สัมผัสบำบัด สกัดโรคด้วยสองมือ

รักกันอยู่ขอบฟ้าเขาเขียว เสมออยู่หอแห่งเดียวร่วมห้อง…

ความรักที่ว่ายิ่งใหญ่เกินพรรณนานี้เวลามีผิดหวังก็พังเหมือนโลกแตกเหมือนกัน  มันเป็นของคู่กันครับ  ยิ่งรักขึ้นไปสุดหัวใจเวลาตกลงมาก็เจ็บถึงใจ

ไม่ต้องรอ 2012

                        แค่ลองรักแล้วอกหักก็ทำให้คนตัดช่องน้อยได้

รักทำพิษได้ถึงเพียงนี้แต่ถึงกระนั้นก็ยังขาด(รัก)กันไม่ได้  เพราะโลกนี้หมุนอยู่ได้ด้วยความรักครับ  นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่างอัลเบิร์ต ไอนสไตน์ก็ยังเชื่อในแรงโน้มถ่วงของ “หลุมรัก” ไม่ต่างจาก “หลุมดำ”

ในการทำให้คนป่วยลุกขึ้นยืนต้านแรงโน้มถ่วงได้ก็ด้วยพลังใจ  การได้รักเติมเต็มเข้ามาทำให้เอ็นโทรปีแห่งหัวใจมีระเบียบเปรียบได้กับพลังงานแห่งการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีปฏิกิริยาลูกโซ่ขึ้นมาเป็นค่าทวีคูณ

โดยมี ความรัก” เป็นสารตั้งต้น

มนุษย์จึงต้องการสิ่งนี้มาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุง อาหารใจ ครับ  ต่อให้มีโภชนาโอชาอิ่มเต็มท้องทุกมื้อก็ยังไม่อาจมีใจที่สุขสงบลงได้หากใจยังไม่อิ่ม  อาการหิวอาหารใจนี้บอกยากครับ

คนที่ยิ้มหวานอาจกำลังหิวอาหารใจอยู่ตาลาย

คนที่ดูวุ่นวายเหน็ดเหนื่อยแต่ข้างในใจอาจ “อิ่ม” และ พอ

เมื่อดูยากเช่นนี้ก็ไม่เป็นไรครับ  เพราะว่าไปก็ไม่มีผลกับตัวเราเลย  สิ่งสำคัญกว่ามากนั่นคือ “ดูใจ” เราให้ถ้วนถี่มากกว่า  หาความต้องการจริงๆของมันให้เจอ

เผลอๆที่คิดว่าสุขอาจคือทุกข์ที่กำลังก่อตัวอยู่

สัมผัสกาย คลายทุกข์

กอดให้สุข คลายใจ

            อาการกระหายรักนี้มีทั่วไปในสรรพชีวิต  แม้แต่จุลชีวิตเล็กๆอย่างอมีบาและพารามีเซียมที่เจียมตัวว่าไร้สมองก็ยังต้องการสัมผัส

เมื่อถูกสัมผัสก็จะตอบสนอง

                จะร้อน,เย็นเป็นแสงสว่างก็มีปฏิกิริยาตอบกลับทั้งสิ้น

ไม่ได้ไร้วิญญาณเบื้อใบ้ไร้หืออืออย่างที่คิด  และฤทธิ์แห่งการสัมผัสนั้นจะว่าเป็นแค่กายภาพหาใช่เพราะมันสัมผัสรักก็พูดได้ไม่เต็มปาก  เพราะหากเป็นสัมผัสที่รุนแรงมันก็มีการเคลื่อนตัวหนีเช่นความร้อนหรือสารเคมีบางอย่าง

แต่สำหรับชีวิตชั้นสูงสัมผัสที่ต้องการก็จะซับซ้อนขึ้นแต่ไม่ยากถึงขนาดเข้าคอร์สฝึก  เพียงแค่นึกถึงความสุขให้มากเวลาจะกอดใครและขอให้ตั้งใจกอดพร้อมด้วย 3 ข้อต่อไปนี้

1)              ยิ้มที่ตา  กอดจะมีความหมายมากขึ้นถ้าได้มองตากันด้วยรอยยิ้มก่อนทั้งที่ปากและอย่าลืม “ยิ้มที่ตา” ด้วยนะครับ

2)              หามุมเหมาะ  ในที่นี้คือหาสรีระที่เหมาะสมของผู้ถูกกอดให้เขารู้สึกสบายที่สุด  ตัวอย่างเช่นถ้าตัวใหญ่อาจใช้วิธีโอบเอาจากข้างหลัง  หรือถ้าเป็นเด็กน้อยก็อาจกอดให้แนบอกและตบหลังหรือตบก้นเบาๆ

3)              เกาะให้มั่น  ใช้เวลาพอสมควรและกอดด้วยความแรงพอควรเหมือนกับการจับมือให้ถูกต้องให้ผู้ถูกกอดรู้สึกถึงความมั่นใจและความรักที่ส่งผ่าน

แต่การสัมผัสด้วยกอดดังว่านี้บางทีก็เป็นอุปสรรคได้ครับในกรณีที่ “ไม่คุ้นเคย” ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับชาวเอเชีย  ท่านที่รักอาจสังเกตว่าอาม่า,อากงหรือคุณย่า,คุณยายบางท่านอาจมีอาการ “ไม่คุ้นมือ”เมื่อมีลูกหลานไปกอด

ลางท่านออกเหนียมเสียด้วยซ้ำ

ก็ขอย้ำว่าท่านมาถูกทางแล้วครับ  เพียงแค่ลองปรับสักนิดให้ท่านคุ้นชินโดยอาจเริ่มจากสัมผัสบำบัดด้วย “นวด” ซึ่งเป็นวิถีที่คนไทยคุ้นชินกัน  ได้ทั้งความสบายและถ้าได้คนนวดถูกใจเช่นลูกหลานนวดให้ยิ่งหายห่วงครับ  ช่วยดับได้แทบทุกโรค  ไม่เว้นแม้โรคทางสมองอย่าง “อัลไซเมอร์” ที่เผลอๆก็ลืมคนใกล้ตัว  ความจำน่ากลัวเหมือนผีเข้าผีออก

กระนั้นก็ยังมีงานวิจัยบอกว่าสมองส่วนอื่นยังสามารถสร้างทดแทนกันได้(Neuroplasticity) แต่มีข้อแม้คือต้องมีสิ่งกระตุ้นที่เหมาะสม  สำหรับผมแล้วสิ่งกระตุ้นที่เหมาะยิ่งกว่าเหมาะที่สุดก็คือความรักนี่เอง  แต่มันก็ต้องมีสื่อพามันไปโดยสื่อที่จับต้องได้ง่ายที่สุดก็คือ “สัมผัสบำบัด” นี่เอง  ไม่ว่านวดหรือกอดก็ได้

ถ้าถอดใจใส่ลงไปด้วยเป็นช่วยหมดครับ

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

                                                                                                                                                drkrisda@gmail.com

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top