ชีวิตที่เพียงพอ…ในบ้านพอเพียง

เนื่องในวโรกาสสำคัญของประชาชนชาวไทยทุกคนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราจะมีพระชนมายุครบ 84 พรรษาในปลายปีนี้ ผมอยากน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของท่านซึ่งเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่พระราชทานให้กับพสกนิกรชาวไทยและชาวโลก เรื่องความสำคัญของการมีสำนึกแห่งความพอเพียงท่ามกลางสังคมแห่งการบริโภคในปัจจุบัน วันนี้ผมขอนำเสนอแนวคิดการใช้ชีวิตแบบเพียงพอในบ้านของเราแบบพอเพียงครับ

1. กิน อยู่อย่างพอเพียง

ในปัจจุบันที่เป็นสังคมบริโภคนิยมเต็มรูปแบบ ย่อมต้องการกระตุ้นให้คนในสังคมเกิดการบริโภคมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในทุกๆ อย่างรอบตัวไม่ว่าจะเป็น อาหาร เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีราคาไม่แพงนักในชีวิตประจำวันของเรา ไปจนถึงอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องประดับที่มีราคาสูง

เราจะพบว่าด้วยกลไกทางการตลาดจะทำเราให้ หลง ไปกับวิธีชักจูงใจให้มีความอยากซื้อ อยากกิน อยากใช้ อยากเป็นเจ้าของ และอีกหลายๆ อยาก หลายๆ อย่างในแง่มุมต่างๆ อยู่ตลอดเวลาครับ

ต่อเมื่อพิจารณาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ด้วยสติอย่างแท้จริง เราจะพบว่าสิ่งของต่างๆ ที่เราต้องการเสพหรือบริโภคนั้น ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มีความจำเป็นหรือเกิดขึ้นจากความต้องการหรือความตั้งใจจริงๆ ของเราซักเท่าไรเลย แต่กลับเกิดจากการที่เราเกิดความอยากขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน จนลืมนึกไปถึงความต้องการและประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริงของสิ่งของเหล่านั้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากที่สุดในสังคมวันนี้คือโทรศัพท์มือถือที่มีหลายยี่ห้อ และแบบรุ่นออกมาประชันขันแข่งมากมายจนแทบจะกลายเป็นมือถือรายวันไปแล้ว การระดมออกโทรศัพท์รุ่นใหม่พร้อม Options ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ย่อมทำให้โทรศัพท์ในมือท่านตกรุ่นลงไปทันทีในเวลาอันรวดเร็ว และก็เป็นหน้าที่อันดีงามที่คนในสังคม (บริโภค) จะต้อง Update ตัวเองให้เข้ากับโทรศัพท์หรือกระแสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อมิให้กลายเป็นคนตกกระแส ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วท่านอาจจะใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่สุดไฮเทค 3G หรือ 4G ถ่ายวิดีโอ ถ่ายหนัง ฟังสเตอริโอได้ ฯลฯ เพียงเพื่อโทรเข้า-โทรออกเท่านั้นเอง

ลองคิดดูเล่นๆ นะครับว่า เดือนๆ นึง เงินในกระเป๋าท่านต้องเสียไปเท่าไรกับการทำตัวตนให้เป็นคนตามกระแสอยู่เสมอ และมูลค่าของเงินที่ท่านจับจ่ายใช้สอยข้าวของต่างๆ ต้องจ่ายเกินไปเท่าไรกับ Options หรูหราที่ท่านใช้แค่ปีละครั้งเดียว

