คอลัมนิสต์ ประจำวันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2554


คอลัมนิสต์

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)   

อย่าแตกแยกกัน

หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ

จงรักภักดีแค่นี้ต้องทำได้

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข (มติชนรายวัน)   

เดินไปข้างหน้า

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน )  

รำลึก “พระราชดำรัส” จากอดีตถึงปัจจุบัน คนไทย… ต้องรักกัน

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม ( ข่าวสด

“ป.ป.ช.และกรรมการสิทธิ์”

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์)

ปรากฏการณ์ “จูบปาก” ทางการเมือง

คอลัมน์ กาแฟดำ โดย สุทธิชัย หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

ว่าด้วยอำนาจใหม่ของป.ป.ช.กับเงินปล้นบ้านท่านปลัดฯ

คอลัมน์ คนปลายซอย โดย เปลว สีเงิน (ไทยโพสต์

ด้วยอุบัติการณ์แห่งเจตนาปิศาจ

 

สรุป คอลัมน์นิสต์

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)  

  • อย่าแตกแยกกัน

จากพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชื่อว่าพระองค์ท่านทรงเล็งเห็นต้นเหตุที่ทำให้การแก้วิกฤติน้ำท่วมล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพไม่รวดเร็วทันใจ เพราะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหาขัดแย้งกันเอง ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานไปทางเดียวกันวางแผนระบายน้ำเป็นระบบไม่มุ่งแต่ปกป้องพื้นที่ตัวเอง วิกฤติน้ำท่วมใหญ่จะจบเร็วกว่านี้ ด้วยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงย้ำเตือนให้ผู้มีหน้าที่แก้ปัญหาประชาชนต้องไม่แตกแยก แนวทางพระราชดำริซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้แนะไว้เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ.2538 คือ หัวใจของการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบอย่างยั่งยืน แต่ผู้เกี่ยวข้องกลับไม่นำไปดำเนินการอย่างจริงจัง จนเกิดมหาวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ จึงเกิดดวงตามเห็นธรรม น่าเสียดายที่เราปล่อยเวลาอันม่าให้ผ่านไปฟรีๆถึง 16 ปี มันเป็นซะอย่างนี้แหละประเทศไทย

หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ (ไทยรัฐ)

 

  • จงรักภักดีแค่นี้ต้องทำได้

ไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลและกทม. ปล่อยให้น้ำท่วมมานาน 4-5 เดือนแล้วยังระบายน้ำไม่หมดเสียที อีก 5 เดือนข้างหน้า “หน้าฝน” ก็จะเวียนกลับมาอีกรอบแล้ว จะมีฝนตกหนักน้ำท่วมต่อซ้ำซากหรือไม่ ใครที่ประกาศว่า “ปีหน้าน้ำไม่ท่วม” ต้องเตรียมชี้แจงนักลงทุนต่างชาติให้ดีๆ ได้ฟังพระราชดำรัส “พ่อหลวง” ทีไรก็รู้สึกซาบซึ้งในพระทัยของพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง อยากจะบอกต่อ ผู้นำรัฐบาล ผู้น้ำฝ่ายค้าน นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณทั้งหลาย ซึ่งประกาศตัวว่า “มีความจงรักภักดี” มาตลาดว่า ทำไมพวกท่านจึงไม่ใช้ “อำนาจ” และ “หน้าที่” ที่มีอยู่ “แสดงความจงรักภักดีให้ประจักษ์” ด้วยการ ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ ดังที่ “ในหลวง” ทรงมีพระราชดำรัสตั้งแต่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ไปจนถึงการเลิกขัดแย้งทางการเมืองเพื่อให้งานบรรลุผล ที่แล้วมาก็ถือว่าแล้วกันไป เริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม ขอเพียงมีตความจริงใจทำไม “ความจงรักภักดี” แค่นี้จะทำไม่ได้ จริงไหม

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข (มติชนรายวัน)

