นามศาสตร์…มหาอำนาจแห่งการตั้งชื่อ

กรหริศ  บัวสรวง

ผู้เขียน นามศาสตร์มหาอำนาจแห่งการตั้งชื่อ

สุรนันทน์ : อาจารย์ครับผมต้องบอกก่อนว่า ผมเป็นคนที่ไม่เชื่อ ผมพูดว่าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ถึงกับไม่รับรู้ ถ้าผมจะบอกว่า ผมไม่เชื่ออะไรนั่นคือ ผมไม่เชื่ออย่างมงาย
กรหริศ : ถูกต้องครับ หนังสือเล่มนี้ที่เขียนขึ้นมาก็เพื่อที่จะไม่ให้คนงมงายในเรื่องของการเปลี่ยนชื่อ เพราะว่าก่อนหน้านั้นผมจะมีบทความอยู่เยอะมากในหนังสือพิมพ์ เรื่อง อันตรายจากการเปลี่ยนชื่อ

สุรนันทน์ : แต่คนสมัยนี้เปลี่ยนกันเยอะมาก
กรหริศ : ใช่ครับ แต่ว่าคนไม่ฟัง เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องพูดตรงๆ ว่างมงาย เชื่อตามๆกันโดยที่ไม่รู้ที่ที่ไปว่า การเปลี่ยนชื่อเป็นอย่างไร

สุรนันทน์ : พื้นฐานของคนที่อาจารย์ศึกษา อาจารย์เป็นอาจารย์ด้านใด เป็นโหร หรือว่าเป็นอะไร
กรหริศ : ตอนนี้ที่คนรู้จักก็คือถือว่าเป็นโหร หรือถ้าเรียกกันใหญ่ๆหน่อยก็คือ โหราจารย์ เพราะว่าผมเป็นอาจารย์สอนในวิชาต่างๆด้วย สอนนักพยากรณ์

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้นก็ต้องมีศาสตร์ของการดูดวง ผูกดวง อาจารย์ก็ทำ
กรหริศ : ต้องทำครับ

สุรนันทน์ : นั่นคือพื้นฐานความรู้ แล้วมาเกี่ยวกับชื่อได้อย่างไร
กรหริศ : เกี่ยวครับ เพราะว่าอย่าลืมว่าทุกคนไม่ว่าเป็นชาติใดก็ตามเกิดมาต้องมีชื่อ และเมื่อมีชื่อแล้วเราก็ต้องรู้ว่า ชื่อนั้นถูกต้องกับดวงชะตาเราหรือไม่ อย่างประเทศเราก็บอกว่าคนไทยเรายังมีคนยากจนอยู่เยอะมาก ผมก็พยายามสำรวจคนที่ยากจนทั้งหลาย เพราะว่าในสมัยหนึ่งผมทำด้านสารคดีอยู่ ผมก็สัมผัสกับชีวิตชนบทมามากพอสมควร เราก็เรียนรู้ว่า ทำไมเขาถึงจน เขาจนเพราะอะไร เมื่อเรารู้ เราก็เก็บสติต่างๆว่า คนชื่อนี้ทำไมชีวิตเขาถึงเป็นอย่างนี้ ขณะเดียวกันชิ่อที่ซ้ำกัน ยกตัวอย่าง คนชื่อสมศักดิ์ คนชื่อสมชาย มีอยู่หลายล้านคนในประเทศไทย แต่ชีวิตก็จะแตกต่างกัน สมชายบางคนได้เป็นนายกรัฐมนตรี สมชายบางคนเป็นคนเก็บขยะ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องมาพิสูจน์ เพราะฉะนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมต้องหันมาศึกษาอย่างจริงจัง ในเรื่องของชื่อคน

สุรนันทน์ : โหราศาสตร์จะเป็นดวงหรือว่าชื่อก็ตาม เป็นเรื่องของสถิติใช่หรือไม่
กรหริศ : เป็นเรื่องของสถิติ แต่ว่าเราต้องย้อนหลังไปว่า ในสมัยโบราณการตั้งชื่อ สมมติว่าในราชสำนัก คือ เจ้านายทั้งหลายทุกพระองค์จะต้องมีการผูกดวงชะตาก่อนถึงจะมีการตั้งชื่อ แต่ถ้าเป็นสามัญชนหรือว่าชาวบ้านเราก็คือ ตั้งชื่อตามชอบใจ

