11 ภัตตาคาร “วิวดีที่สุดในโลก”

นิตยสารทราเวล แอนด์ ลีเชอร์ เผยรายชื่อ 11 ภัตตาคารที่มี “วิวดี” ที่สุดในโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีภัตตาคารในประเทศไทยรวมอยู่ด้วย มาดูกันว่าจะมีที่ไหนบ้าง

ภัตตาคาร อาสิเอท (Asiate)  ในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ภัตตาคารสุดหรูแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 35 ของ “โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล” ในกรุงนิวยอร์ก  เนื่องจากภายในมีผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน (16 ฟุต) แขกที่มารับประทานอาหารจึงมองเห็นตึกระฟ้าย่านแมนฮัตตันและต้นไม้อันเขียวชอุ่มภายใน “เซ็นทรัล ปาร์ค” ได้แบบเต็มๆ ส่วนอาหารที่เสิร์ฟภายในภัตตาคารแห่งนี้จะเป็นสไตล์ “คอนเทมโพรารี่ อเมริกัน” ที่มีกลิ่นอายเอเชีย ซึ่งปรุงโดยสุดยอดเชฟชาวเอเชียที่ประจำอยู่หลายคนด้วยกัน

หัวหน้าเชฟ “แบรนดอน คิดะ”

***

ภัตตาคารแอมโบรเชีย (Ambrosia) – เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนขอบปล่องภูเขาไฟในหมู่บ้านเอีย (Oia) บนเกาะซานโตรินี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด  โดยแขกที่มารับประทานอาหารบริเวณลานด้านนอกจะได้เห็นวิวสวยๆ ของทะเลอีเจียนสีน้ำเงินเข้ม หมู่เกาะภูเขาไฟใหญ่น้อย และสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตาตามเชิงเขา  แต่โต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่กลางแจ้งจะเปิดให้บริการระหว่างเดือนเมษายน-ตุลาคมเท่านั้น และถ้าใครอยากมานั่งทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศดีๆ แบบนี้ก็ต้องจองโต๊ะเอาไว้ล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน

***

ภัตตาคารโรซเซลลินิส (Rosellinis) ในเมืองราเวลโล  ประเทศอิตาลี

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงราว 1,000 ฟุต (305 ม.) ภายในโรงแรมปาราซโซ ซัสโซ (Palazzo Sasso)  จึงให้มุมมองที่สวยงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และอ่าวอามัลฟี่ โคสต์ แต่ถ้าไปถึงแล้วไม่ได้นั่งรับประทานอาหารบริเวณลานด้านนอก ลองติดต่อขอนั่งโต๊ะติดผนังกระจกภายในร้าน (ถ้าว่าง) ซึ่งจะให้มุมมองที่สวยงามไม่แพ้กัน ส่วนอาหารที่นี่จะเป็นสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนระดับมิชลิน 2 ดาว แต่จะเปิดให้บริการเฉพาะมื้อเย็นถึงค่ำ ในช่วงกลางเดือนมีนาคม-ตุลาคมเท่านั้น

***

ภัตตาคาร เลอ จูลส์ เวิร์น (Le Jules Verne) บนหอไอเฟล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนหอไอเฟล เหนือระดับพื้นดิน 410 ฟุต (125 ม.) จึงมองเห็นวิวที่สวยงามของกรุงปารีสได้กว้างไกลชนิดสุดลูกหูลูกตาทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน    ที่นี่จะเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสทั้งแบบดั้งเดิมและสไตล์โมเดิร์น (แต่ไวน์ภายในร้านเป็นของฝรั่งเศสล้วนๆ)ถ้าใครอยากเข้าไปนั่งรับประทานอาหารพร้อมชมวิวสวยๆ ของกรุงปารีสที่ภัตตาคารแห่งนี้ ก็ควรจองโต๊ะเอาไว้แต่เนิ่นๆ โดยสามารถจองโต๊ะผ่านทางเว็บไซต์ของภัตตาคารได้ล่วงหน้านานถึง 3 เดือน

***

ภัตตาคารบ้านริมผา – จ. ภูเก็ต

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในบ้านไม้สักที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา จึงมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามจากหาดป่าตองถึงอ่าวกะหลิม และท้องทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่สวยงาม สำหรับอาหารที่เสิร์ฟภายในร้านจะเป็นอาหารไทยตำรับชาววัง อาทิ แพนงเป็ด กุ้งโสร่ง ฯลฯ นอกจากส่วนของภัตตาคารแล้วภายในบ้านหลังนี้ยังมี ค็อกเทลบาร์,  ห้องเก็บไวน์, ลา โคมองช์ ซิการ์ & ไวน์บาร์, เดอะ คอลเลคชั่น และร้านจำหน่ายเครื่องประดับจากทุกทิศทั่วไทย

***

ภัตตาคารฟิลิกซ์ (Felix) ฮ่องกง

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 28 ของโรงแรมเพนนินซูล่า ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า “ฟิลิปป์ แพทริค สตาร์ค” ด้วยเหตุที่มีผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานจึงให้มุมมองที่สวยงามของตึกระฟ้า (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนที่จะมองเห็นการแสดงเลเซอร์และแสงสีในช่วงเวลา 20.00 น.) อ่าววิคตอเรีย และแหล่งช้อปปิ้งย่านเกาลูน โดยมีอาหารหรูสไตล์คอนเทมโพรารี่ไว้คอยบริการ

***

ภัตตาคารอีเกิ้ล’ส อาย (Eagle’s Eye) รัฐบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในรีสอร์ทที่มีชื่อว่า “คิกกิ้ง ฮอร์ส” ในเมืองโกลเด้น   และเนื่องจากอยู่บนภูเขาที่มีความสูงถึง 7,700 ฟุต (2,347 ม.) เหนือระดับน้ำทะเล  จึงมองเห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะมากกว่า 1,000 ยอดในบริเวณเทือกเขาเพอร์เซลล์, เซลเคิร์ก และเทือกเขาร็อกกี้

