Meta Secret

Meta Secret
ดนัย  จันทร์เจ้าฉาย

สุรนันทน์ : วันนี้ผมมาเยี่ยมคุณดนัยถึงหอประชุมพุทธคยา ซึ่งเหมือนเป็นห้องประชุมและปฏิบัติธรรม 
ดนัย : ยังแบ่งได้เป็น 3 ห้องย่อย ได้แก่ ลุมพินีวัน พาราณสี กุสินารา

สุรนันทน์ : มีฉากกั้นเหมือนห้องโรงแรม
ดนัย : มีฉากกั้นและถ้าหากจะใช้เปิดทั้งหมดก็เป็นห้องพุทธคยา

สุรนันทน์ : การตั้งชื่อแบบนี้ก็แสดงว่ามีความหมาย
ดนัย : ผมชอบอินเดีย ชอบไปสังเวคิสถานมาก มีความรู้สึกว่าผูกพัน ก็เลยคิดว่าอย่างน้อยแทนที่เราจะไปปีละครั้งก็ขอมาทุกวัน มาที่บริษัท ก็จะมาที่พุทธคยา

สุรนันทน์ : ห้องประชุมใครก็มาเช่าใช้ได้
ดนัย : ใช่ครับ

สุรนันทน์ :  มีการปฏิบัติธรรมที่นี่ด้วย
ดนัย : สำหรับช่วงกลางวันก็จะมาประชุม สัมมนา แถลงข่าว จัดอีเว้นท์ ทำได้หมดเลย ส่วนตอนเย็นเราก็ใช้สถานที่เดิม ที่เดียวกันเป็นที่ซักฟอกใจสำหรับคนกรุง คือว่าหลังจากที่ทำงานกันมาเหน็ดเหนื่อย เครียด มีภาระกันมากมายก็ขอที่จะมาชำระใจตัวเองสัก 2 ชั่วโมง เราก็เปิดวันอังคารกับวันพุธ ช่วงหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม จะนิมนต์ครูบาอาจารย์มาแสดงธรรม ทั้งจากเชียงใหม่ ภูเก็ต พังงา  รวมถึงต่างประเทศด้วย บางครั้งก็มีสมเด็จพระสังฆราชจากเนปาล มีรามะจากทิเบต เราก็มีโอกาสได้ถวายการต้อนรับ แม้กระทั่งควีนภูฏาน ซึ่งเป็นเสด็จป้าของกษัตริย์จิกมี่ ท่านก็บอกว่าทรงทราบไปถึงภูฏานว่าใจกลางกรุงเทพฯ มีที่ปฏิบัติธรรมและคนมากันเยอะมาก ท่านเสด็จมา 2 ครั้งแล้ว และท่านก็สนพระทัย ท่านบอกว่าท่านอยากจะมาทรงสอนการปฏิบัติแนวของภูฏานเป็นแบบการเยียวยาตัวเอง

สุรนันทน์ : คนพุทธอาจจะบอกว่าก็ไปปฏิบัติธรรมที่วัด ต้องไปนั่งสมาธิที่วัด หรือว่าไปเรียนกับพระที่วัด แต่ของคุณดนัยอยู่ในอาคารพาณิชย์ อยู่ในตึกค้าขาย ผิดกันอย่างไร แตกต่างกันหรือไม่ 
ดนัย : จริงๆ แล้ววัดอยู่ในใจ วัดไม่ได้อยู่ที่วัด เช่น ท่านพุทธทาสบอกว่าธรรมะคือการทำงาน ธรรมะคือการทำหน้าที่ เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่ทำอะไร เราสามารถที่จะถึงธรรม เอาธรรมะมาใช้ได้ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าคนส่วนใหญ่ชอบแยกว่าธรรมะต้องอยู่ที่วัด ธรรมะจะต้องนุ่งขาว ห่มขาว อันนั้นคือเปลือก เปลือกข้างนอก แต่ว่าเราต้องเข้ามาถึงแก่นของธรรม แก่นของธรรมอยู่ในใจ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราไปอยู่ที่วัดแล้วเราจะกลายเป็นคนดี หรือว่าเรานุ่งขาว ห่มขาวแล้วเรากลายเป็นคนดีไม่ใช่ ดูที่ว่าคุณธรรมในใจเรามีในระดับไหน เพราะฉะนั้นทุกสถานที่ไม่ว่าจะเป็น Office สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงหนัง เป็นสถานปฏิบัติธรรมได้หมด