สุรนันทน์ : สมมติพ่อ แม่  ลูกเกิดมาชอบชื่อนี้ เปิดหนังสือ บางคนเปิดหนังสือเลือกชื่อ ได้ชื่อเพราะถูกใจก็ตั้งชื่อไป
กรหริศ : ก็ตั้งไปโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงอะไรเลย แต่พอถึงในยุคปัจจุบันวงการโหราศาสตร์กว้างขวางมากขึ้น นักพยากรณ์มีจำนวนมากขึ้น นับเป็นแสนๆคน ทุกคนก็ตั้งตัวเป็นอาจารย์ที่จะไปชี้ชีวิตเขาว่า ชีวิตคุณไม่ดี เพราะว่าชื่อคุณไม่ดี  เพราะฉะนั้นคุณจะต้องเปลี่ยนชื่อ

สุรนันทน์ : ซึ่งก็ไม่ถูกเสมอไป
กรหริศ : ซึ่งไม่ใช่เรื่องถูกต้องเสมอไป และส่วนใหญ่ไม่ถูกต้องด้วย เพราะเหตุผลว่าวิชาการตั้งชื่อ หรือทฤษฎีการตั้งชื่อ มีอยู่หลายทฤษฎีด้วยกัน ทฤษฎีที่ 1 ที่ใช้กันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ ก็คือ ทฤษฎีที่เราเรียกว่า ทักษาวันเกิด เช่น คนเกิดวันจันทร์ห้ามใช้สระ เพราะถือว่าสระเป็นกาลกิณี อย่างนี้เป็นต้น คนที่เกิดวันจันทร์เราจะรู้ทันทีเลย เช่นบอกว่า ชื่อ อรวรรณ , วรวรรณ พวกนี้จะเกิดวันจันทร์หมด เพราะว่าไม่สระ เพราะสระนี่คือดาวอาทิตย์

สุรนันทน์ : นี่คือตำราโบราณที่ยังต่อเนื่องอยู่
กรหริศ : นี่คือ Basic แต่ว่าถ้าศึกษาลึกซึ้งไปอีกเราต้องรู้ว่า ถ้าจะใช้ทักษาวันเกิด เราจำเป็นต้องใช้อักษรวรรคที่เรียกว่า เป็นบริวารก่อน เช่น เกิดวันจันทร์ ก็ต้องใช้อักษรของวันจันทร์ ก็ได้แก่ “ก,ข,ค,ฆ,ง” เป็นตัวแรก ที่เราเรียกว่าเป็นอาทิตย์อักษร

สุรนันทน์ : สมมติเพื่อนผมมีลูกก่อนจะตั้งชื่อก็ควรจะผูกดวงก่อนเลยหรือ
กรหริศ : ถูกต้องครับ ต้องผูกดวงเพราะว่าดวงชะตาจะไปกำหนดสิ่งที่เรียกว่า กรรม เพราะคนเราเกิดมามีกรรมหมด ไม่ว่ากรรมจากอดีตชาติ กรรมปัจจุบัน หรือกรรมที่จะมีต่อไปในอนาคต เมื่อเรารู้จุดที่เป็นกรรมแล้ว จุดสำคัญที่เป็นกรรมในดวงชะตาก็จะมีอยู่ 3 จุด ทุกคนจะรู้จักก็คือว่า อริ มรณะ วินาศ ถ้าดาวดวงใดก็ตามไปอยู่ใน 3 ตำแหน่ง และเราเอาดวงนั้นซึ่งเป็นตัวแทนของอักษรนั้นมาตั้งชื่อ ก็จะติดแนบแน่นไปกับชื่อเราเลย เช่น อริ หมายความว่า หนี้สิน ปัญหา อุปสรรค ก็จะมีแต่ปัญหาอุปสรรคติดตัวเราตลอดเวลา

