จงแปรเปลี่ยน “ความรัก” เป็นพลังสร้างสรรค์ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ (The Kama Sutra of Business)

กุลสตรี = ชมชอบผู้ชายดี + หลงรักผู้ชายเลว + แต่งงานกับผู้ชายรวย

“ความรัก” ไม่เคยมีสูตรสำเร็จตายตัว เต็มไปด้วยความเสี่ยงและปวดร้าวรันทด หากทว่าผลตอบแทนก็สูงล้ำค่าทั้งในเชิงจิตวิญญาณและร่างกาย จึงไม่แปลกประหลาดอันใดที่มนุษย์ทั้งหญิงชาย ไม่ว่าจะสูงศักดิ์หรือต่ำต้อย ชาญฉลาดหรือโง่เขลา ย่อมต้องมีสักห้วงยามหนึ่งในชีวิต ซึ่งเพ้อเจ้อเพ้อฝันที่จะวางเดิมพันทุกสิ่งในชีวิตเพื่อคำว่ารัก โดยไม่ปรารถนาเหตุผลและคำอธิบายใด

พิจารณาเพียงผิวเผิน ความรักและธุรกิจน่าจะเป็น 2 วิถีที่โคจรห่างไกลกันสุดหล้า เพราะฝ่ายหนึ่งมีเป้าหมายเพียงเพื่อเงินทองและผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่อีกฝ่ายยินดีสละทุกสิ่งทุกอย่าง ขอเพียงได้ยินคำว่า “รัก” ที่เปล่งออกมาจากน้ำใสใจจริง

สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงธุรกิจไว้กับความรัก ก็คือ ความยากแท้หยั่งถึง ทุกธุรกิจล้วนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กิจการที่เคยยิ่งใหญ่ในวันนี้ ก็อาจล้มเหลวเป็นผุยผงได้เมื่อสถานการณ์พลิกผัน กลไกตลาดพร้อมจะจูบปากคลอเคลียกับผู้ชนะรายใหม่ ประดุจเดียวกับกุลสตรีรูปงามที่สลัดรองเท้าคู่เก่าไปไม่ไยดี โดยไม่แคร์ว่าอดีตจะเคยรักกันดูดดื่มหวานชื่นถึงปานใด

1. ความรัก คือ ผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทั้งในยามธุรกิจรุ่งเรืองหรือเสื่อมทรุด

ในขณะที่เงินลงทุนก้อนสุดท้ายกำลังจะหมดลง ก็พลันมีลูกค้ารายใหญ่เหลือบแลเห็นคุณค่าของกิจการ ธุรกิจที่กำลังร่อแร่ก็พลันพลิกฟื้นคืนชีวิต

ในขณะที่ธุรกิจกำลังไต่ขึ้นถึงจุดสูงสุดแห่งคุณค่า ก็พลันมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาท้าทาย และกวาดลูกค้าที่สั่งสมมา 30 ปี ไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย

เราจะหยั่งรู้ได้อย่างไรว่ามหาเศรษฐีเยี่ยงบิลเกตส์ สตีฟจอบส์ บัฟเฟตต์ เจเคโรวลิ่ง และลีกาชิง ร่ำรวยขึ้นมาได้เพราะความสามารถ เพราะอยู่ถูกที่ถูกเวลา หรือเพราะโชคชะตาบันดาลให้เป็นไป ความสำเร็จและล้มเหลวของคนคนหนึ่งล้วนเต็มไปด้วยองค์ประกอบและความไม่แน่นอนสุดคณานับ ดังนั้น จึงยากจะแสวงหาสูตรสำเร็จที่สามารถลอกเลียนแบบได้ โดยไม่ต้องผ่านความลำบากลำบนและเจ็บปวดทรมานแห่งการต่อสู้ดิ้นรน

ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ จึงไม่ใช่การลงทุนลงแรงในวันนี้ เพื่อคาดหวังผลตอบแทนในวันพรุ่ง เพราะชีวิตแสนสั้นของเราอาจด่วนลับลาไปในราตรีที่สวยงามนี้ ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่คือ ผลิตผลที่ปรุงกลั่นอย่างละเมียดละมุน ที่ทำให้เราเบิกบานใจในทุกห้วงเวลานาที เปรียบประดุจการอยู่ร่วมกับคนที่รัก แม้จะมีเวลาที่เจ็บปวดและตึงเครียดบ้าง หากก็ยังหวานล้ำกว่าความโดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่เพียงลำพัง

