ตรวจสุขภาพกันเถอะ

ในที่ทำงานของท่านผู้อ่าน  มีสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปีไหมคะ  ที่ทำงานของผู้เขียนจัดให้มีทุก ๆ ปี   ประมาณเดือนตุลาคม  แต่ปีนี้ น้องน้ำมาเยี่ยมมาเยือนแบบไม่มีมารยาท  ไม่ยอมนัดหมายล่วงหน้า ทำให้ โรคเลือนระบาด  แม้กระทั่งการตรวจสุขภาพ  ปกติ พวกเราจะทำการบ้าน(ภาษาของที่ทำงาน) โดยการประพฤติตัวเป็นเด็กดี  เพื่อผลตรวจเลือดที่ดี (ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง) ขาหมู ไก่ย่าง  ไก่ทอด เนื้อย่างติดมันที่เคยแย่งกันกินทุก ๆ เย็นก็ต้องงดเว้น มิฉะนั้นจะได้ยาถุงเบ้อเริ่มมารับประทาน  นอกจากนั้นทางโรงพยาบาลยังทำการเปรียบเทียบกับผลการตรวจสุขภาพในอดีตของเราให้เพิ่มเติม(ให้เราช้ำใจเล่นว่า ความชรามาเยือนเร็วจริงหนอ)   นอกจากนั้นที่ทำงานยังจัดให้มีการตรวจติดตามผลทุก ๆ 3 เดือน โดยแพทย์  การดูแลพนักงานเช่นนี้ช่วยให้พนักงานเจ็บป่วยน้อยลง  รวมไปถึงงบประมาณในการรักษาพยาบาลพนักงานก็ลดลง   พนักงานลาป่วยในวัน/เวลาทำงานลดลง  ฉะนั้นการเฝ้าระวังด้านสุขภาพให้กับพนักงานเช่นนี้เป็นผลดีต่อพนักงานและองค์กรไปพร้อม ๆ กัน การป้องกันย่อมใช้ต้นทุนต่ำกว่าการแก้ไขอย่างแน่นอน

การติดต่อโรงพยาบาลมาตรวจสุขภาพถึงทำงานนั้น  องค์กรของท่านย่อมได้ราคาในการบริการตรวจสุขภาพประหยัดกว่าที่ท่านเดินเข้าไปติดต่อกับทางโรงพยาบาลโดยตรง  ที่ทำงานผู้เขียนใจดี  พนักงานสามารถพาบุคคลในครอบครัวร่วมตรวจสุขภาพในราคาเดียวกันกับพนักงาน (ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับบุคคลในครอบครัวเอง) ซึ่งประหยัดกว่า  และมีแพทย์มาบริการจัดยาให้ถึงที่ทำงานเลยทีเดียว   ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  บริการถึงที่แบบนี้ ถูกใจพนักงานเป็นอย่างยิ่ง  นอกจากการตรวจสุขภาพกายแล้วในบางองค์กรยังจัดให้มีจิตแพทย์เพื่อดุแลพนักงานเพิ่มเติมทางด้านจิตใจอีกด้วย  ที่ทำงานของผู้เขียนเคยมีเหมือนกันค่ะ แต่ยกเลิกไปเนื่องจากไม่มีผู้ใช้บริการ

ปกติการตรวจสุขภาพของเราก็จะมีการ วัดส่วนสูง  ชั่งน้ำหนัก(ที่เพิ่มขึ้นทุกปี  T_T ) ตรวจเลือด  ตรวจปัสสาวะ อุจาระ  การเอ็กซ์เรย์ปอด  มีบริการตรวจวัดสายตา  บริการวัคซีนบางประเภท เช่น ไข้หวัด     หรือบางโรงพยาบาลก็เสนอรูปแบบการตรวจเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากโปรแกรมมาตรฐาน  เช่น การตรวจมะเร็งในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย  การตรวจคลื่นหัวใจ  ตรวจความหนาแน่นของกระดูก

การตรวจเลือด  โดยมากก็จะ  ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด   วัดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด

การทำงานของตับ  การทำงานของไต ระดับยูริคในเลือด  ตรวจความเข้มข้น  ปริมาณและชนิดของเม็ดเลือดทั้งขาวและแดง

การอ่านผลเลือดก็มีความสำคัญ  เพื่อให้เราทราบว่าแต่ละค่าหมายถึงอะไร  และค่ามาตรฐานที่ควรเป็นอยู่ในระดับใด ผู้เขียนค้นหาจนอินเทอร์เน็ตหลายแหล่งข้อมูล สรุปได้โดยสังเขปตามตารางด้านล่างนี้

