญาณไม่ปลอดภัย และต่างห่วงใย ความเสี่ยงครั้งนี้อย่างมาก โดยมองไปถึงขั้นที่ว่ารอบนี้ อาจจะถึงคราวต้องเว้นวรรคการมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไปหลายปี “ปรองดอง” ที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ผ่านมา 3 เดือนจนบัดนี้ก็ยังไม่มีความหวังใดๆ นอกจากสัญญาณอันตรายที่ขั้วขัดแย้ง รวมทั้ง มวลชน ที่เลือกข้าง แบ่งสี แบ่งฝ่าย กำลังจ้องกระโจนเข้าใส่กัน เวลานี้ทั้งฝ่ายหาร ก็ไม่รับประกันว่า การเมืองไทยจะปลอดจากการ “รัฐประหาร” ไปถึงเมื่อไหร่ เช่นเดียวกับฝ่ายการเมือง ก็ไม่รับประกันว่า “รัฐบาลนี้จะไปได้อีกสักกี่น้ำ” มิหนำซ้ำยังประสายเสียงกันว่า “มันยังไม่จบ”

รวบรวมโดย ทีมงาน www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. คอลัมน์นิสต์ วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554 คอลัมน์นิสต์ คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ   บุกทุกทิศสกัดทุทาง คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย...
  2. คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)   โกงกระจาย คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12...
  3. คอลัมนิสต์ ประจำวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2554   คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)    เว่อร์เกินไป คอลัมน์ หน้า...
  4. คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)    พูดแล้วต้องทำ คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย โดย...
  5. คอลัมนิสต์ ประจำวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)    เคลียร์กันเอง คอลัมน์ หน้า 3...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top