สุรนันทน์ : แต่การตั้งชื่อจะแก้กรรมผมได้หรือ
กรหริศ : เรื่องแก้กรรม ผมเป็นคนหนึ่งที่ Anti อย่างรุนแรงในเรื่องของการแก้กรรม 

สุรนันทน์ : แก้กรรมไม่ได้ใช่หรือไม่
กรหริศ : แก้กรรมไม่ได้ หนังสือเกี่ยวกับเรื่องกรรมเต็มไปหมดบนแผงหนังสือ ซึ่งผมเห็นแล้วอยากจะเผาทิ้งให้หมดเลย เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ที่เราจะแก้กรรม แต่ว่าในดวงชะตาของคนเราเราแก้ได้ เพราะว่าดวงดาวมีอยู่จริงบนท้องฟ้า เพราะว่าในระบบสุริยะจักรวาลมีดาวอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลาง เป็นดาวฤกษ์ที่จะส่องแสงไปยังดาวพระเคราะห์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นดาวพุธ ดาวพฤหัสบดีอะไรต่างๆ

สุรนันทน์ : สมมติผมมีกรรมติด ผมตั้งชื่อถูกตามหลักที่อาจารย์บอก ผมก็ยังต้องใช้กรรมผมอยู่ แต่ว่าผมอาจจะมีโอกาสดีกว่า
กรหริศ : ดีกว่าครับ คล้ายๆว่า กรรมที่มีอยู่ที่เป็นอยู่แล้วไม่หมดไป แต่ว่าสิ่งที่เราแนะนำให้คนเปลี่ยนชื่อในวิธีที่ว่า นามศาสตร์ คือ เราต้องการให้ชีวิตเริ่มจากปัจจุบันไปถึงอนาคตอันยาวไกล เช่น ถ้าคุณจะตายตอน 90  ปี ตอนนี้คุณอายุ 50 คุณจะอยู่จนถึง 90 ปี คุณจะต้องมีชีวิตที่อย่างน้อยๆจะต้องดีกว่าที่ผ่านมา ส่วนกรรมที่คุณทำเอาไว้คุณก็ต้องรับผลของมัน จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ว่าคุณทำไว้มากน้อยแค่ไหน

สุรนันทน์ : แต่อย่างน้อยเปิดโอกาสมากขึ้น นี่คือความเชื่อของอาจารย์
กรหริศ : คือ เป็นความเชื่อ

สุรนันทน์ : และพิสูจน์แล้ว
กรหริศ : เป็นความเชื่อ และเราบอกว่าพิสูจน์ได้ด้วยครับ อย่างที่ผมจะยกตัวอย่าง อย่างชื่อคุณสุรนันทน์ ถ้าสมมติว่าในช่วงวัยนี้ชื่ออักษรนี้ จะอยู่ในช่วงวรรคของดาวเสาร์ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะตัดสินใจทำอะไรต่อไปข้างหน้าก็ตาม ผมบอกเลยว่าต้องเหนื่อย จะต้องรับผิดชอบเยอะ บอกได้เลยโดยที่ไม่ต้องดูดวงชะตา และจะต้องคอยแก้ปัญหา ยิ่งถ้าหากจะต้องเข้าไปรับหน้าที่อะไรที่สำคัญ ก็จะมีอะไรที่หนักเข้ามา แต่ว่าถ้าทำรายการอย่างนี้ก็จะเป็นเรื่องของความสนุกสนาน เรื่องความสุข นั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง คือ ดาวเสาร์ เรารู้กันอยู่ว่า เป็นดาวนพเคราะห์ที่ร้ายที่สุด รองลงมาคือพระราหู และพระราหู ถ้าเป็นอักษรก็คือ “ย,ร,ล,ว” ขอให้สังเกตได้เลยว่า ถ้าใครที่มีอักษร “ย,ร,ล,ว” อยู่ แทบจะทุกคนจะต้องไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม หลายๆคนค้ายาเสพติด หลายๆคนโกงภาษี หลายๆคนทำอะไรก็ตามที่เป็นสิ่งผิดๆ