แล้วท่านตรวจสุขภาพประจำปีหรือยังคะ  ถ้ายัง ลองให้ของขวัญปีใหม่แก่ตัวเองและครอบครัวด้วยการตรวจสุขภาพประจำปีกันค่ะ  เริ่มต้นปีใหม่กับสุขภาพที่ดีกันนะคะ
ชื่อ ค่ามาตรฐาน ความหมาย

A/G RATIO (Albumin/Globulin Ratio) 0.8 – 2.0 เป็นอัตราส่วนของโปรตีน 2 ชนิด คือ Albumin ต่อ Globulin ค่าที่ต่ำพบได้ในโรคที่เกี่ยวข้องกับตับ ไต และการติดเชื้อ

ถ้าสูงเกินไปไม่มีความสำคัญมากนัก

ALBUMIN 3.2 – 5.0 g/dl เป็นรูปแบบของโปรตีนส่วนใหญ่ที่พบในเลือด ถูกสร้างโดยตับจากกรดอะมิโนที่ได้รับจากอาหาร

ค่าที่ต่ำแสดงถึง ภาวะขาดอาหาร ท้องเสีย ไข้ ติดเชื้อ โรคตับ ขาดสารอาหารประเภทเหล็ก

ALKALINE PHOSPHATASE 20 – 125 U/L เป็นสารเอ็นไซม์ที่สร้างจากตับและกระดูก

ค่าสูงขึ้นเป็นตัวบ่งชี้ถึงภาวะโรคของตับ หรือ กระดูก สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงมะเร็งได้

ค่าที่ต่ำกว่าปกติเป็นตัวบ่งชี้ถึงภาวะขาดโปรตีน ขาดอาหาร ขาดวิตามิน

BILIRUBIN 0 – 1.3 mg/dl

ถูกผลิตภายในร่างกายจากการสลายฮีโมโกลบินและเม็ดเลือดแดงเนื่องจาก

หมดอายุหรือเม็ดเลือดแดงแตกสลาย ตับจะขับสารนี้ออกจากเลือดไปทางน้ำดี Bilirubin เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีให้ทราบถึงภาวะการทำงานของตับ

การเพิ่มขึ้นของ Bilirubin เป็นเพราะ ตับอักเสบ ภาวะตับล้มเหลว

ท่อน้ำดีอุดตัน ภาวะเลือดถูกทำลายมากเกินไป

BLOOD UREA NITROGEN (BUN) 7 – 25 mg/dl

เป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญโปรตีน ถูกขับถ่ายโดยไต

ค่าที่สูงบ่งชี้ว่า ไตทำงานไม่ดี ทานอาหารประเภทโปรตีนมากเกินไป ยาบางชนิด

ดื่มน้ำน้อยไป เลือดออกในลำไส้เล็ก

ค่าที่ต่ำบ่งชี้ว่าขาดอาหาร การดูดซึมอาหารไม่ดี ตับเสีย

CO2 (Carbon Dioxide)

22 – 32 mEq/L

ระดับของคาร์บอนไดออกไซด์มีความสัมพันธ์กับการฟอกเลือดเพื่อแลกเปลี่ยนอากาศที่ปอด

ค่านี้ใช้ประกอบกับการตรวจสารประเภทเกลือแร่ต่างๆภายในร่างกายเพื่อเป็นประโยชน์

ในการบ่งชี้ภาวะความเป็นกรด-ด่างภายในร่างกาย

CALCIUM

8.5 – 10.3 mEq/dl เป็นเกลือแร่ที่มีมากที่สุดภายในร่างกาย ระดับภายในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วงแคบๆ มีความสำคัญมากกับการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ การแข็งตัวของเลือด และอื่นๆ

ค่าที่สูงบ่งชี้ถึง ภาวะการทำงานมากเกินของฮอร์โมนพาราธัยรอยด์ โรคกระดูก

ทานอาหารที่มีแคลเช๊ยมมากเกินไป ยาบางชนิด

ภาวะที่แคลเซี่ยมต่ำอาจทำให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ มีสาเหตุจาก การทำงานน้อยกว่าปกติของต่อมพาราธัยรอยด์ โรคไต ภาวะพร่องวิตามิน D

CHOLESTEROL 120 – 240 mg/dl เป็นสารประเภทไขมันที่สำคัญมากในร่างกาย เป็นวัตถุดิบของสารจำเป็นมากมาย

