เจ้านายในดวงใจ

คราวที่แล้ว คุยกันเกี่ยวกับ ลูกน้องแบบไหนที่เจ้านายอยากได้  เพื่อความเป็นธรรม  เราก็ต้องหันมาถามลูกน้องทั้งหลายว่า  อยากได้เจ้านายแบบไหนบ้าง

“เจ้านายที่ยุติธรรมค่ะพี่”  เสียงแรก ตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้เขียนถามว่า อยากได้นายแบบไหน  คุณเธออธิบายต่ออย่างไม่พักหายใจ “เจ้านายที่แบบว่า กฎระเบียบทุกข้อมีไว้สำหรับทุกคน  ไม่ใช่ คนสนิทของกู กฎแบบนึง  คนที่กูไม่ชอบหน้าใช้อีกกฎนึง  หรือที่ ทส.ของนายตดให้ดมก็ไม่เป็นไร ส่วนคนที่นายชังแค่หายใจก็ผิดแล้ว  งานที่ให้ทำก็ต้องไม่แตกต่างกันทั้งปริมาณงานและความยากง่าย  ไม่ใช่คนนึงให้ขนสำลี  อีกคนให้ขนเหล็ก  แล้วมาด่าคนขนเหล็กว่า ทำงานช้ากว่าคนขนสำลี  อ้อ ๆ อีกเรื่องคือ การประเมินผลงาน ให้ใช้การวัดด้วยใจเที่ยงธรรม  ไม่ใช่ประเมินให้ด้วยใจลำเอียง  คัวชี้วัดแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ทั้ง ๆ ที่เป็นพนักงานระดับเดียวกัน  ตำแหน่งเดียวกัน”   คุณน้องขยายความด้วยคำว่ายุติธรรมมาเต็มเหนี่ยว จนผู้เขียนต้องฉากหลบ  ก่อนจะเกิดสงครามครั้งใหญ่  (ถึงผู้เขียนจะตัวใหญ่ แต่ก็กลัวเป็นนะเออ)

“เจ้านายที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข  ไม่เอาเปรียบกันค่ะ”  คุณพี่แสนดีห้องข้าง ๆ บอก  “พี่อยากได้เจ้านายที่ สั่งงานมาโดยที่ได้พิเคราะห์  พิจารณาแล้วว่า ลูกน้องมีศักยภาพที่สามารถทำได้  หรือถ้าไม่ก็พร้อมจะช่วยเหลือลูกน้องให้ทำงานนั้น ๆ จนประสบความสำเร็จไปด้วยกัน  ไม่ใช่ว่า โยนงานมาให้ลูกน้องเพราะตัวเองไม่อยากทำ  ทำไม่ได้  และอยากอาศัยลูกน้องเติบโตในหน้าที่การงาน  พี่เคยเจออยู่คนนึง ให้พี่ทำรายงานแสนยาก  แล้วเอามาเปลี่ยนปก  ใส่ชื่อตัวเองเป็นคนทำคนเดียวอันนี้แย่จนไม่รู้พี่จะว่ายังไง      นายที่พี่อยากเห็นคือคนที่มีงานด่วนหรืองานยาก ๆ เข้ามาก็ลุยไปพร้อม ๆ กับลูกน้องอยู่ดึกด้วยกัน  นั่งคุย  ปรึกษากัน  แก้ปัญหาด้วยกัน  ไม่ใช่ สะบัดตูดไปทันทีที่เลิกงาน แต่พอเช้ารุ่งขึ้นมาโผล่หน้า ด่าคนนู๊น  ว่าคนนี้ ว่างานไม่ดี  ไม่เสร็จ  นายแบบนี้เวลาแยกย้ายจากกันแทบจะเอาเกลือสาดตามหลังกันเลยทีเดียว”   อูยย คุณพี่ หนูก็นึกว่าคุณพี่เรียบร้อยมาตั้งนาน  ที่ไหนได้ แซ่บ เกิ๊น