สุรนันทน์ : ถ้าเกิดว่าเขาผูกดวงได้ถูก ทำอะไรถูก ก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้ ใช่หรือไม่
กรหริศ : ก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้ ถ้าดาวดวงนั้นเขาดี

สุรนันทน์ : ผมสงสัยตลอดเวลาเวลาเปิดหนังสือพิมพ์ คนที่เกิดวันจันทร์เป็นอย่างนั้น คนที่เกิดวันอังคารเป็นอย่างนี้ ผมก็นั่งคิดแบบอาจารย์นะว่า คนอย่างผมที่เกิดวันพุธ ก็มีคนเป็นร้อยล้านคนเลยนะที่เกิดวันนี้ จะเหมือนกันตรงนั้นได้อย่างไร ไม่เหมือนกันใช่หรือไม่
กรหริศ : นี่คือสิ่งที่สมัยก่อนผมก็ทำ แต่ตอนหลังผมเลิกทำ เพราะว่าผมคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่ควรจะมีลงในหนังสือพิมพ์ ที่จะมาดูดวงประจำวันว่า คนเกิดวันนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้น เป็นไปไม่ได้

สุรนันทน์ : แต่เขาก็มีความเชื่อของเขา เราไม่ว่ากัน
กรหริศ : ไม่ว่ากัน แต่ว่าในเรื่องของวิชานามศาสตร์ ก่อนหน้าที่จะเป็นรูปเล่มตรงนี้ ทางกองบรรณาธิการของมติชน ได้ถกเถียงกันมาก เพราะว่าผมบอกว่า จำเป็นต้องใช้คำว่า “มหาอำนาจแห่งการตั้งชื่อ” เพราะว่าต้องการแสดงให้เห็นว่า เป็นมหาอำนาจจริงๆ จะว่าเป็นการบังอาจก็ได้ที่กล้าใช้คำนี้ เพราะว่าเราต้องการให้คนอ่านตำรานี้ และนำไปใช้ และนำไปพิสูจน์ เรื่องปลีกย่อยของการตั้งชื่อ ยังมีอีกมากมายหลายประการด้วยกัน ไม่ใช่แค่ว่าจะดูเฉพาะเรื่องของดวงชะตาอย่างเดียว เรายังจะต้องดูไปจนถึงเรื่องของวันที่เขาเกิด ดูถึงจำนวนของอักษรที่เขาใช้อยู่

สุรนันทน์ : เรื่องจำนวนอักษรเป็นสิ่งที่ผมเคยได้ยินมากที่สุด คือ เอาตัวอักษรมาแล้วก็นับเลข และก็บอกว่า เลขนี้ดี เลขนี้ไม่ดี
กรหริศ : อันนั้นคือเลขศาสตร์ครับ คือสิ่งที่ทำให้คนงมงายกันทั้งประเทศและเปลี่ยนชื่อกันบ่อย  เพราะว่าคนไทยคิดว่าเลขศาสตร์เป็นวิชาของไทยเรา แต่ที่จริงคือวิชาที่เราเรียกว่านิวเมอร์เทอร์โลจี้ คนที่เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ก็คือไคโร ที่เป็นเจ้าของตำราการดูลายมือ ทฤษฎีเลขศาสตร์มีที่มาจากสมัยแคมเบี้ยน ซึ่งยาวไกลไปถึงอียิปต์ ถึงกรีก ยาวนานมาก

สุรนันทน์ : คนโบราณเขาก็นับเลขกันมา
กรหริศ : และเลขตัวนั้นเป็นตัวอักษร อักษรก็คือที่เรารู้จักกัน A B C D ซึ่งแตกต่างจากอักษรของไทยเรา ซึ่งมีอยู่ 44 ตัว และยังมีสระ วรรณยุกต์ การันต์ อะไรต่างๆอีกมากมายหลายอย่าง ของเขาวิธีการก็ง่ายๆ A เขาก็เริ่มนับหนึ่ง A B C D E F G H I และมาถึง 9 แล้วเขาก็เริ่มนับหนึ่งใหม่ J เป็นหนึ่งใหม่

