ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วันเสาร์นี้ (19 พ.ย.)

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาหวดกันอีกครั้ง ในวันเสาร์นี้ (19 พ.ย.) หลังหลีกทางให้เกมทีมชาติ และมีเกมใหญ่ที่ห้ามพลาดก็คือ แมนฯ ซิตี พบ นิวคาสเซิล ซึ่งเป็น 2 ทีม ที่ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซนอล มีคิวต้องไปเยือนน้องใหม่ทั้งคู่ ซึ่งความพร้อม และความน่าจะเป็นของแต่ละคู่จะเป็นยังไง เราไปดูกันเลย

นอริช – อาร์เซนอล (19.45 น.)
พอล แลมเบิร์ต ผู้จัดการทีม “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี ทีมน้องใหม่ ที่อยู่อันดับ 9 มี 13 คะแนน จาก 11 นัด จะยังไม่มี เจมส์ วอห์น กองหน้า ที่เข่าพัง จนต้องพักยาวถึงปีหน้า ขณะที่ ซัค วิทเบรด กองหลัง ก็ยังเจ็บเอ็นหลังเข่า และ เอลเลียต วอร์ด กองหลังอีกคน ก็ยังไม่หายเจ็บเข่าเหมือนกัน แต่ที่เหลือถือว่าสมบูรณ์ และไม่มีใครเจ็บจากเกมทีมชาติ ทำให้เลือกส่งชุดใหญ่ลงสนามได้หมด โดยคาดว่า แดนหน้า แกรนท์ โฮลท์ กัปตันทีมตัวเก๋า น่าจะได้ลงล่าตาข่ายร่วมกับ สตีฟ มอริสัน ต่อไป โดยมี เวส ฮูลาฮาน กับ แอนโธนี พิลคิงตัน ทำเกมรุก และใช้ แบรดลีย์ จอห์นสัน คุมเกมแดนกลาง
อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือเฟรนช์แมนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 7 ที่มี 19 คะแนน จาก 11 เกม ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บจากเกมทีมชาติ หรือติดโทษแบนรบกวนมากนัก แต่พวกเจ็บยาวอยู่ก็ยังไม่พร้อมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น แจ็ค วิลเชียร์, อาบู ดิยาร์บี หรือ บาการี ซานญา ขณะที่ มารูยาน ชามัค กับ คีแรน กิบบ์ส ก็กำลังอยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังอาการบาดเจ็บ และลงไม่ได้เช่นกัน แต่ส่วนอื่นถือว่าพร้อมทั้งหมด โดยตัวหลักอยู่ครบทั้ง โธมัส เวอร์มาเลน, มิเกล อาร์เตตา หรือ อเล็กซ์ ซง ส่วนเกมรุกยังใช้ 3 ประสาน คือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี, ธีโอ วัลคอตต์ และ แชร์วินโญ
ความน่าจะเป็นของเกม : แม้จะเปิดฤดูกาลได้อย่างย่ำแย่ แต่ อาร์เซนอล ทำได้ดีมากในช่วงหลัง โดยชนะไปถึง 9 จาก 11 เกมล่าสุดในทุกรายการ และมีโอกาสสูงมากที่ “โรบิน แอนด์ โค” จะทำประตูได้ที่แคร์โรว โรด ในเกมนี้ เนื่องจาก นอริช ยังไม่เคยรักษาคลีนชีตได้เลยแม้แต่เกมเดียวในฤดูกาลนี้ แต่ เดอะ กันเนอร์ส ก็มีโอกาสโดนเช่นกัน เพราะ พอล แลมเบิร์ต สั่งให้ลูกทีมเน้นเกมบุกเป็นหลัก ทำให้น่าจะเป็นอีกเกมที่สนุก และยิงกันเยอะ แต่สุดท้ายแล้ว อาร์เซนอล น่าจะใช้ความเด็ดขาด และร้อนแรงของ ฟาน เพอร์ซี เฉือนเอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เอฟเวอร์ตัน – วูล์ฟส์ (22.00 น.)
เดวิด มอยส์ กุนซือหน้าย่นของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน พาทีมทำผลงานได้ไม่ดีนักเช่นเคยในช่วงแรกของฤดูกาล โดยล่าสุด รั้งอยู่ในอันดับ 17 มี 10 คะแนน จาก 10 เกม แต่เกมนี้มีข่าวดี เมื่อ ฟิล จากีลกา กองหลังคนสำคัญ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมที่ลงช่วยทีมชาติอังกฤษ พบกับ สเปน เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ยืนยันด้วยตนเองว่า อาการเจ็บไม่หนักมาก และพร้อมลงเล่นในเกมนี้ ส่วนที่เหลือก็ไม่มีใครเจ็บเพิ่มมากนัก โดยมีแค่ วิคเตอร์ อนิเชเบ กองหน้า ที่เจ็บโคนขาหนีบ คนเดียว ที่ลงไม่ได้แน่นอน แต่ ทิม เคฮิลล์ น่าจะเป็นแค่สำรอง ทำให้คู่หน้าน่าจะเป็นหน้าที่ของ หลุยส์ ซาฮา กับ รอยส์ตัน เดรนเธ และแดนกลางยังมี แจ็ค รอดเวลล์ ที่ก้าวไปติดทีมสิงโตคำรามชุดใหญ่แล้วเป็นตัวหลัก
มิค แม็คคาร์ธี ผู้จัดการทีม “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ทีมอันดับ 13
ที่มี 11 คะแนน จาก 11 เกม เตรียมได้ สตีเวน เฟลทเชอร์ กองหน้าทีมชาติสกอตแลนด์ หายเจ็บที่น่องกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง นอกจากนั้นก็ยังมีลุ้นได้ เควิน โฟลีย์ ปีกคนเก่ง หายเดี้ยงที่ข้อเท้า กลับมาช่วยทีมด้วย แต่รายของ โรนัลด์
ซูบาร์ ยังไม่หายเจ็บโคนขาหนีบ ขณะที่ตำแหน่งอื่น ๆ ไม่มีใครเจ็บหรือติดโทษแบน ทำให้ส่งชุดใหญ่ลงเล่นได้หมด โดยแดนหน้าวาง เควิน
ดอยล์ เป็นตัวเป้า ขณะที่แดนกลางตัวหลัก
อยู่ครบทั้ง เจมี โอฮารา, คาร์ล เฮนรี และ
แมทธิว ยาร์วิส ที่มีลุ้นคืนตัวจริง
ความน่าจะเป็นของเกม : วูล์ฟส์ ไม่เคยคว้าชัยกลับออกไปได้เลยในการมาเยือน กูดิสัน ปาร์ค 7 ครั้งล่าสุด แต่ เอฟเวอร์ตัน ก็ฟอร์มย่ำแย่ แพ้ไปถึง 5 จาก 6 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ทำให้เป็นเกมที่ค่อนข้างคาดเดายาก เนื่องจากกำลังเป๋ด้วยกันทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม การได้เล่นในบ้าน ทำให้ยังไงเสีย เอฟเวอร์ตัน ก็ดูดีกว่า และความจริงแล้ว วูล์ฟส์ เก็บได้เพียงแค่ 4 คะแนน จาก 8 เกมหลังสุดด้วย เพราะฉะนั้น เจ้าถิ่นจึงมีโอกาสได้เฮมากกว่านิด ๆ

