คำ ผกา สลัดความกลัว”เปลือยอก เปิดใจ” และ ปวิน ผู้คิด”ฝ่ามือ อากง”กระหึ่มเฟชบุ้ค

คำ-ผกา-เปลือยอก-ปวิน-ผ่ามือ คดีอากง 112

‘คำ ผกา’ เปลือยอก และใจ ส่งข้อความเรียกร้องปล่อยตัวอากง

“ไม่มีความเคียดแค้น ในหัวใจที่เปลือยเปล่า”

ชี้สังคมไทยต้องก้าวข้ามความกลัว ถอดทิ้งอคติ และสำรวจจิตใจ

ตัวเองในฐานะเพื่อนมนุษย์

 

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลายคนอาจได้เห็นแคมเปญ ‘ฝ่ามืออากง’ กันไปบ้างแล้วในเฟซบุ๊ก การรณรงค์

ดังกล่าวเริ่มต้นโดยปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยจากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ประเทศสิงคโปร์

เพื่อเรียกร้องอิสรภาพให้แก่นายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีด้วยการถูกกล่าวหา

ว่าส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือที่มีเนื้อหาหมิ่นเบื้องสูงจำนวน 4 ข้อความไปยังเลขาส่วนตัวของอภิสิทธิ์

เวชชาชีวะ นายกฯ(ขณะนั้น)

 

แคมเปญดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊กในไทยและต่างประเทศอย่างรวดเร็ว โดยมีคนส่งภาพ

ตัวเองที่มีข้อความ “อากง” เขียนบนฝ่ามือมาร่วมในการรณรงค์ดังกล่าว 150 คนในเวลาเพียง 2 วัน

หนึ่งในนั้น มีรูปหญิงสาวเปลือยพร้อมข้อความ “No Hatre for Naked Heart”

หราอยู่บนหน้าอกหน้าใจ พร้อมคำว่า “อากง” บนฝ่ามือ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากลักขณา ปันวิชัย

หรือนักเขียนชื่อดังในนาม “คำ ผกา”…

เธอเล่าถึง “Art project” ชิ้นนี้ ซึ่งเป็นภาพเปลือยของเธอพร้อมข้อความ

“No Hatre for Naked Heart”  (ไม่มีความเคียดแค้น ในหัวใจที่เปลือยเปล่า)

เขียนด้วยน้ำหมึกดำอยู่บนอกสองข้างของเธอว่า

อยากจะสื่อออกไปยังสังคมไทย ให้ถอดอคติส่วนตนออกไปจากจิตใจ และลองเปลือยใจ

เพื่อสำรวจถึงความมีมนุษยธรรมในฐานะเพื่อนมนุษย์ และตั้งคำถามดูว่าทำไมกรณี

ของอากงจึงเกิดขึ้นได้ มันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ไหม และมันมากเกินไปหรือเปล่า

 

“แทนที่จะหลบอยู่หลังตู้เย็น หลบอยู่หลังหน้าจอคอมพ์ อย่างน้อยเราก็ได้ทำอะไร

ซักอย่าง ที่จะก้าวข้ามความกลัวนั้นไป และส่งข้อความออกไปยังสังคม…ให้สังคมไทย

นั้นก้าวพ้นความกลัวไปด้วยกัน”

คำ ผกา เปลือยอก เพื่ออากง02

ภาพถ่ายโดย กรกฤช เจียรพินิจนันท์

 

‘คำ ผกา’ กล่าวว่า งานชิ้นนี้ เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ใช้ร่างกายประท้วงต่อ

ความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งการกล้าเปิดกาย-ใจ และการกล้าเปิดเผยตัวตนนี่เอง

ที่เป็นการเผชิญหน้าและเอาชนะความกลัวได้อย่างแท้จริง

 

 

 

 

ปวิน ฝ่ามือ อากง คดี 112

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ประวิตร โรจนพฤกษ์ สัมภาษณ์ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักรัฐศาสตร์

สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแห่งสิงคโปร์ ถึงที่มาและวัตถุ

ประสงค์ของแคมเปญฝ่ามือ “อากง” ซึ่งกำลังได้รับการกล่าวขานถึง

มากยิ่งขึ้นเป็นลำดับในโลกเฟซบุ๊ก

 

1) ทำไมจึงมีการรณรงค์นี้

เรามาจนถึงปลายทางแล้วเมื่อพูดถึงความยุติธรรมในประเทศไทย

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

เพื่อทำลายฝั่งตรงข้ามมากขึ้น … แคมเปญนี้ได้รับแรงบันดาลใจ

จากโครงการ “ความไม่กลัว” ของพม่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก

นางอองซาน ซูจี เพื่อสนับสนุนความกล้าหาญให้แก่นักโทษทาง

การเมืองจำนวนมากในพม่า นี่เป็นการรณรงค์อย่างสงบสันติ

เราต้องการส่งสาร โดยการเขียนชื่อ “อากง” บนฝ่ามือ เพื่อสนับ

สนุนและรณรงค์เพื่ออิสรภาพของเขา

 

2) ทำไมจึงเป็นอำพล ไม่ใช่นักโทษทางมโนสำนึกรายอื่นๆ

 