  • เดินไปข้างหน้า

น้ำท่วมครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญระดับโลก เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนว่า ภัยพิบัติจากธรรมชาติ มาถึงจุดที่ไม่อาจประมาทได้อีกแล้ว เมื่อปี 2538 มีพระราชดำรัสสำคัญที่ทรงให้คำแนะนำเรื่องการแก้ปัญหาน้ำ ดังที่สถานีโทรทัศน์ต่างๆได้นำมาออกอากาศเผยแพร่ เข้าใจว่ายังไม่มีผลในทางปฏิบัติ หรือไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ทำให้น้ำท่วมปี 2554 หนักหนาสาหัสอย่างที่เห็น พระราชดำรัสปีนี้เตือนให้รัฐบาลเร่งจับเรื่องน้ำโดยเร็ว ไม่กี่วันจากนี้จะเข้าสู่ปีใหม่ 2555 ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดสภาพแปรปรวนของดินฟ้าอากาศขึ้นอีกหรือไม่ การตั้งคณะกรรมการ กยน. ที่มี ดร.สุเมธ เป็นที่ปรึกษาถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และมีการประชุมวางแผนหลัก หรือมาสเตอร์แพลนไปแล้ว พร้อมๆกับการเยียวยาฟื้นฟู ถ้าตั้งหลักเรื่องน้ำได้ มีแผนงานและการปฏิบัติที่สร้างความรู้สึกปลอดภัยให้ประชาชนได้ ยึดประชาชนเป็นหลัก ความเสียหายปี 54 จะไม่สูญเปล่า และเป็นการน้อมสนองพระราชดำรัสด้วยการปฏิบัติจริง

คอลัมน์ หน้า 3 มติชน ( มติชนรายวัน ) 

 

  • รำลึก “พระราชดำรัส” จากอดีตถึงปัจจุบัน คนไทย… ต้องรักกัน

ไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยมให้สติ ให้ปัญญากับคนไทย ในการรู้จักสามัคคีในภาวะที่บ้านเมืองเกิดภาวะวิกฤติ ซึ่งปีนี้ภาวะวิกฤติของเมืองไทย คือ “ปัญหาน้ำท่วม” หากย้อนกลับไปในอดีต “พระราชดำรัส” ที่ทรงเน้นเรื่องความสามัคคีของคนในชาติ มุ่งให้คนไทยมีความรักใคร่กลมเกลียว สมัครสมาน สามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง มีหลายต่อหลายครั้งที่ทำให้คนหลากหลายกลุ่มลดทิฐิลง จะเห็นว่าทุกครั้งที่บ้านเมืองวิกฤติ ทุกคนจะคิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์ได้ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรมาโดยตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน พระราชดำรัสที่ว่า “ไม่ขัดแย้ง ไม่แตกแยก ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน” ในปี 2554 คงเป็นพรอันยิ่งใหญ่ และประเสริญสุดสำหรับคนไทยทุกคน ที่ทุกคนที่เป็นคนไทยต้องน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม ( ข่าวสด )

 

  • “ป.ป.ช.และกรรมการสิทธิ์”

บทบาทป.ป.ช.ต่อกรณีการปล้นบ้านนายสุพจน์ถือว่าทำงานได้รวดเร็วน่าชม แต่กรณี 91 ศพกลับเงียบเชียบมาตลอด จนทหารเข้าให้การเลยนึกขึ้นมาได้ว่ามีคดีนี้อยู่ในมือ หวังว่าเมื่อตื่นจากหลับ เตรียมเรียกสอบทหารไปจนถึงนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ผลสอบออกมาจะกู้ศรัทธากลับมาได้  อีกองค์กรคือกรรมการสิทธิ์ เหตุการณ์ม๊อบพันธมิตรที่ยืนอยู่ฟากเดียวกับปชป. กรรมการสิทธิ์ก็แสดงความเร่าร้อนไม่ต่างจากป.ป.ช. แต่เหตุการณ์ม๊อบเสื้อแดง ที่ปชป.ตกเป็นผู้กล่าวหา กรรมการสิทธิ์ก็ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มิหนำซ้ำยังพยายามสอบสวนหรือออกบทสรุปที่สวนทางอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย ล่าสุดทะเลาะกันสั่งเด้งเลขาฯ อันที่จริงไม่ควรโทษคนเดียว น่าจะเลิกทั้งคณะนั้นแหละ