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
แมนฯ ซิตี – นิวคาสเซิล
(22.00 น.)
โรแบร์โต มันชินี กุนซือหนุ่มหล่อ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมจ่าฝูง ที่มี 31 คะแนน จาก 11 เกม และคว้าชัยชนะได้ถึง 10 เกม เสมอแค่เกมเดียว โดยที่ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ เตรียมจะได้ แวงซองต์ กอมปานี เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลัก พ้นโทษแบนกลับมาประจำการได้แล้ว โดยจะจับคู่กับ โจลีออน เลสคอตต์ เหมือนเดิม และ สเตฟาน ซาวิช ต้องกลับไปเป็นสำรอง แต่ “มันโช” มีปัญหาคือ เซร์คิโอ “กุน” อเกวโร กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา และ ซามีร์ นาสรี เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศส มีอาการบาดเจ็บที่โคนขาหนีบ และหัวเข่า ตามลำดับ จากการกลับไปใช้ชาติ ทำให้อาจจะไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ โดยเฉพาะรายของ นาสรี แต่ กุน นั้น มีลุ้นลงได้ ขณะที่ โอเวน ฮาร์กรีฟส์ เจ็บที่น่องขึ้นมาอีกแล้ว และลงไม่ได้แน่นอน เช่นเดียวกับ คาร์ลอส เตเบซ กองหน้าจอมเกเร ที่หนีกลับอาร์เจนตินาไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนอื่นถือว่า มันชินี มีนักเตะให้เลือกใช้ได้เต็มที่ โดยเกมรุกยังมี ดาวิด ซิลบา เป็นเพลย์เมคเกอร์ ขณะที่ผึ้งงานอย่าง
ยายา ตูเร, เจมส์ มิลเนอร์ หรือ แกเร็ธ แบร์รี ก็พร้อมลงสนามทั้งหมด โดยคู่หน้าจะใช้ เอดิน เซโก ยืนคู่กับ มาริโอ บาโลเตลลี
อลัน พาร์ดิว ผู้จัดการทีมกึ๋นคมของ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 3 ซึ่งเป็นอีก 1 ทีม ที่ยังไม่แพ้ใครเช่นกัน และมี 25 คะแนน จาก 11 นัด เตรียมได้ ชีค ติโอเต มิดฟิลด์คนสำคัญ หายเจ็บหัวเข่า กลับมาช่วยทีมได้แล้ว แต่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายคนทีเดียว โดย โยฮัน กาบาย มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส รวมถึง ซิลแว็ง มาร์โวกซ์ ปีกเพื่อนร่วมชาติ ต้องเช็กความฟิตก่อนเกม ทำให้ถ้าหากไม่ไหว 2 ดาวรุ่งอย่าง แดน กอสลิง และ แดนนี กัธรี จะได้โอกาสลงสนามต่อไป แต่ โชลา อเมโอบี กองหน้าตัวเก๋า เจ็บเอ็นหลังเข่า ลงไม่ได้แน่นอน นอกจากนั้น ยังต้องดูอาการของ ลีออน เบสต์ ดาวยิงตัวหลักด้วย ส่วนรายของ กาเบรียล โอแบร์กตอง ปีกน้ำหอม ที่ป่วย และไม่ได้ลงเล่นในเกมที่แล้ว เตรียมกลับมาช่วยทีมได้ในเกมนี้ เช่นเดียวกับแนวรุกคนอื่น ๆ ที่พร้อมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เดมบา บา, ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา หรือ แซมมี อเมโอบี
ความน่าจะเป็นของเกม : ถือเป็นเกมคู่เอกของสัปดาห์นี้ เพราะเป็นการพบกันของทีมอันดับ 1 กับ 3 ที่เป็น 2 ทีม ซึ่งยังไม่แพ้ใคร แต่เกมนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นงานหนักมากของทีมเยือน เพราะเจ้าถิ่นแกร่งทั่วแผ่นจริง ๆ และกำลังเล่นได้อย่างมั่นใจ เกมรุก-เกมรับ มีสมดุล ดูดีไปหมด เรียกง่าย ๆ ว่า กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำอะไรก็ดี ประกอบกับการได้เล่นในบ้าน ที่ฤดูกาลนี้ แมนฯ ซิตี ชนะรวดร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิงไป 16 เสียแค่ 2 ประตู ทำให้ต่อให้เหนียวแน่นแค่ไหน แต่ก็มีโอกาสสูงมากที่ นิวคาสเซิล จะเสียความบริสุทธิ์ และแพ้เป็นเกมแรกของฤดูกาลนี้