ย้ายมาอีกห้อง  คราวนี้ถามคุณผู้ชายมั่ง เผื่อจะลดความร้อนแรงลงมาหน่อย  “ผมอยากได้นายที่รับผิดมากกว่ารับชอบ ครับพี่  งานต่าง ๆ ที่นายสั่งมา พวกผมก็ทำถวายท่านอยู่แล้ว  แต่ว่าประเภท สั่งให้ทำเองแท้ ๆ พอเข้าห้องประชุมแล้วโดนผู้ใหญ่ด่า  กลับร่วมกับผู้ใหญ่ด่าพวกเราซะงั้นทั้ง ๆ ที่ก่อนเข้าห้องประชุมก็เอาให้ดูแล้ว  พวกเราก็ไม่ได้เถียงอะไร  แต่พอออกจากห้องประชุมทำหน้ามึนประมาณว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับงานที่พวกผมทำตามคำสั่งเขา  แบบนี้ ผมก็รับไม่ได้   อีกทีก็แบบว่า สั่งให้พวกผมทำแท้ ๆ พวกผมก็ทำตามที่นายสั่ง แต่ว่าเรื่องที่ทำมันก้ำกึ่ง  จู่ ๆ นายก็พูดขึ้นลอย ๆ ว่า ใครทำก็รับผิดชอบไป  อ้าวว แล้วไอ้คนเซ็นหรือตัดสินใจสั่งการนี่ ไม่ต้องรับผิดชอบหรือไง  นายแบบนี้  อยู่ที่ไหนลูกน้องก็ไม่มีใจทำงานให้  เจริญฮวบ ๆ กันไปล่ะครับพี่  ผมอยากได้นายที่พร้อมจะพูดกับผู้บริหารว่า ผมผิดเองครับ  ผมสั่งให้เด็กทำแบบนี้เองครับ  แล้วรู้จักขอโทษลูกน้อง  เพราะนายก็ผิดได้  ผิดเป็น  ผมก็เข้าใจนะ  คนเราไม่มีอะไรสมบูรณ์ เรื่องทำงานผิดเป็นเรื่องธรรมดา ต้องรู้จักขอโทษ  อ้อ ๆ อีกอย่าง  ถ้านายชมว่างานดี ก็ช่วยบอกนายมั่งว่า พวกน้อง ๆ เขาช่วยกันครับ  ไม่ใช่นายชมก็เอาหน้าตัวเองไปรับ  พอนายด่าก็ฉากหลบ ให้พวกผมรับไปแบบนี้”   ไอ๊หยา นึกว่าจะเบา  ปรากฏว่าหนักหน่วงไม่แพ้กันเลยแฮะ

“นายที่อยากได้  คือนายที่รับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่มในการตัดสินใจจ๊ะ”  คุณเพื่อนรุ่นพี่อีกคนบอกนิ่ม ๆ  “ นายต้องยอมรับตัวเองก่อนว่า  นายดูภาพรวมของงาน ไม่เห็นในทุกรายละเอียดหรอก  แต่คนทำงานมองเห็น  ฉะนั้นถ้าเจอนายประเภทเผด็จการไม่ฟังใคร  ชีวิตนี้ข้าถูกเสมอ  ก็พังกันไป  แต่ถ้านายถามลูกน้องบ้างว่า ตอนนี้เป็นอย่างไร  ลูกน้องคิดยังไง  ถ้าเป็นแบบนี้ ๆ แล้วน่าจะทำอย่างไร  เปิดโอกาสให้ลูกน้องแสดงความคิดเห็น  บางทีลูกน้องก็สามารถให้แนวคิดกับนายได้นะ  แล้วนายค่อยเอาทุกความคิดว่าเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ  ถ้าแบบนี้จะได้รับความร่วมมือจากทุกคนมากกว่าที่จะบอกว่า นายจะเอาแบบนั้น  แบบนี้     เคยเจอนายประเภท เอาความคิดของตนเท่านั้นเสนอผู้ใหญ่  พอผู้ใหญ่ให้ทำจริง ๆ ก็ทำไม่ได้  เพราะนายไม่ได้ศึกษาสภาพแวดล้อมหรือถามลูกน้องก่อนนำเสนอผู้ใหญ่  จากที่คิดว่างานนี้จะเป็นผลงานชิ้นโบแดง  ก็กลายเป็นโบดำไปซะงั้น”  คุณพี่ท่านนี้ นิ่ม ๆ แต่นายก็ตายได้เหมือนกัน

“นายที่พี่อยากได้ คือนายที่สนับสนุนลูกน้องด้วยความจริงใจ  นายต้องไม่ลืมว่า หากลูกน้องก้าวหน้าก็เท่ากับหนุนนายให้สูงขึ้นด้วย    ถ้านายเก่งและได้คนทำงานที่เก่งย่อมทำให้นายไปโลดได้โดยไม่ยาก  แต่ถ้านายมัวแต่กังวลว่าลูกน้องจะเก่งกว่า คอยเหยียบหัวเอาไว้  ตัวเองก็ไม่เรียนรู้ ไม่พัฒนาแถมยังกดหัวลูกน้องไปด้วย   งานที่นายถืออยู่ก็ไม่ไปไหนลูกน้องก็ท้อใจ  ในที่สุดก็แยกย้ายกันไป  องค์กรก็แย่ลง เพราะคนมีสามารถไม่ได้ทำงาน เพราะนายกลัวลูกน้องจะเด่นกว่า ค่ะ”  คุณพี่ให้ความเห็นได้อย่างที่ทำให้นาย ๆ หลายคนสะดุ้งไปหลายตลบ

ความต้องการของพนักงานในแต่ละท่านด้านบน  เป็นความต้องการแบบเดียวกับที่พนักงานทุกคนต้องการจากนายระดับต้น หรือที่เราเรียกว่าหัวหน้างานนั่นเองค่ะ ฉะนั้นผู้บริหารที่จะสรรหาหัวหน้างานสักคน  ท่านสามารถใช้ลักษณะเหล่านี้เป็นพื้ส่วนหนึ่งในการสรรหาหัวหน้างานที่เหมาะสม  และก่อให้เกิดผลิตภาพต่อองค์รได้ค่ะ

และเช่นกับเมื่อตอนที่แล้ว  คุณพนักงานทุกท่าน  อยากได้นายที่มีพฤติกรรมแบบนี้  แล้วท่าควรทำตัวแบบอย่างไร  เพื่อให้ท่านได้นายที่มีพฤติกรรมแบบที่ท่านปรารถนา

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top