คอลัมน์ สถานการณ์ร้อน (เดลินิวส์)

  • ปรากฏการณ์ “จูบปาก” ทางการเมือง

การควงกันมา “จูบปาก” ต่อหน้าสื่อที่กระทรวงคมนาคม ทั้ง พล.อ.อ.สุกำพล , พล.ต.ท.ชัจจ์ และ นายกิตติศักดิ์ ก็เพื่อสยบข่าว “เกาเหลา” ในกระทรวงหูกวาง และแน่นอนทั้งหมดยืนยันว่า ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นปัญหา เล็กๆน้อยๆ ในการทำงานเท่านั้น ดูๆไปการแถลงข่าวครั้งนี้ เท่ากับ “บิ๊กชัจจ์” กับ “อาจารย์กอ” เคลื่อนไหวแล้วได้สิ่งที่ปรารถนา ขณะที่ “บิ๊กโอ๋” ผู้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ก็เลือกที่จะ “ยอมงอ” มากกว่า “ยอมหัก” ขึ้นชื่อว่าการเมือง ถ้าผลประโยชน์ “ขัดกัน” เมื่อไหร่ ก็จะกลายเป็นข่าวให้สังคมรับรู้ ถ้าสมประโยชน์กันเมื่อไหร่ สืบเสาะหากันเท่าไหร่ก็ไม่มีทางเจอ อย่างเหตุการณ์ปล้นบ้าน นายสุพจน์ ถ้าประโยชน์ขัดกัน เรื่องมันก็ “แดง” ออกมา ทะเลาะกันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา สู้ปิดห้องคุยกันอย่าง “ลูกผู้ชาย” ก็อยู่กันไปเหมือนที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่แหละคือ การเมือง

คอลัมน์ กาแฟดำ โดย สุทธิชัย หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

 

  • ว่าด้วยอำนาจใหม่ของป.ป.ช.กับเงินปล้นบ้านท่านปลัดฯ

ภาพลักษณ์ประเทศไทยมีคอร์รัปชั่นมากกว่าเดิม ย่อมแปลว่าเราต้องถามตัวเองว่าใครจะต้องรับผิดชอบ เพราะความเสียหายย่อมกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศ ได้ฟังคุณวิชา มหาคุณ ให้สัมภาษณ์ว่ากฎหมายใหม่ของปปช.เปิดช่องให้ตรวจสอบ เช่น การประมูลต้องมีการประกาศราคากลางอย่างชัดเจน บริษัทไหนชนะการประมูลต้องแจ้งว่ามีการใช้จ่ายอะไรบ้าง เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ไม่ใช่ถูกโจรปล้อนก่อนแล้วค่อยมาดูบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการ กรณีนี้ถือว่าเป็นการประเดิมทดสอบกฎหมายใหม่ปปช. อำนาจเพิ่มเติมแปลว่า สามารถดูเส้นทางของเงินด้วยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าทำตัวอย่างให้ชัดคนไทยที่เห็นใจคนโกงบ้านโกงเมืองอาจจะหันกลับมาต่อต้านคอร์รัปชั่นมากขึ้น และพรรคการเมืองหาเสียงต่อไปนี้ จะต้องบอกว่า เป้าหมายที่จะให้ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของประเทศไทยต้องดีกว่าที่เป็นอยู่อย่างไร

คอลัมน์ คนปลายซอย โดย เปลว สีเงิน (ไทยโพสต์)

 