ศตวรรษที่ 21 นับเป็นครั้งแรกที่มนุษย์มีโอกาสที่จะเลือกทำในอาชีพและธุรกิจที่รัก โดยไม่จำเป็นต้องกัดก้อนเกลือกิน เพราะไม่เคยมียุคสมัยใดที่สังคมจะเต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนได้ถึงเพียงนี้ อาชีพอิสระที่แตกต่างและหลากหลายได้ผุดขึ้นมากมายราวกับเปลวไฟในขุมนรก วัยรุ่นที่หลงใหลในเสียงดนตรีหรือเกมคอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำเงินได้ล้นเหลือ หากรู้จักแสวงหาช่องทางที่หมาะสมลงตัว ความสนุกและหมกมุ่นในบางสิ่ง ก็กลับสามารถแปรเปลี่ยนเป็นธุรกิจพันล้านหากฉลาดล้ำในการเล่าเรื่องได้น่าประทับใจและยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับความต้องการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคในระบบทุนนิยม

บัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัย ไม่จำเป็นต้องอูดอู้อยู่ในโรงงานและธนาคารตั้งแต่หนุ่มยันแก่อีกต่อไป หากทว่าสามารถลาออกไปเปิดร้านกาแฟหรูเลิศที่พอเพียงเลี้ยงตัวเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี บางคนอาจรับจ้างออกแบบเว็บไซต์ในยามกลางวัน เล่นดนตรีที่ร้านอาหารชั้นสูงในยามราตรี แต่ละชีวิตจึงมีอาชีพที่หลากหลายซ้อนทับกัน เส้นทางที่เต็มไปด้วยอิสรภาพและไม่ต้องสังกัดองค์กรใหญ่ที่เซื่องซึมงุ่นง่านอีกต่อไป

พลังสร้างสรรค์ในการแปรเปลี่ยน “สิ่งที่รัก” ให้กลายเป็นธุรกิจยิ่งใหญ่ จึงไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อมอีกแล้ว หากเป็นความหาญกล้าที่จะมีความสุขได้ โดยไม่ต้องรอให้ถึงวัยชราที่อุดมด้วยเหรียญตรา หากยากไร้เรี่ยวแรงแห่งชีวิต ยิ่งเมื่ออาชีพการงานทุกวันนี้พรั่งพร้อมเสมอที่จะปลดพนักงานทันทีที่เศรษฐกิจตกต่ำ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสวงหาความมั่นคงในชีวิตอีกต่อไป

หากสิ่งที่แน่นอนและมั่นคงเพียงหนึ่งเดียวของมวลมนุษยชาติในศตวรรษที่ 21 ก็คือ การได้ทำงานที่รักและมีความสุขในทุกคืนวันของชีวิต เพื่ออบร่ำผลงานประณีตบรรจงที่สุดส่งมอบแด่ลูกค้าด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้น เอียงอาย ประดุจรักแรกในคืนวิวาห์

2. ความรัก คือ ปิติยินดีที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้คนที่รักเต็มตื้นไปด้วยความมหัศจรรย์ใจ

             “รักแท้” อาจอุบัติขึ้นได้ในห้วงฉับพลันแห่งการประสานสบตา หากการรักษาให้ยั่งยืนยาวต้องอาศัยการปรับตัวเข้าหากันอย่างยิ่งยวด การละเลยข้อบกพร่องเล็กน้อยของคนรัก ย่อมเพิ่มรสสัมผัสในองค์รวมแห่งรักให้เข้มข้นกล่มกล่อมยิ่งกว่าใด

ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่เพราะใจรัก จึงไม่ควรหมกมุ่นแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้งามเลิศ หากยังต้องรู้จักปรับตัวเข้าหาลูกค้าด้วย การตามใจลูกค้าโดยไม่ยอมรับฟังสิ่งที่อยู่ล้ำลึกลงไป ย่อมนำไปสู่การส่งมอบสินค้าที่ถูกใจ แต่ไม่สร้างห้วงมหัศจรรย์เหมือนในวันแรกเจอ คืนแล้วคืนเล่าที่ซ้ำซากจืดชืดย่อมนำไปสู่ความเบื่อหน่ายคลายรัก ที่ทำให้ต้องร้างลากันไปตลอดกาล

ธุรกิจที่เต็มไปด้วยเหตุผลยิ่งใหญ่ จึงไม่อาจสร้างสรรค์ผลกำไรที่สะเทือนฟ้าดินได้ หากทว่าการสัมผัสถึง “ระหว่างบรรทัด” ในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของลูกค้า ลูกน้อง และคู่แข่ง ย่อมนำไปสู่การพัฒนาสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่ระยิบระยับอัศจรรย์ กระตุ้นความกระหายต้องการจากทุกฝ่ายมิรู้สิ้น ผลกำไรยิ่งใหญ่จึงเป็นผลพลอยได้ของกระบวนการร่วมรัก ที่ไร้ขีดจำกัดแห่งกระบวนท่า