สุรนันทน์ : ข้างล่างดูวุ่นวาย ทุกคนค้าขายมีความคึกคัก พอขึ้นมาข้างบนแล้วคุณดนัยทำให้เขารู้สึกสงบได้อย่างไร
ดนัย : เขาเปลี่ยนเลยครับ กดลิฟท์ขึ้นมาวันอังคาร วันพุธ จะกดแค่เบอร์เดียวครับ ตึกนี้มี 22 ชั้นก็จะกดหมายเลข 22 และจะมาจากไหน นั่งรถไฟฟ้าหรืออะไรมา พอเข้ามาเราสร้างบรรยากาศแวดล้อม  ทุกคนก็จะทราบว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่เราจะต้องรู้จักเว้นวรรคใจตัวเอง หยุดเรื่องที่ไร้สาระชั่วคราว เช่น ลาภยศ สรรเสริญ เกียรติ แต่ทุกคนก็ยังหมกมุ่น ทุกคนก็ยังวิ่งไล่ไขว้ขว้า เรื่องไร้สาระอยู่ ซึ่งก็เข้าใจเพราะว่าเป็นสิ่งสำคัญทางโลก เป็นเรื่องสมมติ ซึ่งเราก็ต้องรู้จักใช้เรื่องสมมติอยู่ที่จะเลี้ยงดูตัวเอง แต่ว่าอย่างน้อยผมก็บอกว่าขอเวลาทุกคนได้หรือไม่วันอังคาร วันพุธ สัปดาห์ละแค่ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เว้นวรรคใจตัวเองบ้าง

สุรนันทน์ : ไม่ต้องนุ่งขาว ห่มขาวมา
ดนัย : ไม่ต้องครับ มีเด็กวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ครูบาอาจารย์มาท่านก็ทักว่า เดี๋ยวนี้คนสนใจปฏิบัติธรรม ไม่ใช่คนสูงวัยแล้ว เพราะว่าเดี๋ยวนี้เด็กๆก็สนใจ แสดงว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากครับ ผมถึงบอกว่า ธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัวอยู่แล้ว และโจทย์ของเราก็คือว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้ทุกจังหวะของชีวิตเราใกล้ชิดกับธรรมะมากขึ้นกว่าเดิม

สุรนันทน์ : เมื่อพูดถึงเรื่องธรรมะ พูดถึงเรื่องจิตใจ ก็ต้องกล่าวถึงทฤษฎี White Ocean น่านน้ำสีขาว  อยากให้คุณดนัยช่วยประเมินว่า คงมีข้อดีข้อเสียอะไรต้องปรับปรุงบ้าง
ดนัย : ลึกๆ แล้วรู้สึกดีใจว่า ก่อให้เกิดปรากฎการณ์บางอย่างที่ค่อยๆ เกิดขึ้นช้าๆในสังคม และค่อนข้างจะเป็นรูปธรรมทีละเล็ก ทีละน้อย เช่น ตัวหนังสือเอง ณ ขณะนี้น่าจะพิมพ์ไปแล้วประมาณ  5-6 หมื่นเล่ม ซึ่งถ้าในระดับหนังสือบริหารระดับนี้ถือว่าดีมาก และที่สำคัญจากการดาวน์โหลดในเวปต์ไซต์ ตอนนี้ก็มีดาวน์โหลดไปแล้วประมาณ 150,000 ครั้ง เพราะเราเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีด้วย เป็นตัวเลขที่เราเห็นแล้วเรารู้สึกว่าเป็นอะไรที่วัดได้ และในแง่ของตัวผมเองก็บรรยายโดยเฉพาะหัว White Ocean ไปแล้วประมาณ 300 กว่าครั้ง และก็มีผู้ฟังประมาณ 6 หมื่นกว่าคนทั่วประเทศครับ