เรื่องการกิน การอยู่อย่างพอเพียงเป็นอีกประเด็นที่ขอนำมาเรียนเสนอ อยากท่านลองนึกดูเล่นอีกเช่นกันครับว่า ค่าใช้จ่ายในการกินข้างนอกบ้านหรือช้อปปิ้งกับศูนย์การค้าหรูๆ ของท่านเดือนนึงคิดเป็นเงินรวมแล้วเท่าไร และมีเงินในกระเป๋าของท่านซักเท่าใดที่ต้องจ่ายเกินไปความอยากในการบริโภคความหรูหรา หรือสะดวกซื้อ สะดวกกินในแต่ละมื้อ  ลองหันกลับมากินอยู่อย่างพอเพียงที่บ้านของท่าน ด้วยการหาซื้อหมู ไก่ ปลามาทำกับข้าวกับปลากินกันเองเพียงเดือนละครั้งผมเชื่อว่าท่านจะเห็นความแตกต่างระหว่างค่าใช้จ่ายที่เกินขึ้นในการกินอาหารมื้อหนึ่งๆ กับเงินที่เสียไปในร้านอาหารสะดวกกินทั้งหลายที่เรานิยมกันในปัจจุบันอย่างแน่นอนครับครับ หรือแม้แต่การซ่อมแซมบำรุงรักษาเสื้อผ้าสิ่งของเครี่องใช้เท่าที่จะทำได้เสียก่อนจะเลือกวิธีซื้อใหม่เพื่อยืดอายุการใช้งานสิ่งของและยืดเวลาการใช้จ่ายของท่านให้มากขึ้น เรื่องราวส่วนนี้คงเป็นตัวอย่างที่อยากฝากให้นำไปประยุกต์ใช้กับประเด็นอื่นๆ ในชีวิตของเราท่านเช่นกันก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเงินทองในกระเป๋าท่านอย่างมากเลยทีเดียวครับ

2. ใช้ (พลังงาน) อย่างพอเพียง

การใช้พลังงานอย่างพอเพียงในบ้านหรือที่พักอาศัยของท่าน เป็นประเด็นที่ท่านและสมาชิกในครอบครัวควรนึกคิดและประพฤติ ปฏิบัติไว้ตลอดเวลา เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ในครอบครัวของท่านอย่างเป็นรูปธรรม เรามาดูว่ามีวิธีไหนกันบ้างครับ

 พึ่งพิง (พลังงาน) ธรรมชาติ

ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคส่วนใหญ่ในบ้านของเราท่านในปัจจุบันนี้ แน่ใจได้เลยว่าส่วนใหญ่ต้องเสียไปกับค่าไฟฟ้าที่ใช้เป็นพลังงานของวัสดุอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งหลายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปรับอากาศที่แทบจะขาดไม่ได้ในบ้านเรือนของคนเมืองปัจจุบัน การเปิดเครื่องปรับอากาศขนาดปกติ 1 เครื่องในเวลากลางคืนตอนนอนทุกคืน พอจะเดาๆ ได้ว่าท่านต้องจ่ายค่าไฟเพื่อความเย็นสบายนี้อย่างน้อยเกือบ 1,000 บาท และถ้าบ้านไหนมีหลายเครื่องล่ะก็ รับรองสิ้นเดือนทีจ่ายกันเป็นระวิงแน่นอนครับ

เพื่อความพอเพียงอยากให้เราท่านลองหันมาพึ่งพิงพลังงานจากธรรมชาติกันน่าจะเป็นวิธีที่ดีมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลมเย็นๆ จากธรรมชาติ หรือแสงธรรมชาติก็ตาม แต่บางท่านอาจแย้งว่าพลังงานจากธรรมชาติเหล่านี้ ไม่เพียงพอต่อความสบายของตัวท่านก็ไม่เป็นไรครับ เพราะจริงแล้วการอยู่อย่างพอเพียงไม่ได้หมายความว่า ต้องให้ท่านอยู่อาศัยอย่างลำบากจนเกินไป เพียงแต่ท่านอาจเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้พลังงานน้อย หรือลดเวลาการใช้สอยลงบ้างในแต่ละวัน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีต่อเงินทองของท่านครับ ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะเปิดเครื่องปรับอากาศนอนตลอดคืนก็เปลี่ยนเป็นเปิดตอนหัวค่ำที่อากาศอาจจะร้อนอยู่ แล้วตั้งเวลาปิดไว้ตอนดึกๆ หน่อยแล้วมาเปิดพัดลมแทนเชื่อว่าสบายไม่แพ้กัน แต่สบายกระเป๋ามากขึ้นแน่ๆ ครับ หรือเป็นกรณีแสงสว่างลองดูว่ามีพื้นที่ไหนในบ้านที่เป็นจุดอับแสงบ้าง เช่น ห้องน้ำ บันได หรือห้องต่างๆ และจะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง เช่น การขยับขยายผังเฟอร์นิเจอร์ ย้ายเครื่องเรือนที่บดบังแสงธรรมชาติเสียใหม่ หรือแม้แต่ปรับแก้ไขการออกแบบผนังให้มีแสงสว่างได้มากขึ้นครับ

