AEC กับการปรับตัวของแรงงานไทย

 

 

หลายๆ ท่านคงได้ยินคำว่า AEC หรือประชาคมอาเซียนบ่อย ๆ ในช่วงนี้ หากถามว่า AEC คล้ายอะไร ตอบแบบง่ายที่สุดก็ต้องบอกว่า ก็คล้าย ๆ กับประชาคมยุโรป เจ้าของสกุลเงินยูโรนั่นไง ประชาคมอาเซียนมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอาเซียนให้เป็นตลาดและฐานผลิตเดียว มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ และการลงทุน แรงงานฝีมือ และเงินทุนอย่างเสรี ภายในปี พ.ศ.2558 (อีก 4 ปีข้างหน้า)

โดย 11 สาขาแรกที่จะเปิดเสรีคือ ได้แก่ การท่องเที่ยว การบิน ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตร ประมง เทคโนโลยีสารสนเทศ และสุขภาพ ตลาดเสรี ตามความหมายนี้ แสดงว่า ระหว่างประเทศในประชาคม จะต้องเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตได้อย่างเสรี ไม่ว่าจะป็น ทุน แรงงาน ทรัพยากร วัตถุดิบ โดยไม่มีอุปสรรคด้านภาษีและมาตรการอื่นใดมากีดกั้น นอกจากเรื่องการเคลื่อนย้าย ปัจจัยการผลิตอย่างเสรีแล้ว ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานของสินค้า และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ทุกประเทศในอาเซียนต้องอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน โดยประชาคมอาเซียนจะมีประชากรประมาณ 580ล้านคน

สมาชิกอาเซียน มีการจัดทํา Mutual Recognition Agreement (MRA) เพื่ออํานวยความสะดวกใน การยอมรับคุณสมบัติของนักวิชาชีพที่สำคัญร่วมกัน เพื่อการถ่ายเทแรงงานฝีมือได้เสรีมากขึ้น ปัจจุบัน ASEAN มีการลงนามร่วมกันใน MRA 7 สาขาอาชีพ คือ วิศวกรรม การสำรวจ สถาปัตยกรรม แพทย์ทันตแพทย์ พยาบาล และบัญชี

ถ้าเรามาดูเรื่องที่เกี่ยวพันกับตัวเรามากที่สุด ก็ค้องพูดถึงข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบรวมไปถึงสิ่งที่แรงงานอย่างพวกเราต้องเร่งพัฒนาเพื่อตอบสนองการเกิดประชาคมอาเซียน โดยขอเริ่มที่ข้อได้เปรียบเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพวกเราก่อน ข้อแรกคือ ตลาดแรงงานจะใหญ่ขึ้น พวกเราจะมีสถานที่ทำงานให้เลือกสรรมากขึ้น และสำหรับมีโอกาสที่จะได้รับค่าแรงที่สูงขึ้น หากวิชาชีพของท่านเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน นอกจากนั้นจะเกิดความร่วมมือระหว่างประเทศภาคีสมาชิกในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน แสดงว่าท่านมีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนามากขึ้น โดยสามารถอยู่ในประเทศใดก็ได้ ภายใต้ระเบียบ กฎหมายและมาตรฐานแบบเดียวกัน สรุปว่า เงินเพิ่ม เรียนรู้เพิ่ม โอกาสเพิ่ม

พอมาดูถึงข้อเสียเปรียบ สิ่งแรกคือ แรงงานจะไหลบ่า ทะลักเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้ เป็นที่คาดว่า เมื่อมีการเปิดเสรีแรงงานเต็มที่จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานทักษะ อาทิ สถาปนิกและวิศวกรในอาเซียน ไปที่สิงคโปร์และมาเลเซียมากขึ้น แต่เมื่อกรอบการขยายบวกเป็นอาเซียนบวก 3 อาเซียนบวก 6 บุคลากรในภาคต่าง ๆ เช่น ภาคการเงิน ธนาคาร และไอที คาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเข้ามาเมืองไทยมากขึ้น และแย่งงานคนไทยมากขึ้นและ ค่าจ้างอาจถูกลง

ฉะนั้นสิ่งที่แรงงานอย่างเรา ๆ ท่านๆ จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน คือ การเตรียมพร้อมเรื่องภาษาต่างประเทศสำหรับใช้ในการสื่อสารและการทำงาน รวมไปถึงความรู้ด้านวิชาการในแขนงต่าง ๆ

เพื่อปรับตัวเข้าหาทุนต่างชาติและพัฒนาตัวเองให้เทียบเท่าหรือดีกว่า แรงงานจากชาติอื่น ๆ โดยพิจารณาจากมาตรฐานวิชาชีพที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ท่านเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน แค่อ่านสิ่งที่ตัวเองต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือประชาคมอาเซียนในอีก 4 – 5 ปีข้างหน้า ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากเราทุ่มเท และพยายาม ขอเป็นกำลังใจให้ชาวออฟฟิศด้วยกัน นะคะ

หากท่านใดสนใจจะศึกษาเรื่อง อาเซียนเพิ่มเติม รวมถึงรับทราบจุดแข็ง จุดอ่อนของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนในแต่ละประเทศ และแนวทางการปรับตัวของไทยที่ได้เตรียมไว้ สามารถ อ่านได้จาก slide ของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชุดนี้ได้เลยค่ะ http://www.nesdb.go.th/Portals/0/news/research/research_0356200611.pdf

By Supamas

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top