สุรนันทน์ : อะไรคือแก่นของ White Ocean
ดนัย : คือเรื่องของการที่เราต้องหันกลับมาพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร ครอบครัว และสังคมให้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงข้างนอก อันนี้คือหัวใจของ White Ocean เพื่อที่จะให้เรามีขีดความสามารถทางด้านการแข่งขัน เพราะว่า White Ocean หลักที่สำคัญก็คือเกมส์การแข่งขันในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ใช่การแข่งขันที่การผลิต ไม่ใช่เรื่องของราคา เรื่องของมิจฉา มาร์เก็ตติ้ง แต่เป็นการแข่งเรื่องของความรวดเร็วในการที่เราจะเป็นที่ไว้วางใจสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งภายในและภายนอกองค์กรและรักษาไว้ซึ่งระดับของความไว้วางใจนั้น นี่คือเกมส์การแข่งขันในโลกปัจจุบัน และแนวความคิดที่สำคัญของ White Ocean ซึ่งจะต่างจากทุกทฤษฎี ไม่ว่าจะเป็น Blue Ocean หรือ Red Ocean ก็คือโลกใบนี้มีที่ยืนสำหรับผู้ชนะทุกคน หลักสำคัญจริงๆ เราต้องเห็นความจริงตรงนี้ โลกใบนี้เราไม่ได้เป็นเจ้าของและเราเป็นผู้มาใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน เพราะฉะนั้นถ้ากรอบความคิดที่เห็นความจริงแบบนี้จะทำให้เราสามารถจับมือกับคู่แข่งไปด้วยกัน พัฒนาตลาดได้ ซึ่ง Red Ocean , Blue Ocean ไม่ใช่ แล้วผลลัพธ์ทำไปทำไม ผลลัพธ์สำคัญ 3 ข้อของ White Ocean ก็คือ เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีผลประกอบการสูงกว่าบริษัทในกลุ่มเดียวกัน 6 เท่า เพราะว่าเป็นองค์กรที่มีต้นทุนทางสังคมสูง เมื่อต้นทุนทางสังคมสูง ทำให้ต้นทุนอย่างอื่นต่ำหมด

สุรนันทน์ : White Ocean จะช่วยเราอย่างไร
ดนัย : เราต้องเข้าใจความจริงตรงที่ว่า เราไม่ควรจะไปแทรกแซงกรรมของผู้ใด ไม่มีอะไรที่เที่ยงธรรมไปกว่ากรรมของแต่ละคน กรรมเที่ยงธรรมแน่นอน แต่ว่าการที่กรรมจะส่งผลเราอย่ามองที่ระยะสั้น White Ocean เป็นเรื่องของการมองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง มองระยะยาว เราไม่ได้มีแค่ชาติปัจจุบัน จริงๆ แล้วเราสั่งสมกันมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันชาติ จะซับซ้อนมาก เพราะฉะนั้นอย่าไปรีบร้อนว่า คนนี้ทำชั่ว โกงกิน และทำไมยังไม่ได้รับผลกรรม อาจจะเป็นไปได้ว่ากรรมดีของเขายังส่งผลอยู่ เพราะว่าชีวิตเราไม่ได้มีแค่ตาเห็น อย่าไปรีบร้อน อย่าเพิ่งไปตัดสินว่าทำชั่วแล้วจะไม่ส่งผล ส่งผลแน่นอน

สุรนันทน์ : พอเอา White Ocean ไปใส่ในองค์กร จะไม่ทำให้องค์กรเสียเรื่องการที่จะเอากำไรได้หรือ
ดนัย : ไม่เลยครับ ผลลัพธ์ขององค์กรสีขาวทุกองค์กรกำไรสูงกว่า 6 เท่า ประสิทธิภาพสูงกว่า เพราะว่าคนรู้เท่าทันตนเอง ไม่ต้องใช้กรอบ ไม่ต้องใช้กระบวนการที่จะเข้ามาบังคับคน คนบังคับไม่ได้ คนต้องรู้ได้ด้วยตนเอง รู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควรด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นคนที่มีประสิทธิภาพแน่นอนองค์กรทำงานได้ดีมาก เขาจะรู้เลยว่าสิ่งนี้เขาควรทำหรือไม่ควรทำ โดยไม่ต้องมีใครมาคอยตรวจตรา และผลลัพธ์อีกอย่างก็คือเป็นองค์กรแห่งความสุข เป็นองค์กรแห่งความคิดสร้างสรรค์ เป็นองค์กรที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม เป็นองค์กรที่รู้ตื่นเบิกบานอยู่แล้ว รู้ว่าสิ่งใดควรและเป็นคนที่ถือธงนำ องค์กรอื่นต้องทำตาม ท้ายที่สุดก็เป็นองค์ที่มีความยั่งยืน