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
สโตค – ควีนส์ปาร์ค (22.00 น.)
โทนี พูลิส ผู้จัดการทีม “ช่างปั้นหม้อ” สโตค ซิตี ทีมอันดับ 12 ที่มี 12 คะแนน จาก 11 เกม แต่ฟอร์มช่วงหลังตกลงอย่างน่าใจหาย โดยล่าสุดก็บุกไปแพ้ต่อ โบลตัน ถึง 0-5 แต่เกมนี้ พูลิส ไม่มีปัญหาในการจัดทัพมากนัก โดยมีแค่ มามาดี ซิดิเบ กองหน้า ที่เจ็บเข่าคนเดียว ที่ลงไม่ได้ ขณะที่ แดนนี ฮิกกินบอตแธม กองหลัง ที่เพิ่งหายเจ็บ ไม่มีอาการเจ็บเพิ่ม ส่วนคนอื่นพร้อมเป็นตัวเลือกได้หมด ซึ่งคาดว่า พูลิส จะจัดชุดใหญ่ลงสนามเต็มที่เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอล แต่แดนหน้าน่าจะกลับไปใช้ระบบกองหน้า 2 คนเหมือนเดิม หลังลองใช้แผงหน้า 3 คนไม่เวิร์ก ทำให้ ปีเตอร์ เคราช์ กับ จอน วอลเตอร์ส น่าจะได้โอกาสก่อน เคนวิน โจนส์ กับ คาเมรอน เจอโรม
นีล วอร์นอค บิ๊กบอสจอมเก๋าของ “ทหารเสือราชินี” ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ที่รั้งอยู่ในอันดับ 11 มี 12 คะแนน จาก 11 เกม มีข่าวดี เมื่อน่าจะได้ ฌอน เดอร์รี มิดฟิลด์คนสำคัญ หายเจ็บโคนขาหนีบ และ อาคอส บุซซากี หายเจ็บเอ็นร้อยหวาย รวมถึง อเดล ทารับต์ เพลย์เมคเกอร์ หายเจ็บท้อง กลับมาช่วยทีมได้แล้ว แต่ ร็อบ เฮาส์ ยังเจ็บเข่า และ ดีเจ แคมป์เบลล์ ยังเจ็บเท้า ลงไม่ได้เช่นกัน ส่วน คีรอน ดายเออร์ ที่อาการบาดเจ็บข้อเท้าดีขึ้นมาแล้ว อาจจะได้กลับมาช่วยทีมอีกครั้ง ขณะที่ส่วนอื่น ๆ ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ สามารถเลือกใช้ชุดใหญ่ลงสนามได้เหมือนเดิม โดยแนวรุกอยู่กันครบทั้ง เจย์ โบธรอยด์, ทอมมี สมิธ, ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ รวมถึง ไฮดาร์ เฮลกูสัน ที่เกมนี้อาจจะหลุดไปเป็นตัวสำรอง
ความน่าจะเป็นของเกม : สโตค ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นในบ้านมานาน แต่ฤดูกาลนี้ฟอร์มตกลง โดยชนะได้แค่ 2 นัด ซึ่งเป็นปัญหาที่ พูลิส ต้องเร่งแก้ไข เพราะไม่อย่างนั้น เจอปัญหาในการหนีตกชั้นแน่ ขณะที่ คิวพีอาร์ มีผลงานนอกบ้าน ที่ต้องบอกว่ารับได้ หลังชนะไปแล้วถึง 2 นัด แม้จะแพ้ไปแล้ว 3 นัดก็ตาม ซึ่งนั่นหมายความว่า แม้จะออกนอกบ้าน แต่กุนซือ นีล วอร์นอค ก็ไม่ได้หวังแค่เสมอ และสั่งให้ลูกทีมลุยแหลก เพื่อคว้าชัยหรือไม่ก็แพ้ไปเลย ดังนั้น เกมนี้จึงสูสีมาก และออกได้ทุกหน้า ซึ่งถ้าหากเสมอ และแบ่งแต้มก็ไม่น่าแปลก

