สุขภาพดีต้องมี “นัว”

คนไข้ที่น่ารักของผมครอบครัวหนึ่งทำร้านอาหารอีสานใหญ่อยู่ตรงพระราม 9 ผมเป็นคนชอบกินตับหวาน ลิ้นย่าง ไส้ปิ้งและจิ้มจุ่มอยู่แล้วก็ตั้งใจว่าจะไปกิน  จากเดิมที่กินประจำอยู่ร้านแถวบ้าน  สั่งจิ้มจุ่มทะเลจานใหญ่ ไก่ย่างครึ่งตัวมากินให้สะใจ

ชักเริ่มอายเขาแล้ว

ค่าที่กินจุระดับล้างผลาญ  ที่บ้านเป็นจีนแต่ชอบกินอีสานกันทั้งนั้น

เป็นลูกจีนติดข้าวเหนียว

สำหรับผมแล้วศักยภาพการบริโภคกับข้าวนี่ต้องห้าจานขึ้นไป  จริงนะครับผมไปทานกับน้องอีก 2 คน  สั่งมาทีต้องมีอย่างน้อยห้าอย่าง  ส่วนน้องกินข้าวเหนียวกันอีกไม่อย่างนั้นไม่อิ่ม

เคยไปพูดให้กับธนาคารกสิกรไทยที่จังหวัดกาฬสินธุ์พี่เขาเล่าให้ฟังว่าถ้าในลาวเขาจะหนักใส่ “ผงชูรส” โดยแทบไม่ใช้เครื่องปรุงอื่นเติมเลย  ดังนั้นอาหารจึงออกรสเค็มเป็นหลัก  ยังคิดอยู่ว่าถ้าคณะผมไปกินตำบักหุ่งที่นั่นละก็เป็นอันโรคไตกับความดันถามหาแน่

เพราะแก่กินอาหารอีสานกันได้ทุกเมนู

แบบเอ็กซอติกยิ่งชอบอย่าง แกงส้มไข่มดแดง,ตำซั่ว,ต้มแซ่บ แต่ขอให้สุกเป็นพอ

ชะรอยพี่เขาจะเห็นศักยภาพการกินระดับพระกาฬของเราเขาเลยไม่กล้าพาไปกินร้านไหน  สงสัยกลัวถูกจัดหนัก  แต่ขนาดว่ากินกันดุขนาดนี้ก็ยังไม่ถึงกับอวบมากเหมือนกินพวกฟาสต์ฟู้ดหรือขนมปังของฝรั่ง  กินจริงกินจังก็ยังไม่จัดอยู่ในเกณฑ์ชาย(พุง)งาม

สงสัยต้องให้คนไข้เปิดสาขาใกล้บ้าน

สุขภาพดี อีสานโภชนา

อาหารอีสานนี่ระดับโอ้ตกุยซีนเชียวนะครับ  ถ้าทำดีๆผมอยากให้พี่มิชลินมาให้ดาวบ้าง  เพราะกินง่ายเป็นอาหารสุขภาพได้ดีกว่าเมดิเตอเรเนียนอีก

ในราคาเอเชี่ยน

ไม่ต้องปีนกะไดไต่เหลากินออเดิร์ฟ จิบไวน์ ล้างปากด้วยเชอเบ็ทให้เสียเวลา  มาถึงก็จกข้าวเหนียวจิ้มได้เกลี้ยงถึงก้นถ้วยเลยจริงใจดี  ไม่เสียของด้วย  เลยอยากขอชวนท่านมาช่วยกันเปิบอาหารอีสานบ้านเรากันดีกว่าครับ  ที่ติดอันดับเอลิสต์สุขภาพก็มีที่อยากแนะนำดังนี้ครับ