สุรนันทน์ : อาจารย์ก็ศึกษามาทุกตำรา
กรหริศ : ใช่ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะใช้เลขศาสตร์ในการตั้งชื่อ เราต้องสะกดเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเดี๋ยวนี้โลกของเราเป็นโลกที่จะต้องติดต่อกับคนที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แม้แต่ในบัตรประชนชนเราก็ยังต้องมีภาษาอังกฤษ

สุรนันทน์ : ถ้าอย่างนั้นชื่อผมสุรนันทน์ ภาษาไทย แต่ไปสะกดเป็นภาษาอังกฤษ Suranand
กรหริศ : ก็แก้ไขปัญหาชีวิตได้ แก้ไขปัญหาได้

สุรนันทน์ : ก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่ง
กรหริศ : ที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาได้ อย่างคนหลายคนถามว่า ชื่อเล่นสำคัญหรือไม่

สุรนันทน์ : มีเพื่อนผมก็เปลี่ยนชื่อเล่น
กรหริศ : ผมก็บอกว่าสำคัญ แต่ถ้าหากว่าคุณไม่อยากเปลี่ยนชื่อเล่น เพราะว่าเพื่อนทุกคนรู้จักคุณหมดแล้ว สมมติว่าชื่อ “ปุ้ม” อย่างนี้ เราก็เปลี่ยนภาษาอังกฤษเสีย เท่านั้นเอง

สุรนันทน์ : แต่มีเพื่อนผมคนหนึ่ง เขาไม่อยากเปลี่ยนชื่อจริง เขาก็เลยไปเปลี่ยนชื่อเล่น
กรหริศ : เพราะว่าค่าของตัวอักษรที่เราถอดมาจากภาษาอังกฤษ อันนี้เราสามารถนำมาทำนายชีวิตได้ หรือนำมาบ่งบอกชีวิตได้ว่าเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างง่ายๆ ขอย้อนกลับไปที่ประเทศอเมริกา ตอนนั้นประธานาธิบดีอับบราฮัม ลินคอล์น ซึ่งได้มีคนทำนายไว้ด้วยเลขศาสตร์ ว่า จะต้องถูกยิงตายที่โรงละคร โดยการถอดอักษรออกมาและก็เป็นเช่นนั้น และนี่ไม่ใช่การทำนายภายหลังนะครับ แต่เป็นการทำนายล่วงหน้าก่อนที่จะมีเหตุการณ์ในวันนั้น เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องรับรู้ แต่ทีนี้พอถ่ายทอดเป็นภาษาไทย คุณสุรนันทน์ คงสงสัยว่า “ก” เท่ากับ 1 ได้หรือไม่ ก็ไม่ได้แล้ว พอเป็นไทยก็ไม่ได้แล้ว ก็ต้องเป็นอักษรภาษาอังกฤษของเขา คราวนี้ภาษาไทยเราเริ่มมาจาก “ก” “ก” มีค่าเท่ากับ 1 ยอมรับได้ พอมาถึง “ฮ” ตัวสุดท้ายบอกมีค่าเท่ากับ 5 ผมก็บอกว่า ผมยอมรับไม่ได้เพราะว่าไม่ใช่ ตัวสุดท้ายจะเป็น 5 ได้อย่างไร หรือไม้หันอากาศ เท่ากับ 4 คุณเอามาจากไหนหลักตัวนี้

สุรนันทน์ : หากว่าเราอยากจะเชื่ออะไรเราก็ต้องศึกษา
กรหริศ : ต้องศึกษาครับ

สุรนันทน์ : ในหนังสือเล่มนี้อาจารย์ให้อะไร
กรหริศ : สิ่งแรกก็คือ ผมถือว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่มี คำนำ ยาวมากที่สุด คุณสุรนันทน์ อาจจะต้องเห็นนะครับ ผมขึ้นต้นว่า “ไม่เชื่อต้องศึกษา ด้อยปัญญาต้องเรียนรู้ แสวงหาความรู้ เป็นอยู่ด้วยปัญญา อย่างมัวแต่รับผลกรรม แต่จงลุกขึ้นมาทำการแก้ไข” และในตำราเล่มนี้หนังสือเล่มนี้ ยังบอกว่าถ้าคุณเปลี่ยนชื่อแล้ว คุณจะมัวรอวาสนาบารมีสิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นอย่างเดียวไม่ได้