3. ความรัก คือ การรู้จักตัดใจ เพื่อปลดปล่อยให้แต่ละคนได้มีอิสรภาพในการค้นพบรักใหม่ หรือกลับมาหากันด้วยความคิดถึงที่ยิ่งกว่าเดิม

            สิ่งที่ยากเย็นเข็ญใจที่สุดในศิลปะแห่งรัก ก็คือ “ตัดใจปล่อยวาง” เมื่อความรักที่ทุ่มเทไม่เป็นดั่งหวัง ยิ่งยื้อยุดก็เหมือนจะฉุดคร่าให้ต่ำลงไปด้วยกัน การผลัดใบเพื่อให้บางสิ่งในตัวเขาและเธอได้รับการปลดปล่อย ก็อาจทำให้แต่ละคนได้ค้นพบความรักที่จริงแท้ ในขณะที่ความรักครั้งเดิมเป็นเพียงห้วงมายาเงาฝัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เราสองได้เติบโต

หากโชคดีกว่านั้น การแยกทางชั่วขณะ ก็อาจทำให้รู้จักกันและกันได้ดียิ่งขึ้น จึงกลับมาหวานชื่นได้ยิ่งกว่าใด ไม่คิดจะพรากจากกันตลอดนิทราที่ยาวนาน

จุดอ่อนฉกรรจ์ของธุรกิจที่ร้อนรุ่มด้วยรักก็คือ ความยึดมั่นถือมั่น แม้กาลเวลาและสภาพการณ์ได้แปรเปลี่ยนไปหลายห้วงอสงไขย รู้ทั้งรู้ว่าหายนะ ก็ยังยอมลงนรกไปพร้อมกับซากสลักหักพังของความรัก ความใจกว้างล้นเหลือเพื่อประคองส่งมอบหญิงเคยรักให้ชายคนใหม่ที่คู่ควรได้ดูแลเธอต่อไป จึงนับเป็นเรื่องประเสริฐสุด เพื่อจะทำให้เรามีเงินทุนและอิสรภาพในการเริ่มต้นค้นหารักใหม่ ในขณะที่แลเห็นธุรกิจที่ปลูกสร้างมากับมือได้เติบโตไปในทิศทางที่เหมาะสมกับยุคสมัย ไม่ต้องพินาศไปพร้อมกับความโฉดเขลาของตัวตนที่ติดยึด

บางทีกิจการที่เราขายทิ้งไปเมื่อสภาพการณ์ไม่เหมาะสม ก็อาจหวนกลับมาแต่งงานควบรวมกับกิจการแห่งความรักที่เราพากเพียรสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ก็เป็นได้ อะไรก็เป็นไปได้สำหรับธุรกิจ เพราะธุรกิจก็คือชีวิตที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว การเชื่อมร้อยขององค์ประกอบที่หลากหลาย ในห้วงเวลาที่เหมาะสม ย่อมนำไปสู่ความสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้ เบิกบานรื่นรมย์

ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่อาจอาศัยเหตุผล สัญชาตญาณ และห้วงอารมณ์ได้เพียงโดดเดี่ยวลำพัง หากยังต้องผสมผสานและปรับปรุงคลุกเคล้าอย่างต่อเนื่อง บางครั้งหกล้ม บางครั้งเจ็บปวด หากก็ยังเรียนรู้และรับฟังเสียงกระซิบแผ่วเบา เพื่อจะกลับมาประสานบทอัศจรรย์ได้ดียิ่งกว่าท่วงท่าที่เคยคุ้น

ธุรกิจก็เฉกเช่นเดียวกัน !

เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

www.siamintelligence.com

 Post By Natapong  02/08/11 – Edit By

Related posts:

  1. 15 บทเรียนชีวิต ความรัก และ ความกล้าหาญ ตอนที่ 1 15 บทเรียนชีวิต ความรัก และ ความกล้าหาญ ตอนที่ 1 รายการ S Magazine...
  2. 15 บทเรียนชีวิต ความรัก และ ความกล้าหาญ ตอนที่ 2 15 บทเรียนชีวิต ความรัก และ ความกล้าหาญ ตอนที่ 2 รายการ S Magazine...
  3. Business Intelligent Business Intelligent รายการ S Magazine ช่วง Management Corner ดร.กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ...
  4. น่านน้ำแห่งความรัก “ใช้ความรัก…แทนคำสั่ง” พนักงานเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ และ “ความรัก” เป็นสิ่งที่ใช้บริหารงาน และบริหารคนที่ได้ผลดีที่สุด มือชงาถือความรัก มือซ้ายถือความเมตตา สายตาต้องเฝ้ามองดูรายละเอียดของทุกชีวิต พนักงานเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ แม้ผู้บริหารจะมีกลยุทธ์ใดๆ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top