อำพลได้ตกเป็นเหยื่ออย่างแท้จริงในเกมการเมืองนี้ เขาเป็นเหยื่ออย่างสมบูรณ์แบบ

ในแง่ที่ว่า นี่คือชายชราเชื้อไทย-จีน ผู้ซึ่งอาจไม่เคยรู้จักกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เลย ผู้ซึ่งอาจจะไม่ได้พูดภาษาไทยได้อย่างดี ผู้ซึ่งอาจจะไม่ได้ชำนาญทั้งการใช้โทรศัพท์

มือถือและการส่งข้อความทางมือถือดีนัก ผู้ซึ่งไม่ได้แอคทีฟ (กระตือรือร้น – มติชนออนไลน์)

ทางการเมือง แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ป้องกันเขาจากการถูกกล่าวหาและจับกุม สิ่งที่เลวร้ายที่สุด

คือระยะเวลาของการตัดสินโทษ 4 เอสเอ็มเอส เท่ากับ 20 ปี นี่คือประเทศไทยหรือ …

 

3) คุณคาดหวังอะไรจากแคมเปญนี้

 

หวังว่านี่จะเป็นการส่งสัญญาณที่เข้มข้นไปยังรอยัลลิสต์ เพื่อให้เห็นเหตุผลเบื้องหลัง

คำตัดสินอากง ได้เห็นว่าพวกเขาหาประโยชน์จากกฎหมายหมิ่นฯ และที่สำคัญกว่าคือ

 พวกเขาอาจทำให้สถาบันอันเป็นที่รักเสื่อมถอยลงได้จริงๆ ข้อโต้แย้งของผมคือ ยิ่ง

กฎหมายนี้ถูกใช้มากเท่าไหร่ กลับจะยิ่งทำให้สถาบันฯ อยู่ในสถานะที่ลำบากขึ้น

 

4) ใครเป็นคนเริ่มความคิดนี้

 

ผมเป็นคนเริ่มความคิดนี้ อย่างที่บอก ผมได้แรงบันดาลใจจากแคมเปญ “ความไม่กลัว”

ของพม่า ชาวพม่ามีความกล้าหาญในการต่อสู้กับความอยุติธรรมและสนับสนุนนักโทษ

ทางการเมือง ทำไมคนไทยจึงไม่สามารถทำคล้ายๆ กันได้

 

อากง 112

5) ตอนนี้มีผู้ร่วมรณรงค์แล้วเท่าไหร่ (เช้าวันพฤหัส 1 ธ.ค.)

 

มี 150 คนบนเฟซบุ๊กที่แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมแคมเปญ ก็ไม่เลว คิดดูว่ามันเพิ่ง

เริ่มเมื่อวาน … หลายสิบคนส่งรูปของพวกเขาที่มีคำว่า “อากง” บนฝ่ามือมาร่วมแคมเปญ

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ ,ประชาไท  ,voice tv

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล02 

เมื่อ “วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล” ตั้งคำถามเรื่อง “112 กับปรากฏการณ์อากง”

 

 

 

Related posts:

  1. เมื่อ “วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล” ตั้งคำถามเรื่อง “112 กับปรากฏการณ์อากง”   วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ได้ตั้งคำถามกับสังคมไทยรวมไปถึง เรียกร้องให้หันมาทบทวนกับประเด็นของกฏหมาย 112 กับ สิทธิมนุษยชนกันอย่างจริงจัง โดยมีคดี “อากง”...
  2. เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเสี่ยงโรคหัวใจ-โรคอ้วนในผู้หญิง (Huffington Post 13/11/11)  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการดื่มน้ำอัดลม-น้ำหวาน และดื่มในปริมาณวันละ 2 แก้ว สิ่งนี้จะส่งผลให้คุณผู้หญิงทั้งหลายเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคอ้วน จากผลการศึกษาเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างกลุ่มผู้ทดลอง 2...
  3. มลพิษทางสิ่งแวดล้อมเพื่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ (Time 11/10/11) การวิจัยในสวีเดนเปิดเผยว่า เป็นที่ชัดเจนว่ามลพิษทางสิ่งแวดล้อมมีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหัวใจรวมถึงโรคความดันโลหิตสูง ผู้วิจัยกล่าวว่า ในประเทศสวีเดนและอีกหลายประเทศมีสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษอยู่มาก และพวกเราก็อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเหล่านั้น มลพิษหลายอย่างถูกส่งผ่านมาทางอาหารที่เรารับประทาน และสิ่งเหล่านั้นก็อยู่ในร่างกายของเรา...
  4. บทวิจารณ์หนังสือ “คุยกับทักษิณ”     (ISEAS, Strait Times 28/09/11) บทวิจารณ์หนังสือ คุยกับทักษิณ หรือ Conversations...
  5. ‘broken heart syndome’ ผู้หญิงมีอาการ ‘หัวใจสลาย’ สูงกว่าชาย 7-9 เท่า ผลวิจัยของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯชี้ ผู้หญิงมีอาการ ‘หัวใจสลาย’ สูงกว่าชาย 7-9 เท่า   ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียและมหาวิทยาลัยอาร์คันซอในสหรัฐฯ ระบุผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะระทมทุกข์จากอาการ broken...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top