ที่นี่จะเสิร์ฟอาหารกลิ่นอายฝรั่งเศส และไวน์ที่ผลิตในรัฐบริติช โคลัมเบีย หากต้องการรับประทานอาหารเย็นท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ก็ต้องเลือกจองโต๊ะข้างเตาผิงเบอร์ 24, 29, 36, และ 37 โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิและปลายเดือนกันยายน เพราะจะได้เห็นวิวที่สวยงามของหิมะสลับกับสีเขียวชอุ่มของใบไม้ในแบบพาโนรามา  ซึ่งภัตตาคารดังกล่าวจะเปิดให้บริการระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม  และเดือนธันวาคม-เทศกาลอีสเตอร์  (เดือนเมษายน) เท่านั้น

***

ภัตตาคารโกรอนโกโร่ เครเตอร์  ลอด์จ (Ngorongoro Crater  Lodge) ประเทศแทนซาเนีย

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในโรงแรม “โกรอนโกโร่ เครเตอร์  ลอด์จ” บนปากหลุมปล่องภูเขาไฟ (ชนิดที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์และไม่ถูกน้ำท่วมขังจนกลายเป็นทะเลสาปปล่องภูเขาไฟ) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (มีเนื้อที่ 8,000 ตร.ก.ม.)

บริเวณดังกล่าวเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก และยังเป็นบ้านของสัตว์ป่าขนาดใหญ่มากกว่า 25,000 ตัว แขกที่มานั่งรับประทานอาหารสไตล์แอฟริกันภายในภัตตาคารแห่งนี้ จึงไม่เพียงมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าที่กว้างไกลสุดสายตา แต่ยังมองเห็นสัตว์ป่านานาชนิดออกมาหากินอย่างเป็นอิสระภายในทุ่งหญ้าดังกล่าวอีกด้วย

***

ภัตตาคารเซียร์ร่า มาร์ (Sierra Mar) ในแถบบิ๊ก เซอร์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูง 1,200 ฟุต (366 ม.) ภายในโรงแรม “โพสต์ รานช์ อินน์” จึงให้มุมมองที่สวยงามของมหาสมุทรแฟซิฟิก ผาหิน และภูเขาเหนือชายฝั่งในแถบบิ๊กเซอร์ นอกจากภัตตาคารแห่งนี้จะมีผนังและหลังคากระจกใสที่ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งแล้ว ภายในยังเล่นระดับเพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้มองเห็นวิวสวยๆ ทางด้านนอก ถึงแม้จะไม่ได้นั่งติดผนังกระกระจกก็ตาม

ที่นี่เปิดให้บริการทั้งอาหารเช้า (8.00-10.30 น.) กลางวัน (12.00-15.00 น. – หลังจากนั้นจะเสิร์ฟเฉพาะอาหารว่าง ซุป สลัด) และอาหารเย็น (17.30-21.00 น.) โดยอาหารที่เสิร์ฟจะผสมผสานระหว่างสไตล์เอเชีย ฝรั่งเศส และเมดิเตอร์เรเนียน  (หากไม่ใช่แขกของทางโรงแรมแต่ต้องการเข้าไปทานอาหารมื้อเย็นจะต้องจองโต๊ะล่วงหน้า)

***

ภัตตาคารแอล โทวาร์ ไดนิ่งรูม (El Tovar Dining Room) ในแกรนด์ แคนยอน รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในโรงแรม “แอล โทวาร์” ซึ่งอยู่ห่างจากหน้าผาทางด้านทิศใต้ของแกรนด์ แคนยอนราว 20 หลา (18 ม.) จึงให้มุมมองที่สวยงามของหินผาหลากสีและหุบเหวอายุราว  2 พันล้านปี ที่นี่เสิร์ฟอาหารทั้งในสไตล์คอนเทมโพรารี่และอเมริกันขนานแท้ โดยจะเปิดบริการตลอดทั้งปี แต่โต๊ะติดผนังกระจกมักไม่ค่อยว่าง จึงต้องจองล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ (แขกของโรงแรมสามารถจองโต๊ะพร้อมห้องพักล่วงหน้าได้นาน 6 เดือน แต่ถ้าไม่ใช่แขกของโรงแรมสามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้นานสุด 30 วัน)

***

ภัตตาคารลา เชฟเวอร์ ดอร์ (La Chèvre d’Or)  ที่หมู่บ้านเอเซ่  ประเทศฝรั่งเศส

ภัตตาคารแห่งนี้อยู่บนภูเขาสูงเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนภายในโรงแรม “ชาโต้ เดอ ลา เชฟเวอร์  ดอร์” ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้าน “เอเซ่่” (Eze – หรือเอซ) จึงให้มุมมองที่สวยงามของย่าน “เฟรนช์ ริเวียร่า”  ตลอดจน ภูเขา น้ำทะเลสีคราม และบรรดาเรือยอชต์หรูที่แล่นผ่านไปมา

ที่นี่จะเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสโดยพ่อครัวมิชลินระดับสองดาว โดยช่วงเวลาดีที่สุดในการมานั่งรับประทานอาหารพร้อมชมวิวสวยๆ ที่ภัตตาคารแห่งนี้ คือ ยามเย็นในช่วงฤดูร้อน แต่ถ้าคิดจะมานั่งทอดอารมณ์ชมวิวในคืนวันหยุดสุดสัปดาห์ช่วงหน้าร้อนแล้วล่ะก็จะต้องจองล่วงหน้านาน 1 เดือน

อ่านเพิ่มที่ paow007

Posted by Natapong  14/10/11

 

 

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top