300 บาท

เรื่องการขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำจากที่ปัจจุบันกำหนดต่ำสุดอยู่ที่ 151 บาทต่อวันในจังหวัดพะเยา ไล่เรียงขึ้นมาถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่กำหนดไว้ให้ 215 บาทต่อวัน และภูเก็ต 221 บาทต่อวัน (ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ฉบับที่ ๕ ดูได้ที่นี่) มาเป็น 300 บาทต่อวันทั่วประเทศนั้น เป็นเรื่องที่ขอสนับสนุนอย่างยิ่ง

ทั้งนี้การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะทำให้ประชาชนผู้ใช้แรงงานที่หาเช้ากินค่ำมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจากค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงในช่วงปีที่ผ่านมา ข้าวของอาหารราคาพุ่ง ข้าวแกงจานหนึ่งหรือก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่งข้างถนน หากผู้ใช้แรงงานเป็นโสดตัวคนเดียวยังแทบจะไม่พอกินในแต่ละวัน ไม่ต้องคิดถึงที่ซุกหัวนอน ยิ่งถ้ามีครอบครัวด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทำงานเหงื่อโทรมกาย ชักหน้าไม่ถึงหลัง ตกเป็นเหยื่อพวกปล่อยเงินกู้หน้าเลือด หรือต้องหาทางรอดด้วยการเป็นมิจฉาชีพในที่สุด ทำให้เกิดปัญหาสังคมทับถมลงอีกชั้น

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อให้ตามค่าครองชีพที่สูงขึ้นทัน และเปิดให้ผู้ใช้แรงงานพอมีช่องหายใจเพิ่มขึ้นได้บ้าง ทั้งการได้ค่าแรงเพิ่มยังเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ผลจริง เพราะผู้ที่มีรายได้น้อยเมื่อได้เงินเพิ่มจะมีการใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าผู้มีอันจะกินทั้งหลาย ดังทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จะเรียกว่าเป็น “Multiplier” ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินอีกหลายรอบ

กระทรวงแรงงานย่อมต้องตื่นตัว เตรียมสนองนโยบายรัฐบาลใหม่ คณะกรรมการค่าจ้างแรงงาน ได้ประชุมตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่ง “ทุกฝ่าย มี ความเห็นตรงกันว่า เป็นเรื่องดีที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต การครองชีพของผู้ใช้แรงงาน แต่ขอฟังแนวนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ก่อน” และ “คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการให้แรงงานได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น ควรพัฒนาในเรื่องทักษะ ความสามารถของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งต้องไม่ไปผูกขาดกับเรื่องค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ควรส่งเสริมให้ลูกจ้างมีทัศนคติที่ดี มีวินัย ไม่ทำให้งานเกิดความเสียหาย และมีความรักต่อชิ้นงานที่ตนเองทำ ในส่วนของนายจ้าง ที่ประชุมเห็นว่า การใช้มาตรการลดภาษีนิติบุคคลยังไปไม่ถึงธุรกิจ ‘เอสเอ็มอี’ และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง” (อ่านรายงานข่าวการประชุมได้ที่นี่)

ในประเด็นหลังนี้ผมเห็นด้วย เพราะจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ด้วยผลกระทบที่ตามมาหากไม่มีการวางแผนจัดการให้ดี จะมีปัญหาทั้งต่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายเล็กรายย่อย หรือเอสเอ็มอี ตลอดจนแม้แต่ผู้ใช้แรงงานเองอาจไม่ได้ประโยชน์อย่างที่คาดหวังไว้ หากการได้ค่าแรงเพิ่มขึ้นเป็นข้ออ้างในการขึ้นราคาสินค้าอีกรอบ อันจะส่งผลต่อภาวะเงินเฟ้อโดยรวมของประเทศ

ทั้งการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว ดังเช่นที่ ดร.ทนง พิทิยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเตือนไว้ในการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เศรษฐกิจของไทยหลังการเลือกตั้ง 54” โดยกล่าวว่า “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ 300 บาท แต่มันอยู่ที่โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทย  300 บาทหรือ 15,000 บาท เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับผม มันไม่ใช่ปัญหาเศรษฐศาสตร์อย่างแท้จริง  ผมมองว่ายังมีอะไรอีกมากที่ต้องทำ” (อ่านประเด็นข้อคิดเห็นที่น่าสนใจของ ดร.ทนง ใน มติชน 02/08/11)

เรื่องโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องระยะยาว แต่ต้องเริ่มปรับวางกันตั้งแต่ตอนนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีความเปลี่ยนแปลงอ่อนไหวในโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา หรือความล้มเหลวของสถาบันการเงิน ประเทศไทยต้องตั้งโจทย์ให้ชัดว่า คนไทยจะอยู่อย่างไร จะทำมาหากินเลี้ยงปากท้องด้วยอาชีพอะไร ธุรกิจใดที่ควรลงทุนเพราะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าลูกหลานไทยจะต้องศึกษาอะไร พัฒนาทักษะใด ทั้งหมดล้วนต้องกำหนดนโยบายโดยรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน

ในขณะเดียวกันในระยะใกล้และกลาง การกำหนดนโยบายค่าแรงขั้นต่ำต้องควบคู่ไปกับการช่วยสนับสนุน เอสเอ็มอี ซึ่งส่วนลดภาษีอาจไม่ใช่มาตรการที่เอสเอ็มอีจะได้ประโยชน์ ด้วยอยู่ในภาวะขาดทุน ไม่เหมือนบริษัทใหญ่ๆที่จะเป็นการขาดทุนจากกำไรหากต้องจ่ายค่าแรงเพิ่ม การช่วยเหลือเอสเอ็มอีจึงอาจต้องเป็นรูปแบบของการสนับสนุนผ่านกองทุน เช่นช่วยในการวิจัยพัฒนาหรือการตลาดในมูลค่าที่เท่ากันหรือมากกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มให้กับคนงาน

และต้องรวมไปถึงการสนับสนุนสวัสดิการต่างๆ ทั้งยังต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว ทั้งหมดมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่มาตรการควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นก็ต้องทำอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการควบคุมภาวะเงินเฟ้อเมื่อค่าจ้างแรงงานมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น

จึงหวังว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ จะคิดนโยบายที่ครบถ้วนกระบวนความ นำเสนอต่อรัฐสภาและสาธารณชนอย่างชัดเจน เพื่อให้การปฏิบัติบรรลุผลและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

 

บทความ ซอยสวัสดี ตอน 300 บาท โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

 

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top