ถูกสังเคราะห์ภายในร่างกายโดยตับ และได้รับจากอาหาร เมื่ออยู่ในเลือด

จะจับรวมกับโปรตีนเรียกว่า Lipoprotein ซึ่งมี 2 รูปแบบที่สำคัญคือ

LDL, HDL ดังนั้นค่า Cholesterol ที่ตรวจวัดได้จึงเป็นค่าที่รวมกันของ LDL, HDL

ค่าที่สูง จะเพิ่มความเสียงต่อการเป็นโรคหัวใจ โดยเกิดการหนา แข็งตัวของเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ

ค่าที่ต่ำ พบได้ในภาวะขาดอาหาร ตับทำงานไม่ดี โลหิตจาง

CHLORIDE

95 – 112 mEq/L

เป็นเกลือแร่ที่สำคัญตัวหนึ่งที่สำคัญในการดำรงอยู่ของเซลล์

ค่าสูง สัมพันธ์กับภาวะความเป็นกรดของเลือด

ค่าต่ำ ร่วมกับค่า Albumin ที่ต่ำลง หมายถึงภาวะบวมน้ำ

CREATININE 0.7 – 1.4 mg/dl

เป็นของเสียที่เกิดจากกล้ามเนื้อ และเป็นค่าบ่งชี้ภาวะการทำงานของไต

ค่าสูง โดยเฉพาะถ้า BUN สูงด้วย หมายถึง โรคไต

ค่าต่ำ พบได้ใน โรคไต โรคตับ

FERRITIN 0 – 65 U/L คือโปรตีนที่มีส่วนประกอบของแร่เหล็กด้วย พบในเซลล์ และในเลือด

เป็นค่าบ่งชี้สถานะของแร่เหล็กภายในร่างกาย

ค่าสูง พบได้ในสภาวะหลายๆอย่างได้แก่ การอักเสบทั้งชนิดที่ติดเชื้อ

และไม่ติดเชื้อ โรคตับ Hemochromatosis

GGT (Gamma-Glutamyl Transpeptidase) เกี่ยวข้องในขบวนการขนส่ง

กรดอะมิโนเข้าสู่เซลล์ พบได้มากในตับ ดังนั้นจึงใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้ดีถึงการดื่มแอลกอฮอล์

ค่าสูงพบได้ในผู้ติดเหล้า โรคตับ ท่อน้ำดีอุดตัน

GLOBULIN 2.2 – 4.2 g/dl เป็นชื่อของกลุ่มโปรตีนกลุ่มหนึ่งนอกเหนือจาก Albumin

ค่านี้ได้จากการนำค่า Total Protein ลบด้วยค่า Albumin

ค่าสูง พบในภาวะอักเสบติดเชื้อเรื้อรัง โรคตับ โรคข้ออักเสบ Rheumatoid

arthritis และ Lupus

ค่าต่ำพบได้ในภาวะโรคไตบางชนิด โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง อื่นๆ

GLUCOSE 60 – 115 mg/dl เป็นผลผลิตจากการย่อยคาร์โบไฮเดรต และไกลโคเจนที่ตับ เป็นแหล่งพลังงาน

ที่สำคัญของร่างกาย

ค่าสูง พบในโรคเบาหวาน โรคตับ ตับอ่อนอักเสบ

ค่าต่ำ พบในโรคตับ ภาวะอินซูลินมากเกินไป ธัยรอยด์ทำงานน้อยผิดปกติ

HDL (High-Density Lipoprotein)

35 – 135 mg/dl ค่าสูงเป็นสัญญาณที่แสดงถึงภาวะการเผาผลาญอาหารที่ดี เนื่องจาก HDL

ช่วยหยุดยั้งการดูดจับ LDL ของเซลล์ และเป็นตัวพาหะนำคลอเรสเตอรอลจากอวัยวะส่วนต่างๆนำกลับไปสู่ตับ

ซึ่งจะถูกกำจัดออกไป

 

HEMATOCRIT (HCT) 37 – 54 % วัดความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงในเลือด ปกติเท่ากับ 45 % โดยทั่วไปผู้หญิงจะต่ำกว่าผู้ชาย

ค่าสูง คือ ภาวะขาดน้ำ

ค่าต่ำ คือ โลหิตจาง

HEMOGLOBIN (HGB)

14 – 18 % เป็นสารสีแดงที่สำคัญในเม็ดเลือดแดง กล่าวคือทำหน้าที่นำออกซิเจนไปสู่เซลล์ นำคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปขับออกที่ปอด พบในเม็ดเลือดแดงมากถึง

1 ใน 3 ของเม็ดเลือดแดง

ค่าต่ำ หมายถึง ขาดอาหาร เสียเลือดมาก

IRON

30 – 170 mcg/dl เหล็กมีความจำเป็นในการสร้าง โปรตีน ฮีโมโกลบิน Cytochrome & Myoglobin