สุรนันทน์ : เปลี่ยนชื่อแล้วนอนอยู่บ้านอย่างเดียวไม่ได้
กรหริศ : ไม่ได้ คุณจะต้องมี อิทธิบาท 4 ระบุไว้เลยในนี้

สุรนันทน์ : หรือถ้าเกิดอ่านตำราแล้ว ฉันไม่ต้องเปลี่ยนชื่อ ก็นอนอยู่ไม่ได้เหมือนกัน
กรหริศ : ใช่ครับ เมื่อเปลี่ยนชื่อแล้วคุณก็จะต้องยิ่งเร่งทำความดี

สุรนันทน์ : เป็นเพียงแค่เรื่องของกำลังใจหรือไม่
กรหริศ : ไม่เกี่ยวกับกำลังใจครับ

สุรนันทน์ : สมมติผมท้อถอยอยู่ และเปลี่ยนชื่อมีกำลังใจและสู้ ทำงาน อดทน เป็นไปได้หรือไม่
กรหริศ : กำลังใจเป็นสิ่งที่นักพยากรณ์หรือหมอดูให้กับคน แต่ผมกล้าพูดได้เลยว่าส่วนใหญ่เราพยายามที่จะฝึกปรือหรือว่าพูดง่ายๆว่า อบรมให้เป็นนักพยากรณ์ที่ดี ไม่ได้ไปสร้างคำทำนายหรือคำพยากรณ์ที่ให้ร้าย หรือทำให้ตกใจ แต่ควรจะบอกวิธีการว่าจะเกิดอย่างนี้คุณจะต้องทำอย่างไร การทำอย่างไรตรงนี้ ไม่ใช่การไปสะเดาะเคราะห์นะครับ ไม่ใช่ไปแก้กรรม แต่คุณจะต้องมีวิธีการ เช่น สมมติว่าตอนนี้คุณบอกว่าเงินเดือนคุณไม่พอใช้ แน่นอนเราก็ต้องค้นหาในดวงชะตาคุณว่า คุณมีความสามารถอย่างอื่นหรือไม่ คุณอาจจะมีความเป็นนักเขียน คุณส่งมาสิหนังสือพิมพ์มีเยอะแยะไป เขียนไปเขียนมาเขารับคุณพิมพ์ คุณมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างนี้คือการแก้ไข

สุรนันทน์ : เป็นการแก้ที่ตัวเราเอง
กรหริศ : ใช่ครับ เพราะว่ามีพรสวรรค์บอกในดวงชะตาแล้วว่า คุณมีสิทธิ์เป็นนักเขียนได้

สุรนันทน์ : และอาจารย์ก็ไม่ใช่ประเภทแก้กรรมก็มาทำบุญกับผมไม่ใช่  แต่อาจารย์ก็ไม่ได้บอกว่าต้องเชื่อผม
กรหริศ : ครับผมไม่ได้บอกว่า ต้องเชื่อผม แต่ให้พิสูจน์

สุรนันทน์ : อาจารย์คิดว่าถ้าเกิดคนเราดวงถูกกำหนดมาหมดแล้วจะสนุกอะไร ถูกกำหนดมา 100%  หรือไม่
กรหริศ : ความเชื่อในทางโหราศาสตร์สอดคล้องกับหลักศาสนาพุทธ คือเชื่อเรื่องของกรรมว่าทุกคนมีกรรมโดยกำเนิด เพราะฉะนั้นเมื่อเราศึกษาโหราศาสตร์แล้ว ก็จะรู้วิธีการที่เราจะทำให้กรรมเหล่านั้น กลายเป็นกรรมที่เรียกว่า มีความราบรื่นขึ้นหรือมีสิ่งที่ดีขึ้นได้ คือเหมือนกับเรารู้จักตัวเราเอง เช่น เราเป็นคนที่โกรธคนง่าย เป็นคนที่ผูกพยาบาทคน ตรงนี้ถ้าสมมติว่าเราสามารถทำตัวเราเองให้พ้นจากสิ่งที่ไม่ดีได้ชีวิตเราก็ย่อมจะดีขึ้นนี่คือส่วนหนึ่ง