สุรนันทน์ : ถ้าเกิดธรรมะเยอะๆ จิตใจมีความสุข จะไม่เฉื่อยหรือว่าจะตื่นตัวมากขึ้น
ดนัย : ตื่นตัวมากขึ้นครับ คนที่มีความสุข ใจที่เป็นสุข คือใจที่มีกำไรก็นำไปสู่ชีวิตและธุรกิจที่มีกำไร ทุกอย่างคือโบนัสหมดเลย

สุรนันทน์ : ไม่ได้ขัดแย้งกับทุนนิยม เสรีนิยม เลยใช่หรือไม่
ดนัย : ไม่ครับ ยิ่งทำให้เรามีพลังทำอะไรมากมายมหาศาล คนก็จะสงสัยว่าทำไมองค์กรเล็กๆอย่างนี้ ทำนั่น ทำนี่ ทำอะไรต่างๆได้ และเคลื่อนสังคมได้ก็มาจากใจที่มีความสุข

สุรนันทน์ : คุณดนัยมองว่า White Ocean จะกลายเป็นกระแสที่เปลี่ยนสังคมหรือไม่
ดนัย : ผมมั่นใจว่าเกิดขึ้น ตอนนี้วิชั่นองค์กรเปลี่ยน นโยบายองค์กรเปลี่ยน ผมเห็นหลากหลายองค์กเขาเริ่มปรับแนวความคิดหลายอย่าง  เริ่มทำอะไรที่เป็นประโยชน์โดยเนื้อแท้ ตอนนี้เราจะได้ยินคำว่า “CSR” ความรับผิดชอบต่อสังคม

สุรนันทน์ : คุณดนัยมีหนังสืออีกเล่มหนึ่ง “Meta Secret สุดยอดเดอะซีเคร็ต” เป็นอย่างไรครับ
ดนัย : Meta  แปลว่า อภิมหา , เหนือ อภิปรัชญา

สุรนันทน์ : แต่นี่คือความลับ
ดนัย : ความลับเหนือโลก น่าสนใจครับมีอะไรบางอย่างที่แปลกตรงที่ว่า ผู้เขียนตกเขาที่มาเลเซีย และเสียชีวิตที่ไป 19 นาที ช่วงจังหวะ 19 นาที ที่เขาเสียชีวิตจิตเขาออกจากร่างไป เขาก็ได้ไปสัมผัสกับความจริงบางอย่าง จริงๆ แล้วเราเป็นคนเรียบเรียง เป็นคนแปล รู้ได้เลยว่าที่เขาเขียนมา 7 ข้อ คือ ธรรมะทั้งหมด และเขาก็มาเรียบเรียงเป็นหนังสือ เช่น กฎข้อที่ 1 เขาบอกว่า เรื่องของกฎมโนนิยม “มโน” ก็คือใจ ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ พระพุทธเจ้าตรัสมา 2 พันกว่าปี ทำด้วยใจแต่ไม่ใช่ทำตามใจ เขาบอกว่าทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ ตรงกับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เลยครับว่าใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ เรื่องของจิตตานุภาพ เราทุกคนมีพลังใจที่มหาศาล แต่ว่าเราไม่เคยฝึก ไม่เคยออกกำลังใจ  สิ่งที่สำคัญที่สุดของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เรามีศักยภาพล้นเหลือ และเรามีสิทธิเสรีภาพในการเลือกมีตลอดเวลาและมีทุกขณะของการใช้ชีวิต

