ความรู้เกี่ยวกับโลกร้อน ภาวะโลกร้อนสรุปโดยสังเขป

ความรู้เกี่ยวกับโลกร้อน ภาวะโลกร้อนสรุปโดยสังเขป

โดย ศาสตราจารย์ Bjorn Lomborg แปลและเรียบเรียงโดย ศ.ดร.เรวัตร ชาตรีวิศิษฐ์

ศาสตราจารย์ Bjorn Lomborg ได้แสดงความคิดเห็นสรุปว่าโดยทั่วไปอย่าตื่นตระหนกว่าโลกจะร้อน/โลกจะแตกเพราะการปรับตัวของสภาวะ หรือปรากฎการณ์ทางธรรมชาตินั้นมาจากการกังวล และปลุกกระแสให้คนตื่นกลัวมากเกินไป ท่านส่งความคิดเห็นผ่านเรื่อง A Roadmap for the Planet: How we live today is clearly unsustainable. Why history proves that is completely irrelevant.

1. เราวิตกกังวลว่าสมัยก่อนมลพิษและมลภาวะที่กรุงลอนดอนน่าจะเป็นเหตุให้โลกแย่ลงจากการที่มนุษยชาติเสพมลพิษมากแต่ปัจจุบันเห็นว่าเซึ่ยงไฮ้ เดลี และเมืองใหญ่ที่วิตกกันนั้นมีค่าเฉลี่ยของมลพิษนั้นยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของลอนดอนสมัยก่อนและปัจจุบันนี้กรุงลอนดอนมีอากาศที่ดีเมืองหนึ่งในโลก (น่าคิดครับพราะโลกจะปรับสมดุลทางธรรมชาติ เราน่าจะศึกษากันอย่างดีการวิจัยประวัติศาสตร์ เช่น สมุทรปราการ และมาบตาพุดโดยเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษน่าจะได้ศึกษาของแนวคิด Lomborgอาจจะให้ไม่หลงทางและติดยึดกับการลงทุนของต่างชาติซึ่งสื่อกระแสหลักไม่เคยนำเสนอมา เพราะผมติดตามมาโดยตลอดมีแต่ขายข่าวการเมืองมากกว่าและไม่เคยทำสกู๊ปพิเศษให้เป็นวิชาการที่จะนำสู่ความเชื่อถือมากกว่าการแตกแยกในสังคมที่ต่างเสพและกล่าวร้ายต่อกัน หันหน้ามาศึกษาจริงจัง)

2. สมัยก่อน สหรัฐอเมริกา เป็นนักล่าปลาวาฬตัวยงเพราะรายได้จากการส่งออกมากคือไขปลาวาฬมาเป็นเชื้่อเพลิงหรือนำมาส่องแสงสว่างในกลางคืนจนทั่วโลกปริวิตกว่าปลาวาฬน่าจะสูญพันธุ์ ไปจากโลกนี้ แต่พอพบน้ำมันก๊าซ
และน้ำมัน สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าพลังงาน และปลาวาฬยังคงอยู่ทุกวันนี้

3. ปรากฎการณ์ที่เราคิดผิดน่าจะทบทวนการที่วิตกจากการใช้งบประมาณทั่วโลกไปทางลดภาวะโลกร้อน แต่เหตุร้ายที่ทำลายมนุษยชาติมีมากมายมหาศาล เช่น โรคภัย ฯลฯและอย่าวิตกจนเกินเหตุท่านเองพูด เพราะเป็นนักวิชาการ มีสมมุติฐานแน่นอน นักวิชาการทั่วโลกที่ติดตามงานของ Lomborg มาอย่างต่อเนื่องนั้น ผู้นำและ นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ ฟังกันมากทั่วโลกแต่แปลกที่สื่อกระแสหลักเกือบทุกประเทศ อาจเสนอข่าวเล็กๆ เท่านั้น

เราต้องขอบคุณแหล่งที่มาของ NEWSWEEK  ที่ลงพิมพ์ให้เห็นแนวคิดที่คนส่วนใหญ่วิตกกังวล นักวิชาการในโลก มี 3  แนวคิด คือ โครงสร้างหน้าที่ Stuctural-functional Method,สำนักขัดแย้ง Conflict School, สำนักคุณธรรมEthics school ซึ่งแต่ละแนวคิดเราอาจคิดมั่ว ไม่แยกออกถึงความจริงและสัจจธรรม หากคิดเพื่อส่วนรวมแล้วดีกว่าเฉพาะตน เห็นแนวทางอีกสักอย่างหนึ่งอาจจะดีขึ้น ผมต้องขอบคุณนักวิชาการแบบ Lomborg ที่มีที่มาไม่มั่วเฉกเช่นบางท่านที่ทฤษฎีบางท่านกลับเปลี่ยนด้อยค่าลงเป็นเพียงแนวคิดเพราะทฤษฎีนั้นสามารถพิสูจน์ได้ (ความเห็นเฉพาะตัวของผม อย่าเชื่อนะครับลองพิจารณาก่อนอาจไม่ตรงใจบางท่าน