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
สวอนซี – แมนฯ ยูไนเต็ด
(00.30 น.)
เบรนแดน รอดเจอร์ส กุนซือหนุ่มไฟแรงของ “หงส์ขาว” สวอนซี ทีมน้องใหม่อีกทีม ที่มี 13 คะแนน จาก 11 เกม รั้งอยู่ในอันดับ 10 ของตาราง น่าจะได้ เคมี อกุสตีน มิดฟิลด์เลือดดัตช์ กลับมาช่วยทีมแล้ว หลังจากหายเจ็บเอ็นหลังเข่า และกลับมาฟิตเต็มที่ แต่ อกุสตีน ก็ต้องแย่งตำแหน่งในทีมอย่างหนัก เพราะกองกลางคนอื่นที่ลงทำหน้าที่แทนเขาต่างเล่นกันได้ดี ไม่ว่าจะเป็น มาร์ค โกเวอร์, ลีออน บริตตัน และ โจ อัลเลน นอกจากนั้น สตีเฟน ดอบบี ก็หายเจ็บแล้ว และมีโอกาสลงสนามสูงเช่นกัน ขณะที่ตำแหน่งอื่น ๆ ก็พร้อมลงสนามทั้งหมด โดยแดนหน้าวาง สกอตต์ ซินแคลร์ เป็นทีเด็ดร่วมกับ นาธาน ดายเออร์ และ เวย์น เราท์เลดจ์
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีม “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมแชมป์เก่า ที่รั้งรองจ่าฝูง โดยมี 26 คะแนน จาก 11 นัด ตามหลัง แมนฯ ซิตี คู่แค้นร่วมเมือง และจ่าฝูง 5 คะแนน เกมนี้หมดสิทธิใช้บริการ ไมเคิล โอเวน หัวหอกตัวเก๋า ที่เดี้ยงยาว 6 สัปดาห์ นอกจากนั้น ก็ยังมีตัวเจ็บอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ ที่เจ็บข้อเท้า หรือ คริส
สมอลลิง ที่เจ็บข้อเท้า แต่มีลุ้นได้ แอชลีย์ ยัง หายเจ็บหัวแม่เท้า และ ไรอัน กิกส์ หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า กลับมาช่วยทีมอีกครั้ง
นอกจากนั้น ตำแหน่งอื่น ๆ ไม่มีปัญหาให้ท่านเซอร์ปวดหัว โดยแดนหลังจะใช้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ เนมันยา
วิดิช ต่อไป แม้จะฟอร์มไม่ดีด้วยกันทั้งคู่ แล้วใช้ ฟิล โจนส์ ยืนเป็นแบ๊กขวา ขณะที่แดนกลางจะต้องถอย เวย์น รูนีย์ ลงมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ ต่อไป แล้วใส่ แดนนี เวลเบค กับ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ เป็นคู่กองหน้า
ความน่าจะเป็นของเกม : เป็นการพบกันของทีมยักษ์ใหญ่กับทีมโนเนมอย่างแท้จริง และไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร สวอนซี ก็น่าจะหาประโยชน์ และประสบการณ์จากเกมนี้ให้มากที่สุด แต่เกมนี้ มองมุมไหน ทีมหงส์ขาวก็เป็นรองผีแดงทุกเหลี่ยม แม้ว่าจะได้เล่นในบ้านก็ตาม ยิ่งด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นสวยงาม ไม่หนักหน่วงเหมือนทีมน้องใหม่ทั่วไป ยิ่งทำให้เข้าทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความชัวร์ แต่กระนั้น สวอนซี มีลุ้นจะเจาะตาข่ายแชมป์เก่าได้เหมือนกัน เพราะแนวรุกมีทีเด็ดพอสมควร แม้ว่าสุดท้ายแล้ว พวกเขาไม่น่าจะมีรางวัลอะไรติดมือก็ตาม