  • ด้วยอุบัติการณ์แห่งเจตนาปิศาจ

มีเรื่องอยากหารือกับนายกฯ ด้วยความห่วงใยสักเรื่อง – สองเรื่อง เรื่องแรก เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ท่านเป็นพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ท่านทราบไหมว่า แท่นที่เขาจัดให้ท่านขึ้นไปยืนนั้น มีคนถึงไม่เจตนาแต่คล้ายจงใจ เพื่อให้ท่านเหยียบ ภาพรวมที่ปรากฏก็จะออกมาเป็นลักษณะเดียวกับธงชาติ หรือธงไตรรงค์ มิอาจว่ากล่าวใดต่อนายกฯได้ ในเมื่อจิตสำนึกท่านก็เป็นดังทีมงานแจกแจงว่า เป็นพรหมสีน้ำเงินขลิบขาว ปูบนยกพื้นสีแดง แต่คนอื่นใส่ไคล้-ใส่ความท่าน แต่อยากจะบอกว่า ด้วยจิตสำนึกบริสุทธิ์ของคนไทยที่รู้จักผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี เขาไม่ทำกันอย่างนั้น และไม่ปรากฏศิลปกรรมการปูพรมของเจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ ไม่ว่ายุคไหนๆจะทำเช่นนี้มาก่อน เรื่องที่สอง ภาพประกอบข้อความในเฟซบุ๊กนายกฯยิ่งลักษณ์ ที่ลงรูปพระบรมฉายาลักษณ์ ผิด เรื่องนี้ผมเข้าใจดีว่า ท่านนายกฯไม่มีจิต “ไม่บริสุทธิ์” แต่สิ่งที่เกิดขึ้น จะด้วยเจตนา-ไม่เจตนา หรือจะด้วยละเลยต่อการเอาใจใส่จนเกิดความบกพร่องขึ้น หรือใครบางคน “ประสงค์ผล” อย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดขึ้น ผมเชื่อในความบริสุทธิ์ใจ จึงหารือตรงนี้ว่าต่อไป ใครเอาอะไรมาให้เซ็น ใครบอกให้ทำอะไร “ใช้สมอง” กรองซักนิดดีไหม จะได้ไม่ต้องเป็นนายกฯหญิงคนแรก และติดคุกคนแรก ด้วย “บกพร่องโดยสุจริต” เรื่องที่สาม จู่ๆก็ลดการแสดงแสง สี เสียง และเสื่อผสม และการฉายภาพยนต์พาโนรามาที่กำแพงพระบรมมหาราชวัง ทำไมจู่ๆก็ประกาศลดกิจกรรม เพราะนี่คือ “กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ” การทำแบบนี้ เฉลิมพระเกียรติ หรือ หลู่พระเกียรติ สำนึกรู้ได้ด้วยใจสำนึก ทั้งหมดนี้ ผมอยากหารือท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ ว่า ในเมื่อรัฐบาลไม่ผิด ตัวท่านไม่ผิด แต่เรื่องทำนองนี้ ทำไมมัน “บังเอิญเกิด” ถี่ๆในระยะนี้เหลือเกิน เกรงว่าจะ “ผิดใจ” กับประชาชนได้นะครับ

 

รวบรวมโดย ทีมงาน www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. คอลัมนิสต์ ประจำวันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)   โกงกระจาย คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2554 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รับพระราชดำริใส่กล้าฯแก้น้ำท่วมยั่งยืน “อริสมันต์” ย่องเงียบมอบตัวที่พัทยา พระเสาร์ย้ายผวาอาเพศ มติชน ปปช.แฉเงิน 8 บ.จาก...
  3. คอลัมน์นิสต์ วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554 คอลัมน์นิสต์ คอลัมน์ หน้า 3 ไทยรัฐ   พี่น้องแยกบทกันเล่น คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย...
  4. คอลัมนิสต์ ประจำวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2554   คอลัมนิสต์ คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)    เว่อร์เกินไป คอลัมน์ หน้า...
  5. คอลัมนิสต์ ประจำวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)   เพื่อไทย โปรดคิดสักนิดหนึ่ง คอลัมน์ ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top