จากงาน”ยุ่ง”…สู่งาน”ยิ้ม”

ในยุคที่เราต้องดิ้นรนทำงานหาเงินมาจ่ายค่าไข่ชั่งกิโล ค่าน้ำมันและราคาทองคำที่ขึ้นเอา ขึ้นเอา และค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างไม่มีวี่แววจะลดลงแต่อย่างใด

เพราะงั้นเราแทบทุกคนก็คงยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง และยุ่ง อยู่กับการทำงานหาเงิน (แต่คงไม่หาทองเพราะแพงจัง) มาใช้จับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันและเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตกันอย่างตัวเป็นเกลียวและหัวเป็นน๊อตกันทีเดียว

ภาวะงานท่วมของเราได้นำพาอะไรก็ไม่รู้มากมายมากองท่วมหัวท่วมหู (แต่ไม่คันหู) เราอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทุกวัน พร้อมๆ กับการสะสมความยุ่งนานาสารพันมาสู่ตัวเราทำให้รู้สึกอยู่ทุกวันว่า “ยุ่ง” “ยุ่งกว่า” และ”ยุ่งที่สุด” (จะมียุ่งกว่านี้อีกไหมนี่?)

ความยุ่งนี้ทำให้เรามักมีคำพูดติดปากในลำดับต้นๆ เมื่อถูกไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบในวงสนทนาของเพื่อนฝูงว่า “งานยุ่ง”"งานยุ่งกว่า” และ “งานยุ่งที่สุด” ใช่ไหมครับ?

และเมื่อเราเหลียวมองไปที่คนรอบข้างทั้งไกลตัวและใกล้ตัวของเรา เราก็จะพบสภาพความผูกพันกับ “งานยุ่ง” หรือ “ยุ่งงาน” ไม่แพ้กัน เรารู้ได้ไงเหรอครับ เอาง่ายๆ ลองกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทของท่านซักคนดูแล้วถามเค้าว่า “เป็นยังไงเพื่อน ทำงานเป็นไงบ้าง?” รับรองว่าร้อยละร้อยกว่าๆ เราจะได้รับคำตอบเหมือนๆ กันว่า “งานยุ่ง”

หรือลองเหลือบตาดูในเครือข่ายออนไลน์ของเราอย่างเช่น facebook ในหน้า walของเถื่อน ที่อัพโหลดขึ้นทุกนาที ทุกวัน เราก็จะพบว่า “ความยุ่งงาน” และ “งานยุ่ง” ยังตามมาหลอกหลอนเราอยู่เสมอทุกๆ วันอยู่ดี

วันดีคืนดีผมก็มานั่งทบทวนว่าจริงๆ แล้วการที่เราพร่ำบ่นว่าเรื่องความยุ่งเหยิงในงานของเรานั้นมัน “ยุ่ง” จริงๆ ไหมหนอ?      ผมพบว่าเมื่อเรามองสภาวะนั้นอย่างตั้งใจขึ้น มีสติมากขึ้น ผมพบว่า จริงๆแล้ว งานของเราที่เราทำมันก็เป็นอย่างนั้น มีสภาวะแบบนั้นๆ คงอยู่อย่างนั้นในทุกงาน ทุกอาชีพ และมันก็ยังดำเนินไปตามสภาวะ ตามเวลา ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่แปรเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย

ผมย้อนคิดกลับมาที่ตัวเองว่า จริงๆ แล้วเราเองหรือเปล่าที่ไปทำให้งาน “ยุ่ง”หรือตัวเราไป “ยุ่ง” กับงานเสียเอง หรือบางทีอาจคิดไปเองว่าตัวเอง “ยุ่ง” เพราะงาน ทั้งๆ ที่งานก็เป็นงานตามสภาพของมัน ไม่ว่าจะเป็นงานในที่ทำงาน งานที่บ้าน หรืองานที่ไหนๆ มันก็เป็นงานที่อยู่เฉยๆ อย่างสงบเสงี่ยมให้เราเข้าไปจัดการเท่านั้นเอง

ตัวเรานั่นแหละที่ไปคิด ไปทำ หรือจินตนาการไปเองว่า สภาวะที่เราเป็นนั้นคือสภาวะ “งานยุ่ง” ด้วยความคิด คำบ่น และคำพูดติดปากที่เหมือนมนต์ดำที่ติดหัว ติดสมองและติดอยู่ในใจของเราจนกลายมาเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมและความคิดให้เรารู้สึกว่าตัวเรา “ยุ่ง”ไปเสียจริงๆ

จริงๆ แล้วตัวเรานี่แหละเป็นผู้ที่ทำหรือกำหนดไปเองด้วยตัวเราเองว่างาน “ยุ่ง” หรือ”ไม่ยุ่ง” ได้ตัวตัวเราเอง ด้วยวิธีคิด ด้วยวิธีการบริหารจัดการต่างๆ ของเราเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหางานยุ่งนี้ ผมเชื่อว่าถ้าใจเราไม่ “ยุ่ง” หรือ “ยุ่งใจ” หรือทำให้ “ใจยุ่ง” งานที่เราคิดว่า “ยุ่ง” คงไม่”ยุ่ง” อีกต่อไป

ทางแก้ง่ายๆ ที่ทำได้เลยแต่ผมรับรองจะมีผลเชิงบวกต่อจิตใจของเรานอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพที่เราต้องทำอยู่แล้ว

คราวนี้ ถ้าเรารู้สึกว่างานเราเริ่มยุ่ง เริ่มเบื่อหน่าย เซ็งกับงานกันจนเริ่มไม่ไหวแล้ว เราลองเปลี่ยนคําว่า “งานยุ่ง” เป็นคำน่ารักๆ ช่วยสร้างกำลังใจให้ตัวเรา ให้เป็นคำพูดเชิงบวก เชิงสร้างสรรค์กันดูดีไหมครับ ลองดูนะครับ

“แหม วันนี้ทำไมมีงานมากมายแบบนี้ “งานยุ้ย” จังเลย”

หรือ

 ”ทำงานเหนื่อยจัง สงสัยเป็นเพราะ “งานหยุย” แน่ๆ”

หรืออีกตัวอย่าง

 ”งานยิ้ม” แบบนี้จะไปทำไหวได้ไง

และ

“งานยิ้ม” ขนาดนี้จะมีเวลาที่ไหนไปพักผ่อน”

การเปลี่ยนคำพูดหรือวิธีคิดแบบนี้ ทำได้เลย ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับใคร ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ที่สำคัญกลับจะช่วยให้ท่านทำงานได้อย่างมีความสุขขึ้นและย่อมเผื่อแผ่ความสุขนี้ไปให้คนรอบข้างด้วย

อย่าลืมนะครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าถูกถามว่า

“วันนี้ทำงานเป็นไงบ้างครับ”

ลองตอบว่า

“เฮ้อ งานยิ้มจังเลย”

โลกของท่านคงสดใสขึ้นอีกจมหู (แต่อย่าคันหู) แน่ๆ ครับ

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top