ในเมืองไทยเราเคยมีการได้สัมปทานการทำป่าไม้และเรามาร่วมสร้างปลูกป่าไว้ดูดซับน้ำกันบนทิวเขา อาจจะถูกตามแนวคิด หากโลกเปลี่ยนไป ปรับตัว อาจถูก และ ผิดในอนาคตเท่านั้นที่ต้องมีสมมุติฐานการรองรับเราร้างป่าไม้ที่อุดมมานานกว่า 30 ปี เราไม่เคยสร้างป่าทดแทนมานาน มากระตือรือร้นช่วงนี้ก็นับว่ายังไม่สายเกินไปกับประเทศเราเพราะเรามีป่าเป็นต้นน้ำ และไม่มีไม้ใหญ่มาดูดซับน้ำกัน เลยท่วมทุกปี ท่านลองไปเดินป่าสำรวจ และท่านที่เคยบินไปที่สูงไม่เคยเห็นหรือว่ามีทุ่งราบใหญ่บนที่สูงคล้ายภูกระดึงมากมายบนยอดเขา เราเชื่อแต่ตามาว่ายอดเขาไม่ควรมีที่ราบใหญ่/กว้าง เราล่าสัตว์ จนสัตว์ป่าสูญหายมากมาย เราไม่คิดถึงการรักษาให้ลูกหลาน หรือ รอเรื่องต่างๆยุคสิ้นแล้ว ความต่างๆค่อยปรากฎว่าหลายท่านทำคุณให้แผ่นดินอันใดบ้าง ตอนนี้เรามาแก้ไขที่ปลายเหตุ เรื่องน้ำท่วม มลภาวะ

มีหน่วยงานรองรับแก้ไขที่ปลายเหตุ เราน่าจะศึกษา และมองภาพรวม ทำวิจัยมาอ้างอิงแบบ Prof. Lomborg แต่เราเน้นการวิจัยเชิงปริมาณกันมากกว่าคุณภาพ และวิจัยเชิงทดลอง หรือจากประวัติศาสตร์ ขอปรับบ้างเถิดครับ และอาจารย์ที่ปรึกษาแต่ละท่านต้องมาร่วมประชุมกัน อย่าให้นักศึกษาต้องกังวลและงงต่อการไม่ลงรอยกันเรื่องแนวคิดเพราะสูญเปล่าเรื่องการค้นคว้า ในเวลา ของงานวิจัย ลองพิจารณา และลองศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากการ Search ใน Google แล้วพิมพ์ชื่อท่านศาสตราจารย์ Lomborg แล้วจะทราบแนวคิดดี ที่ทั่วโลก ฟังแนวคิดท่านที่แปลกใหม่ แปลกแยกจากท่านอื่นๆและมีเหตุผลน่าเชื่อถือมากกว่าการตั้งสมมุติฐานที่ผิด แล้วมีการยอมรับกันทั่วโลก เช่นเชื่อว่าโลกแบน เมื่ออดีตแต่ปัจจุบันรู้ว่าโลกกลม และสมัยนั้นกล่าวโทษท่าน Galileo Galilei  ว่าลวงโลกทั้งที่ค้นพบสัจจธรรม-Truth และความจริง Fact  แต่นักวิชาการสมัยนั้นไม่เชื่อ และเชื่อมโยงต่อหลักศาสนา ให้ลงนามยอมรับว่าแนวคิดของท่าน Galileo ผิดจริง ทั้งๆที่ไม่ผิดคนพูดความจริง หาว่าเป็นคนผิด คนหลอกลวงโลก และคนอื่นๆ เป็นคนถูกมันไม่ใช่หลักการและแนวคิดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ครับ

ผมอาจจะหยาบคายว่า “หลักกู” ท่านพุทธทาส ท่านว่า ตัวกู ของกู หลวงพ่อคูณท่านใช้คำว่า กู มึง มีกู มีมึง เราต้องทำให้เป็น “เรา” โลกจะสันติสุขครับ สงบสุขครับ สาธุ!!

 

 

Related posts:

  1. ภัย…..ในอาคารบ้านเรือน ตอนที 1 ในการออกแบบอาคารบ้านเรือน สถาปนิกจะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นความต้องการของลูกค้า ความเป็นไปได้ทางกฎหมายและเทคนิคการก่อสร้าง ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย ดังนั้นถ้าจะบอกเล่าเรื่องภัยที่เกิดขึ้นกับอาคารไว้เป็นอุทาหรณ์ให้ท่านผู้อ่านได้ระมัดระวังป้องกันไว้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์รับปีใหม่นี้ครับ ภัยในอาคารปกติจะแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักๆ คือ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top