สุรนันทน์ : ทำไมบางคนเลือกเลี้ยวผิด บางคนเลี้ยวมาในทางที่ทำให้จิตใจตัวเองดี และมีความสุข
ดนัย : หลายคนยังใช้ชีวิตอยู่ในวงเวียนกรรมเดิม ใช้ชีวิตอยู่ตามยถากรรมเดิมๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคนคนนั้นจะเป็นเรื่องราวเดิมๆ เพราะว่าเขาไม่ได้ลุกขึ้นมาเลือกอะไรใหม่ เขาไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่ถ้าเกิดบางคนมีความกล้าหาญพอ เข้มแข็งพอลุกขึ้นมาสร้างลีลากรรมใหม่ พลิกวงเวียนกรรมตนเอง คนกลุ่มนี้จะอยู่เหนือกรรมทันที จะไม่อยู่ใต้กรรมเดิมที่ตัวเองต้องประสบพบเจอ เพราะเขาได้ตระหนักถึงความเป็นมนุษย์แล้ว มนุษย์อยู่เหนือกรรม เพราะเรามีสิทธิเลือกกระทำก่อน

สุรนันทน์ : บางทีธรรมมะเข้าถึงยาก ทำยากเหลือเกินที่จะทำให้ตนเองเป็นคนดี ทำยากหรือไม่
ดนัย : ยากสำหรับบางคนที่ปล่อยให้ชีวิตอยู่ตามยถากรรมอยู่กับความเคยชิน เพราะฉะนั้นเราต้องเชื่อว่าเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์เกิดได้ยากเหลือเกิน และถ้าเราเข้าใจความหมายของคำว่า “มนุษย์” เราจะรู้สึกว่าสำคัญยิ่งใหญ่มากเลย “มนุษย์” มาจากคำ 2 คำผสมกัน  คือ “มานะ” กับ “มโน” แปลว่า ใจ “อุษยะ” แปลว่า สูง ทำให้ใจสูง เพราะฉะนั้นการได้เกิดมาเป็นมนุษย์หมายความว่า เราจะต้องเกิดมาเพื่อทำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต รวมถึงใจของเราให้สูงขึ้น

สุรนันทน์ : สังคมไทยตอนนี้มีลักษณะคือเขาทำได้เราก็ทำได้ คุณดนัยมองทางออกของสังคมไทยอย่างไร
ดนัย : อันดับแรกเราต้องเชื่อก่อนว่า คนไทยทั้งหมดเป็นคนดี 60 กว่าล้านคน ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เสื้อสีอะไร อุดมการณ์ทางการเมืองเป็นอย่างไร เป็นคนดีทุกคนเขาจะดีมากดีน้อยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรา เราเกิดมาร่วมชาติกันเราเป็นคนไทยด้วยกัน ทำอย่างไรที่เราจะทำให้ความดีในหัวใจของแต่ละคนเบ่งบานขึ้นมา เราต้องมีความเชื่อก่อนว่าดีทุกคนและเราต้องให้โอกาสคนทุกคนอันนี้สำคัญ เพราะว่าเราเองก็ยังผิดพลาดได้เหมือนกัน บางทีเราก็ทำในสิ่งที่ไม่ดีเหมือนกัน ฉันใดฉันนั้นเพื่อนร่วมชาติของเราคนไทยเหมือนกัน อาจจะมีโอกาสที่จะผิดพลาด เราต้องให้โอกาสซึ่งกันและกัน

สัมภาษณ์โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

S People by Suranand Vejjajiva

S Magazine Issue 72 July 13 – 19, 2011

Related posts:

  1. ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ Warm White ตอนที่ 2 Warm White ตอนที่ 2 ศิริศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ Warm White ตอนที่ 1...
  2. เชฟนูรอ แห่ง Blue Elephant ตอนที่ 2 เชฟนูรอ แห่ง Blue Elephant ตอนที่ 2 รายการคุยกันวันเสาร์ กับ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ...
  3. เชฟนูรอ แห่ง Blue Elephant ตอนที่ 1 เชพนูรอ แห่ง Blue Elephant รายการคุยกันวันเสาร์ กับ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ช่วง Saturday...
  4. ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ Warm White ตอนที่ 1 ศิริศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ Warm White ตอนที่ 1 รายการคุยกันวันเสาร์ กับ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ...
  5. Blue Ocean ตอนที่ 2 Blue Ocean ตอนที่ 1 รายการ Suranand Live ช่วง Management Corner...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top