ค่าสูง พบใน ตับเสื่อมเสียหาย , Pernicious anemia, Hemolytic anemia,

Hemochromitosis

ค่าต่ำ พบในโลหิตจาง ขาดแร่ธาตุทองแดง ทานวิตามินซีน้อย โรคตับ

การติดเชื้อเรื้อรัง ทานแคลเซียมมากไป หญิงมีรอบเดือนมาก

LAH (Lactic Acid Dehydrogenase)

0 – 250 u/L

เป็นเอ็นไซม์พบที่ไต หัวใจ กล้ามเนื้อ สมอง ตับ ปอด

ค่าสูง พบใน ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย กล้ามเนื้อปอดตาย

LDH (Lactate Dehydrogenase)

62 – 130 mg/dl

เป็นเอ็นไซม์ในเซลล์ส่วนใหญ่ทั่วร่างกาย

ดังนั้นถ้าเซลล์ตาย LDH จะถูกปลดปล่อยออกมา

ค่าสูงเพิ่มเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ค่าอื่นที่เกี่ยวข้องไม่เกี่ยวข้อง ไม่ถือว่าผิดปกติอะไร

LDL ตรงข้ามกับ HDL ยิ่งมากยิ่งไม่ดี

ค่าสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดแข็ง

LYMPHOCYTES

18 – 48 % เป็นเม็ดเลือดขาวที่ต่อต้านกับเชื้อโรคโดยเฉพาะไวรัส เช่น หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส

ค่าสูง จึงมักหมายถึงการติดเชื้อไวรัส

ค่าต่ำ หมายถึง ภาวะภูมิคุ้มกันไม่ดี ขณะเดียวกัน ถ้า Neutrophil สูงขึ้นหมายถึงภาวะมีการติดเชื้อ

MCHC (Mean Corpuscular Hemoglobin Concentration) 32 – 36 % ตรวจวัดค่าความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง มีประโยชน์ในการ

ประเมินผลการรักษาโรคโลหิตจาง

ค่าสูง พบได้ใน Spherocytosis

ค่าต่ำ พบได้ใน ภาวะขาดเหล็ก, สูญเสียเลือด, ธาลัสซีเมีย

MONOCYTES 0 – 9 % เป็นเซลล์ที่มีประโยชน์ในการต่อสู้กับเชื้อจุลินทรีย์ในการติดเชื้อ เป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบการไหลเวียนโลหิต

ค่าสูง หมายถึง การอักเสบเรื้อรัง, มะเร็ง, ลิวคีเมีย

ค่าต่ำ แสดงถึงภาวะสุขภาพไม่ดี

PHOSPHORUS

2.5 – 4.5 mEq/dl เป็นแร่ธาตุที่มีมากในร่างกาย ( แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุด )

อาหารที่รับประทานมีผลต่อ Phosphorus ในเลือดมาก

ตัวนี้จะต้องดูควบคู่ไปกับระดับแคลเซียมในเลือด เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญ

ในการเคลื่อนย้ายของแคลเซียม และ รักษาความเป็นกรดด่างภายในร่างกาย

POTASSIUM 3.5 – 5.5 mEq/L เป็นแร่ธาตุ พบมากภายในตัวเซลล์มากกว่าในเลือดถึง 25 เท่า

มีความสำคัญมากในการทำงานของเซลล์ การทำงานของกล้ามเนื้อ

และหัวใจ ถือเป็นตัวที่มีความสำคัญมาก

ค่าต่ำ พบได้ในกรณี อาเจียนอย่างรุนแรง ท้องร่วง โรคไต ได้รับยาขับปัสสาวะบางตัว

PLATELETS 130 – 400 thous เป็นชิ้นส่วนของเม็ดเลือดแดง มีขนาดเล็กกว่าเม็ดเลือดแดงมาก

ในเลือด 1 หยด จะมีเม็ดเลือดแดง 5,000,000 เซลล์ มีเกล็ดเลือดประมาณ 140,000 – 450,000 มีความสำคัญในการแข็งตัวของเลือดเมื่อมีแผลเพื่อป้องกันการเสียเลือดมากเกินไป

ค่าสูง ได้แก่ โรคของไขกระดูกซึ่งเป็นแหล่งสร้างเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด

ค่าต่ำ อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติในระบบภูมิคุ้มกัน และอีกหลายๆโรค

PROTEIN 6.0 – 8.5 g/dl

โปรตีนมีความสำคัญมาก เป็นเอ็นไซม์ต่างๆ ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน

ปรับรักษาระดับความเป็นกรด ด่างในร่างกาย เป็นอาหาร แหล่งพลังงาน

มีโปรตีนที่สำคัญหลายชนิด ที่น่าสนใจได้แก่ Albumin และ Globulin

ค่าสูง พบได้ใน Lupus, โรคตับ, การอักเสบเรื้อรัง, ลิวคีเมีย, อื่นๆ

ค่าต่ำ พบใน ขาดอาหาร, โรคตับ , การดูดซึมอาหารไม่ดี

RED BLOOD CELL COUNT (RBC) 4.2 – 5.6 mill/mcl เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำพาออกซิเจนไปตามเลือดไปให้เซลล์ต่างๆและขนคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปทิ้งที่ปอด ในเลือดหยดหนึ่ง มีเม็ดเลือดแดงมากถึงประมาณ 5 ล้านเซลล์ถูกผลิตจากไขกระดูก

RETICULOCYTE COUNT คือเม็ดเลือดแดงที่ยังอ่อนอยู่ ซึ่งไม่ควรมีมากนักในเลือด

SODIUM

135 – 146 mEq/L เป็นแร่ธาตุ เป็น 1 ใน 4 ของแร่ธาตุที่พบมากในร่างกาย

มีความสำคัญต่อความสมดุลย์ของเกลือและน้ำ การนำกระแสประสาท

ค่าสูง สูญเสียน้ำมากเกินไป

ค่าต่ำ พบใน ท้องร่วง, โรคไต

TRANSAMINASE SGOT (AST)

Serum Glutamic Oxalocetic Transaminase 0 – 42 U/L คือเอ็นไซม์ที่พบได้ใน หัวใจ, ตับ, กล้ามเนื้อ

ค่าสูง พบใน ภายหลังภาวะ Heart Attack , โรคตับ, โรคการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

TRANSAMINASE SGPT (ALT)

Serum Glutamic Pyruvic Transaminase

0 – 48 U/L เป็นเอ็นไซม์ที่พบได้ใน ตับเป็นหลัก ในกล้ามเนื้อพบได้บ้าง ดังนั้นค่านี้จึงจำเพาะเจาะจง

ถึงโรคตับมากกว่า SGOT หรือ AST

ค่าสูง พบใน โรคตับ

TRIGLYCERIDES 0 – 200 mg/dl คือรูปแบบของไขมันที่พบได้ในธรรมชาติ และรูปแบบของไขมันที่ถูกเก็บ

ในร่างกายซึ่งจะถูกเก็บในเซลล์ไขมัน (Adipose Tissue) มีหน้าที่หลักคือ

เป็นแหล่งของพลังงาน ระดับภายในร่างกายเปลี่ยนแปลงตามอาหารที่ทาน

และอัตราการกำจัดออก

ค่าสูง พบได้ใน Artherosclerosis, Hypothyroidism, โรคตับ,

ตับอ่อนอักเสบ, Myocardial Infarction, Metabolic disorders,

Toxemia, Nephrotic Syndrome

ค่าต่ำ พบได้ใน Chronic obstructive pulmonary disease,

Brain infarction, hyperthyroidism, malnutrition, malabsorption

Range :

URIC ACID 3.5 – 7.5 mg/dl เป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญ ( metabolism ) ซึ่งจะถูกขับถ่ายโดยไต

ค่าสูง พบได้ใน ทานอาหารมากเกินไป โดยเฉพาะประเภทเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว

์ , โรคเก๊าท์ , โรคไต, เบาหวาน, กำลังทานยาขับปัสสาวะบางชนิด

ค่าต่ำ พบใน โรคไต, Malabsorption, poor diet, liver damage

Range :

WHITE BLOOD CELL COUNT (WBC) 3.8 – 10.8 thous/mcl เม็ดเลือดขาวมีหลายชนิด มีหน้าทีในการต่อสู้กับเชื้อโรคที่มารุกราน

ค่าสูง พบใน การติดเชื้อ , การบาดเจ็ล , หลังผ่าตัด

ค่าต่ำ พบใน ภาวะบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน

Range :

PLASMA THROMBIN TIME (THROMBIN CLOTTING TIME) 10 – 15 วินาที ตรวจสอบสภาพของ Fibrinogen เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด เป็นตัวช่วยในการวินิจฉัยโรคตับ

Range :

PLASMA AMMONIA ตรวจสภาพตับ วัดผลการรักษาโรคตับว่าอาการทรุด หรือ ฟื้นได้ดีเพียงใด

ถ้าค่ายิ่งสูงจะหมายถึงสภาวะโคม่าของตับ

 …………………………….

 

 

Related posts:

  1. วันโลกต้านเอดส์ ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดเอา วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปีเป็น”วันโลกต้านเอดส์” (WORLD AIDS DAY)...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top