สื่อสารแบบไหน

คิดถึงเรื่องเก่า ๆ สมัยเด็ก   บ้านคุณป้าของผู้เขียนเลี้ยงหมาหลายตัว  จึงได้ซื้อกระดาษแข็งมาตัดขนาดสี่เหลี่ยมยาวพอประมาณสำหรับตักสิ่งเปรอะเปื้อนที่บรรดาหมา ๆ ทำไว้

พวกเราเรียก กระดาษนั้นว่า กระดาษตักขี้หมา

“เพ็ญเอ๊ยย   ไปหยิบกระดาษตักขี้หมามาให้ชั้นหน่อย”  คุณลุงตะโกนบอก เพ็ญ สาวใช้ใหม่ถอดด้ามวัย 16  ที่เพิ่งรับมาจากต่างจังหวัด  เธอทำงานที่บ้านนี้เป็นที่แรกในชีวิตการทำงานของเธอ
“ค่า . . . .”  สาวเพ็ญรับคำและดำเนินการตามคำสั่งคุณลุงอย่างกระฉับกระเฉง  ก่อนนำไปยื่นตรงหน้าคุณลุง
“แกเอากระดาษที่ตักขี้หมาแล้วมาให้ชั้นทำไม  ห๊า . .”  คุณลุงโกรธนิด ๆ เพราะสาวเพ็ญเธอหยิบกระดาษแข็งไปตักขี้หมาสดใหม่  มายื่นตรงหน้าคุณลุง
“ก็คุณเปี๊ยกบอกว่า เอากระดาษตักขี้หมานี่คะ”  สาวเพ็ญเสียงสั่น    “ หนูก็เอากระดาษไปตักขี้หมามาให้แล้ว” น้ำตาคลอนิด ๆ เพราะถูกดุ

ข้อความด้านบน  เป็นตัวอย่างของปัญหาการสื่อสารระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดี   นายบอกลูกน้องโดยใช้ภาษาตามความเข้าใจของตนเอง  ไม่ได้ใช้คำสากลโดยปกติ  ทำให้ความเข้าใจของผู้รับคำสั่งคลาดเคลื่อนจนปฏิบัติงานผิดพลาด   ถ้าเป็นเรื่องเล็ก  ไมด่วนก็พอแก้ไขกันได้  แต่ถ้าไม่ใช่ก็งานเข้ากันเป็นแถบ ๆ

การสื่อสารมีทั้งการสื่อสารด้วยคำพูด  การสื่อสารด้วยตัวหนังสือ  และการสื่อสารด้วยท่าทาง  สีหน้าอารมณ์ของผู้สื่อ  รวมถึงภาษาที่ใช้  ทำให้ผู้รับสารตีความได้หลากหลายแตกต่างกัน  การสื่อสารที่ดี  ผู้ส่งสารจะต้องวิเคราะห์ผู้รับสารด้วยว่า เข้าใจและรับสารได้ครบถ้วน  ตรงกับความต้องการของผู้ส่งหรือไม่   ซึ่งสามารถทบทวนความเข้าใจของผู้รับสารโดยให้อธิบายสารที่ได้รับไปนั้นให้กับผู้ส่งสารอีกรอบหนึ่ง   ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ก็กรณีการสั่งอาหาร  บางร้านจะให้พนักงานทวนชื่ออาหารที่ลูกค้าสั่งอีกครั้งก่อนดำเนินการตามนั้น  บ่อยครั้งที่พบว่า  เราสั่งอาหารไปแบบหนึ่งแต่พนักงานทวนคำสั่งแตกต่างกัน การทวนคำสั่งช่วยป้องกันความผิดพลาดการสื่อสารที่ได้ผลพอควร

องค์กรที่มีผู้คนหลากหลาย แตกต่างทั้งภูมิหลัง  การเลี้ยงดู  การศึกษา นิสัยใจคอ เพศ  และวัย ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างกันมีปัญหามากมาย  หากองค์กรไม่แก้ไข ปัญหาเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกันได้มากขึ้นเรื่อย ๆ  ภาษามีวิวัฒนาการ หลายคำที่ผู้ใหญ่วัยใกล้เกษียณไม่เข้าใจหรือเข้าใจความหมายไม่ตรงกับพวกเรา  หลายครั้งที่ผู้เขียนคุยเล่นกับน้อง ๆ นายต้องเดินมาถามว่า ที่พวกคุณหัวเราะกันมันหมายความว่ายังไง  หัวเราะอะไรนายหรือเปล่า  เช่น นายสั่งงานมาชุดใหญ่  แต่ตรงกับที่น้องเรียนอยู่ ผู้เขียนก็เลยแซวว่า “งานนี้เอ๋กินหมูปากมันเลยสิ  ศึกษามาก่อนแล้วนี่นา” ซึ่งหมายความว่า งานนี้สำหรับเอ๋ มันง่ายมากๆ  คนอื่น ๆ ในหน่วยงานก็หัวเราะกันคิกคัก  แต่นายงง เพราะไม่คุ้นกับสำนวนดัดแปลงเหล่านี้

หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารของท่านภายในหน่วยงาน   ท่านลองพิจารณาที่ตัวท่านเองว่า  สารที่ท่านต้องการส่ง  กับช่องทางที่ท่านเลือกใช้  ลักษณะของผู้รับสาร   ผลตอบรับหรือปฏิกิริยาที่ผู้รับสารมีต่อท่าน  รวมไปถึงสภาพแวดล้อมของการสื่อสารนั้น ๆ เป็นอย่างไร  ท่านอาจจะลดข้อขัดข้องในการสื่อสารภายในองค์กรของท่านลงได้ค่ะ

หากหน่วยงานของท่านมีปัญหาด้านการสื่อสาร ก็สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะคะ  สำหรับสัปดาห์นี้  สวัสดีค่ะ แต่ก่อนจากแถมเรื่องของหนูเพ็ญอีกเรื่องที่ฮาไม่แพ้เรื่องข้างบน

มีคนมากดกริ่งหน้าบ้าน   หนูเพ็ญ  วิ่งออกไปดูด้วยความรวดเร็ว
“คุณต้อยคะ  คุณต้อย”   หนูเพ็ญเรียกคุณป้า
“มีอะไร  เพ็ญ”
“คนที่กดออด  เค้าบอกว่า  เค้ามาเก็บค่าอลูมีเนียม ค่ะ”
“ชั้นไม่ได้สั่งทำ  เค้ามากดกริ่งผิดบ้านหรือเปล่า  ไปบอกเค้าทีไป๊”
หนูเพ็ญวิ่งตึกตักหายไปสักพัก  ก็กลับมาใหม่
“เค้าบอกว่า มาเก็บค่าอลูมิเนียม คุณกิงตะนา ค่ะ” คือว่า ป้าผู้เขียนชื่อจินตนา แต่หนูเพ็ญเรียกซะ . . .
คุณป้า ทนไม่ไหว ลุกออกไปที่หน้าประตูบ้านเอง
“สวัสดีครับ   ผมมาเก็บค่าคอนโดมีเนียมครับ……… ” 

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top