สุรนันทน์ : คือเป็นหลักพระพุทธศาสนา
กรหริศ : ไม่ขัดครับ เพราะอย่าลืมว่าวิชานี้เป็นหนึ่งในวิชาที่พระพุทธเจ้าได้เรียนมาแล้ว คือวิชาทั้งหมด 18 ประการที่พระพุทธเจ้าได้ทรงศึกษามาแล้ว

สุรนันทน์ : ก็สะท้อนความเป็นมนุษย์อย่างหนึ่ง
กรหริศ : ถูกต้องครับ และจะเรียกว่าเป็นอารยธรรมก็ได้ เพราะเก่าแก่เกินกว่า 5 พันปี และก็ประเพณีการตั้งชื่อ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะฉะนั้นหลายๆรายการจะเชิญผมไป และบอกว่าจะขึ้นเป็นตัวหนังสือบอกว่า “โปรดใช้วิจารณญาณในการชม” ผมจะบอกว่าไม่ใช้ เพราะเรื่องชื่อเป็นประเพณีวัฒนธรรมสำหรับคนไทย ทีนี้ขอบอกนิดว่า คนสมัยก่อนใช้ชื่อสั้นๆ เช่น ลุงชม แมว แดง ดำ อันนี้จะไม่เกิดผลอะไรกับชีวิตเขาเลย เพราะอะไรทราบหรือไม่ เพราะชีวิตตอนนั้นเรียบง่าย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อุดมสมบูรณ์ ไม่มีการแก่งแย่งชิงดี ไม่มีสิ่งที่จะต้องมาเผชิญกับปัญหาและวิกฤติต่างๆกับโลกอย่างนี้ แต่ในปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่ต้องมีการต่อสู้แข่งขัน ซับซ้อนขึ้น เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมีอะไรไปสู้กับเขา เพราะฉะนั้น หลายๆคน นิสิต นักศึกษา หรือนักเรียน ที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ก็พากันมาหาผม พ่อแม่ พามาหา และผมยืนยันได้เลยว่า ทุกคนที่ผมเปลี่ยนชื่อให้ประสบความสำเร็จหมดเลย สามารถสอบติดทั้งๆที่ไม่ได้เรียนเก่งเลย เพราะว่าชื่อจะเป็นอิทธิพลของดวงดาว แต่ว่าเราจะต้องรอจังหวะของดวงดาวเหมือนกัน

Related posts:

  1. หรอยดอทคอม ดร.วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ สุรนันทน์ : Hroyy.com  ขายอะไร วรัญญู : ถ้าเข้าไปหน้า เวปไซต์จะเห็นว่า เป็นนาฬิกาและอุปกรณ์นาฬิกา เช่น สาย...
  2. ประเสริฐ อัครศิริกาญจนะ ประธานกรรมการ บริษัท ทอช คนทำนา จำกัด “ขายดิน ปลูกข้าว” ประเสริฐ อัครศิริกาญจนะ ประธานกรรมการ บริษัท ทอช คนทำนา จำกัด สุรนันทน์...
  3. The Genius of China ดร.พงศาล มีคุณสมบัติ สุรนันทน์ : The Genius Of China ไม่ใช่หนังสือไทย แปลมาจากไหนครับ ดร.พงศาล :...
  4. ผู้กล้าในผู้กล้า หมื่นวิถีแห่ง ภูผามหานที สัมภาษณ์ เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ ผู้เขียน “ผู้กล้าในผู้กล้า หมื่นวิถีแห่ง ภูผามหานที” สุรนันทน์ : หนังสือเล่มนี้เขียนกับคุณอิสริยะ...
  5. แอร์ออร์คิดส์ & แลบ ไชยพันธ์ คุ้มวิเชียร (เอ็กซ์) “ซุปเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้” สุรนันทน์ : คุณเอ็กซ์ เป็นรุ่นที่เท่าไหร่ของแอร์ออร์คิดส์ครับ ไชยพันธ์ : เป็นรุ่นหลานครับ สุรนันทน์ :...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top