• สร้างความร่มเย็นจากธรรมชาติ

การที่เราจะลดการใช้เครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับอำนวยความสะดวกสบายของเราในการอยู่อาศัยของเรานั้น เราควรมองหาทางลดความร้อนซึ่งเป็นปัญหาหลักของการอยู่อาศัยในบ้านเมืองเราให้ได้เสียก่อนครับ วิธีการง่ายๆ ก็คือสร้างร่มเงาเพื่อความร่มเย็นของตัวบ้านท่าน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปลูกต้นไม้ที่มีใบพุ่มหนาในทิศใต้และทิศตะวันตกเพื่อลดแสงแดดตกกระทบตัวบ้าน ต่อมาก็คือการสร้างแหล่งความเย็นเพิ่มเติมหรือลดความร้อนในบริเวณภายนอก เช่น สร้างบ่อน้ำภายนอกเพื่อทำให้เกิดการระเหยความเย็นเข้าตัวบ้าน หรือการสร้างร่มเงาในบริเวณพื้นระเบียงหรือเฉลียงทางด้านทิศใต้ของบ้านเพื่อลดการสะสมความร้อน นอกจากนี้การเลือกติดตั้งฉนวนกันความร้อนในผนังด้านโดนแสงแดดและหลังคา จะช่วยลดความร้อนสะสมในตัวบ้านและลดค่าไฟฟ้าในการปรับอากาศของเครื่องแอร์ในบ้านท่านเป็นอย่างดีครับ

เรื่องราวส่วนนี้คงเป็นตัวอย่างการกินการอยู่และการใช้พลังงานแบบพอเพียงในที่อยู่อาศัยของท่าน ซึ่งเราท่านอาจจะทราบๆ กันดีอยู่แล้วแต่อาจหลงลืมกันไป จึงขอนำมาฝากอีกซักครั้งให้ไปประยุกต์ใช้กับประเด็นอื่นๆ ในชีวิตของเราท่านเช่นกันก็จะเป็นประโยชน์กับตัวท่าน และคงถือว่าเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่งทีเดียวครับ

S Decor by Asst.Prof.Ratchot Chompunich, S Magazine Issue 74 July 27 – March 2, 2011

 

Related posts:

  1. ลักษณะของ Options การซื้อขายกันในตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) มีลักษณะรายละเอียดต่างๆ ที่กำหนดไว้ในสัญญา เป็นมาตรฐานเดียวกัน และประกาศให้ผู้ลงทุนทราบโดยทั่วกัน ว่าลักษณะสัญญาเป็นอย่างไร เพื่อให้นักลงทุนสามารถทราบถึงลักษณะของออปชัน ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกันได้ง่าย โดยทั่วไปแล้วออปชัน...
  2. การคิดสถานะของ SET50 Index Options ค่าพรีเมี่ยมของออปชันประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ มูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) และมูลค่าตามเวลา (Time Value) ออปชันทั้งคอลและพุทจะมีมูลค่าที่แท้จริงเมื่อออปชันนั้นมีสถานะเป็น...
  3. การลงทุนใน SET50 Index Options การลงทุนใน SET50 Index Options สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอีกประเภทหนึ่ง คือ สัญญาประเภท Option (Contract) หรือ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top