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
โปรแกรมพรีเมียร์ลีก คู่อื่น ๆ ในวันเสาร์นี้ ซันเดอร์แลนด์ – ฟูแลม (22.00 น.), เวสต์ บรอม – โบลตัน (22.00 น.), วีแกน – แบล็กเบิร์น (22.00 น.)

อ่านเพิ่มที่ เดลินิวส์

Related posts:

  1. ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 17 ก.ย. หลังเปลี่ยนบรรยากาศไปมันส์กับฟุตบอลสโมสรยุโรปช่วงกลางสัปดาห์ วันนี้แฟนบอลก็จะได้กลับมาลุ้นกับฟุตบอลลีกตามปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะใน ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ยังมีคิวเตะกันแน่นเหมือนเดิม ซึ่งคู่ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับค่ำคืนวันเสาร์ที่ 17 ก.ย.นี้...
  2. เวนเกอร์ทุบคลัง30ล้านซื้อเตเบซ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซนอล เตรียมทุบสถิติสโมสร ซื้อตัว คาร์ลอส เตเบซ กองหน้าเจ้าปัญหาของแมนฯ ซิตี มายังถิ่นเอมิเรตส์...
  3. “เคนนี”มาแปลกบอกแฟนงดดูเกมเตะสิงห์ “คิงเคนนี” มาแปลก สั่งแฟนบอล “เดอะ ค็อป” ไม่ต้องซื้อตั๋วดูเกมคาร์ลิง คัพ รอบ 8 ทีมกับ...
  4. พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดประจำวันเสาร์ที่ 1 ต.ค. มีหวดกัน 6 คู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดประจำวันเสาร์ที่ 1 ต.ค. มีหวดกัน 6 คู่ แต่มีเกมสำคัญสุด ๆ...
  5. เรือใบบุกยำผีสิบคนครึ่งโหล   ด้านเกมแมนเชสเตอร์  ดาร์บีแมตช์ ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดโรงละครแห่งความฝัน สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของทีมคู่อริร่วมเมืองอย่าง...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top