1) ส้มตำ  ที่จริงเป็นของสดใหม่ไม่เสาะท้องเพราะต้องตำกันจานต่อจาน  ช่วยเจริญอาหารเป็นออเดิร์ฟอีสานก่อนจานอื่น  จะตำไทย ตำลาว ตำโคราช ตำไข่เค็ม กินกันเพลินขอดก้นครกแทบยกซด ค่าที่ตำได้นัวถูกใจหลาย  ส่วนใหญ่มีวัตถุดิบคือ มะละกออ่อนช่วยย่อยและล้างลำไส้  กับมะเขือเทศที่มีไลโคปีนสูง  และถ้าได้ปลาร้าอีกก็จะเพิ่ม “วิตามินเค” ช่วยเลือดหยุดง่ายได้แคลเซียมเต็มๆด้วยครับ

2) ต้มแซ่บ  เป็นซุปร้อนซดคล่องคอ  คอลลาเจนทั้งชาม  ยิ่งได้กระดูกหมูอ่อนยิ่งแซ่บเพราะในกระดูกกรุบและปีกขาไก่ในต้มนั้นประกอบด้วยกระดูกอ่อนชิ้นเล็กที่เป็นอณูวุ้นเล็กๆมารวมกัน  เมื่อกินเข้าไปก็ช่วยไปผสานส่วนคอลลาเจนในตัวเราและเข้าไปเติมเสริมส่วนผิวพรรณได้ด้วยครับ

3) ซุปหน่อไม้  ชื่อเป็นซุปแต่ตัวเป็นเส้น(หน่อไม้)กินอร่อยแทบยกซดได้เหมือนกัน  มีข้อดีคือน้ำคั้นใบย่านางสีเขียวปี๋มี “คลอโรฟิลล์” เยอะช่วยเสริมความสดชื่นให้ร่างกาย  กินสบายได้คลอโรฟิลล์ออกแนว “วีทกลาส(Wheat grass)” แบบไทยๆ

4) จิ้มจุ่ม  หม้อร้อนสุกี้ไทยแต่กินขาดที่ “น้ำจิ้ม” เราแซ่บกว่าแยะ  แถมน้ำซุปที่เดือดพล่านในหม้อดินยังอุดมไปด้วยสมุนไพรทั้งข่า,ตะไคร้,ใบมะกรูดประเคนกันเข้าไปทำให้หอมได้อโรม่าเธอราปีนำมาก่อน  แล้วตอนกินจะไปช่วยย่อยคราบไคลเนื้อต้มทั้งหลายให้ไม่หมักหมมในลำไส้ด้วยครับ

นอกจากนั้นยังมีเมนูอีสานระดับพระกาฬอีกมากที่อยากแนะนำแต่เขียนต่อไม่ไหวเพราะในท้องพยาธิร้องกวนเต็มที  แค่ที่เขียนมาก็ยั่วน้ำลายเต็มทนแล้ว  ปกติถ้าไม่มีโอกาสได้ไปนั่งกินร้านอีสานนานๆผมจะหยิบหนังสือ “ลูกอีสาน” ของอาจารย์คำพูน บุญทวี มาอ่านให้หายคิดถึงครับ  ถ้าท่านที่รักไม่เคยอ่านลองหามาดูนะครับ  อาจารย์คำพูนเขียนได้ “นัว” ผ่านตัวหนังสือมาได้จริงๆ  อาหารอีสานบ้านเรานี่เป็นอินเตอเนชันแนลมานานแล้วมีคนพาออกไปสู่ครัวโลกจนฝรั่งติดใจมาแล้ว  วันนี้เลยขอพาออกสู่วงการสุขภาพบ้าง  จะได้รู้ว่าไม่ได้มีแต่อาหารฝรั่งที่ว่าเฮลธ์ตี้  หรือว่ามีแต่ญี่ปุ่นว่าโออิชิ  พี่ไทยเรียกตามว่าโอชะกับเอมโอช

ถ้าจะให้โปรดระดับโลกต้องมี “นัว” ด้วย

 

S Health by Dr.Krisda, S Magazine Issue 74 July 27 – March 2, 2011

 

drkrisda@gmail.com

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top